บทที่ 27 ตราผนึกคลายตัว
ซูเยียนหรานตะลึงไปชั่วขณะ ดวงตาเปล่งประกายด้วยความยินดี เขาเป็ศิษย์พี่ร่วมสำนักของนาง แต่ทำไมนางถึงไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับศิษย์พี่ร่วมสำนักที่มีรูปโฉมงดงามเช่นนี้เลย
"ศิษย์พี่" ซูเยียนหรานเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน ใบหน้างามแดงระเรื่อ ท่าทางราวกับได้รับเกียรติอย่างไม่คาดฝัน
อย่างไรก็ตาม การกระทำต่อมาของโม่จิงหงทำให้ซูเยียนหรานสีหน้าซีดเผือด เมื่อเขาเดินตรงไปหาเฟิ่งชิงหร่าน
โม่จิงหงยกมือขึ้นหยิบถังหูลู่ออกมา ส่งให้เฟิ่งชิงหร่าน เสียงของเขาไพเราะอย่างยิ่ง "ของขวัญขอโทษสำหรับศิษย์น้องเล็ก"
"นับว่าท่านรู้จักกาลเทศะ" เฟิ่งชิงหร่านรับถังหูลู่มา กัดคำหนึ่งรสชาติหวานนิด ๆ บนผลซานจายังมีพลังิญญาแฝงอยู่
ดวงตาคู่งามของเฟิ่งชิงหร่านเป็ประกาย นี่คืออาหาริญญา
มิน่าล่ะโม่จิงหงถึงได้มาช้าเช่นนี้ ที่แท้ก็ไปหาอาหาริญญามาโดยเฉพาะ
หลังจากนั้น ทั้งสองเดินผ่านข้างซูเยียนหรานไป โดยไม่แม้แต่จะมองมาทางนาง
ซูเยียนหรานกำมือแน่น สีหน้าค่อย ๆ บิดเบี้ยว เฟิ่งชิงหร่านไม่มีสำนัก แล้วจะมีศิษย์พี่ที่มีพร์โดดเด่นเช่นนี้ได้อย่างไร
หรือว่าเฟิ่งชิงหร่านกลายเป็ผู้บำเพ็ญอิสระไปแล้ว
ถ้าเฟิ่งชิงหร่านเป็ผู้บำเพ็ญอิสระ เช่นนั้นโม่จิงหงก็ต้องเป็ผู้บำเพ็ญอิสระเช่นกัน
แววตาตื่นเต้นของซูเยียนหรานจางหายไป แต่เมื่อมีโม่จิงหงอยู่ด้วย นางก็ไม่สะดวกที่จะพาเฟิ่งชิงหร่านไปยังที่ลับเพื่อลงมือ
นางเดินตามเฟิ่งชิงหร่าน พลางกล่าวด้วยท่าทางยโสโอหังว่า "พี่สาว ข้าจะกลับไปสำนักกระบี่์ ไม่ทราบว่าพวกท่านจะไปที่ใด?"
ซูเยียนหรานพูดพลางสังเกตสีหน้าของโม่จิงหง แต่ทั้งสองคนดูเหมือนไม่ได้ยินคำพูดของนางเลย ยังคงเดินต่อไปข้างหน้าราวกับไม่มีใครอยู่
ซูเยียนหรานรู้สึกอับอายและโกรธมาก นางเป็ศิษย์ของผู้าุโแห่งสำนักกระบี่์ ทำไมต้องทนรับความอัปยศจากเฟิ่งชิงหร่านซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วย
"หยุด! ท่าทีของพวกท่านทั้งสอง หรือว่ากำลังดูถูกสำนักกระบี่์ของข้า?" ซูเยียนหรานเอ่ยปากถาม
เมื่อได้ยินดังนั้นเฟิ่งชิงหร่านก็หยุดฝีเท้า โม่จิงหงก็หยุดตามไปด้วย
เฟิ่งชิงหร่านหันกลับมา กล่าวกับซูเยียนหรานทีละคำว่า "ข้าไม่ได้ดูถูกสำนักกระบี่์ ข้าแค่ดูถูกเ้าเท่านั้น เ้ารู้ดีว่าเหตุใดเ้าถึงคอยติดตามข้าอยู่ตลอด สิ่งที่เ้า้านั้นข้าได้ทำพันธสัญญาไปแล้ว"
"เ้า!... เ้ากล้าทำพันธสัญญากับมันหรือ?!" ดวงตาของซูเยียนหรานเปล่งประกายดุร้าย ก้าวเข้ามาจะคว้าข้อมือของเฟิ่งชิงหร่าน
ก่อนที่เฟิ่งชิงหร่านจะทันขยับตัว โม่จิงหงก็สะบัดแขนเสื้อ กระแสลมแรงพัดซูเยียนหรานถอยหลังไปหลายก้าว
เฟิ่งชิงหร่านชะงักไปเล็กน้อย นางไม่เข้าใจว่าทำไมซูเยียนหรานถึงตื่นเต้นเช่นนี้
ซูเยียนหรานสีหน้าซีดเผือด ดูราวกับไม่อยากเชื่อสายตา จ้องมองเฟิ่งชิงหร่านเขม็ง "เ้าทำพันธสัญญากับมันได้อย่างไร? มันควรเป็ของข้าต่างหาก!"
"ของของข้า เหตุใดข้าจะทำพันธสัญญาไม่ได้?" เฟิ่งชิงหร่านเอ่ยด้วยรอยยิ้มเ็า
ซูเยียนหรานดูเหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ ดวงตาของนางเป็ประกาย ก่อนจะพูดอย่างน่าสงสารว่า "พี่สาว ข้าไม่ได้มีเจตนาเช่นนั้น ข้าเพียงแค่ชอบกำไลหยกชิ้นนี้มาก จึงควบคุมอารมณ์ไม่อยู่"
เฟิ่งชิงหร่านอดรู้สึกชื่นชมซูเยียนหรานไม่ได้
เพื่อให้ได้สิ่งที่ตนเอง้า ซูเยียนหรานทั้งโเี้และอดทนต่อความอัปยศ คนเช่นนี้ในโลกแห่งการบำเพ็ญเพียรอันโหดร้าย การเป็นางเอกก็ไม่ใช่เื่ผิดอะไร
ในนิยายต้นฉบับ ซูเยียนหรานแย่งชิงโอกาสของผู้อื่นราวกับเป็เื่ปกติ และเมื่อถึงคราวต้องกำจัดก็ฆ่าอย่างไม่ปราณีและไม่เคยลังเลแม้แต่น้อย
อีกทั้งทุกครั้งที่ซูเยียนหรานต้องผ่านด่านวิกฤต นางก็สามารถเผชิญหน้ากับสายฟ้าพิสูจน์จิตใจได้อย่างไม่ละอายใจ นับว่ามีจิตใจที่เข้มแข็งอย่างยิ่ง
ตอนที่เฟิ่งชิงหร่านอ่านนิยายเื่นี้ นางเพียงแค่รู้สึกว่า นางเอกมีทัศนคติที่บิดเบี้ยว ทำให้นางรู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย ทว่าบัดนี้เมื่อได้มาประสบด้วยตนเอง นางกลับรู้สึกหนาวสะท้านไปทั้งร่าง
ศัตรูเยี่ยงนี้ สมควรปล่อยให้เติบโตต่อไปหรือไม่?
ชั่วขณะหนึ่งในใจเฟิ่งชิงหร่านรู้สึกไม่สงบ ดวงตาของนางค่อย ๆ เ็าลง
ทันใดนั้น ภาพแปลกประหลาดภาพหนึ่งก็ผุดขึ้นในห้วงความคิดของนาง
ภาพเบื้องหน้าถูกปกคลุมด้วยหมอกโลหิตบาง ๆ
ท่ามกลางความพร่ามัว ราวกับเห็นสตรีนางหนึ่ง นางนอนอยู่ในแอ่งเื เนื้อหนังทั่วร่างถูกฉีกกระชาก แขนขาถูกตัดขาดวางอยู่ข้าง ๆ โหดร้ายยิ่งนัก
ช่างน่าสะพรึงกลัวเหลือเกิน!
ความเกลียดชังอันรุนแรงพลุ่งพล่านขึ้นในใจของเฟิ่งชิงหร่าน ดวงตาของนางค่อย ๆ เปลี่ยนเป็สีแดงฉานดั่งเื
ซูเยียนหรานสบตากับดวงตาสีแดงฉานของเฟิ่งชิงหร่าน ด้วยความหวาดกลัว นางะโเสียงดังลั่น "นางเป็ผู้บำเพ็ญมาร!"
ผู้คนที่เดินไปมาอยู่แถวประตูเมืองได้ยินคำพูดของซูเยียนหราน ต่างพากันหันมามองเฟิ่งชิงหร่าน
บางคนรู้สึกถึงพลังอาฆาตแค้นที่แผ่ออกมาจากร่างของเฟิ่งชิงหร่าน จึงชักกระบี่ออกมาแทงใส่นางทันที พลางะโว่า "ผู้บำเพ็ญมาร จงตายซะ!"
ดวงตาสีดำสนิทของโม่จิงหงดูเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง เพียงแค่สะบัดแขนเสื้อ ผู้ที่เข้ามาโจมตีก็ลอยกระเด็นออกไป กระแทกกับกำแพงเมืองจนกระอักเืออกมาหลายคำแล้วสลบไป
เมื่อเห็นเหตุการณ์เช่นนี้ ผู้คนทั้งหลายต่างใกลัว พากันชักอาวุธออกมาเล็งไปที่ทั้งสองคน
มีคนะโอย่างกล้าหาญ "ผู้บำเพ็ญมารชั่วร้าย กล้าทำร้ายผู้อื่นนอกเมืองหลอมศาสตรา รนหาที่ตายจริง ๆ!"
"สหายเต๋า นางเป็ผู้บำเพ็ญมารแล้ว เ้ายังจะช่วยนางอีกหรือ" ซูเยียนหรานเอ่ยด้วยเสียงสั่นเครือ แต่ไม่ใช่เพราะความกลัว หากแต่เป็เพราะความตื่นเต้น
แม้ว่าเฟิ่งชิงหร่านจะทำพันธสัญญากับสิ่งของของนางแล้วจะเป็ไรไป
ถึงอย่างไรก็ต้องคืนมาอยู่ดี รอให้คนเหล่านี้สังหารเฟิ่งชิงหร่าน นางก็จะได้กำไลหยกคืนมาแล้ว จากนั้นก็แค่ลบจิติญญาของเฟิ่งชิงหร่านออกไป
โม่จิงหงโยนยันต์อำพรางลมปราณ บรรยากาศรอบกายเปลี่ยนไปในพริบตา ทั่วร่างแผ่กลิ่นอายน่าเกรงขาม ลึกลับ และสูงส่ง
ในขณะเดียวกัน ความรู้สึกหนาวเหน็บก็แผ่ซ่านออกมาอย่างเงียบงันไปทั่วบริเวณโดยรอบ