ตอนที่ 3 สงสัยก็ต้องถาม
หลายวันต่อมา
่เย็นของวันนี้ ทั้งสองก็ได้ใช้ลิฟต์ตัวเดียวกันอีกครั้งแต่คนในลิฟต์หมดั้แ่ชั้นสามแล้ว เหลืออีกหกชั้น ถึงมันจะใช้เวลาแค่สักครู่เดียวแต่สำหรับคนขี้กลัวอย่างมัทนา เธอรู้สึกนานมาก
เธอยืนก้มหน้าหันหลังให้เขามือกำสายกระเป๋าที่เธอกำลังสะพายเอาไว้แน่น ท่าทางแปลกๆ จนอิทธิพลอดที่จะคิดในใจไม่ได้ว่า...สงสัยเธอคงจะปวดท้องเข้าห้องน้ำ...ทนเอาหน่อยแล้วกัน!
เมื่อประตูลิฟต์เปิดออก มัทนาก็รีบก้าวขาออกไปขาเรียวสวยก้าวฉับๆด้วยความรวดเร็วนั่นจึงทำให้อิทธิพลแอบนึกสงสาร...สงสัยจะอั้นมานานแล้ว
ส่วนเขาก็เดินตามไปปกติ เขาใช้คีย์การ์ดเปิดประตูแล้วจึงเดินเข้าไปด้านในห้องเขาเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวที่ตากเอาไว้หลังห้องบังเอิญเห็นคนที่รีบร้อนเดินเหมือนคนปวดท้องเมื่อสักครู่ยืนบิดี้เีท่าทางสบายใจอยู่หลังห้องซึ่งพื้นที่ตรงนั้นมันไม่มีพนังกั้นสามารถมองเห็นกันได้สบาย
อิทธิพลยืนมองเธออยู่อย่างนั้นอย่างนึกแปลกใจ...เธอไม่ได้ปวดท้อง!แต่แล้วก็เป็จังหวะที่มัทนาบิดี้เีเสร็จหันมาเจอเขาพอดี สายตาผสานกันอิทธิพลมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายตารู้สึกสงสัย...ที่เดินเร็วๆขนาดนั้นอย่าบอกนะว่า...รังเกียจเขา!
ส่วนมัทนาหันมาสบตากับเขาได้แค่แว๊บเดียวเธอก็รีบหมุนตัวกลับเข้าห้องไปทันที ต่อให้เธอปวดฉี่ เข้าห้องน้ำแล้วยังไงก็ไม่เร็วขนาดนี้หรอกยัยแว่นนั่นต้องกำลังรู้สึกอะไรบางอย่างกับเขาอยู่แน่ๆ...อิทธิพลคิดในใจ
เขาจึงเลือกที่จะเดินไปเปิดประตูด้านหน้าห้องอ้าค้างเอาไว้แล้วยืนรอเธออยู่อย่างนั้นเพราะเขาเคยสังเกตเห็นว่าเวลาเธอกลับมาที่ห้องเอากระเป๋ากับหนังสือเรียนเข้าไปเก็บแล้วเธอจะลงไปหาอะไรกินที่ด้านล่างอีกครั้งและแล้วก็เป็อย่างที่เขาคาดการณ์เอาไว้จริงๆด้วย
เสียงเปิดประตูห้องข้างๆดังขึ้นในขณะที่มัทนากำลังเดินออกมาด้วยท่าทางสบายใจ ในแบบไม่รู้ร้อนรู้หนาวและไม่ทันได้ระวังตัว อยู่ๆก็มีมือปริศนายื่นเข้ามาคว้าข้อมือของเธอแล้วออกแรงดึง
“ว๊าย!!” เขาใช้เวลาแค่แว๊บเดียวเธอก็มายืนอยู่ในห้องของเขาแล้ว
“ปั้ง!” เสียงประตูปิดลงพร้อมกับฝ่ามือใหญ่ที่ยกขึ้นปิดปากเล็กๆของเธอเอาไว้
“อื้อ...” เธอพยายามส่งเสียงร้องแต่ฝ่ามือของเขาที่ปิดปากของเธอเอาไว้แน่นทำให้เธอส่งเสียงออกมาไม่ได้
“มีเื่จะคุยด้วยจะปล่อยมือออกให้ แต่ต้องสัญญาก่อนว่าจะไม่โวยวาย” มัทนาพยักหน้างึกงักรับทราบอิทธิพลจึงยอมปล่อยมือออกให้
“ไอ้โรคจิต!” เสียงด่าของเธอทำให้เขาขมวดคิ้วเข้าหากันแน่นแววตาดุจับจ้องไปที่ใบหน้าจิ้มลิ้มที่มีแว่นสายตาสวมใส่อยู่
“บอกว่าอย่าโวยวายไง”ตอนนี้เขาจับหญิงสาวตรงหน้ายืนพิงอยู่ที่พนังห้องใกล้ๆกับประตูชุดนักศึกษารัดรูปที่เธอยังไม่ได้ถอดออก ทำให้เห็นสัดส่วนของเธอได้อย่างชัดเจนจนเผลอแอบกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่
“ปล่อยหนูออกไปนะ!” สายตามองต่ำอย่างไม่คิดที่จะปกปิด กระโปรงทรงเอสั้นเหนือเข่าอวดเรียวขาขาวเนียนทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงทำให้เขาใจสั่นได้นะ
"มองอะไร ไอ้บ้า!"ไหนๆเขาก็เป็โรคจิตในสายตาของเธอไปแล้ว ขอมองอีกนิดๆหน่อยๆจะเป็อะไรไป
"อ้าว...ใส่สั้นขนาดนี้ไม่ได้อยากให้คนมองหรอกเหรอ"
"อี๋...ไอ้!..."เธอกำลังจะอ้าปากด่าอีกครั้ง แต่เขาเสียงดังขึ้นมาซะก่อนนั่นจึงทำให้คำด่าคำนั้นถูกกลืนลงคอไป
“หยุดด่าได้แล้ว!แค่อยากจะคุยด้วยเฉยๆ”
“ออกไปคุยกันข้างนอกก็ได้นี่”อิทธิพลดึงแว่นสายตาที่เธอสวมใส่อยู่ออก แล้วเอามาเสียบไว้ที่คอเสื้อของเขาแทนด้วยท่าทางยียวนกวนๆ...ไม่ยอมออกไปคุยกันข้างนอกแล้วยังจะเอาแว่นสายตาของเธอไปอีก!
“นี่! เอาคืนมานะ”ใบหน้าจิ้มลิ้มตรงหน้าที่ไม่มีแว่นสายตาปิดบังยิ่งทำให้อิทธิพลถึงกลับตะลึงในความสวยของเธอ เขาแอบชื่นชมความสวยของเธอในใจใบหน้าขาวเนียน ดวงตากลมโต ปากนิดจมูกหน่อย
“บอกว่าอย่าโวยวายไงจะคุยกันตรงนี้ดีๆหรือจะไปนอนคุยกันบนเตียง” เขาสะบัดหน้าไปทางเตียงนอนที่อยู่มุมหนึ่งของห้องคำพูดหยอกเย้าของเขา ยิ่งทำให้มัทนารู้สึกกลัวมากขึ้นไปอีกร้อยเท่าพันเท่าริมฝีปากเล็กๆที่กำลังเม้มเข้าหากันแน่น นั่นจึงทำให้เขารู้สึกไม่เป็ตัวของตัวเองอีกครั้ง
“คุยเื่อะไรคะเราไม่เคยรู้จักกัน”
“ชื่ออะไร” เขาถามเสียงห้วน
“นะ...หนูชื่อมายค่ะ” น้ำเสียงสั่นๆของเธอตอนนี้บ่งบอกว่าเธอกำลังกลัว
“มาย...เป็อะไร”เขาหมายถึงเวลาตอนที่เธอเจอหน้าเขา เธอมักจะมีพฤติกรรมแปลกๆ
“เป็อะไร...คืออะไรคะ”เธอไม่เข้าใจคำถามของเขา
“มองหน้าพี่สิ” ขนาดตอนนี้พูดคุยกันธรรมดาเธอก็ยังก้มหน้าพูด อยู่ใกล้กันแค่นี้ สายตาสั้นก็จริงแต่ถึงอย่างไรก็น่าจะมองเห็นแต่เธอกลับหลบสายตาตลอดเวลา
“เวลาเราเจอหน้าพี่ เป็อะไร” สิ่งที่เธอแสดงออกเวลาเจอหน้าเขาทุกครั้งมันทำให้เขาหงุดหงิดอย่างไม่ทราบสาเหตุ
“นะ...หนูแค่กลัว” เธอตอบเสียงเบา
“กลัว...กลัวพี่ทำไม”เขาจำได้ว่าเขาไม่เคยทำอะไรให้เธอไม่พอใจเลยนะ มีแต่เธอนั่นแหละที่ทำให้เขาไม่พอใจเจอหน้ากันครั้งแรกเธอก็ด่าเขาว่า...แล้งน้ำใจ!
“คือ...หนู...ขอตัวนะคะ!”มัทนาพอจะเห็นจังหวะ เธอจึงผลักหน้าอกของเขาออกไปเต็มแรงจากนั้นจึงรีบเปิดประตูแล้วรีบวิ่งออกไปทันทีที่จริงเขาจะดึงเธอเอาไว้เขาก็ทำได้แต่เขาไม่อยากทำเขามองแว่นของเธอที่อยู่ตรงคอเสื้อของเขาแล้วเผลออมยิ้มออกมา
“ยังถามไม่รู้เื่เลย” เขาไม่ตามเพราะยังไงเธอก็ต้องกลับมาเอาแว่นคืน ห้องของเธอก็อยู่นี่เขาเดินกลับเข้าห้องไปท่าทางสบายใจ โดยเลือกที่จะเปิดประตูห้องทิ้งเอาไว้พอมีคนเดินผ่านหน้าห้องเขาก็จะสามารถเห็นได้ทันที
ทางด้านมัทนาหลังจากที่เธอวิ่งออกมาโดยไม่มีแว่นสายตา แต่ดีที่ยังมีกระเป๋าสตางค์กับมือถืออยู่ในกระเป๋าสะพายเธอหยิบมือถือขึ้นมาโทรออกหาเพื่อน แต่ไม่มีใครรับสายของเธอเลยเธอจึงเลือกสั่งข้าวกินก่อน สักครู่เพื่อนของเธอก็โทรย้อนกลับมา
“ไอ้มดช่วยกูด้วย!”หยิบมือถือกดรับสายแล้วรีบกรอกเสียงลงไปในสายเพื่อขอความช่วยเหลือทันที
“มึงเป็อะไร”
“มึงมาหากูหน่อยได้มั้ยไอ้โรคจิตคนนั้นมันเอาแว่นกูไป”
“ห๊ะ!!ตกลงเพื่อนข้างห้องที่มึงเล่าให้ฟังเป็โรคจิตจริงๆเหรอวะ”
“กูมองไกลไม่เห็นเลยยังไงก็ต้องเอาแว่นคืน”
“เดี๋ยวกูไปหา มึงอยู่ไหน”
“ร้านข้าวข้างล่าง”
“เค” แล้วสายสนทนาก็ถูกตัดไปผ่านไปเกือบๆครึ่งชั่วโมงได้ มดก็เดินเข้ามาหามัทนาที่ร้านข้าว
“ไอ้มดทางนี้”มดเดินมานั่งลงข้างๆเพื่อน
“ไหนมึงเล่าให้กูฟังซิเอาแบบละเอียดเลยนะ”มัทนาเริ่มเล่าถึงเหตุการณ์ที่แสนจะน่ากลัวสำหรับเธอให้เพื่อนฟังอย่างละเอียด
“ไป! กูจะพามึงไปเอาแว่นคืน”
“เดี๋ยว! มึงไม่กลัวเหรอ”
“คนเยอะแยะกล้องวงจรปิดก็มีมึงจะกลัวอะไรนักหนา อีกอย่างเขาก็ไม่ได้ทำอะไรมึงนี่...ไป!”มดดึงมือมัทนาพาเดินขึ้นคอนโด ประตูลิฟต์เปิดออกที่ชั้นเก้าทั้งสองสาวยังคงสวมชุดนักศึกษาอยู่ พากันเดินไปเรื่อยๆสายตาของทั้งสองจับจ้องไปที่ประตูหน้าห้อง922
“ไอ้แว่น...เขาน่าจะเปิดห้องรอมึงแน่ๆ”
“ไอ้มดกูกลัว...”
“มึงต้องเคลียร์กับเขาให้รู้เื่เพราะห้องมึงอยู่ติดกับห้องเขา หรือมึงจะย้ายห้องหนีอีก”
“เสียดายค่ามัดจำ”
“ก็เออไง...ไป!”
“ไอ้มด!”เสียงนี้ดังออกมาจากคนที่อยู่ด้านในห้อง...เขารู้จักเพื่อนของเธอ! ทันใดนั้นอิทธิพลก็ก้าวเขาเดินออกมาปรากฏตัวเขายืนกอดอกแผ่นหลังพิงอยู่กับประตูหน้าห้องท่าทางสบายใจคอเสื้อของเขายังคงมีแว่นสายตาของมัทนาเสียบอยู่
“พี่อิท!”มัทนามองทั้งสองคนสลับกันไปมา...รู้จักกันด้วยเหรอ!