ครืดคราด
"ใจเย็นๆก่อน พ่อหนุ่ม""ถือซะว่าตาแก่คนนี้ ขอโทษแทนความเสียมารยาทต่อเธอและคุณหนูทั้งสองคนนั้นด้วยละกันนะ"
หือ?เขาหันไปมองตามทิศทางเสียงที่ดังขึ้นมา ด้วยความสงสัยว่าภายใต้แรงกดดันและจิตสังหารเต็มร้อยของเขา ไม่น่าจะมีใครที่พูดออกมาได้อย่างไม่ติดขัดเช่นนี้ได้
เมื่อหันไปมองเขาพบเข้ากลับชายชราผู้นั่งตำแหน่งหัวโต๊ะและเป็นคนคนเดียวกันกับที่เชื้อเชิญทุกคนให้มาเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ กำลังนั่งไขว้ห้างอยู่ภายใต้ทรงกลมสีทองโปร่งใส่ ลักษณะคล้ายโล่ครอบคลุมร่างทั้งร่างอยู่ ลวดลายบนโล่นั้น ช่างดูเก่าแก่โบราณอย่างไม่น่าเชื่อ
ท่าทีของชายชราคนนั้นดูสบายๆแทบไม่ต่างจากเวลาปกติ ส่วนคนคุ้มกันของชายชรา ทุกคนต่างอยู่ในท่าคุกเข่า สภาพร่างกายดูฝืดเคือง เหงื่อโทรมกาย และแสดงอาการทรมานออกมาเล็กน้อยอยู่ตลอดเวลา
ทว่าร่างกายของพวกมันทุกคนล้วนปรากฏแสงสีขาวบางๆปกคลุมทั่วร่างกายอยู่อย่างน่าอัศจรรย์ ซึ่งน่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้พวกมันทุกคนยังพอฝืนประคองสตินึกคิดและยืนหยัดไม่ล้มลงไปดั่งเช่นคนอื่นๆ
เขามองสำรวจชายชราด้วยความใคร่รู้ ว่าเหตุใดผู้มีระดับเพียง 40 กว่าๆกลับสามารถทนรับแรงกดดันของเขาด้วยท่าทีสบายๆเช่นนั้นได้
จนกระทั่งเขาพบเข้ากับเข็มกลัดที่ติดอยู่บริเวณตรงอกเสื้อของชายชราคนนั้นเข้า ทั้งลวดลายบนเข็มกลัดที่ดูแปลกตาชอบกล ทว่ามันกลับคล้ายคลึงกับลวดลายบนตัวโล่ทรงกลมสีทองที่ปกคลุมร่างของชายชราคนนั้นอยู่
ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าทั้งสองสิ่งนั้นต้องมีความเกี่ยวข้องกันอย่างแน่นอน และเมื่อเขาลองเพ่งมองดีๆ ที่ตัวเข็มกลัด ข้อความแจ้งเตือนจึงดังขึ้นมาในสมองของเขาตามระเบียบ
ของวิเศษเข็มกลัดโล่เต่าทอง ระดับสีน้ำเงินปกป้องสิ่งชั่วร้ายและพลังโจมตีทุกรูปแบบได้สูงสุด 5 ครั้ง เมื่อครบจำนวนครั้งที่ป้องกันเข็มกลัดโล่เต่าทองจะสลายตามไปด้วย
"โอ้ว น่าสนใจ”
คำพูดและสายตาที่มองตรงไปยังเข็มกลัดของเขา. ทำให้ชายชราต้องต้องตื่นตระหนก เพราะไม่คาดคิดว่าจะมีใครดูออกถึงที่มาของโล่สีทองนี้ได้
แม้อาการตื่นตระหนกของชายชราจะเกิดขึ้นมาเพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น แล้วทุกอย่างก็กลับคืนสู่ความสงบนิ่งดังเดิม แต่สิ่งที่เกิดขึ้นเหล่านั้นย่อมไม่อาจรอดพ้นสายตาที่ดีเยี่ยมของเขาไปได้เช่นกัน
หิเขายิ้มออกมา. เมื่อรับรู้ได้ถึงบรรยากาศและท่าทีที่เปลี่ยนไปของอีกฝ่าย แม้มันจะดูสงบนิ่งดังเดิม แต่มันกลับแฝงเร้นไปด้วยความไม่น่าไว้วางใจแทน
"สายตาดีไม่เลว"ชายชราที่สบจ้องสายตาของเขาอยู่อย่างตรงไปตรงมา พลันเอ่ยคำพูดขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย แม้ความหมายของคำพูดจะเหมือนชมเขา
ทว่าความหมายแฝงที่สื่อออกมานั้นเปรียบดังเขานั้น แสนรู้ ซึ่งมันล้วนไม่ต่างจากการประชดประชันเขาเลยแม้แต้น้อย
"แล้วเธอจะให้อภัยกับความเสียมารยาทของพวกเราได้หรือไม่ละ หนุ่มน้อย”
”ไม่ใช่สิต้องเรียกว่าวินสินะ”
รอยยิ้มที่เกิดขึ้นบนใบหน้าเหี่ยวย่นของชายชรา ช่างขัดกับบรรยากศขมุกขมัวในเวลานี้เสียจริง แต่ไม่รู้ทำไมรอยยิ้มนั้นเขากลับรู้สึกว่ามันแฝงความนัยบางอย่างออกมา อย่างไม่น่าไว้วางใจ ที่สำคัญท่าทีไม่ทุกข์ร้อนแบบนั้นมันหมายความว่ายังไงกันแน่
ช่างขัดกันจริงๆ!!
"แล้วถ้าไม่ละ”พลันรอยยิ้มกวนๆเกิดขึ้นบนใบหน้าของเขาทันที ที่พอจะคาดการณ์ความนัยแฝงของท่าทางแบบนั้นได้ ทำให้ชายชราพลันคิ้วกระตุก ด้วยไม่คาดว่าเขาจะแสดงท่าทีไร้ความเคารพผู้หลักผู้ใหญ่ขนาดนี้ออกมา
"งั้น ถือซะว่าของเหล่านี้ เป็นของไถ่โทษที่ทางนี้เสียมารยาทกับพวกเธอแล้วกันนะ”
พรึบกราวๆๆๆ
ชายชราสะบัดมือเหี่ยวย่นออกมา เบื้องหน้าปรากฏการ์ดสีทองแดงร่วมร้อยกว่าใบปลิวกระจัดกระจายล่วงหล่นลงบนโต๊ะประชุม
ทว่าสิ่งที่ทำให้เขาสนใจจริงๆนั้นกลับไม่ใช่จำนวนการ์ดที่มากมาย แต่มันกลับเป็นเจ้ากำไลข้อมือสีทองอำพันบนแขนเหี่ยวๆของชายชราคนนั้นต่างหาก
กำไลมิติเก็บของ!!
ใช่มันคือกำไลมิติเก็บของ ที่มีคุณสมบัติตามชื่อมันนั่นแหละ คล้ายๆกับแหวนโนแบนมรกตของเขา ไม่คิดเลยว่าจะมีคนที่เปิดการ์ดได้ของประเภทนี้เช่นกัน
หิหิมันน่าขโมยจริงๆ
ของวิเศษกำไลมิติทองอำพัน ระดับสีเขียวคุณสมบัติธาตุมิติภายในมีพื้นที่เก็บของกว้าง 1 ตารางเมตร
"ก็พอจะน่าสนใจอยู่บ้าง”
พรึบเขาตัดระยะไปกลับกวาดการ์ดเสี่ยงโชคระดับทองแดงที่ยังไม่ได้เปิดใช้งาน 100 กว่าใบมาอยู่ในมือ ไม่เพียงแค่นั้นเขายังกลับมายืนยังตำแหน่งเดิมได้อย่างไม่มีผิดเพี้ยน
ทำให้ชายชราและคนอื่นๆที่เห็นการเคลื่อนไหวของเขาต่างพากันตื่นตะลึง ไม่เพียงแค่นั้น ทุกๆคนในที่นี้ล้วนไม่อาจมองทันการเคลื่อนไหวที่เขาแสดงออกมาได้แม้แต่คนเดียว
ครึกๆพรึบหลังถือการ์ดไว้ในมือ เขาจึงลดแรงกดดันและดึงจิตสังหารกลับคืนมา ทำให้สภาวะขมุกขมัวในทีแรก กลับคืนความสงบได้ดังเดิมอีกครั้ง
พวกผู้นำกลุ่มและคนคุ้มกันต่างพยายามฝืนร่างกายลุกขึ้นยืน แต่ละคนมีสภาพทุลักทุเล แม้ร่างกายภายนอกโดยรวมแล้วจะไม่ได้รับบาดเจ็บมากเท่าไหร่นัก
ทว่าภายในร่างกายของพวกมันนั้นกลับเป็นคนละเรื่องกันเลย เพราะพวกมันล้วนได้รับผลกระทบจากแรงกดดันของเขา ทำให้อวัยวะภายในเกิดความบอบช้ำ โดยเฉพาะพวกที่มีระดับต่ำกว่า 50 ลงมาที่รับผลกระทบไปเต็มๆ
อึก
เมื่อพวกมันแต่ละคนพยายามลุกขึ้นยืนได้แล้ว. ต่างถอยหลังออกห่างจากเขาทันที โดยเฉพาะอาร์คและกลายที่จำต้องให้ลูกน้องเข้ามาช่วยพยุงร่างกายของทั้งสองออกไป แม้ว่าลูกน้องของมันจะบาดเจ็บไม่ได้ดีไปกว่ากันก็ตาม
“เอาละ งั้นมาเริ่มเจรจากันเลยดีมั้ย”
เขาพูดเปิดประเด็นสำหรับเป้าหมายในการมาครั้งนี้ทันที โดยไร้ซึ่งความสนใจต่อสวัสดิภาพของคนอื่นแม้แต่น้อย
ฮึบขณะที่พูดเขาก็เดินไปทางนานะและเกรท พร้อมประคองทั้งสองคนให้มานั่งข้างๆเขาแทน เพราะเกรงว่าหากปล่อยให้ห่างตัวกลัวทั้งสองจะได้รับอันตราย.
เมื่อจัดที่จัดทางได้แล้ว เขาจึงนั่งลงยังตำแหน่งหัวโต๊ะอีกด้านหนึ่ง โดยฝั่งซ้ายขวามีสองสาวนั่งขนาบข้างเอาศรีษะพิงไหล่ของเขาอยู่
ช่างไม่เข้ากับบรรยากาศจริงๆ
มีหรือที่เขาจะสนใจ กลับกันเขานั่งรอให้ทุกอย่างเข้าสู่สภาวะการประชุมสำคัญอีกครั้ง โดยทำเพียงแค่นั่งหลับตารอคอยเท่านั้น
ส่วนคนอื่นๆแม้จะไม่พอใจ แต่ก็ยังสำรวมท่าทีเอาไว้ และกลืนเม็ดยาฟื้นฟูลงคอกันไปตามระเบียบ พร้อมทั้งจำใจนั่งลงยังตำแหน่งที่นั่งของตนเองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
อะแฮ่มเมื่อทุกอย่างกลับคืนสู่สภาพปกติดังเดิมได้แล้ว ชายชราจึงเรียกสติของทุกคนกลับเข้ามาสู่เป้าหมายของการเรียกทุกคนมาประชุมในครั้งนี้
"ก่อนอื่น คงจะต้องมีการแนะนำตัวกันก่อนสินะ"เพื่อสร้างบรรยากาศ ชายชราพยายามหาลู่ทางเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีให้แก่ทุกคน โดยเฉพาะความสัมพันธ์ของเขากับเหล่าผู้นำกลุ่มต่างๆที่อยู่ภายในที่แห่งนี้
"ฉันคือผู้บัญชาการสูงสุดของศูนย์บัญชาการแห่งนี้ ชื่อ กราฟ ส่วนยศฐาบรรดาศักดิ์นั้นช่างมันเถอะ"จากนั้นกราฟจึงผายมือมาทางเขาว่า คนต่อไปที่ควรจะแนะนำตัวนั้นคือเขา คนอื่นๆที่เห็นแบบนั้นต่างพากันหันมามองยังเขา โดยที่ไม่มีใครกล้าคัดค้านการตัดสินใจของกราฟครั้งนี้แม้แต่คนเดียว
"ก็นะ""ขอไม่ลุกละกัน เป็นห่วงสาวๆน่ะ""นี่แก!!!"กลายที่เห็นว่าเขาทำตัวไม่ให้เกียรติ พลันตะโกนออกมาอย่างลืมตัว ซึ่งสิ่งที่มันกระทำล้วนเป็นสิ่งที่คนอื่นๆก็คิดเช่นเดียวกัน ทว่าความกล้ามักมาพร้อมกับความโง่ เมื่อคำพูดที่มันเอ่ยออกมาทำให้มันที่ไม่ทันระวังตัวโดนตีนถีบเข้าใบหน้าเต็มๆ
ฟ้าวตูมโครมเหตุการณ์มันเกิดขึ้นรวดเร็วจนเกินไป มันรวดเร็วมากจนไม่มีใครคาดคิดและทันระวังตัว ทว่าภาพสุดท้ายที่ทุกคนได้เห็นคือร่างกายใหญ่โตของกลายลอยกระเด็นกระแทกเข้ากับกำแพงและไหลลงมาที่พื้น พร้อมทั้งความเงียบสงบดังป่าช้าเข้าครอบคลุมภายในห้องประชุมแห่งนี้อีกครั้ง
"อ้าวๆ ลงไปนอนทำอะไรที่พื้นละนั่น ไม่หนาวหรือไง"คำพูดกวนส้นของเขาโพล่งขึ้นมาท่ามกลางความเงียบดั่งป่าช้า ทำให้ทุกๆสายตาหันกลับมามองทางเขาทันที ซึ่งไม่ต้องบอกก็รู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันมาจากน้ำมือของเขาล้วนๆ
ทว่าภาพที่ทุกคนเห็นคือท่าทางเดิมๆของเขาที่นั่งอยู่ที่เก้าอี้ โดยมีสองสาวซบตรงไหล่ เสมือนว่าเขาไม่เคยขยับเขยื้อนไปไหนมาก่อนเลยแม้แต่น้อย
บะ บ้าเอ่ย เร็วชิบหาย!!
แม้ภาพที่เหล่าผู้นำเห็นจะชี้ชัดว่าเขาไม่มีส่วนรู้เห็นใดๆก็ตาม แต่มันกลับใช้ไม่ได้กับทุกๆคนที่อยู่ที่นี่ เพราะนอกจากเขาแล้ว ย่อมไม่มีใครที่จะรวดเร็วได้ถึงขนาดที่ว่าทุกคนในที่นี้มองตามไม่ทันแน่นอน
"ผมต้องแนะนำตัวสินะ""อื้ม""วิน""แค่นี้แหละ"0_0!!!ใบหน้าทุกคนพลันนิ่งค้างกลับการแนะนำตัวแบบสั้นๆได้ใจความ ซึ่งมันช่างเป็นอะไรที่กวนส้นตีนอย่างแท้จริง แต่มีหรือที่ใครจะกล้าออกมาทักท้วงการกระทำของเขา เพราะทุกๆคนเกรงกลัวว่าตนเองนั้นจะเป็นเป้าหมายของตีนเข้าจริงๆเช่นกัน
หลังจากนั้นทุกๆคนก็ต่างทยอยพากันแนะนำตัว นับจากขวามือของกราฟวนมาเรื่อยๆจนครบหมดทุกคน ซึ่งการแนะนำตัวครั้งนี้ทำให้เขารับรู้ได้ถึงสถานการณ์และกำลังคนที่อาศัยอยู่ภายในศูนย์บัญชาการแห่งนี้จนครบ
ศูนย์บัญชาการแห่งนี้ไปประกอบด้วย 6 ขั้วอำนาจ โดยมีกองกำลังของกราฟเป็นผู้นำ รองลงมาคือ 5 กลุ่มใหญ่ และสี่กลุ่มย่อย โดย 5 กลุ่มใหญ่ประกอบด้วย เขี้ยวพยัคฆ์ ราชสีขนทอง อสรพิษเยือกแข็ง วานรเพลิง และอินทรีย์วายุ
เชี่ยย สวนสัตว์ชัดๆ!!
เขาอดคิดไมไ่ด้เมื่อรู้ชื่อกลุ่มใหญ่ทั้ง 5 กลุ่ม ซึ่งเป็นรองเพียงกองกำลังของกราฟเท่านั้น ว่าแท้จริงแล้วศูนย์บัญชาการแห่งนี้มันคือฐานหลบภัยของมนุษย์หรือสัตว์กันแน่
และความจริงแล้วการที่ทั้ง 5 กลุ่มใหญ่ตั้งชื่อแบบนี้ ก็เนื่องจากหัวหน้ากลุ่มทั้ง 5 คนนั้นล้วนมีสัตว์เลี้ยงเป็นคู่พันธะสัญญา ซึ่งประเภทของสัตว์ก็ตามชื่อกลุ่มที่ตั้งเอาไว้ คือ
เขี้ยวพยัคฆ์ : หมาป่าวายุทมิฬ หัวหน้ากลุ่มชื่อ พยัคฆ์ราชสีขนทอง : สิงโตทองคำ หัวหน้ากลุ่มชื่อ โตอสรพิษเยือกแข็ง : งูเหมันต์ หัวหน้ากลุ่มชื่อ แซกวานรเพลิง : วานรเพลิงกาฬ หัวหน้ากลุ่มชื่อ กานอินทรีย์วายุ : อินทรีย์ลมกรด หัวหน้ากลุ่มชื่อ วายุ
ส่วนผู้นำอีก 4 กลุ่มที่เหลือประกอบด้วย กลุ่มกองกำลังรับจ้างมีกลายเป็นผู้นำ กลุ่มอัศวินสีเลือดมีอาร์คเป็นผู้นำ กลุ่มเรดี้ ไนท์มีทรายเป็นผู้นำ และกลุ่มเสรีภาพ มีเต้เป็นผู้นำ
ถึงแม้ทั้ง 4 กลุ่มผู้นำจะมีระดับไหล่เลี่ยกับผู้นำกลุ่มใหญ่ทั้ง 5 ก็ตาม แต่ถ้าพูดถึงกำลังรบโดยรวมแล้ว ล้วนเป็นรองทั้งสิ้น ทำให้ทั้ง 4 กลุ่มย่อยถูกจัดระดับลดลงมาอย่างที่เป็นอยู่ปัจจุบันนี้
แม้ภายในศูนย์บัญชาการทั้ง 4 กลุ่มจะมีกำลังเป็นรอง แต่ก็ยังถือว่ามีอำนาจสะกดข่มกลุ่มเล็กกลุ่มน้อยที่มีอยู่ภายในศูนย์แห่งนี้ได้เช่นกัน
ลองถล่มกลุ่มไหนก่อนดีนะ
ภายใต้รอยยิ้มลึกลับของเขา กลับเต็มไปด้วยความสนุกสนานและความตื่นเต้นกับไอเดียสุดบรรเจิดที่คาดว่ามันใกล้จะเป็นจริงในอีกไม่นานหลังจากนี้
End