คืนหลอน
เวลาห้าทุ่ม ในห้องสมุดเก่า ตั้งอยู่มุมเงียบชั้นสองห้องสุดท้ายของตึกคณะศิลปศาสตร์ ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง บรรยากาศค่ำคืนฮาโลวีนที่เงียบสงัด มีเพียงเสียงลมพัดใบไม้ข้างตึกดังเบาๆ
และหน้าต่างที่ปิดไม่สนิทดังขับกล่อม เคล้าแสงไฟสลัวจากโคมไฟแขวนแกว่งไปมาเมื่อมีลม ช่วยสร้างเงาสลับรูปร่างสิ่งของภายในห้อง
กลิ่นหนังสือเก่า ความอับชื้นไม่ปลอดโปร่ง เพราะห้องไม่ค่อยได้ใช้งาน ยิ่งทำให้บรรยากาศดูน่าขนลุก ราวกับเป็เื่จริง
กลุ่มนักศึกษาปี 4 ที่จับฉลากได้เลขเดียวกันเจ็ดคน นั่งตามมุมต่างๆ กระจายทั่วห้องตามจุดที่ผู้จัดงานเตรียมเอาไว้ สำหรับกิจกรรมคืนนี้
บรรยากาศเงียบสงบ จนแทบได้ยินเสียงลมหายใจของแต่ละคน ทั้งๆ ที่รู้ว่าเป็เพียงกิจกรรมสร้างความสนุกตื่นเต้นเท่านั้น
แต่เมื่อทุกคนเดินเข้ามาในห้องและปิดประตูลง มันกลับดูวังเวงน่ากลัวเกินกว่าที่คาดคิด จนน่าประหลาดใจ
"ทุกคนรู้ไหมว่าตึกนี้เคยมีคนตาย…"
ตูนชายหนุ่มร่างอวบ สวมชุดคล้ายศพ แต่งหน้าซีด ตาดำ ปากแดง เขายืนในท่าทางที่จริงจัง เปิดไฟฉายขนาดเล็ก ส่องแสงใส่หน้าตนเอง ทำให้ดูน่าสะพรึง และมีมิติเข้ากับบรรยากาศ
เขาเป็คนที่ชื่นชอบและเล่าเื่ผีเป็ชีวิตจิตใจ ซึ่งในคืนนี้ ตูนก็รับหน้าที่ สร้างสรรค์ความตื่นเต้น ชวนขนลุกให้กับทุกคน ที่ทั้งจับฉลากมา
และสมัครใจมาร่วม ถึงแม้ว่าคืนนี้จะมีอีกหลายกลุ่ม ต่างแยกย้ายทำกิจกรรมทำนองนี้ ในแต่มุมของมหาวิทยาลัยแห่งนี้
เสียงต่ำและชวนสยองเอ่ยขึ้น ท่วมกลางบรรยากาศเยือกเย็นอย่างเป็ใจ ทำให้ทุกคนที่นั่งตามมุมของห้อง รีบหันมองตูน ด้วยความรู้สึกไม่สบายใจ เพียงแค่เขาเริ่มเอ่ยประโยคแรก
“มีนักศึกษาผู้หญิงคนหนึ่ง เคยเรียนที่นี่ เธอมีความรักที่ลึกซึ้งกับผู้ชายคนหนึ่ง แต่สุดท้ายก็ต้องอกหัก เพราะเขาไปคบกับเพื่อนสนิทของเธอ…”
ปั้ง!...
เสียงลมที่พัดผ่านกระจก ทำให้เื่ที่ตูนกำลังเล่าฟังดูน่ากลัวมากขึ้น จนทุกคนสะดุ้งใ เริ่มขยับตัวมองคนที่นั่งอยู่ใกล้ๆ พลันกลืนน้ำลายเหนียวลงคออย่างรู้สึกกังวล
ก่อนที่ตูนจะส่งเสียงสะอื้น คล้ายผู้หญิงร้องไห้ โหยหวนแ่เบา ราวกระซิบ เขาก้าวเดินเชื่องช้า ก้มหน้าลง ก่อนจะรีบยกใบหน้าขึ้น หันมามองทุกคนที่อยู่ในห้อง จนทำให้หลายคนถึงกับผวาตื่นใ ขนหัวลุกชูชันขึ้นมาทันที
“ฮื้อ~ฮื้อ~เสียงสะอื้นในเงามืด.....”
ตูนส่งเสียงลากยาวเบาๆ พลันกวาดสายตา ค่อยๆ มองไปยังทุกคนช้าๆ ราวกับว่าตัวเขานั้น เป็ภูตผีิญญา
“อื้อ~~ขนลุกวะมึง”
เสียงสั่นๆ ของ บี สาวสวยร่าเริงเพื่อนสนิทของตูน ที่ตอนนี้นั่งข้างๆ กอล์ฟ หนุ่มหน้าตาดี มาดกวน นักศึกษาแก๊งวิศวะ ที่จับฉลากมากับเพื่อนอีกสามคน
จังหวะนั้นตูนค่อยๆ ขยับตัวช้าๆ มองไปยังหน้าต่าง บานที่ถูกลมพัดเมื่อครู่ส่งเสียงแ่ราวกระซิบเล่าเื่ต่อ
“ตึกนี้ อดีตเคยเป็หอสมุดเก่า และมีเื่เล่าขานถึงความลึกลับตำนานสยองขวัญมากมาย จนเมื่อหลายปีก่อน ได้ปรับปรุงเป็ตึกศิลป์ที่ทันสมัย แต่รู้ไหมว่า..ห้องที่เราอยู่..”
ปั้ง!! เสียงหน้าต่างบานเดิมปิดลงด้วยความแรง ทั้งที่ไม่มีแม้แต่ลมพัด ทำให้ทุกคนที่นั่งฟังสะดุ้งใอยู่ไม่น้อย
“เชี่ย!..ใ!” ฟ้า สาวหมั่น แต่กลับกลัวผี แก๊งวิศวะถึงกับอุทานเสียงหลง ด้วยความใ
ในขณะที่วีเจหนุ่มน่ารัก ขี้อาย แม้จะชอบอ่านเื่ลี้ลับ แต่ก็ไม่ได้เชื่อสักเท่าไหร่ ต่อให้เขาจะเป็เพื่อนรักของตูนและบี ก็ตาม
เขานั่งเงียบๆ เกร็งตัว แต่หัวใจเต้นสั่น เพราะดันนั่งข้างๆ ใครบางคนที่แอบปลื้มมานานอย่างนายน์ แก๊งเดียวกับฟ้าและกอล์ฟ ราวกับมีการเตรียมเอาไว้
“คือห้องสมุดเก่า..หนึ่งในเื่ราวที่โด่งดังที่สุดของที่นี่”
ตูนเล่าต่อ ด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น แต่แล้วกลิ่นธูป และหอมดอกลำดวนต้นใหญ่ที่บังเอิญปลูกไว้ข้างตึก ก็โชยกลิ่นลอยมาจางๆ ทั้งที่ไม่มีลมพัดพา ยิ่งส่งเสริมบรรยากาศชวนขนลุกได้ดี จนตูนเองยังแอบชื่นชมทีมในใจ ว่าทำได้ดีกว่าที่เตรียมกันไว้ จนน่าประหลาดใจ
“เมย์ นักศึกษาดีเด่น เธอทุ่มเทชีวิตให้กับการเรียน เพื่อที่จะได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง ความฝัน ความคาดหวัง และหน้าตาทางสังคมของครอบครัวเธอ เป็สิ่งที่เธอแบกเอาไว้ ั้แ่ก้าวแรกที่เดินเข้ามาที่นี่”
“แรงกดดันมหาศาล ทั้งครอบครัว อาจารย์ และเพื่อนร่วมชั้น ทำให้เธอรู้สึกโดดเดี่ยว เครียดและเก็บกด สะสมทุกวัน ทุกวัน”
“ในคืนสุดท้ายก่อนการสอบ เมย์ตัดสินใจที่จะเตรียมตัวในห้องสมุด..ตรงนี้”
ตูนหยุดนิ่งไม่พูดอะไรต่อ ได้แต่มองไปรอบๆ ด้วยแววตาที่สงสัย ราวกับมีอะไรบางอย่าง รบกวนการเล่าของเขา การกระทำของตูนดูเหมือนเป็การแสดงเพื่อให้สมจริง ในความคิดของทุกคน
แต่แท้จริงแล้วว่าตูนได้ยินเสียงบางอย่างกระซิบข้างๆ หู จนต้องเงียบเพื่อฟัง และเข้าใจว่าคงเป็เสียงของตนที่ดังสะท้อน
แต่ในขณะเดียวกัน บรรยากาศในห้องก็ดูเหมือนจะเปลี่ยนไปทุกวินาที เงาของทุกคนที่นั่งอยู่ในความมืด เคลื่อนไหวไปมาบนผนังห้อง เพราะหลอดไฟแขวนแกว่งไปมาเบาๆ
ทั้งที่ในห้องไม่มีลมพัด ยิ่งทำให้ทุกคนเริ่มรู้สึกถึงอะไรบางสิ่ง บางอย่าง ที่น่ากลัวมากขึ้น ตึกศิลป์ที่เงียบงันในคืนนี้ ดูเหมือนจะกลายเป็ส่วนหนึ่งของเื่ราวที่ตูนเล่าไปทุกนาที
แสงไฟในห้องเริ่มกะพริบเล็กน้อย เสียงลมพัดใบไม้ข้างตึกด้านนอกดังกังวานขึ้นเรื่อยๆ ความน่ากลัวในเื่ราวของตูน ทำให้ทุกคนเริ่มนั่งตัวเกร็งก่อนที่ตูนจะสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ เปล่งเสียงสั่นเครือเล่าต่อ
“ห้องสมุด แหล่งค้นคว้าหาข้อมูล แต่เพราะความเก่าแก่ทรุดโทรม และบรรยากาศที่ไม่ค่อยดี คนเลยไม่ค่อยนิยมมาใช้กัน”
“เมย์นั่งอยู่ที่โต๊ะกลางห้องสมุดคนเดียวในยามดึก พร้อมหนังสือกองโต ซึ่งเธอมักจะมาฝังตัวอยู่อย่างนี้ ก่อนสอบเป็ประจำ แต่คืนนั้นมันไม่ใช่ ความเครียด โดดเดี่ยว และความเหนื่อยล้ากำลังครอบงำ”
แก้กๆ ..เสียงกระจกหน้าต่างดังขึ้นอีกครั้ง ราวกับมีคนข้างนอกพยายามจะเข้ามา ทำให้ทุกคนหันมองไปทางหน้าต่างด้วยความใ
ก่อนที่กานดา สาวรุ่นน้องขี้กลัว แต่ดันอยู่ชมรม และเป็ทีมงานเดียวกันกับตูน เธอส่งเสียงสั่น ต่อให้เธอรู้อยู่แก่ใจว่าเป็แค่กิจกรรม
“อย่าเงียบดิ มันยิ่งน่ากลัวอยู่นะพี่ตูน”
“หึ!” ตูนหัวเราะเสียงเบา ก่อนจะเล่าต่อ
“ในคืนนั้นเอง เมย์ยังได้รับจดหมาย จากผู้ชายที่เธอคบหา เขาเป็คนเดียวที่ทำให้เมย์รู้สึกอบอุ่นและมีกำลังใจ แต่เนื้อหาในจดหมาย กลับตอกย้ำคำปฏิเสธความรักที่เธอมีให้เขาอย่างไร้เยื่อใย”
“ซ้ำร้าย ข้ายังบอกว่าที่เข้าหาตัวเมย์ เพียงหวังได้รู้จักกับเพื่อนของเมย์ และตอนนี้เขาก็กำลังคบหากันเส้นทางรักไปได้ดี ความรู้สึกเ็ปจากการถูกหักหลังถาโถมเข้าใส่เมย์ ทับถมจิตรใจให้ดำดิ่งลงก้นเหวลึก”
“แรงกดดันที่ไม่สามารถแบกเอาไว้ได้อีกต่อไป.เธอตัดสินใจ...ที่จะจบชีวิต ด้วยการ..แขวนคอตัวเองด้วยเชือกที่มัดหน้าต่างบานหนึ่ง ที่ชำรุด”
วู้ๆๆ อยู่ๆ ลมก็พัดหน้าต่างบางเดิมเปิดออก ราวกับมีคนใช้มือผลักดัน ยิ่งทำให้บรรยากาศสมจริงมากขึ้น
“บ้าจริงกูขนลุกหมดแล้ว”
บีขยับตัวเข้าแนบชิดกอล์ฟด้วยควากลัว ขณะที่ชายหนุ่มยกยิ้มที่มุมปากเบาๆ เพราะความเผลอไผลมันทำให้เขาชิดใกล้หญิงสาว จนเขาได้กลิ่นน้ำหอมผสมอุณหภูมิความตื่นเต้น ส่งผลให้กลิ่นกายของบีหอมหวน จนกอล์ฟแอบสูดดม
บรรยากาศในห้องเริ่มอึดอัด เสียงลมที่พัดผ่านนอกหน้าต่าง ผสมเสียงใบไม้กระทบลม จนฟังดูคล้ายเสียงคร่ำครวญ ปนกับเสียงกระจกที่กระทบกัน จนทำให้ทุกคนรู้สึกขนลุกซู่ขึ้นมาอยู่เป็ระยะ
จังหวะนั้นนายน์ หนุ่มวิศวะ หน้าตาหล่อตัวท๊อปของคณะ พึ่งจะโสดสนิทมาเมื่อไม่กี่เดือน เขายื่นมืออุ่นไปแตะไหล่ของวีเจที่นั่งอยู่ข้างๆ แ่เบา
แต่ััได้ถึงความตึงเครียดของเ้าของไหล่ ส่งผลให้นายน์คลี่ยิ้มเล็กๆ แล้วเอียงตัวเข้าไปกระซิบเบาๆ ข้างใบหูของวีเจ
“ไม่ต้องกลัวนะ เราอยู่ข้างๆ”
เสียงกระซิบที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยน และอบอุ่นทำให้วีเจรู้สึกผ่อนคลายลงเล็กน้อย แต่ความกลัวรอบตัวก็ยังคงเข้าครอบงำอยู่ เมื่อตูน เริ่มเล่าต่อด้วยน้ำเสียงที่ชวนให้ขนลุก
“ไม่มีใครพบเธอ..จนกระทั่งเช้าวันถัดมา เมื่อเ้าหน้าที่ห้องสมุดเข้ามาพบร่างของเธอ ถูกแขวนคออยู่กับพัดลมเพดาน ตัวเย็นชืด ดวงตาที่เปิดกว้างราวกับจะจ้องมองใครสักคนในห้อง”
อี่..แอ่..อยู่ๆ หน้าต่างก็แกว่งไปมา คล้ายมีคนเปิดเข้าออกแกล้งขยับเล่น จนทำให้ต้องตูนหยุดเล่า ขณะที่ทุกคนก็สะดุ้งใ หายใจไม่เป็จังหวะ
“อื้อ~~น่ากลัวมากเลยไอ้ตูน”
ฟ้ารีบขยับตัวเข้าหาคนที่นั่งข้างๆ นั้นก็คือเปาหนุ่มตี๋เด็กเรียน คณะเดียวกันกับตูน เขาเชื่อในวิทยาศาสตร์ที่พิสูจน์ได้เท่านั้น
ดังนั้นเขาจึงได้แต่นั่งเฉยๆ ฟังเื่ราวที่ตูนเล่าอย่างวิเคราะห์ มากกว่าความหวาดกลัวเหมือนคนอื่นๆ
ยิ่งรู้ว่าการแต่งแต้มบรรยากาศทั้งหมด เป็เพียงแค่กิจกรรม เขาก็ยิ่งไม่รู้สึกอะไร แต่เมื่อฟ้าขยับเข้าหา เขาก็ไม่พลาดโอกาสที่จะหาเศษหาเลยกับสาวๆ จากความกลัว เป็ธรรมดาของชายหนุ่ม
จังหวะนั้นทุกคนเริ่มหันมองกันและกัน ด้วยความไม่สบายใจ บางคนก็ก้มหน้าลงเพื่อไม่ให้เห็นเงาสะท้อนบนหน้าต่าง ที่ดูเหมือนจะมีบางอย่างกำลังเคลื่อนไหวอยู่ข้างนอก
ถึงแม้อาจเป็แค่เงาของใบไม้ที่เล่นแสงไฟ ขยับไปมาด้วยแรงลมพัด แต่บรรยากาศกลับดูน่ากลัวจนไม่กล้ามอง ในขณะที่ตูนยกยิ้มบางแล้วเล่าต่อ
“ั้แ่นั้นมา มีข่าวลือว่าทุกคืนที่มีพระจันทร์เต็มดวง ิญญาของเมย์จะปรากฏตัวในห้องสมุดแห่งนี้”
ปั๊ง! “กรีด..” เสียงของฟ้ากับกานดา หวีดร้องด้วยความใ เมื่ออยู่ๆ หน้าต่างก็ปิดเข้ามาจังหวะที่ตูนเล่าพอดี
.....................................