ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 38 เป็นไม้ประดับขับความงาม

            นางยกมือขึ้นเป่าลมผ่านนิ้วชี้ที่งอจรดริมฝีปาก

            เสียงหวีดท่ามกลางความโล่งแจ้งรอบด้านช่างก้องกังวานชั่วขณะที่ตู้เจวียนตะลึง ม้าตัวหนึ่งวิ่งมาแต่ไกล มันคือม้าที่ตกใจหนีไปเมื่อสักครู่นั่นเอง

            ม้าตัวนี้ดูเหมือนมีปัญญาปราดเปรื่องยิ่งเมื่อเข้าใจเสียงผิวปากของไป๋เซียงจู๋แล้ว มันก็วิ่งมาหานางโดยดีไป๋เซียงจู๋ม้วนชายกระโปรงสอดไว้กับผ้าคาดเอวจากนั้นจึงดีดตัวกระโดดขึ้นคร่อมหลังม้า

            ท่วงท่าลื่นไหลคล่องแคล่วสง่าผ่าเผยเหลือเกิน ตู้เจวียนที่มองอยู่ข้างๆ ตะลึงแล้วตะลึงอีก

            ตู้เจวียนถามด้วยความประหลาดใจ “คุณหนู คุณหนูขี่ม้าเป็นหรือเจ้าคะ” ทำไมนางถึงไม่รู้คุณหนูขี่ม้าเป็นตั้งแต่เมื่อไร

            ไป๋เซียงจู๋เพียงแต่ยิ้มแล้วยื่นมือขาวเนียนให้ “มา ส่งมือให้ข้า!”

            ตู้เจวียนเห็นไป๋เซียงจู๋มั่นใจถึงขนาดนี้แม้ตนไม่เคยขี่ม้า ทว่าบัดนี้เผลอส่งมือให้โดยไม่รู้ตัวแล้วไม่นึกเลยว่าพอยื่นมือออกไป ไป๋เซียงจู๋ออกแรงดึง แล้วตนก็ขึ้นม้ามานั่งซ้อนหลังนางด้วยประการฉะนี้

            “จับมั่นแล้วนะ” ไป๋เซียงจู๋กล่าวทิ้งท้ายแล้วลงแส้ม้าออกวิ่งไปตามทางเพราะความเจ็บในทันที

            จนกระทั่งมาถึงหน้าประตูวังพวกนางถูกกองทหารรักษาพระองค์ขัดขวางไว้

            “หยุด! ผู้ใดบุกรุกพระราชวัง ทหาร คุมตัว!”

            เมื่อทหารรักษาพระองค์เหล่านั้นเห็นไป๋เซียงจู๋พวกเขาไม่ได้ดูประหลาดใจแม้แต่น้อย ทว่ากลับแห่กันมาขัดขวางไป๋เซียงจู๋โดยไม่ถามไถ่สักคำแสดงว่ามีการเตรียมพร้อมล่วงหน้าแล้ว

            ไป๋เซียงจู๋แสยะยิ้ม นางหวดแส้ม้าออกไปและตวาดเสียงดัง “หลีกไป! ข้าคือบุตรีคนโตแห่งจวนไป๋ ได้รับคำเชิญร่วมงานชมดอกไม้ของพระสนมกุ้ยเฟยพวกเจ้าหน้าไหนกล้าขวางทางข้า!”

            ภายในอุทยานหลวงในเวลาเดียวกันดอกเบญจมาศทั่วอุทยานบานสะพรั่งงดงามยิ่ง งานเลี้ยงชมดอกไม้จะเริ่มในไม่ช้า

            ในอุทยานหลวงเต็มไปด้วยบรรดาฮูหยินพระราชทาน [1] คุณหนูกุลสตรีจากแต่ละจวนนางสนมจากแต่ละตำหนัก เหล่าองค์หญิงแม้แต่องค์ชายบางพระองค์ก็ให้เกียรติมาร่วมงานด้วย

            ไป๋ชิงโหรวลงรถม้าพร้อมกับมู่จื่อรั่วเดิมนางตั้งใจจะรออวี๋ซื่อ ทว่ากลับถูกมู่จื่อรั่วเชื้อเชิญเข้าไปข้างในก่อนอย่างมีไมตรีจิต

            เมื่อไป๋ชิงโหรวเห็นมู่จื่อรั่วโดดเด่นสะดุดตาเช่นนี้สัญชาตญาณก็บอกให้รักษาระยะห่างจากนาง แน่ล่ะ ถึงนางจะดื้อรั้นและเจ้าอารมณ์ไปบ้างแต่ไม่ได้หมายความว่านางโง่ มีมู่จื่อรั่วที่เปล่งประกายยืนอยู่ตรงนี้สักคน ทุกสายตาย่อมจับจ้องไปที่นางต่อให้ตนงามพียงใดก็พ่ายแพ้แก่นางแล้ว ถูกใช้เป็นใบไม้ [2] ประดับบารมีก็เท่านั้น

            “ท่านพี่จื่อรั่วข้าคอยท่านแม่ดีกว่าเจ้าค่ะ ท่านจวนจะมาถึงแล้ว” ไป๋ชิงโหรวเอ่ยปากด้วยความระวังยิ่งอย่าหลงละเมอในภาพลักษณ์อ่อนหวานเป็นมิตรของมู่จื่อรั่วเชียวแท้จริงแล้วนางมิใช่บุคคลที่ควรขัดใจ ไป๋ชิงโหรวรู้ดี ทว่าทำอะไรไม่ได้โดยสิ้นเชิง

            “ทำไมกันเล่า ข้าเชิญเจ้าเข้าไปพร้อมข้าด้วยใจจริงไม่ยินดีหรือ”

            เป็นดังที่คิด มู่จื่อรั่วหน้าตึงทันที สายตาที่ชำเลืองมาทำเอาไป๋ชิงโหรวขนลุกชูชันโดยฉับพลันส่ายหน้าปฏิเสธซ้ำไปซ้ำมา

            “โหรวเอ๋อร์มิกล้าได้ติดตามข้างกายท่านพี่จื่อรั่วถือเป็นบุญวาสนาของโหรวเอ๋อร์จะไม่ยินดีได้อย่างไรเล่า” ไป๋ชิงโหรวฝืนยิ้มด้วยความอึดอัดทั้งที่ในใจนั้นก่นด่ามู่จื่อรั่วเป็นร้อยเป็นพันครั้งแล้ว

            เมื่อเห็นสีหน้าทนทุกข์แต่ไม่กล้าพูดของไป๋ชิงโหรวมู่จื่อรั่วครึ้มใจเป็นที่สุด วันนี้ตนจะจรัสแสงแพรวพราวมีเพียงบุรุษที่ข้ามู่จื่อรั่วไม่คิดลดตัวไปแย่งชิงเท่านั้นทว่าไม่มีบุรุษที่ไม่สวามิภักดิ์ต่อข้า

            ขณะมู่จื่อรั่วย่างเยื้องเข้าอุทยานไป๋ชิงโหรวจงใจเดินช้ากว่าไปสองสามก้าว

            ชุดสีขาวบริสุทธิ์เข้าคู่ดวงหน้าวิลาสล้ำทับด้วยเสื้อคลุมลายม่านเมฆ ดึงดูดความสนใจของทุกคนได้ในชั่วพริบตา

            แขกเหรื่อพากันเงยหน้าขึ้นมองมู่จื่อรั่วที่กำลังกรีดกรายเข้ามาผิวพรรณเนียนผ่องดุจหยกขาว คางเรียวเชิดพอดิบพอดีริมฝีปากแดงอิ่มเอิบเม้มยิ้มเล็กน้อย นัยน์ตาใสหยาดเยิ้มสุกสกาวราวดาราที่พร่างพราย อีกทั้งแฝงความเศร้าจางๆสร้างเสน่ห์นุ่มนวลละมุนละไมเหลือล้น เร้าใจให้รู้สึกอยากคว้ามาแนบอ้อมอกปกป้องทะนุถนอมเสียเดี๋ยวนี้

            ปทุมบาท [3] คู่งามย่องเยื้องเบาๆรูปโฉมขาวสะอาดหมดจดเสมือนเทพเซียนทำให้ทุกคนหยุดหายใจ ช่างสมตำแหน่งหญิงงามอันดับหนึ่งแห่งเมืองหลวงนี่คือนางสวรรค์เยือนแดนมนุษย์ อัศจรรย์ใจโดยทั่วกันจริงๆ

            องค์ชายห้าเหยียนอี้หรานจ้องมองอย่างหลงใหลจนลูกตาแทบจะหลุดออกจากเบ้า

            มู่จื่อรั่วงดงามจับใจเช่นนี้เสมอทว่าทุกครั้งที่ปรากฏกายก็ทำให้เขาหลงอยู่ในภวังค์ได้นานแสนนาน

            มู่จื่อรั่วสังเกตสายตาของทุกคนมุมปากยกยิ้มน้อยๆ นางมั่นใจว่าตนงามยิ่งไม่มีสตรีนางไหนที่มาร่วมงานในวันนี้สามารถต้านทานความงามของนางได้!

            ข้างหลังนางไป๋ชิงโหรวมองมู่จื่อรั่วที่เป็นจุดรวมความสนใจของผู้คนขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอย่างขุ่นเคือง แต่แล้วจะทำเช่นไรได้ต่อให้ตนออกไปตอนนี้ก็ไม่พ้นกลายเป็นไม้ประดับขับเน้นให้มู่จื่อรั่วยิ่งโดดเด่นเท่านั้น

            “โหรวเอ๋อร์นิ่งอยู่ทำไมเล่า ยังไม่เข้าไปอีกหรือ”

            อวี๋ซื่อรีบตามมาจากด้านหลังพอเห็นบุตรสาวยืนเฉยอยู่อย่างนั้น นางก็รู้สึกปวดศีรษะกะทันหันอย่างช่วยไม่ได้ น้ำเสียงก็บ่งบอกว่ากำลังตำหนิ

            “ท่านแม่มู่จื่อรั่วเพิ่งเข้าไป นางสวยขนาดนั้น ข้าเข้าไปจะไม่ถูกหัวเราะเยาะหรือ” ไป๋ชิงโหรวเบะปากด้วยความหงุดหงิด มู่จื่อรั่วก็หน้าตาพอดูได้นั่นแลตนไม่ขี้ริ้วขี้เหร่เสียหน่อย แค่ไร้ฐานะสูงศักดิ์เช่นนาง หากตนเป็นธิดาคนโตในเหิงชินอ๋องบ้างหากตนมีปิ่นแปดสหายนั่นอยู่บนศีรษะบ้าง เสริมด้วยชุดนี้ นางต้อง...

            “กลัวอะไร อย่าลืมสิว่าชุดที่ลูกสวมอยู่น่ะสุดแสนจะหายากเชียวนะมีคนตั้งเท่าไรที่อยากสวมมัน แม้เด่นกว่าสักเพียงใด หญิงงามอันดับสองยังคงเป็นเจ้าอยู่ดีมีองค์ชายเยอะแยะปานนั้น มู่จื่อรั่วนางจะเหมาเอาไปคนเดียวทั้งหมดหรือไร” อวี๋ซื่อยื่นมือมากระทุ้งไป๋ชิงโหรว พูดด้วยอารมณ์ไม่ได้ดั่งใจ

            ไป๋ชิงโหรวสะดุ้งเจ็บทว่านางเริ่มตระหนักได้ ใช่ วันนี้นางมาเพื่อเฟิ่งเจาเกอร่ำลือกันว่าเขาไม่ใฝ่ใจในสตรีเป็นไปได้ว่าเพราะไม่ชอบผู้หญิงที่อวดตนเรียกร้องความสนใจประเภทนี้บางทีอาจจะชอบอย่างนางก็ได้

            ไป๋ชิงโหรวถอดความไม่พอใจบนใบหน้าทิ้งโดยพลันเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มแช่มชื่นแทน และเงยหน้าขึ้นอย่างเย่อหยิ่ง “ท่านแม่พูดถูกเจ้าค่ะโหรวเอ๋อร์จะเข้าไปเดี๋ยวนี้”

            อีกด้านหนึ่งมู่จื่อรั่วค่อยๆ เยื้องกรายมายังหน้าพระสนมเสียนทำความเคารพด้วยกิริยาสุภาพนอบน้อม “ถวายพระพรพระสนมเสียนเฟยขอให้ท่านป้าอายุมั่นขวัญยืน อ่อนเยาว์นิจนิรันดร์เจ้าค่ะ ”

            คำอวยพรท่านป้าทำให้เสียนกุ้ยเฟยเบิกบานเป็นอย่างยิ่งประคองหลานสาวแท้ๆ คนนี้ให้ลุกขึ้นด้วยตัวเอง “รั่วเอ๋อร์ของพวกเรายิ่งโตยิ่งสวยจริงๆสมกับเป็นยอดหญิงงามแห่งเมืองหลวง หรานเอ๋อร์ ลูกว่าใช่หรือไม่”

            “ท่านแม่กล่าวได้ประจวบเหมาะนักน้องรั่วเอ๋อร์งามเด่นยิ่งกว่าเมื่อครั้งงานชมดอกไม้ปีก่อนเสียอีกโดยเฉพาะเจ้าปิ่นแปดสหายนี้ มันส่งเสริมความงามของน้องให้สมบูรณ์แบบที่สุด”

            เหยียนอี้หรานรีบพยักหน้าเห็นชอบตาทั้งสองข้างไม่ละไปจากมู่จื่อรั่วแม้แต่น้อย ลิ้นเริ่มพันกันอยากจะนำถ้อยคำสละสลวยทั้งหมดมาบรรยายความงามของมู่จื่อรั่วเสียให้ได้

            ในสายตาของเขาน้องสาวคนนี้งามเลิศจะนำทุกถ้อยคำสุนทรมาพรรณนาชมเชยมู่จื่อรั่วก็ไม่ถือว่าเกินสมควร

            มู่จื่อรั่วแสร้งก้มหน้าลงด้วยความเขินอายท่านป้ามีความตั้งใจจะให้ตนแต่งงานกับองค์ชายห้า ทว่าโอรสนางองค์นี้มีปรีชาสามารถอยู่ในระดับธรรมดารูปร่างหน้าตาและบุคลิกท่าทางก็หล่อเหลาสง่างามสู้องค์ชายคนอื่นไม่ได้นับประสาอะไรกับเฟิ่งเจาเกอ ผู้ชายแบบนี้ต่อให้เป็นถึงโอรสของกุ้ยเฟยต่อให้เป็นถึงองค์ชายห้า ก็มิใช่ประเภทที่นางต้องการอยู่ดี

            ถึงกระนั้นก็เถอะกุ้ยเฟยมีใจมุ่งหมายจะจับคู่นางให้องค์ชายห้าแม้ตอนนี้นางไม่พอใจก็ไม่สามารถแสดงอาการออกมาได้คงไม่ดีที่จะเป็นปฏิปักษ์ต่อพระสนมกุ้ยเฟยในตอนนี้ ท่านแม่สัญญาแล้วว่าจะหาวิธีผัดผ่อนพระสนมเรื่องวิวาห์ไว้ให้นานที่สุดนางลวงล่อเฟิ่งเจาเกอจนหลงใหลได้เมื่อไร ถึงเวลานั้นกระทั่งฮ่องเต้เองก็ไม่กล้าทัดทานอันใดหรอก

            น่าขันนักใครจะกล้าพิพาทเรื่องเล็กน้อยเหนือประเทศชาติ เว้นแต่ว่าต้องการยั่วยุให้เกิดสงครามระหว่างสองแว่นแคว้นแม้เผ่าอี้เป็นชนชาติที่ไม่เหมือนใคร ทว่าพวกเขามีกองกำลังที่แข็งแกร่งเชี่ยวชาญในสมรภูมิ หากต้องสู้กันจริง ต้าฉีไม่น่าได้ประโยชน์ใดๆ

            มารดาบอกนางไว้ขอให้นางใส่ใจกับเฟิ่งเจาเกอเป็นพอ ส่วนคนอื่นนั้นแค่รับหน้าเป็นพิธีโดยเฉพาะองค์ชายห้าผู้นี้ เขาเทิดทูนนางยิ่งกว่าอะไรดีในอนาคตจะช่วยนางจัดการได้หลายเรื่องทีเดียว

             

    เชิงอรรถ

    [1]诰命夫人 ฮูหยินพระราชทาน คือยศที่ฮ่องเต้ประทานแก่มารดาและภรรยาของเหล่าขุนนางขั้นหนึ่งถึงขั้นห้า(ทั้งชั้นเอกและโท) โดยผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นฮูหยินพระราชทานจะมียศขั้นเดียวกับขุนนางผู้เป็นลูกหรือสามีการเป็นฮูหยินพระราชทานจะได้รับเงินเดือนและสิทธิพิเศษบางประการแต่ไม่มีอำนาจทางการปกครองที่แท้จริง

    [2]绿叶 ใบไม้ หมายถึง นักแสดงสมทบ

    [3]莲足  ปทุมบาท คือคำอุปมาอุปไมยเรียกเท้าที่มีลักษณะสวยงามของผู้หญิงซึ่งก็คือเท้าที่เล็กและบางเหมือนดอกบัว อันเป็นมาตรฐานความงามในสมัยโบราณ

     

     

    คล้ายกับเรื่องความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน