บทที่ 42: วาสนาบนเส้นทาง
หลังจากใช้เวลาเก็บเกี่ยวแก่นอสูรจากซากศพจำนวนมหาศาลจนเต็มถุงเก็บของ หลิงเซียวก็หาที่สงบเพื่อฟื้นฟูพลังลมปราณที่ใช้ไปเกือบทั้งหมด เขานั่งลงขัดสมาธิและหยิบศิลาปราณระดับต่ำออกมาสองก้อน พลังงานบริสุทธิ์จากศิลาปราณไหลเข้าสู่ร่างของเขาอย่างรวดเร็ว ทำให้เขากลับสู่สภาพสมบูรณ์ได้ในเวลาไม่ถึงสองชั่วยาม
"เพลงกระบี่อสูรพันคมทรงพลังก็จริง...แต่ก็สิ้นเปลืองพลังมหาศาลเช่นกัน" เขาประเมินในใจ "หากต้องต่อสู้ยืดเยื้อ คงต้องพึ่งพาเพลงกระบี่พื้นฐานเป็นหลัก"
เมื่อฟื้นฟูพลังเรียบร้อย เขาก็ออกเดินทางต่อทันที เขาทะลุผ่านเทือกเขาอสูรคำรามและเข้าสู่ที่ราบกว้างใหญ่อีกฟากหนึ่งของเทือกเขา
หลายวันต่อมา ขณะที่เขากำลังเดินทางไปตามเส้นทางของพ่อค้าที่ระบุไว้ในแผนที่ เขาก็ได้ยินเสียงการต่อสู้และเสียงร้องตะโกนดังมาจากช่องเขาเบื้องหน้า
จิตวิญญาณของ "ภพ" ร้องเตือนขึ้นในใจ "พล็อตคลาสสิก...การช่วยเหลือกลางทาง"
โดยสัญชาตญาณแล้ว เขาไม่ต้องการจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับปัญหาของผู้อื่น เขาจึงคิดจะหาทางอ้อมเพื่อเดินทางต่อไป แต่เมื่อเขาปีนขึ้นไปบนเนินเขาเพื่อสำรวจสถานการณ์ เขาก็พบว่าช่องเขาเบื้องหน้านั้นเป็นเส้นทางเดียวที่จะทะลุผ่านไปได้ และตอนนี้มันถูกปิดล้อมโดยกลุ่มโจรป่ากลุ่มใหญ่ที่กำลังเข้าปล้นขบวนสินค้า
"น่ารำคาญจริง" เขาถอนหายใจออกมาเบาๆ พวกมัน...ขวางทางเขา
หลิงเซียวไม่ได้มีเจตนาจะเป็นวีรบุรุษ แต่การต้องเสียเวลาเดินทางอ้อมไปอีกหลายวันนั้นน่ารำคาญยิ่งกว่าการกำจัดมดปลวกที่ขวางทาง
เขาตัดสินใจเลือกทางที่รวดเร็วที่สุด
หลิงเซียวเดินลงจากเนินเขาและก้าวไปตามเส้นทางอย่างใจเย็น ราวกับไม่ได้เห็นการต่อสู้อันดุเดือดที่อยู่เบื้องหน้า
"หยุด! ส่งของมีค่ามาให้หมด!" โจรป่าสองสามคนที่ทำหน้าที่เฝ้าหลังขบวนเห็นเขาเดินเข้ามาก็ตะโกนข่มขู่
หลิงเซียวไม่ตอบ แต่ยังคงเดินต่อไปด้วยฝีเท้าที่สม่ำเสมอ
"หามันอยากตาย!" โจรป่าคนหนึ่งคำรามและฟันดาบใหญ่ในมือเข้าใส่เขา
แต่แล้วภาพที่น่าตกตะลึงก็เกิดขึ้น!
หลิงเซียวไม่ได้ชักกระบี่ด้วยซ้ำ เขาเพียงแค่ก้าวเดินผ่านร่างของโจรป่าคนนั้นไป...และในพริบตาต่อมา ร่างของโจรป่าก็พลันแข็งทื่อ ก่อนจะล้มลงไปกองกับพื้นพร้อมกับรูเล็กๆ ที่กลางหน้าอก!
เขาใช้ปราณกระบี่ที่ปล่อยออกจากปลายนิ้ว!
การต่อสู้ทั้งหมดพลันหยุดชะงัก! ทั้งฝ่ายโจรและฝ่ายขบวนสินค้าต่างหันมามองเด็กหนุ่มผมเงินที่ปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหันด้วยความตกตะลึง
หัวหน้าโจรซึ่งเป็นชายร่างกำยำที่มีพลังอยู่ขอบเขตสร้างแก่นแท้ขั้นต้นขมวดคิ้ว "เจ้าเป็นใคร!?"
หลิงเซียวไม่ตอบ เขาเพียงแค่เดินตรงไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง
"ฆ่ามัน!" หัวหน้าโจรคำรามสั่ง
โจรป่าที่เหลือลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะคำรามอย่างบ้าคลั่งและพุ่งเข้าใส่หลิงเซียว
ครั้งนี้ หลิงเซียวชักกระบี่ออกจากฝักแล้ว
ฟุ่บ!
ร่างของเขากลายเป็นเงาสีดำสายหนึ่งที่พุ่งผ่านกลุ่มโจรไป!
ฉัวะ! ฉัวะ! ฉัวะ!
เสียงคมดาบตัดผ่านเนื้อหนังดังขึ้นเพียงไม่กี่ครั้ง และเมื่อร่างของเขาไปปรากฏขึ้นอีกฟากหนึ่งของกลุ่มโจร...โจรป่าทั้งหมดก็พลันล้มลงสิ้นใจในสภาพเดียวกัน!
เหลือเพียงหัวหน้าโจรที่ยืนตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว เขารู้ตัวว่าได้เตะถูกแผ่นเหล็กที่แข็งแกร่งที่สุดเข้าแล้ว! เขาหันหลังกลับและพยายามจะหนีทันที
แต่ประกายแสงสีดำสายหนึ่งกลับรวดเร็วยิ่งกว่า! [ประกายวายุ]!
ศีรษะของหัวหน้าโจรลอยขึ้นฟ้า ก่อนที่ร่างของเขาจะล้มตามลงไป...การต่อสู้จบลงแล้ว
หลิงเซียวสะบัดเลือดออกจากกระบี่และเก็บเข้าฝัก ก่อนจะเตรียมเดินทางต่อโดยไม่สนใจขบวนสินค้าที่ยังคงตกตะลึงอยู่
"ช้าก่อน! ช้าก่อนนายท่านผู้มีพระคุณ!" ชายชราท่าทางเหมือนเป็นหัวหน้าขบวนรีบวิ่งเข้ามาโค้งคำนับอย่างลนลาน "ข้าน้อยฟางซาน ขอบคุณนายท่านที่ช่วยชีวิต! หากไม่รังเกียจ ไม่ทราบนามของนายท่าน..."
"ข้าเพียงแค่เดินทางผ่าน" หลิงเซียวตอบเสียงเรียบ "พวกโจรมันขวางทางข้า"
คำตอบที่เย็นชาทำให้ฟางซานเหงื่อตก แต่เขาก็ยังคงกล่าวอย่างนอบน้อม "ถึงกระนั้นท่านก็ได้ช่วยชีวิตพวกเราไว้! ขบวนของเรากำลังจะเดินทางไปยังเมืองระฟ้า หากท่านไม่รังเกียจ..."
"ข้าก็กำลังจะไปเมืองระฟ้าเช่นกัน" หลิงเซียวกล่าว "ที่นั่นมีเรื่องอะไรน่าสนใจบ้างในช่วงนี้?"
ฟางซานตาเป็นประกายเมื่อเห็นว่าตนเองอาจจะพอมีประโยชน์อยู่บ้าง "แน่นอนขอรับนายท่าน! ช่วงนี้เมืองระฟ้าคึกคักเป็นพิเศษ เพราะอีกไม่ถึงหนึ่งเดือนข้างหน้า...นิกายกระบี่คราม ผู้ปกครองแคว้นแห่งนี้ จะจัด 'การทดสอบรับศิษย์' ครั้งใหญ่ที่นั่นพอดีขอรับ! อัจฉริยะจากทั่วทุกสารทิศต่างก็กำลังมุ่งหน้าไปที่นั่นกันทั้งนั้น!"
ดวงตาสีม่วงของหลิงเซียวพลันสว่างวาบขึ้นมาทันที!
นิกายกระบี่คราม! นี่คือข้อมูลที่เขาต้องการ! มันคือบันไดขั้นแรกที่จะนำพาเขาไปสู่เวทีที่ใหญ่กว่า!