จิ้งจอกเก้าหางข้ามภพ ระบบเติมแต้มสุขสม

    บทที่ 35: เมืองหลวงที่รุ่งโรจน์ และพันธสัญญาแห่งความโหยหา

    ขบวนรถม้าของขุนนางซุนเคลื่อนตัวผ่านประตูเมืองหลวงที่ยิ่งใหญ่และโอ่อ่า เสียงแตรและเสียงโห่ร้องต้อนรับขบวนขุนนางดังระงมไปทั่วท้องถนนที่คลาคล่ำไปด้วยผู้คน หลินเฟิงมองลอดหน้าต่างรถม้าออกไปเห็นความรุ่งเรืองของเมืองหลวงที่เต็มไปด้วยตึกรามบ้านช่องที่สวยงามและตลาดที่คึกคัก แต่ในใจของเขากลับจดจ่ออยู่กับหญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างกาย

     

    มู่หรงชิง บัดนี้นางไม่ได้มีท่าทีเย็นชาเหมือนตอนแรกที่พบกัน ดวงตาของนางจ้องมองหลินเฟิงด้วยความอาลัยอาวรณ์อย่างที่สุด เมื่อขบวนรถม้ามาถึงจุดที่นางต้องแยกตัวกลับสำนักและบ้านของนาง มู่หรงชิงก็จับมือหลินเฟิงไว้แน่นราวกับไม่อยากจะปล่อย

     

    “ท่านหลินเฟิง... ข้าต้องกลับไปรายงานตัวกับอาจารย์และครอบครัวก่อนเจ้าค่ะ” มู่หรงชิงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ “แต่ข้าสัญญา... ข้าจะรีบหาเหตุผลเพื่อกลับมาหาท่านให้เร็วที่สุด ข้าไม่อาจทนอยู่ห่างจากท่านได้นานนัก...”

     

    หลินเฟิงยิ้มอย่างอ่อนโยนและลูบแก้มของนางเบาๆ “ข้าจะรอเจ้ามู่หรงชิง... อย่าให้ข้ารอนานนักล่ะ”

     

    มู่หรงชิงพยักหน้าทั้งน้ำตาที่คลอเบ้า ก่อนจะก้าวลงจากรถม้าไปพร้อมกับศิษย์พี่ทั้งสองของนางที่ได้แต่ถอนหายใจยาวด้วยความเหนื่อยหน่ายใจในความเปลี่ยนแปลงของศิษย์น้อง พวกนางมองหน้าหลินเฟิงด้วยสายตาที่ซับซ้อนก่อนจะพามู่หรงชิงจากไป

     

    หลังจากนั้น ขบวนรถม้าก็เคลื่อนตัวต่อไปยังจวนประจำตำแหน่งของขุนนางซุน ซึ่งตั้งอยู่ในย่านที่หรูหราที่สุดของเมืองหลวง จวนแห่งนี้กว้างขวางและโอ่อ่า มีสวนหย่อมที่สวยงามและเรือนพักหลายหลัง ขุนนางซุนรีบลงจากรถม้าและสั่งการให้คนรับใช้จัดแจงขนย้ายสัมภาระและเตรียมที่พักให้กับหลินเฟิงและเหล่าสาวๆ อย่างดีที่สุด

     

    “ท่านหลินเฟิง เชิญทางนี้เจ้าค่ะ ข้าได้จัดเตรียมเรือนพักที่ติดกับเรือนของท่านไว้ให้แม่นางทั้งสี่แล้ว” ขุนนางซุนกล่าวด้วยความนอบน้อม

    หลินเฟิงเดินสำรวจที่พักด้วยความพึงพอใจ สาวๆ ทั้งสี่คนต่างพากันตื่นเต้นกับที่พักใหม่ที่หรูหราและสะดวกสบาย พวกนางพากันเข้าไปจัดของในเรือนที่อยู่ติดกับเรือนของหลินเฟิง เพื่อที่จะได้ปรนนิบัติเขาได้สะดวก

     

    ในขณะที่ทุกคนกำลังวุ่นวายกับการจัดของ ฮูหยินซุนที่ยืนอยู่ไม่ไกลก็ได้แต่มองตามหลินเฟิงด้วยสายตาที่ละห้อยและเต็มไปด้วยความโหยหา นางอยากจะเข้าไปอยู่ใกล้ชิดกับเขาเหมือนสาวๆ คนอื่นๆ แต่ด้วยฐานะและหน้าที่ทำให้นางต้องคอยดูแลความเรียบร้อยของจวน

     

    หลินเฟิงสัมผัสได้ถึงสายตานั้น เขาหันไปสบตากับฮูหยินซุนและส่งยิ้มที่แฝงไปด้วยความหมายบางอย่างไปให้นาง พร้อมกับขยับปากบอกเบาๆ ว่า “ไม่นานๆ... เดี๋ยวข้าจัดการให้”

     

    ฮูหยินซุนเมื่อเห็นเช่นนั้นก็หน้าแดงก่ำและก้มหน้าลงด้วยความขัดเขิน แต่นางก็รู้สึกอุ่นใจขึ้นมาก นางรีบหันไปสั่งการคนรับใช้ให้ดูแลความเรียบร้อยของจวนอย่างแข็งขัน เพื่อที่จะได้มีเวลาว่างมาหาหลินเฟิงในภายหลัง

     

    บรรยากาศในจวนขุนนางซุนเต็มไปด้วยความคึกคักและการเริ่มต้นใหม่ หลินเฟิงรู้ดีว่าการมาถึงเมืองหลวงครั้งนี้คือจุดเริ่มต้นของแผนการใหญ่ที่เขาได้วางไว้ และเขาก็พร้อมที่จะใช้เสน่ห์และอำนาจที่มีเพื่อสยบทุกคนในเมืองหลวงแห่งนี้ให้มาอยู่ใต้แทบเท้าของเขา...

     

    ภายในห้องโถงส่วนตัวของเรือนพักที่ตกแต่งอย่างหรูหราด้วยเครื่องเรือนไม้ชิงชันและภาพวาดพู่กันจีนที่วิจิตรบรรจง หลินเฟิงนั่งอยู่บนเก้าอี้ประธานด้วยท่าทางที่สง่างามและเปี่ยมไปด้วยอำนาจ เบื้องหน้าของเขาคือสาวๆ ทั้งสี่คน ได้แก่ ซุนซือซือ ซุนเหมยเหมย ไป๋เอ๋อร์ และหูเม่ย ที่นั่งเรียงรายกันอยู่ด้วยความเคารพและตั้งใจฟัง

     

    หลินเฟิงกวาดสายตามองสาวๆ ของเขาแต่ละคนด้วยความภาคภูมิใจ ก่อนจะเริ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มต่ำแต่ทรงพลัง “พวกเจ้าทุกคนคงรู้ดีว่าเมืองหลวงแห่งนี้คือศูนย์กลางของอำนาจและวาสนา แต่มันก็เป็นรังของอสรพิษที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมเช่นกัน การที่เราจะก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดได้นั้น ข้อมูลคืออาวุธที่สำคัญที่สุด ข้าจึงต้องการให้พวกเจ้าแต่ละคนทำหน้าที่เป็นหูเป็นตาให้ข้าตามความถนัดที่พวกเจ้ามี”

     

    เขาหันไปหา ซุนซือซือ และ ซุนเหมยเหมย สองพี่น้องตระกูลซุนที่มีความสง่างามและกิริยามารยาทที่ไร้ที่ติ “ซือซือ เหมยเหมย พวกเจ้าคือกุญแจสำคัญที่จะเปิดประตูสู่แวดวงชนชั้นสูง ข้าต้องการให้พวกเจ้าเข้าร่วมงานเลี้ยงสังสรรค์และกิจกรรมต่างๆ ของเหล่าคุณหนูตระกูลใหญ่ คอยสังเกตและสืบหาข้อมูลของคุณหนูที่มีข่าวลือว่ามีพลังหยินที่บริสุทธิ์ หรือมีคุณลักษณะพิเศษที่สามารถดึงดูดพลังธรรมชาติมาเพิ่มพลังให้ข้าได้ ข้าต้องการรายชื่อและรายละเอียดของพวกนางอย่างละเอียดที่สุด ไม่ว่าจะเป็นนิสัยใจคอ ความชอบ หรือแม้แต่ความลับที่พวกนางซ่อนไว้”

    สองพี่น้องประสานมือรับคำด้วยความมุ่งมั่น “พวกเราจะใช้ฐานะบุตรสาวขุนนางซุนให้เป็นประโยชน์ที่สุดเจ้าค่ะท่านหลินเฟิง จะไม่มีความลับใดในแวดวงคุณหนูที่รอดพ้นสายตาของพวกเราไปได้”

     

    จากนั้นหลินเฟิงหันไปหา ไป๋เอ๋อร์ สาวน้อยที่มีความสามารถพิเศษในการสื่อสารกับสัตว์ “ไป๋เอ๋อร์ เจ้าคือสายลับที่ไม่มีใครคาดถึง ข้าต้องการให้เจ้าสร้างเครือข่ายข่าวสารในหมู่สัตว์ปีศาจและสัตว์เลี้ยงที่แฝงตัวอยู่ในจวนขุนนางและวังหลวง สัตว์เหล่านี้มักจะได้ยินสิ่งที่มนุษย์คิดว่าไม่มีใครได้ยิน ข้าต้องการรู้ความเคลื่อนไหวของเหล่าขุนนางที่มีอำนาจ และข่าวลือเกี่ยวกับของวิเศษหรือแหล่งพลังงานลึกลับที่อาจซ่อนอยู่ในเมืองหลวงแห่งนี้”

     

    ไป๋เอ๋อร์ยิ้มอย่างซุกซน “เรื่องนี้ง่ายมากเจ้าค่ะท่านหลินเฟิง ข้าจะทำให้แมวและนกทุกตัวในเมืองหลวงกลายเป็นสายสืบให้ท่านเอง”

     

    สุดท้ายเขาหันไปหา หูเม่ย หญิงสาวที่มีเสน่ห์เย้ายวนและไหวพริบที่ยอดเยี่ยม “หูเม่ย เจ้าคือผู้ที่เข้าถึงจิตใจคนได้ดีที่สุด ข้าต้องการให้เจ้าแฝงตัวเข้าไปในโรงเตี๊ยมและตลาด คอยฟังข่าวลือจากปากของชาวบ้านและนักเดินทาง ข้อมูลระดับล่างเหล่านี้มักจะมีเค้าความจริงที่ซ่อนอยู่ และมันจะช่วยให้เราเห็นภาพรวมของเมืองหลวงได้ชัดเจนขึ้น”

     

    หูเม่ยขยิบตาให้เขาอย่างมีเล่ห์เหลี่ยม “ข้าจะทำให้ทุกคนในโรงเตี๊ยมคายความลับออกมาพร้อมกับเหล้าที่พวกเขาดื่มเลยเจ้าค่ะ”

     

    หลินเฟิงพยักหน้าอย่างพึงพอใจ ก่อนจะกล่าวถึงเรื่องที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่ง “และที่สำคัญที่สุด ข้าต้องการให้พวกเจ้าประสานงานพาตัว หลี่ซู มายังเมืองหลวงโดยเร็วที่สุด ข้าลืมนางไปเสียสนิทในตอนที่เดินทางมา หลี่ซูมีความสามารถในการเข้าถึงกลุ่มชาวบ้านระดับล่างและขอทานได้ดีที่สุด นางจะเป็นหูเป็นตาให้เราในจุดที่มืดมิดที่สุดของเมืองหลวง ข้าต้องการให้นางรวบรวมข่าวสารเกี่ยวกับความทุกข์ยากของชาวบ้านและกลุ่มอิทธิพลมืดที่อาจเป็นอุปสรรคต่อเรา”

     

    สาวๆ ทุกคนต่างรับคำสั่งด้วยความกระตือรือร้น พวกนางรู้ดีว่าแผนการของหลินเฟิงนั้นล้ำลึกและครอบคลุมทุกระดับชั้น

     

    “ดีมาก... เมื่อเครือข่ายข้อมูลของเราสมบูรณ์ ข้าจะเริ่มแผนการขั้นต่อไปทันที เมืองหลวงแห่งนี้จะต้องสยบอยู่ใต้แทบเท้าของข้า และพวกเจ้าทุกคนจะได้ครองอำนาจร่วมกับข้า!” หลินเฟิงกล่าวปิดท้ายด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความทะเยอทะยาน

     

    การประชุมวางแผนครั้งนี้ใช้เวลานานหลายชั่วโมง ทุกรายละเอียดถูกซักถามและวางแผนอย่างรอบคอบ หลินเฟิงรู้ดีว่าการเริ่มต้นที่มั่นคงจะนำไปสู่ชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ และเขาก็พร้อมที่จะใช้ทุกหมากที่มีเพื่อบรรลุเป้าหมายของเขาในเมืองหลวงแห่งนี้...

     

    ราตรีในเมืองหลวงช่างเงียบสงัด ทว่าภายในห้องพักของหลินเฟิงกลับอบอวลไปด้วยบรรยากาศที่ตึงเครียดและเย้ายวนใจ แสงเทียนสลัววูบไหวตามแรงลมที่พัดผ่านหน้าต่างที่เปิดแง้มไว้ เผยให้เห็นเงาร่างของบุรุษหนุ่มที่นั่งรอคอยการมาเยือนของใครบางคนอย่างใจเย็น

     

    ไม่นานนัก เสียงฝีเท้าที่แผ่เบาและมั่นคงก็ดังขึ้นที่หน้าประตู ก่อนที่ร่างระหงของ ฮูหยินซุน ภรรยาเอกของขุนนางซุนเจ้าของจวน จะก้าวเข้ามาในห้องอย่างเงียบเชียบ นางอยู่ในชุดผ้าไหมสีแดงเข้มที่ปักลวดลายดอกโบตั๋นอย่างประณีต ขับเน้นความสง่างามและอำนาจในฐานะนายหญิงของจวนขุนนางใหญ่ ทว่าดวงตาของนางในยามนี้กลับสั่นไหวด้วยความปรารถนาที่ยากจะปิดบัง

     

    หลินเฟิงลุกขึ้นยืนช้าๆ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏบนใบหน้า “ฮูหยินซุน ข้านึกว่าเจ้าจะยุ่งอยู่กับการดูแลท่านขุนนางจนลืมข้าไปเสียแล้ว”

     

    ฮูหยินซุนเดินเข้าไปหาเขาอย่างไม่ลังเล “ท่านขุนนางหลับไปนานแล้วเจ้าค่ะ และหัวใจของข้า... มันไม่ได้อยู่ที่นั่นตั้งแต่วันที่ข้าได้พบท่าน” นางกล่าวด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่า

     

    หลินเฟิงดึงร่างของนางเข้ามากอดอย่างรวดเร็ว กลิ่นหอมของเครื่องหอมชั้นสูงจากกายของนางผสมผสานกับกลิ่นอายแห่งอำนาจของสตรีชนชั้นสูง ทำให้เขารู้สึกตื่นตัวอย่างประหลาด “เจ้าช่างกล้าหาญนักที่แอบมาหาข้าถึงที่นี่ หากท่านขุนนางรู้เข้า...”

     

    “ข้าไม่สนเจ้าค่ะ” ฮูหยินซุนขัดขึ้น พลางซบหน้าลงกับแผงอกกว้างของเขา “ข้ายอมแลกทุกอย่างเพื่อได้อยู่ใกล้ชิดท่าน แม้เพียงชั่วครู่ก็ตาม”

    หลินเฟิงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะเชยคางของนางขึ้นมาสบตา “ถ้าเช่นนั้น ข้าก็จะไม่ทำให้เจ้าผิดหวัง”

     

    เขาเริ่มพรมจูบไปตามใบหน้าและซอกคอของนางอย่างแผ่วเบา ทว่ารุนแรงในความรู้สึก ฮูหยินซุนครางออกมาด้วยความสุขสม มือของนางลูบไล้ไปตามแผ่นหลังที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อของหลินเฟิงอย่างหลงใหล ความสัมพันธ์ลับๆ ระหว่างแขกผู้มาเยือนกับภรรยาเจ้าบ้านช่างเป็นรสชาติที่หอมหวานและอันตรายยิ่งนัก

     

    หลินเฟิงค่อยๆ ปลดเปลื้องอาภรณ์ของนางออกทีละชิ้น เผยให้เห็นเรือนร่างที่ยังคงเต่งตึงและงดงามแม้จะผ่านวัยสาวมาแล้ว ผิวพรรณของนางขาวเนียนละเอียดราวกับหยกชั้นดี สมกับที่เป็นสตรีชั้นสูงที่ได้รับการดูแลอย่างดีเยี่ยม

     

    “ฮูหยิน... ร่างกายของเจ้าช่างทรงคุณค่าเหลือเกิน” หลินเฟิงพึมพำ ก่อนจะอุ้มนางไปยังเตียงนอน

     

    บทรักที่เกิดขึ้นในคืนนั้นช่างเร่าร้อนและยาวนาน หลินเฟิงใช้ทุกทักษะที่เขามีในการปรนเปรอฮูหยินซุนให้นางตกอยู่ในภวังค์แห่งความสุขสม พลังหยินที่สะสมอยู่ในกายของสตรีชนชั้นสูงเช่นนางถูกดึงออกมาผสานกับพลังหยางของเขาอย่างต่อเนื่อง ทำให้เขารู้สึกถึงความแข็งแกร่งที่เพิ่มพูนขึ้น

     

    เมื่อพายุสวาทสงบลง ฮูหยินซุนนอนหอบหายใจอยู่ในอ้อมแขนของหลินเฟิง ใบหน้าของนางแดงก่ำด้วยความซาบซ่าน “ท่านหลินเฟิง... ท่านช่างร้ายกาจนนัก”

     

    หลินเฟิงลูบไล้ไหล่มนของนางอย่างอ่อนโยน “นี่เป็นเพียงการเริ่มต้นเท่านั้นฮูหยิน เพราะข้ายังมีแผนการที่ยิ่งใหญ่กว่านี้ และข้าต้องการให้เจ้าช่วย”

     

    ฮูหยินซุนเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความสงสัย “แผนการใดหรือเจ้าคะ?”

     

    “ข้าต้องการเข้าหาเหล่าฮูหยินของขุนนางระดับสูง และที่สำคัญที่สุด... ข้าต้องการเข้าถึงสตรีในเชื้อพระวงศ์” หลินเฟิงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง

     

    “เจ้าในฐานะภรรยาขุนนางซุน ย่อมมีโอกาสเข้าร่วมงานเลี้ยงในวังหลวงและสมาคมของสตรีชั้นสูง ข้าต้องการให้เจ้าเป็นสื่อกลางในการแนะนำข้าให้พวกนางรู้จัก”

     

    ฮูหยินซุนนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง “ท่านต้องการเข้าหาเชื้อพระวงศ์... นั่นเป็นเรื่องที่เสี่ยงมากนะเจ้าคะ หากผิดพลาดเพียงนิดเดียวอาจถึงแก่ชีวิต”

     

    “ข้ารู้ดี” หลินเฟิงยิ้มอย่างมั่นใจ “แต่ผลตอบแทนที่ได้มันคุ้มค่า พลังหยินจากสตรีเชื้อพระวงศ์นั้นบริสุทธิ์และมหาศาลกว่าสิ่งใด หากข้าได้ครอบครองพวกนาง พลังของข้าจะก้าวกระโดดไปสู่ระดับที่ไม่มีใครเทียบได้ และเมื่อนั้น... เจ้าเองก็จะได้รับอำนาจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในแผ่นดินนี้เช่นกัน”

     

    คำพูดของหลินเฟิงช่างเย้ายวนใจ ฮูหยินซุนมองเห็นภาพของตัวเองที่อยู่เหนือสตรีทั้งปวงในเมืองหลวง “ข้าจะช่วยท่านเจ้าค่ะ ข้าจะจัดงานเลี้ยงน้ำชาและเชิญเหล่าฮูหยินระดับสูงมาที่จวน และข้าจะหาทางพาท่านเข้าสู่งานเลี้ยงในวังหลวงให้ได้”

     

    หลินเฟิงพยักหน้าอย่างพึงพอใจ “ดีมากฮูหยิน ข้าเชื่อมั่นในตัวเจ้า”

     

    เขาจูบนางอีกครั้งเพื่อเป็นการให้รางวัล ก่อนจะปล่อยให้นางกลับไปจัดการตัวเองและพักผ่อน “คืนนี้เจ้ากลับไปก่อนเถิด ข้ายังมีเรื่องที่ต้องวางแผนต่ออีกมาก พรุ่งนี้เราจะเริ่มลงมือกัน”

     

    ฮูหยินซุนลุกขึ้นแต่งกายอย่างเรียบร้อย แม้จะอาลัยอาวรณ์แต่ก็นางรู้หน้าที่ของตนเอง “ข้าจะรอฟังข่าวจากท่านเจ้าค่ะ” นางกล่าวทิ้งท้ายก่อนจะหายลับไปในความมืด

     

    หลินเฟิงมองตามร่างของนางไปพลางครุ่นคิดถึงหมากตัวต่อไปในกระดานอำนาจนี้ การเข้าหาเชื้อพระวงศ์ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่มันคือทางลัดสู่ความเป็นเทพเจ้าที่เขาปรารถนา และเขาจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้มาซึ่งพลังนั้น...

    คล้ายกับเรื่องจิ้งจอกเก้าหางข้ามภพ ระบบเติมแต้มสุขสม ที่คุณอ่าน