ขวัญชีวาคุณแม่สุดแกร่งมีอีบุ๊ค1-2

    โชคที่ได้มาโดยไม่คาดคิด

    เมื่อขวัญได้สำรวจตัวรถและรู้วิธีการใช้งานแล้ว ก็ทำการต่ออุปกรณ์ต่างๆ ทันที ตอนนี้เจ้าดุกดิ๊ก เข้าไปประจบแม่นวลเรียบร้อยแล้ว เพราะแม่เมื่อเห็นมัน ก็ถูกมันตกทันที ความจริงแล้วมันก็น่ารักดี ตัวเล็ก สีขาว ดวงตากลมโตฉ่ำน้ำ ถ้าไม่บอกว่าเป็นหุ่นยนต์ ขวัญก็คิดว่ามันเป็นสุนัขจริงๆ

     “มานี่เร็ว ท่านดุกดิ๊กผู้ยิ่งใหญ่ได้เวลาที่ท่านจะได้แสดงความสามารถแล้ว” ขวัญเรียกเจ้าดุกดิ๊กให้มาหาพร้อมกับนำเชือกที่เป็นตัวพันกับต้นไม้มาใส่ในปากเจ้าดุกดิ๊กไว้ด้วย

     “ระวังตัวดีๆ นะ ถ้าคิดว่าไม่ไหวก็กลับมาก่อน เข้าใจไหมถึงจะเก่งแต่ห้ามฝืนล่ะ”ขวัญเองก็เอ่ยย้ำขึ้นมา ฝ่ายเจ้า ดุกดิ๊กก็รู้ว่าเจ้านายคนนี้หวังดี ก็ผงกหัวรับเพราะในปากมีเชือกอยู่จึงเห่าไม่ได้

    เมื่อเจ้าดุกดิ๊กกระโดลลงน้ำแล้วมันก็ทำการแสดงทักษะการว่ายน้ำของมันออกมา มันว่ายได้เร็วมาก ซึ่งขวัญและพ่อแม่ต่างก็ทึ่งในความเร็วของมัน เมื่อมันไปถึงแล้วมันก็นำเชือกมาคล้องไว้กับต้นไม้ทันทีเมื่อมันปฏิบัติการเสร็จเรียบร้อย

    เจ้าดุกดิ๊ก ก็ยืนโชว์ตัวอยู่บนต้นไม้นั้นด้วยท่าทางคอเชิดอย่างสง่างาม พร้อมกับคิดว่าเห็นความสามารถของมันแล้วใช่ไหมล่ะ 

    “โฮ่งๆ” เจ้าดุกดิ๊กก็ส่งเสียงเห่าให้สัญญาณว่าให้รถลากต้นไม้มาเข้าฝั่งได้เลย ฝ่ายขวัญที่ได้ตั้งโปรแกรมให้กับรถแล้วก็กดปุ่มทำงานทันที เมื่อเครื่องเริ่มทำงานขวัญกับพ่อแม่ ที่เห็นก็อึ้งไปอีกรอบ ทำไมมันวิเศษแบบนี้กัน รถคันเล็กเท่าจักรยานให้เด็กขี่ กลับมีแรงลากต้นไม้ต้นใหญ่ที่ใหญ่กว่ามันไม่รู้กี่เท่าได้

    พ่อและแม่ก็คิดกันว่า ของที่มาจากท่านเทพนี่ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ เมื่อรถได้ลากต้นไม้ถึงริมฝั่งแล้ว ขวัญก็เปลี่ยนข้อมูลให้รถทำการยกต้นไม้ขึ้น ตอนนี้เจ้าดุกดิ๊กได้ถูกแม่่นวลอุ้มขึ้นมาแล้วเพราะจะพามันไปเช็ดตัว

     “พี่สาวจะให้หนู วางพี่ไว้ตรงไหนดีจ๊ะ” ขวัญหันไปถามแม่ตะเคียน

     “แถวต้นไม้คู่นั่นแหละจ๊ะดูร่มรื่นดี ขอบใจหนูมากนะจ๊ะ” แม่ตะเคียนบอกพร้อมชี้นิ้วของตัวเองไปยังแถวต้นไม้คู่นั้น

    ขวัญก็มาป้อนข้อมูลใส่รถ เมื่อรถได้รับข้อมูลแล้วขวัญนำเชือก มาผูกหัวท้าย ของต้นไม้ เชือกจากรถยกในมิติมีความเหนียวและนุ่มมาก และก็สามารถปรับขนาดความสั้นยาวได้โดยไม่ต้องตัดหรือต่อเพิ่มเลย

    เมื่อจัดการผูกหัวท้ายเรียบร้อย ขวัญก็มากดปุ่มเริ่มงาน เมื่อเครื่องกลทำงานแล้ว รถก็ค่อยๆยกต้นไม้ขึ้น และมันก็หมุนตัวโดยอัตโนมัติไปทางที่ขวัญได้กำหนดไว้  ขวัญเชื่อว่าถ้ามีใครมาเห็นภาพนี้ต้องตกใจอย่างแน่นอนเพราะ คงไม่มีใครคิดว่ารถที่เหมือนของเล่นแบบนี้จะสามารถยกต้นไม้ต้นใหญ่ขนาดสองคนโอบได้

    พอพ่อและแม่ได้เห็นต้นไม้นี้ชัดๆแล้วต่างก็พากันขนลุกเกรียว นี้มันต้นตะเคียนนี่ ถะถ้าอย่างนั้นพวกเขามาช่วยนางตะเคียนกันใช่ไหม ทั้งคู่คิดพร้อมกันว่าดีแล้วที่พวกเขาไม่เห็นไม่อย่างนั้นเขาทั้งสองคนอาจจะช็อคขึ้นมาได้

    เมื่อขวัญได้จัดวางทุกอย่างตามที่แม่ตะเคียนต้องการแล้ว ขวัญกำลังจะลากลับ

     “เดี๋ยวก่อนหนู ที่ใต้ต้นไม้คู่ทั้งสองตนนี้หนูลองขุดดินลงไปดู ฉันหวังว่าสิ่งที่หนูได้ไปหนูจะเอาไปทำประโยชน์โดยการช่วยคนอื่นได้ไม่มากก็น้อย” แม่ตะเคียนได้ชี้ไปยังกึ่งกลางของต้นไม้ทั้งสองต้น 

    ขวัญเองก็ไม่รอช้าหลังจากที่เก็บรถอเนกประสงค์เข้าไปในมิติแล้ว ก็ได้เรียกจอบออกมา แล้วกำลังจะขุดดินตามที่แม่ตะเคียนชี้บอก

     “ขวัญกำลังจะทำอะไรลูก หากจะขุดดินเดี๋ยวพ่อทำเองลูกเพิ่งหาย  ไปหาที่นั่งร่มๆ รอเถอะ” พ่อทวนพูดพร้อมกับเดินมาหยิบจอบที่มือลูกสาวตนออก

     “จะขุดตรงไหนบอกพ่อมา เรื่องใช้แรงพ่อถนัด” พ่อทำท่าทางโดยถกแขนเสื้อของตนขึ้นทั้งสองข้าง ขวัญกับแม่ที่เห็นต่างก็หัวเราะกันออกมา ส่วนเจ้าดุกดิ๊กเองก็เห่าออกมาด้วยเช่นกัน

     “ตรงหน้าพ่อนั่นแหละจ๊ะ ขุดได้เลยแม่ตะเคียนบอกมา” เมื่อสิ้นเสียงของลูกสาว 

     พ่อก็เริ่มขุดลงไปทันที พอขุดลงไปสักพัก ก็เริ่มมีเหงื่อซึมตามกรอบหน้าเหมือนกัน พร้อมกับคิดว่ามันจะต้องขุดอีกนานไหมนี่ก็ลึกมากแล้วนะยัง 

     กึก! เสียงจอบก็กระทบเข้ากับอะไรบางอย่าง พ่อจึงได้วางจอบลงข้างตัว แล้วเอามือโกยดินขึ้นมา ขวัญและแม่ที่ตอนนี้ได้เดินเข้าใกล้พ่อแล้วก็ชโงกหน้าก้มลงไปมองดู เห็นพ่ออุ้มหีบใบหนึ่งขึ้นมา หีบใบนี้มีขนาดพอๆ กับเจ้าดุ๊กดิ๊กได้เลยและน่าจะหนักมากด้วย

    เมื่อพ่ออุ้มมาวางบนพื้นแล้วก็เปิดออก เพราะตัวหีบแม่กุญแจไม่ได้ล็อคไว้ คนฝังคงคิดว่าไม่น่าจะมีใครมาเจอละมั้ง มันก็น่าจะเป็นอย่างนั้นแหละฝังลงไปซะลึก 

    สิ่งที่ปรากฎตรงหน้า ของครอบครัวขวัญทั้งสามก็คือทอง เป็นทองแท่งและทองรูปพรรณ มีทั้งแหวน ต่างหู สร้อย สร้อยข้อมือ กำไลทอง นี่มันทั้งหีบเต็มไปด้วยทองจริงๆนะ ขวัญและพ่อแม่ต่างไม่อยากจะเชื่อ 

    “นะนี่มัน ทองนี่จ๊ะแล้วมันไม่มีเจ้าของเหรอจ๊ะแม่ตะเคียน เพราะดูๆไปแล้ว เหมือนมันก็ยังไม่เก่ามาก” ขวัญถามขึ้นมาหากมีเจ้าของเธอจะได้คืน

     “ฉันนี่ละเจ้าของ หนูและครอบครัวรับไปเถอะจ๊ะ อยู่กับฉันมันก็นำมาใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้เพราะฉันตายแล้ว” แม่ตะเคียนพูดขึ้นด้วยเสียงเศร้าสร้อย

     “ฉันจะเล่าเรื่องของฉันให้หนูฟังในภายหลังแล้วกันนะ ตอนนี้ฉันไม่เหลือญาติที่ไหนแล้ว ดังนั้นหนูสามารรับไปได้อย่างสบายใจ แล้วฉันหวังว่าหนูจะนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์”  ฝ่ายแม่่ตะเคียนก็บอกกับขวัญ

     “ขวัญ ขอขอบคุณสำหรับสิ่งของเหล่านี้นะจ๊ะ” ขวัญยกมือไหว้ พ่อและแม่เห็นขวัญยกมือไหว้ และกล่าวขอบคุณ ทั้งสองก็รีบทำตามเพราะคิดว่าต้องเป็นแม่ตะเคียนเป็นแน่

     “ฉันฝากบอกแม่ของหนูด้วย ว่างวดที่จะถึงนี้ให้พาคนมาไหว้ที่นี่แล้วฉันจะให้โชคเมื่อได้ไปแล้วก็ไปทำบุญและก็เอาของกินของใช้มาให้ฉันบ้างก็พอ” แม่ตะเคียนกล่าวขึ้นมา

    ทางด้านขวัญเมื่อได้ยินก็รีบรับคำ 

    “พ่อไปกลบหลุมเถอะเราจะได้กลับบ้านกัน นี่ก็เย็นมากแล้ว เดี๋ยวจะมืดเสียก่อน” ขวัญหันไปบอกพ่อของตน ที่ยังนั่งตกตะลึงกับทองคำตรงหน้าอยู่

     “001 ในอนาคตพวกนี้ราคาเท่าไหร่ขายได้ไหม” ขวัญถามหากสามารถขายกับระบบได้เธอจะได้ขายแต่ก็จะเก็บเอาไว้บ้างและแบ่งให้กับทุกคนในครอบครัวด้วย 

     “ขายได้สิครับและราคาดีด้วย เจ้านายต้องการขายเมื่อไหร่ก็บอกได้เลยครับ”

     “ถ้าอย่างนั้นช่วยเก็บเข้ามิติไปก่อนนะ เพราะเอาไว้ข้างนอกขวัญกลัวมันจะเรียกขโมยได้” พอขวัญพูดจบ หีบใบนั้นก็หายไปทันที

    เมือพ่อกลบหลุมเสร็จแล้ว ทั้งครอบครัวก็พากันกลับบ้านแสนสุขของตัวเอง ป่านนี้ปู่และย่ารวมทั้งน้องๆ ทุกคนคงจะนั่งไม่เป็นสุขแล้ว เพราะตั้งแต่พ่อกับแม่มาอยู่เฝ้าขวัญ พ่อบอกว่าช่วงกลางวันจะกลับบ้านไปบอกคนที่บ้านตลอด แต่วันนี้ยังไมได้กลับไปเลย กลัวทุกคนจะเป็นกังวลกัน

    เมื่อกลับมาถึงบ้านก็เป็นจริงอย่างที่พ่อบอก ทุกคนรวมทั้งคนงานยังไม่มีใครกลับกันเลย เพราะต่างก็พากันมานั่งรอพ่อบริเวณตรงหน้าประตูรั้วฝั่งบ้านพักคนงาน

    ทันทีที่พ่อจอดรถ ทุกคนก็พากันลุกขึ้นจะเดินมาถามไถ่ ว่ามีอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า ก็พอดีประตูฝั่งคนนั่งเปิดออกแล้วเห็นขวัญ ก้าวลงจากรถมาทุกคนก็พากันโล่งอกแล้วก็เดินมาถามว่าขวัญเป็นอย่างไร 

     “ทุกคนหยุดถามเจ้าขวัญกันก่อน ตอนนี้ขวัญไม่เป็นอะไรแล้วหมอถึงให้กลับมาบ้านได้ ตอนนี้มันก็เริ่มมืดแล้วทุกคนกลับบ้านกันไปก่อนแล้วพรุ่งนี้ค่อยมาคุยกันดีกว่าไหม” แม่ที่ตามลงมาจากรถทีหลังขวัญพูดขึ้น

     “หนูขอบคุณทุกคนที่เป็นห่วงจ๊ะ ตอนนี้หนูหายดีแล้ว ขอให้ทุกคนกลับบ้านกันดีๆนะจ๊ะ วันพรุ่งค่อยเจอกัน” ขวัญเองก็ยกมือไหว้ทุกคน เพราะคนในหมู่บ้านนี้ต่างก็เห็นขวัญมาตั้งแต่เล็กๆทั้งนั้น

    พอทุกคนได้ยินอย่างนี้ต่างก็พากันสบายใจแล้วก็แยกย้ายกับบ้านของตนทันที คงเหลือแค่อาดิน น้ำใส และพี่โชติเท่านั้น เมื่อขวัญเห็นพี่โชติก็ได้เรียกเขาไว้

     “พี่โชติ มันไม่ใช่ความผิดของพี่เลยเรื่องที่ขวัญหลับไปหลายวัน มันเป็นเพราะว่าขวัญได้รับยาบางอย่างที่ร่างกายต้องพักเพื่อฟื้นฟู พี่เลิกโทษตัวเองเถอะ แล้วเรื่องที่ขวัญทำมันก็เป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของขวัญด้วยจ๊ะ ดังนั้นไม่ว่าใครก็ไม่สามารถมาห้ามขวัญได้หรอก” ขวัญพูดกับโชติอย่างตรงไปตรงมา

     “แต่พี่ก็ปกป้องน้องไม่ได้ พี่ขอโทษนะ”โชติเองเขาก็ยังคงเสียใจอยู่

     “ไม่ต้องขอโทษขวัญหรอกจ๊ะ พี่ไม่ได้ทำอะไรผิกเสียหน่อย เป็นขวัญต่างหากที่ต้องขอโทษพี่ ที่ต้องมาเจอเหตุการณ์น่ากลัวไปด้วย”

    ทั้งสองต่างก็ยังเกี่ยงกันไปมา จนสุดท้ายก็คิดได้ว่าจะเกี่ยงกันแบบนี้เพื่ออะไร แล้วก็พากันหัวเราะ ทุกคนที่มองดูอยู่เห็นว่าทั้งคู่น่าจะคุยกันรู้เรื่องแล้ว ก็เอ่ยชวนกันไปกินข้าวแล้วจะได้แยกย้ายกันไปพักผ่อน

    คืนนี้ขวัญได้กลับมานอนที่ห้องด้วยความสุขใจ แม้จะต้องเสียเงินซื้อตัวช่วย แต่ก็มีโชคได้กำไรกลับมา มันช่างเป็นอะไรที่มีความสุขเสียจริง คืนนี้คงจะหลับฝันดีเป็นแน่

    โดยที่ขวัญไม่คิดเลยว่าในวันต่อมาจะมีเรื่องบางอย่างมาทำให้ขวัญน้ำตาซึม ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเรื่องที่น่ายินดีก็ตาม

     

    คล้ายกับเรื่องขวัญชีวาคุณแม่สุดแกร่งมีอีบุ๊ค1-2 ที่คุณอ่าน