ตอนที่หวังย่าหนานรีบร้อนขับรถพาจ้าวหยุนคู่หูของตัวเองมาที่วิทยาลัยตงซาน เวลาเพิ่งผ่านไปได้ไม่ถึงสิบห้านาทีหลังจากได้รับโทรศัพท์แจ้งความ
ผลกระทบของคดีฆ่าหั่นศพนี้ใหญ่มากจริงๆ ะเืไปถึงผู้ใหญ่ในมณฑล การประชุมวิเคราะห์รูปคดีเมื่อตอนบ่าย หัวหน้าหลี่อารมณ์ไม่ดี ย้ำนักย้ำหนาว่าต้องไขคดีให้ได้โดยเร็ว คดีะเืขวัญประชาชนมาก
ถึงอย่างไรก็ตาม การทิ้งศพบนถนนกลางแหล่งชุมชนก็เป็ความผิดที่ร้ายแรงแล้ว แม้ว่าหัวหน้าหลี่จะคุยกับสื่ออย่างสุดความสามารถแล้วก็ตาม ขอร้องให้พวกเขาหยุดลงข่าวเกี่ยวกับคดีชั่วคราว แต่ทุกคนต่างรู้ดีว่าคงทำได้ไม่นานนัก
“ถึงแล้วครับ ข้างหน้าก็คือวิทยาลัยตงซาน! ดูนั่น หัวหน้าหวัง ตรงโน้นมีคนแก่กำลังโบกมือให้เรา” จ้าวหยุนชี้ไปที่แผงขายนิตยสารที่อยู่ห่างออกไปประมาณห้าสิบกว่าเมตร
“มีเด็กผู้หญิงยืนอยู่ข้างๆ เขาด้วยครับ น่าจะเป็คนที่เรากำลังหาอยู่!”
หวังย่าหนานจอดรถตรงหน้าแผงขายนิตยสาร หล่อนเปิดประตูรถ พอทั้งคู่ลงจากรถได้ ก็รีบตรงเข้าไปด้านในทันที
“ลุงครับ ใช่พวกลุงหรือเปล่าครับที่โทรศัพท์แจ้งความ” จ้าวหยุนสอบถามพร้อมแสดงบัตรเ้าพนักงาน “พวกเราเป็ตำรวจครับ”
เหล่าจางพยักหน้า แล้วชี้ไปที่เด็กสาวที่ยืนตื่นเต้นอยู่ด้านข้าง ระหว่างที่รอรถตำรวจมา แกก็พอจะเข้าใจแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น
“เด็กคนนี้คือคนที่เป็คนแจ้งความ รูมเมทของแม่หนูนี่หายตัวไปสามวันแล้ว ตอนที่หายตัวไปแต่งตัวเหมือนกับที่พวกคุณลงประกาศตามหาญาติไม่มีผิด”
หวังย่าหนานและจ้าวหยุนมองหน้าอย่างรู้กัน จากนั้นจ้าวหยุนจึงถามต่อ “หนู เดี๋ยวอาจะให้หนูดูรูปถ่ายสองใบ ตกลงมั้ย พวกเราไม่ได้ลงรูปไว้ในหนังสือพิมพ์”
เด็กสาวลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็พยักหน้าตกลง
จ้าวหยุนหยิบรูปถ่ายเชิงซ้อนของผู้ตายที่จางถงทำขึ้นมาและภาพถ่ายเสื้อผ้าของผู้ตายออกมาจากกระเป๋าเอกสารที่ติดตัวมา แล้วยื่นให้เด็กสาวดู “ไม่เป็ไรนะ หนูค่อยๆ ดู”
เหล่าจางรีบยื่นมือออกไปเปิดไฟดวงที่สว่างที่สุดในแผงขายนิตยสารที่มีขนาดหกสิบวัตต์ ทันใดนั้นซุ้มขายนิตยสารเล็กๆ ก็สว่างขึ้นมาทันตา
เด็กสาวจ้องรูปถ่ายอยู่นาน แล้วจึงกัดฟันพยักหน้า “ใช่ค่ะ นี่คือจิงจิง นอนอยู่ที่เตียงข้างล่างหนู คนในรูปนี้ก็คือจิงจิงค่ะ!”
เหล่าจางที่ยืนอยู่มุมหนึ่งก็ยื่นหน้าเข้ามา แล้วขมวดคิ้วพึมพำ “เด็กคนนี้เหมือนฉันก็เคยเห็น...ใช่แล้ว ฉันนึกออกแล้ว เมื่อสองสามวันก่อนเด็กคนนี้มาเติมเงินโทรศัพท์มือถือที่นี่ แถมยังลืมหนังสือทิ้งเอาไว้ด้วยหนึ่งเล่ม ฉันกำลังคิดอยู่ว่ารอตอนแม่หนูมาเติมเงินโทรศัพท์อีกรอบแล้วค่อยคืนหนังสือให้ เฮ้อ! น่าสงสารเสียจริง ยังเด็กอยู่เลย...”
เหล่าจางพูดเสร็จก็ก้มไปใต้แผงหยิบหนังสือประวัติศาสตร์ศิลป์ยุโรปเก่าๆ ออกมา เขาใช้มือตบฝุ่นบนหนังสือออก แล้วยื่นไปให้เด็กสาว “ดูซิ ชื่อที่เขียนอยู่บนนี้ใช่เพื่อนของหนูหรือเปล่า ถ้าใช่หนูก็เก็บกลับไปให้เขาด้วยไป”
เด็กสาวเหมือนจะพูดแต่ก็ไม่พูด สุดท้ายรับหนังสือมาอย่างเงียบๆ หล่อนกวาดตาดูปกหนังสือเสร็จก็ใช้มือลูบหนังสือโดยไม่พูดอะไร สีหน้าเศร้าสร้อย
“พาพวกเราไปดูหอพักของหนูหน่อยได้มั้ย”
เด็กสาวพยักหน้า “พอเข้าประตูมหาวิทยาลัยไปก็เลี้ยวซ้าย ตึกใหญ่ๆ ตึกแรก ชั้นสามค่ะ ตามหนูมา”
หลังจากขอบคุณเหล่าจางที่ให้ความช่วยเหลือแล้ว หวังย่าหนานกับจ้าวหยุนก็เดินตามเด็กสาวไปที่ประตูทางเข้าวิทยาลัยตงซานที่อยู่ไม่ไกลนัก
มองตามจนพวกเขาหายลับเข้าไปในวิทยาลัย เหล่าจางมีอาการเหม่อลอย คำพูดที่เด็กสาวเพิ่งจะพูดออกมาดังขึ้นที่ข้างหูของเขาอีกครั้ง “หนูว่าต้องเกิดเื่ขึ้นกับจิงจิงแน่นอน เธอไม่ใช่เด็กประเภทที่ไม่รับผิดชอบต่อชีวิตของตัวเอง กว่าจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ เธอจะต้องไม่ยอมแพ้ง่ายๆ คนอื่นไม่เชื่อหนู หนูก็เลยออกมาตามหาเอง หนูยังนึกว่าเธอโดนรถชน ก็เลยมาดูประกาศในหนังสือพิมพ์ฉบับเย็น ลองดูว่าจะมีข่าวบ้างหรือเปล่า”
“น่าสงสารจริงๆ” เหล่าจางพึมพำ ยื่นมือไปปิดไฟ พลางนึกถึงเด็กสาวชื่อจิงจิงคนนั้นที่จะไม่กลับมาอีกแล้วด้วยความเสียใจ
พอเปิดประตูห้องพักเข้าไป สภาพภายในห้องก็เหมือนกับหอพักนักศึกษาหญิงทั่วไป ภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือห้องนอนที่อบอุ่นน่ารัก ขนาดไม่ใหญ่มาก แต่สะอาดสะอ้าน ที่มุมห้องวางเตียงเหล็กสองชั้นไว้ทั้งสองมุม ชั้นบนใช้ผ้าลายดอกทำเป็ผ้าม่านที่ไม่เหมือนใคร มีโต๊ะเขียนหนังสือสี่ตัวที่นอกจากจะเต็มแน่นไปด้วยหนังสือเรียนแล้ว แต่ยังคงกันที่บางส่วนไว้สำหรับวางของกระจุกกระจิกน่ารักของเ้าของโต๊ะอีกด้วย
“พวกหนูอยู่กันสี่คนที่นี่?” หวังย่าหนานถาม
“ค่ะ” เด็กผู้หญิงที่ชื่อหวังเยี่ยนพยักหน้า ชี้ไปที่เตียงเหล็กทางซ้าย
“หนูนอนเตียงบน จิงจิงนอนเตียงล่าง หลังจากเขาหายตัวไป เตียงนอนก็ไม่ได้ถูกขยับ หนูแค่เปิดม่านออกเฉยๆ หนูรู้ว่าเขาไม่ชอบให้ใครมาเคลื่อนย้ายของส่วนตัวของเขานัก”
“คนอื่นๆ ในหอล่ะ” จ้างหยุนพึมพำออกมา
“ไปกินข้าวกันหมดค่ะ หนูกินไม่ลง เป็ห่วงจิงจิง...” หวังเยี่ยนไม่ได้พูดต่อ หล่อนดูซึมเศร้าอย่างชัดเจน
พอเห็นสภาพนี้ หวังย่าหนานจึงยื่นมือไปตบบ่าอันบอบบางของหวังเยี่ยน
“เล่าเื่เกี่ยวกับจิงจิงให้พวกเราฟังหน่อยได้มั้ย โดยเฉพาะวันที่เธอหายตัวไป มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่”
หวังเยี่ยนพยักหน้า