เื่นี้เบาสมอง ไม่เยอะไม่ซับซ้อน ไม่สมจริงใดใด ไม่สมเหตุสมผล โทนเื่ใช้แค่จีนโบราณ แนวแฟนตาซี กฏเกณฑ์สำหรับเื่เป็โลกที่ไรท์สร้างขึ้นจากจินตนาการ ไม่อิงธรรมเนียม อาจจะสอดแทรกพิธีการ และความเชื่อเล็กๆลงไป
• สถานะเื่ จบแล้ว ลงวันละ 1 ตอน
๑
ข้าผู้โชคร้าย
‘บนแผ่นดินหยวนโปวมีเพียงสิบตระกูลมหาอำนาจ ที่ทุกคนต่างเกรงกลัว ในที่นี้จะเล่าถึง ตระกูลที่หูทิพย์ และตาทิพย์์ อีกทั่งยังเป็ที่เคารพของสิบตระกูลมหาอำนาจอีกด้วย’
มันคือนิทานที่ท่านปู่เล่าให้ข้าฟังก่อนนอน แต่ผู้ใดจะไปล่วงรู้ว่านิทานก่อนนอนที่เอาไว้หลอกเด็กนั้นจะเป็เื่จริง ข้าเยี่ยเปาบุตรชายคนเล็กของแม่ทัพใหญ่แคว้นซิ่น กำลังเผชิญหน้ากับหนึ่งในสิบตระกูลมหาอำนาจ นั่นคือ ตระกูลไป๋ ถ้าให้เล่าเท้าความไปว่าเกี่ยวข้องกันได้อย่างไรนั้นก็เชิญรับฟังเื่ราวต่อจากนี้ที่ข้าจะกล่าวถึง
ย้อนไปในอดีต…
ข้าทอดสายตามองบุตรสาวคนโตของตระกูลไป๋ เ้าของโรงเตี๊ยมชื่อดังในเมืองหลวง ยามนี้นางกำลังเดินส่ายสะโพกเสียจนเกินงามอีกทั้งยังแต่งกาย และทาด้วยเครื่องแต่งหน้าสีฉูดฉาดจนไม่หน้ามอง
“คารวะคุณชายเยี่ยเ้าค่ะ” คุณหนูไป๋เดินส่ายสะโพกปรี่เข้ามาหาข้า กล่าวด้วยน้ำเสียงที่หวานหยดย้อย ั์ตาของนางมองมาชวนขนลุกชูชันไปทั่วทั่งกาย
ตัวข้าตอบกลับนางเพียงพยักหน้ารับเบาๆ เท่านั้น พลางพินิจมองสำรวจนางใกล้ๆ ดวงหน้าขาวเสียยิ่งกว่ากลีบดอกเหมยสีขาว ริมฝีปากแดงเสียยิ่งกว่าผลอิงเถาสุก คิ้วโกงเสียยิ่งกว่าคันศร ไม่อาจหาความงามที่ลงตัวบนดวงหน้านั้นได้เลยสักนิดเดียว เว้นเสียอย่างเดียวดวงตาคู่สวยของนางที่พอจะดูได้อยู่บ้าง
“คุณหนูไป๋ถ้าจะชอบเ้าอยู่มาก ไม่ว่าจะไปงานเลี้ยงที่ใดนางมักจะโปรยสายตามาให้เ้าอยู่ตลอด” คุณชายมู่เฉินสหายสนิทของข้า ยกมือป้องปากเข้ามากระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงหยอกเย้า
“เงียบเสีย เ้าก็รู้ว่าข้ากลัวนางมากเพียงใด” ข้ากล่าวตอบกลับทันที จนลืมไปว่าคุณหนูไป๋ยังยืนอยู่ด้วย
ช่างเสียปะไร! นางจะได้รู้ตัวเสียบ้าง ว่าตัวข้านั้นรังเกียจนางมากขนาดไหน ไม่ว่าจะเป็การแต่งการด้วยอาภรณ์สีเหลืองสีส้มสด เครื่องประดับที่ดูไม่เข้ากัน แม้กระทั่งการทาหน้ายังกับตัวละครงิ้ว ยิ่งน้ำเสียงหวานเลี่ยนหูนั่นคืออันใดกัน ยิ่งฟังยิ่งชวนกระอักกระอ่วนใจอย่างบอกไม่ถูก
“คุณชายเยี่ยเ้าคะ ถุงหอมที่ข้าปักเองกับมือ” คุณหนูไป๋กล่าวจบ ก็ล้วงหยิบถุงหอมในแขนเสื้อยื่นมาให้
“คุณหนูไป๋ตัวข้ามีถุงหอมที่เรือนเยอะแยะจนใช้ไม่หมดแล้ว” ข้ากล่าวตอบเสียงเรียบ
“ข้ายังมีผ้าเช็ดหน้าปักลายเป็ดมาด้วยเ้าค่ะ หากว่าท่านไม่้าถุงหอม ก็รับผ้าเช็ดหน้านี้ไปแทน” นางกล่าวจบก็ล้วงผ้าเช็ดหน้าสีขาวยื่นมาตรงหน้าต่ออีก
ยามนี้ทุกสายตาในงานเลี้ยงจับจ้องมาที่ข้ากับคุณหนูไป๋ ยามปกติการแต่งกายของนางก็มักดึงดูดสายตาผู้คนให้จับจ้องมองมาที่นางอยู่แล้ว
แต่ทว่าสายตาพวกนั้นหาใช่สายที่มองมาอย่างชื่นชมไม่ มันกลับเป็สายดูิ่ และดูแคลนเสียมากกว่า
“คุณหนูไป๋ ตัวท่านเป็สตรีไม่ควรเข้าหาบุรุษก่อน” ข้ากล่าวเตือนนางเสียงเรียบนิ่งดั่งเดิม
เท่าที่จำได้ ข้าได้กล่าวประโยคเช่นนี้กับนางมาแล้วยี่สิบครั้ง ไม่ว่าจะดึงหน้า หรือใช้หางตามองนางอย่างรำคาญใจ นางก็หารู้ตัวไม่ และยังคงกระทำเช่นเดิมทุกครั้งที่พบหน้าค่าตากันในงานเลี้ยง
“คุณชายเยี่ยข้ายังมีจี้หยกงานชั้นดี จากแคว้นเจี่ยมาด้วยเ้าค่ะ” นางกล่าวพลางล้วงหยิบหยกออกมาต่อ
“คุณหนูไป๋…หยุดเสียทีเถิด” ข้ากล่าวเสียงกดต่ำด้วยมากขึ้นกว่าเดิม สบดวงตานางเชิงขอร้อง
ยามนี้สายตาทุกคนมองตรงมาที่ข้า ชวนให้รู้สึกอยากจะเป็บ้ายิ่งนัก อีกทั้งยังมีเสียงซุบซิบนินทาของแขกในงานเลี้ยงที่กล่าวถึงข้า กับนางอย่างสนุกปาก
เหอะ! นางตาบอดหูหนวกหรืออย่างไรกัน ถึงมองไม่เห็น และไม่ได้ยิน หรือนางเป็สตรีสติฟั่นเฟือง ถึงไม่รู้จักมารยาทสิ่งที่อิสตรีควรมีต่อหน้าบุรุษ
“เ้ากล่าวเช่นนั้นกับนางไม่แรงไปหรอกหรือ” มู่เฉินเข้ามากระซิบใกล้ๆ
“แรงรึ….ข้ากล่าวประโยคนี้กับนางจนนับไม่ถ้วนไฉนเลยไม่เห็นนางจะรู้สึก” ข้ากล่าวตอบเสียงดัง เพื่อให้คุณหนูไป๋ได้ยินเช่นกัน
นางยังคงยืนยิ้มหวานมองมาอยู่เช่นเดิม นางจะเป็อิสตรีที่ข้าไม่ยอมแต่งเข้าจวนมาเป็อันขาด ไม่รู้ว่าภพที่แล้วตัวข้าไปล่วงเกินเทพองค์ใด ถึงได้ส่งสตรีเช่นนางมาให้รำคาญใจเช่นนี้อยู่ร่ำไป
..
" หนึ่งสตรีที่เป็ใหญ่ กับหนึ่งบุรุษชีวิตธรรมดา แต่มาชีวิตคู่ด้วยกัน ก็ต้องมีการเรียนรู้นิสัย ปรับเข้าหาโลกของกัน และกัน
ให้เวลาเรียนรู้ และผสานโลกทั้งสองของพวกเขา ในแบบแผนความรักของเขาทั้งคู่เทิญ "