ตำนานเทพอสูรจอมราชัน NC18+

    ตอนที่131 เจ้าคือทาสอสูรนักรบของข้า

    ตอนที่131 เจ้าคือทาสอสูรนักรบของข้า


    "เมื่อถึงเวลาที่ข้าได้ต่อสู้กับองค์ชาย สิบสี่ข้าจะยั้งมือไว้ไมตรีมากกว่านี้...เฮ่อๆ .."

    เสียงของเขากล่าวอย่างลำพอง


    "การประลองสิ้นสุดลงคุณชายต้วนจี้เป็นฝ่ายชนะ เข้าสู่รอบชิงชนะเลิศกับ องค์ชายสิบสี่ เจ้าจิงโจว.."

    เสียงคณะกรรมการดังขึ้น กริชเพชรอุ้มหญิงสาวกลับมา ที่นั่งของเจ้าสำนักหลงอ เขาอุ้มนางไว้ตรวจชีพจรแล้วกัดฟันกรอด


    "กรอด..คุณชายต้วนจี้ทำไม? ลงมืออำมหิตเยี่ยงนี้ นางถูกกัดกร่อนด้วยวิชาที่ข้าไม่เคยรู้จัก บอลดวงจิตแก่นแท้ของนางเหมือนถูก พลังที่ชั่วร้ายดูดกินทีละน้อย.."


    กริชเพชรหน้าถอดสีเขาเร่งเร้าพลังจิตอสูร เข้าตรวจสอบร่างกายของหญิงสาวพบว่ามีพลังสีส้มจางๆ ควบคุมบอลดวงจิตแก่นแท้ของหลงไป๋อยู่จริงๆ

    ชายหนุ่มตัดสินใจใช้พลังบอลดวงจิตแก่นแท้และพลังจิตอสูร ประสานกันเข้าไปกดดันพลังสีส้ม ที่เกาะกินดวงจิตแก่นแท้ของนาง


    "ไม่ได้นะองค์ชายสิบสี่ ถ้าท่านใช้พลังในการรักษาข้า การประลองของท่านในรอบหน้า จะไม่สามารถฟื้นฟูพลังในการรบได้ทันท่วงที ท่านอาจจะพ่ายแพ้ลงได้นะข้าไม่อยากให้เป็นเช่นนั้น..."


    เสียงของหลงไป๋กล่าวขึ้นขณะนางสัมผัสถึงมือที่อบอุ่นของชายหนุ่ม ที่พยายามเร่งเร้าพลังจิตของตัวเองเข้าขับไล่พลังสีส้ม ที่มันกัดกินบอลดวงจิตแก่นแท้ของนาง


    "ช่างมันเถอะแพ้ชนะข้าไม่ได้สนใจหรอกช่วยเจ้าสำคัญกว่า..เจ้านั่งนิ่งๆ .."

    หญิงสาวส่งประกายตาสั่นระริกอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน แต่มันก็เป็นเพียงแค่วูบเดียวเท่านั้น ก่อนที่จะเมินเฉยและเย็นชาลงอีกครั้ง และไม่กล่าวอะไรอีกต่อไป


    "เด็กคนนี้ช่างมากน้ำใจจริงนะคนนั้นบาดเจ็บก็กระโดดไปช่วย คนนี้บาดเจ็บก็กระโดดไปช่วย เขาช่างมีจิตใจที่อ่อนโยนกับสตรีเพศเสียจริง..."

    เสียงของพระนางเจ้าเฟยกล่าวขึ้นลอยๆ องค์ฮองเฮาฝ่ายขวายกยิ้มที่มุมปาก


    "ลูกโจวเขาเป็นคนใจดีอย่างนี้น้องหญิงก็ย่อมรู้ดี ถ้าเจ้าเป็นอะไรไปเขาก็ต้องรีบมาดูแลเจ้าเช่นกัน เจ้าไม่ชอบที่เขาเป็นอย่างนั้นรึ.."

    เสียงของพระนางเจ้าจิงจงกล่าวขึ้นกับน้องสามี


    "ไม่รู้สิ.. ช่างเถอะยังไงข้าก็ชอบเขาอยู่ดี..ในความที่เขาเป็นคนเช่นนี้."

    หญิงสาวกล่าวขึ้นอย่างจริงใจ


    "การประลองชิงตำแหน่งองค์รัชทายาทอสูรวารีน้ำจืดจะเริ่มต้นณ.บัดนี้..."

    เสียงประกาศก้อง พร้อมด้วยเสียงกลองเสียงแตรเป่าเขาสัตว์ดังระงมไปทั่วโคลิเซียม


    เหล่าทหารองครักษ์ชั้นเจ้าต่างรายล้อม ส่งเสียงเล่นเครื่องดนตรี ปลุกเร้าอารมณ์ของทุกคนในลานประลอง เหมือนกำลังส่งพลังใจให้กับทั้งคู่ ให้ฮึกเหิมในการต่อสู้ สิ้นสุดเสียงเป่าเขาสัตว์และเสียงตีกลองใหญ่ลง องค์กษัตริย์ยืนขึ้นตระหง่านต่อหน้าบัลลังก์ที่ประทับ


    "ในนามของจอมกษัตริย์อสูรวารีน้ำจืดตำแหน่งองค์รัชทายาท จะถูกแต่งตั้งให้กับผู้ชนะระหว่างองค์ชายสิบสี่เจ้าจิงโจว และ คุณชายต้วนจี้แห่งสำนักต้วน เป็นกฎมณเฑียรบาลที่ มีการสืบทอดองค์รัชทายาทด้วยการประลอง ในกลุ่มขุนนางและราชวงศ์รวมไปถึงห้าตระกูลใหญ่ บัดนี้ข้าในนามกษัตริย์อสูรวารีน้ำจืด เปิดการประลองได้..."


    สิ้นเสียงขององค์จอมกษัตริย์อสูรวารีน้ำจืด เสียงกลองเสียงเป่าเขาสัตว์ดังระงมไปทั่วก่อนจะสิ้นสุดลง

    ปู่ทวดเจ้าจี่ลอยลงไปยืนอยู่กลางสนามแข่งขันพิเศษซึ่งมันเป็นโดมสูง ถูกสร้างด้วยค่ายกลของ อาวุธปกป้องนครก่อให้เกิด เป็นโรงยิมขนาดใหญ่ลานประลองลอยฟ้า


    สนามแห่งนี้อยู่ในสายตาของเหล่าประชาชนทั่วทั้งเมือง ที่กำลังดูด้วยใจจดใจจ่อมันลอยอยู่เหนือนครอสูรวารีน้ำจืด

    ลานประลองลอยฟ้านี้ถูกห่อหุ้มด้วยม่านมิติจนเป็นวงกลม คนที่สามารถเปิดได้คือท่านปู่เจ้าจี่ และองค์จอมกษัตริย์อสูรวารีน้ำจืด เพื่อป้องกันการเกิดเหตุสุดวิสัยในการประลอง


    ผู้ชนะในการประลองต้องยอมแพ้เท่านั้น ไม่สามารถตกจากเวทีได้ เพราะมีม่านบาเรียที่เป็นทรงกลมครอบไว้ เพื่อให้สมเกียรติ กับคนที่จะมาเป็นองค์รัชทายาทของนครอสูรวารีน้ำจืด


    ต้องมีความสามารถอย่างสมบูรณ์ ดังนั้นผู้เข้าประลอง จึงมีสิทธิ์ในการจะสู้รบอย่างสุดชีวิต งัดทุกกลยุทธ์ออกมาใช้ได้อย่างเต็มที่ โดยจะไม่มีใครเข้าไปยุ่งเกี่ยว ในการแข่งขันครั้งนี้


    วูบบบ!! วูบบบ!!

    คุณชายต้วนจี้และกริชเพชรต่างถูกแสงของลานประลองลอยฟ้า ดูดขึ้นไปยืนอยู่บนลานประลองศักดิ์สิทธิ์ แม้แต่ปู่เจ้าจี่ยังยืนอยู่นอกค่ายกลม่านบาเรียของอาวุธศักดิ์สิทธิ์


    "การประลองเริ่มได้.."

    สิ้นเสียงของท่านปู่เจ้าจี่ กริชเพชรก็ยกมือคารวะตามธรรมเนียม คุณชาย ต้วนจี้ก็ยกมือคารวะตอบยกยิ้มขึ้นสูง

    "ล่วงเกินองค์ชายสิบสี่แล้ว"

    คำพูดของเขาดูเหมือนจะให้ความเคารพกริชเพชรอย่างสูง แต่แววตาที่มืดดำส่งประกายเคียดแค้นอยู่ด้านใน องค์ชาย สิบสี่ผู้นี้ทำให้เขา ต้องขายวิญญาณกับคนโลกคู่ขนาน จึงได้มาซึ่งพลังการรบระดับอสูรพลังจิต ธาตุทองขั้นสิบตอนปลายอีกก้าวเดียวจะขึ้นขั้นเพชร


    ถ้าไม่ใช่เพราะว่ากายอสูรของเขายังไม่เหมาะสมที่จะพัฒนาพลังจิตอสูรให้สูงต่อไปได้ ถ้าไม่เช่นนั้นตอนนี้เขาต้องทะลุถึงขั้นเพชรอย่างแน่ๆ แต่ถึงกระนั้นก็สร้างพลังการรบ ที่เหนือชั้นกว่ากริชเพชรหลายก้าวในด้านพลังจิต


    แต่ส่วนที่กริชเพชรจะเหนือกว่าหรือมีความสมดุลมากกว่า คือเขาพัฒนากายอสูร และพลังบอลดวงจิตแก่นแท้สีรุ้งแต่ก็อยู่ในระดับต่ำกว่าหลายขั้น แม้แต่ตัวกริชเพชรเองก็ยังไม่มั่นใจว่า ตนจะเอาชนะคุณชายต้วนจี้ได้หรือไม่


    ดังนั้นเขาจึงเรียกเกล็ดวิญญาณอาวุธเทพขึ้นมาสร้างเป็นเกราะป้องกัน ใช้ความสามารถพิเศษในสถานะอันแข็งแกร่งของเกล็ดมังกรโลกันต์ โดยไม่ต้องปลุกวิญญาณมันออกมาช่วยรบ จึงไม่ผิดกฎการต่อสู้


    "เกราะเกล็ดอาวุธเทพมังกรโลกันตร์บรรพกาล วงแหวนคลื่นสายฟ้า เกราะกายทองแดง"

    องค์ชายสิบสี่ร่ายคาถา ป้องกันตัวเองชนิดว่าถี่ยิบ เรียกว่าไม่ประมาทแม้แต่นิดเดียว


    "หึๆ!! ..ข้าเคยบอกองค์ชายสิบสี่แล้วใช่ไหม? ว่าข้าจะยั้งมือไว้ไมตรี..คาถาอุโมงค์มารวิญญาณอสูรระดับสิบ..."

    สิ้นเสียงของต้วนจี้ในม่านมิติลานประลองลอยฟ้า กลับมืดมิดลงอย่างน่าอัศจรรย์ใจ ฉับพลันอุโมงค์เบื้องบนก็เปิดออกสิบอุโมงค์มาร ปากอุโมงค์ที่ใหญ่เหนือสุด ปรากฏปีศาจยื่นมือออกมาขนาดใหญ่สองข้าง มากกว่าครั้งที่ต้วนจี้ปล่อยออกมาโจมตีหลงไป๋ เหมือนเขาจะตั้งใจจัดการกริชเพชรด้วยคาถาอุโมงค์มารระดับจิตอสูรสูงสุดที่เขาได้รับถ่ายทอดมาจากคนโลกคู่ขนาน

    กริ๊ดดดดดดด!! ฮืออออ!! แควกกก!!

    เฮือก!

    "กรอด..อ๊าสสสส! "

    กริชเพชรหน้าถอดสีทันที อุโมงค์ขนาดเล็กเก้าหลุม เปิดออกรอบตัวเขาวิญญาณผีหัวส้ม ก็พุ่งทะลักออกมาอย่างมากมายหนาแน่น ยิ่งกว่าสายฝนที่ตกหนัก


    กรี๊ดดดด! กรี๊ดดดดดด!

    เฮือก!! ครืนๆ ๆ!!

    ร่างกายของชายหนุ่มสะดุ้งเฮือกถอยหลังกรูด เสียงเปี๊ยะเปี๊ยะดังลั่นพลังกัดกร่อนอย่างรุนแรงเข้าโจมตีกริชเพชรรอบด้าน และที่สำคัญมือใหญ่ทั้งสองข้างที่หลุดออกมาจากอุโมงค์มาร กรงเล็บสีดำเนื้อหุ้มกระดูก กางออกกดพลังหมอกสีดำอัดลงมา ทะลักจนเขาแทบหายใจไม่ออก


    "จ๊ากกกก! ..คาถาง้าวอัสนีคว่ำโลก"

    ตูมๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ!

    เปรี้ยงๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ!!

    ง้าวอสูรสามแสนแตกออกจากมือของชายหนุ่ม มันกระจายออกจากการเร่งเร้า เรียกอาวุธประจำตัวของกริชเพชรออกมาด้วยพลังจิต และพลังบอลดวงจิตแก่นแท้ของเขา ที่พัฒนาขึ้นมันจึงกระจายออกเป็นสามแสนเล่ม เข้าโจมตีหัวภูตผีสีส้มแตกกระจายเป็นวงออกอย่างอำมหิต


    การโจมตีของต้วนจี้มันช่างเต็มสูบ ชนิดว่าลงมือเพียงครั้งเดียวให้ตายทันที กำลังตีกลับของกริชเพชรมันเลยรุนแรงจนหน้าต้วนจี้ถอดสี พลังจิตอสูรระดับทองขั้นสิบของเขาสั่นสะเทือนกระอักเลือด ไหลซิบลงมุมปาก แต่ชายหนุ่มผู้ดื้อรั้น ผู้ยอมแม้แต่ขายวิญญาณ


    แม้การลงมือครั้งนี้ยังไม่ประสบผลสำเร็จ เขาก็ไม่ย่อท้อเร่งเร้าพลังจิตอสูร ที่มีทั้งหมดอัดใส่เข้าไปในมือปีศาจทั้งสอง ที่พยายาม กดทับพลังป้องกันขององค์ชายสิบสี่ จนพลังสายฟ้าที่กระทบกับหมอกสีดำแตกเปรี้ยงเปรี้ยง ใบหน้าของคนทั้งสองขาวซีด เพราะการต่อสู้พลังจิตที่สูสีก้ำกึ่ง


    เพราะคนหนึ่งมีพลังกายอสูรเสริม อีกคนหนึ่งมีพลังจิตที่สูงล้ำหลายขั้น ประชาชนที่กำลังเพ่งตามองการต่อสู้ อกสั่นขวัญแขวนดีที่มีม่านมิติค่ายกลอาวุธป้องกันนครอสูรวารี ห่อหุ้มพลังทั้งหมดไว้ด้านใน จึงได้แต่รับคลื่นพลังที่สะท้อนออกมาอย่างรุนแรงถึงกระนั้นก็ทำให้หัวใจของทุกคนสั่นไหว นี่เป็นเรื่องนับหลายหมื่นปี ที่มีการต่อสู้กันแบบใช้พลังสูงกว่า อสูรครึ่งเทพขั้นสิบเลยก็ว่าได้


    กรอด!!

    "คาถาง้าวอสูรฟ้าคำรน พลังจิตนอเขาอสูร"

    กริชเพชรกัดฟันกรอดๆ ใช้อาวุธง้าวอสูรประจำตัวออกด้วยกระบวนท่าที่สองซึ่งเป็นการจู่โจมโดยตรงสู่เป้าหมายด้านหน้า บวกเสริมด้วยพลังจิตที่ประสานออกจากนอเขาบนหัวเป็นสายฟ้า อัดเข้ากลางฝ่ามือปีศาจที่กางกรงเล็บด้วยเนื้อหุ้มกระดูก เสียงดังสนั่นหวั่นไหวด้วยพลังเต็มสิบเช่นกัน มันเป็นวิชาที่เขาเรียนเสริมจากการควบคุมพลังจิต หลอมรวมยกระดับคาถาอาวุธประจำกายง้าวอสูร


    เปรี้ยง! เปรี้ยง! ตูม! ตูบ!

    วาบบบ! วาบบบ!

    "อ๊าสสสส! /โอ๊กกกกก! "

    ร่างของชายหนุ่มทั้งสองต่างกระเด็นออกไปจากกัน พลังการต่อสู้ถูกอัดกลับไปเต็มๆ จนหมดสิ้น มือปีศาจและอุโมงค์มารทั้งสิบปิดลงทันที ปีศาจสีส้มทั้งมวลสลายวับไปกับตา ความมืดครึ้มสว่างออกอย่างปัจจุบันทันด่วน


    มันแทบทำลายล้างม่านมิติให้บิดเบี้ยว ลานประลองลอยฟ้าแรงถูกอัดเมื่อคู่ เกือบจะระเบิดค่ายกลอาวุธปกป้องนครให้แตกสลายไป องค์ชายสิบสี่กับคุณชายต้วนจี้กระเด็นจนกระแทกม่านมิติ ล้มลงกะอักเลือดเหมือนกับพวกเขาสลบกันไปทั้งคู่ มือทั้งสองข้างกระตุกด้วยความเจ็บปวด


    "นี่มันเกิดอะไรขึ้นทำไม? พลังการต่อสู้ของพวกเขาถึงได้รุนแรงขนาดนี้ องค์ชายเจ้าจิงโจว จะเป็นอะไรหรือเปล่าเสด็จป้า.."

    เสียงองค์หญิงเจ้าเฟิงหันไปถามองค์ฮองเฮาฝ่ายขวาที่ตอนนี้ลุกขึ้นมาอ้าปากค้างมองดูการประลองชิงตำแหน่งองค์รัชทายาทที่รุนแรงแบบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนพร้อมๆ กับทุกคนในโดมโคลีเซี่ยม ทุกสายตาจับจ้องสิ่งที่เกิดขึ้นเกินความคาดหมาย พวกเขาทั้งสองมีพลังรบสูสีก้ำกึ่งกันจนทำลายฝ่ายตรงข้ามแทบจะกระดิกตัวไม่ได้


    "ท่านพ่อองค์ชายสิบสี่เป็นเช่นไรบ้าง!! "

    เสียงหลงไป๋ที่เคยเย็นชากับแฝงด้วยความเป็นห่วงดังขึ้น ขณะนางพยายามเพ่งมองไปที่บุรุษหนุ่มที่นอนฟุบอยู่บนลานประลองลอยฟ้า


    "ไป๋เอ๋อ..องค์ชายสิบสี่ไม่เป็นไรเขายังมีคลื่นชีวิต แต่การปะทะครั้งนี้รุนแรงเหลือเกินเขาบาดเจ็บสาหัสยิ่ง.."

    เจ้าสำนักหลงหันมาเอามือลูบหัวบุตรสาว กล่าวกับนางด้วยเสียงแผ่วเบา ดวงตาหญิงสาวสั่นระริก มีน้ำเอ่อออกมาอย่างไม่เคย ปรากฏมาก่อนในชีวิตของนาง จนทำให้เจ้าสำนักหลง อดที่จะสงสารลูกสาวไม่ได้ เขารู้ว่าหัวใจของนางที่เย็นชาเหมือนน้ำแข็ง ตอนนี้ร้อนระอุด้วยชายที่อยู่บนลานประลองนั้น


    "องค์ชายสิบสี่ท่านต้องชนะท่านลุกขึ้นเถอะข้าขอร้อง.."

    หลงไป๋กล่าวเบาๆ เหมือนกับกำลังภาวนา ขอร้องให้ชายหนุ่มลุกขึ้นจากการสลบแน่นิ่ง หัวใจของกริชเพชรเหมือนมันกำลังจะหยุดเต้นพลังทั้งหมดถูกฟาดกระแทกเข้าไปในร่างกายของเขา ดีที่เกราะเกล็ดอาวุธเทพมังกรโลกันตร์บรรพกาลเซฟไว้ ไม่ให้ได้รับบาดเจ็บจนสูญสลายไป เพราะพลังอันมหาศาลที่ระเบิดออกในม่านมิติ ที่ขังพวกเขาทั้งสองอยู่ พลังทั้งหมด ที่ถูกปล่อยออกมาจึงทำร้ายคนทั้งสองสาหัสแทบสิ้นชีวิตลง


    กริชเพชรกัดฟันพยุงตัวลุกขึ้นพยายามเร่งเร้าพลังบอลดวงจิตแก่นแท้รักษาตัวเอง ถ้าไม่ใช่อยู่ระหว่างการประลองเขาต้องหลบเข้าไปในห้องสีชมพูฟื้นฟูร่างกายที่บาดเจ็บโดยด่วน เพราะตอนนี้ชายหนุ่มรู้สึกว่าเหมือนเขาจะตายลงจริงๆ จากพลังมือปีศาจทั้งสองข้างนั้นมันมากจนแทบต้านไว้ไม่อยู่


    แต่คนที่น่าอนาถกว่าคือคุณชายต้วนจี้ตอนนี้เขาลุก ไม่ขึ้นแม้ว่ายังไม่สิ้นชีวิตลงแต่ก็เหมือนเหยียบ เข้าขอบขุมนรกแดนอเวจีจริงๆ สติพร่ามัว


    ต้วนจี้เคยลำพองใจจากการขายวิญญาณจนได้รับพลังจิตอสูรระดับสูงมา คาดคิดว่าจะลงมือปลิดชีวิตองค์ชายสิบสี่ได้ไม่ยาก แต่พอลงมือเข้าจริงๆ องค์ชายสิบสี่กลับแข็งแกร่งกว่าที่เขาคาดคิดไว้ มันสูสีก้ำกึ่งกับพลังที่เขาได้รับการถ่ายทอดมาจากคนโลกคู่ขนาน


    "ข้าไม่ยอม..ข้าต้องฆ่ามันให้ได้ ข้ายอมขายวิญญาณให้กับพวกท่าน ท่านต้องช่วยข้า ตำแหน่งองค์รัชทายาทข้าไม่ต้องการแล้ว มันแย่งทุกสิ่งไปจากชีวิตข้า วันนี้ข้าต้องการชีวิตของมัน ทูตคนโลกคู่ขนานข้าต้องการขายร่างกายให้ท่านบัดนี้ ท่านจะเอาไปทำอะไรก็ได้ขอเพียงข้าได้ฆ่าไอ้ตัวบัดซบ ที่อยู่ตรงหน้าก็พอใจแล้ว.."


    เสียงของคุณชายต้วนจี้รำพึงพูดกับคนโลกคู่ขนานที่ซ่อนอยู่ในตัวเขา มันคือแม่ทัพซ้ายของจอมปีศาจ ถ้ามันกลืนกินร่างคุณชายต้วนจี้พลังทั้งหมดของมันก็สามารถแสดงออกได้เต็มสูบ ถึงระดับพลังจิตปีศาจธาตุเพชรขั้นที่ห้า


    "คิคิ! ..เจ้าอย่ามาเสียใจทีหลังนะร่างกายและจิตวิญญาณของเจ้าเป็นของข้าแล้วเมื่อเจ้าเรียกร้องเช่นนี้ เจ้าไม่มีวันกลับมาเป็นตัวตนของเจ้าได้อีกต่อไปเจ้าคือทาสอสูรนักรบของข้า..คิๆ ๆ "

    .............................................................................................................................................................................................................................................................

    คล้ายกับเรื่องตำนานเทพอสูรจอมราชัน NC18+ ที่คุณอ่าน