เทพีน้ำค้างเหมันต์ (เทพอัสนีย์ มารพยัคขาว ภาค 2)

    ตอนที่ 32 ดั่งเตรียมค้อนทุบเหล็กแดง

    ณ ปากถ้ำทางเข้าหมู่บ้านนักขุดเหมืองอันลี้ลับ

    ลึกลงไปใต้ผืนแผ่นดินในเขตน่านเจ้า ดินแดนที่ผู้คนน้อยนักจะรู้จักและสามารถย่างกลายมาถึง แสงอรุณยามเช้าแทบไม่อาจส่องเข้ามาถึงที่แห่งนี้ แต่เพียงก้าวเข้าสู่ปากถ้ำ กลับปรากฏบรรยากาศอบอุ่นและเงียบสงบ ต่างไปจากโลกเบื้องบนโดยสิ้นเชิง

    เทพีน้ำค้างเหมันต์และเทพฟ้าดิน ก้าวลงลึกเข้าสู่ถ้ำ เส้นทางเอียงลงเล็กน้อย ทอดยาวราวกับไร้ที่สิ้นสุด ตลอดทางมีเพียงแสงจากโคมไฟวิเศษที่ฝังไว้ตามซอกหิน คอยส่องประกายสลัวสะท้อนกับ สายธารแร่โลหะสีเงิน ที่ไหลเรืองรองประหนึ่งห้วงธาราแห่งสวรรค์ ว่ากันว่าแร่ชนิดนี้มีพลังศักดิ์สิทธิ์เพียงพอจะหล่อหลอมเป็นแก่นกำเนิดของเทพชั้นสูงได้มากมาย นี่จึงเป็นเหตุผลที่หมู่บ้านลี้ลับแห่งนี้ถูกปกป้องด้วยค่ายกลอย่างแน่นหนา ด้วยเหตุที่ว่าที่นี่คือ ต้นธารแห่งอำนาจที่แท้จริง

    ไม่นานนัก ร่างสูงใหญ่ของชายวัยกลางคนผู้หนึ่งก็ก้าวออกมาต้อนรับ เขาคือ เทพพายัพ หัวหน้าหมู่บ้าน ผู้มากด้วยบารมีและความรู้ลึกซึ้งเกี่ยวกับพลังใต้พิภพ เขาก้าวเข้ามาคำนับด้วยท่าทีนอบน้อม “ทันทีที่ได้รับจดหมายจากท่านประมุขเมื่อวาน ข้าก็รีบเตรียมศิษย์ที่ฉลาดและแข็งแกร่งที่สุดไว้พร้อมรับบัญชา”

    เมื่อสิ้นคำ ศิษย์ราวยี่สิบคนก็ก้าวออกมา พวกเขายืนเรียงแถวกันอย่างเป็นระเบียบ สายตาแต่ละคนมุ่งมั่น และกระตือรือร้น ประดุจเปลวไฟที่พร้อมเผาไหม้ทุกสรรพสิ่ง

    เทพีน้ำค้างเหมันต์มิเอื้อนเอ่ยสิ่งใดให้มากความ นางเพียงยื่นแผ่นกระดาษที่เต็มไปด้วยรายชื่อสมุนไพร แร่ธาตุ และหินวิเศษหายากให้เทพพายัพ

    เขารับไว้ก่อนหยิบกล่องสี่เหลี่ยมขนาดพอดีวางลงตรงหน้า กล่องนั้นประหนึ่งเครื่องรางโบราณ เมื่อแผ่นกระดาษถูกใส่ลงไปแล้ว เขาเพียงวาดมือเบาๆ กระดาษยี่สิบแผ่นที่เหมือนต้นฉบับทุกประการก็ลอยออกมาจากช่องด้านหลัง กลิ้งหมุนกลางอากาศไปหยุดอยู่ตรงหน้าศิษย์ทั้งยี่สิบคนอย่างพร้อมเพรียง

    เทพพายัพกล่าวด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจ “ในรายการนี้มีสมุนไพร แร่ และหินวิเศษจำนวนมาก จงแบ่งเป็นสามกลุ่ม ออกไปจัดหาสิ่งที่ท่านประมุขต้องการมาให้ครบถ้วน และจำไว้ว่า ต้องเลือกแต่สิ่งที่ดีที่สุดเท่านั้น”

    “รับบัญชา!” เสียงศิษย์ดังขึ้นพร้อมกันราวสายฟ้าฟาด ก่อนแยกย้ายกันไปยังคลังสมบัติของหมู่บ้านทันที

    เมื่อความวุ่นวายสงบลง เทพพายัพจึงก้าวเข้ามาใกล้เทพีทั้งสอง ก่อนโน้มตัวลงเล็กน้อย แล้วกระซิบด้วยเสียงอันแผ่วเบา

    “ข้าได้ยินมาว่า… ความลับของ เจ้าวายุ ถูกเปิดเผยแล้วจริงหรือไม่”

    ทั้งสองสาวสบตากัน ก่อนพยักหน้าอย่างเคร่งขรึม

    เทพพายัพยิ้มบางๆ แต่ร่องรอยในดวงตากลับสั่นไหวด้วยความกังวล “หึ… ที่ทั้งสองท่านรู้ ยังเป็นเพียงเศษเสี้ยวหนึ่งเท่านั้น… แท้จริงแล้ว ยังมีความลับที่น่าสะพรึงยิ่งกว่านั้นซ่อนอยู่”

    ยังไม่ทันที่เขาจะเอ่ยจบ เสียงสำลักเลือดก็ดังขึ้น เฮือก! เลือดสดทะลักออกจากริมฝีปาก เทพพายัพทรุดกายลงต่อหน้าพวกนาง

    เทพฟ้าดินรีบก้าวเข้าไปประคอง แต่เขาสะบัดมือห้าม สายตาเต็มไปด้วยเจ็บปวด “ไม่ต้อง… อาการเช่นนี้มิใช่เพราะบาดเจ็บภายนอก แต่เป็นตราสัญญา… เขาผู้นั้น ทำสัญญาทาสผูกมัดข้าไว้ตั้งแต่กาลก่อน”

    คำพูดนั้นทำเอาทั้งสองเทพีถึงกับชะงักงัน หัวใจราวกับถูกบีบรัดด้วยความสงสัยและหวาดหวั่น นางทั้งคู่สบตากัน ก่อนเอ่ยเสียงสั่น “เขา… แท้จริงแล้ว เป็นใครกันแน่?”

    เทพพายัพหันมามองทั้งสองด้วยสายตาอันโรยรา “ข้า…พูดไม่ได้ แต่เมื่อพวกท่านได้ใกล้ชิดเขา วันหนึ่งทุกสิ่งจะเปิดเผยเอง” เสียงของเขาแผ่วเบา ราวกับว่าลมหายใจกำลังจะขาดลง ก่อนจะเสริมด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “แต่สิ่งเดียวที่ข้ายืนยันได้… ทั้งพิภพนี้ ไม่มีผู้ใดเทียบเขาได้ เพียงแต่…เขาเลือกที่จะปกปิดพลังเอาไว้เท่านั้น”

    ยังไม่ทันจบถ้อยคำ เลือดสดก็ทะลักออกจากปากเทพพายัพ เขาทรุดฮวบลงแทบจะสิ้นสติ คราวนี้หนักหนายิ่งกว่าครั้งก่อนจนลำคอเอียงพับ ราวกับพลังชีวิตถูกบีบเค้นออกไป

    “พอแล้ว! เจ้าไม่ต้องฝืนอีกต่อไป” เทพีน้ำค้างเหมันต์รีบยื่นมือเรียกปราณเหมันต์จากปลายนิ้ว แผ่คลื่นพลังเข้าสู่ร่างเขา กลิ่นหอมเย็นราวน้ำแข็งแรกผลิแผ่กระจายทั่วถ้ำ “ขอบใจเจ้ามากที่ยอมเอ่ยความจริง แม้เพียงเล็กน้อยก็ตาม”

    เวลาสองชั่วยามล่วงไปอย่างรวดเร็ว ศิษย์ของหมู่บ้านได้รวบรวมว่านสมุนไพร แร่ธาตุ และหินวิเศษได้ครบถ้วนตามบัญชี เทพีน้ำค้างเหมันต์เพียงโบกมือเบาๆ สิ่งของทั้งหมดก็พลันหายวับ ร่วงลงไปในถุงมิติที่นางสะพายอยู่ ราวกับสายน้ำถูกดูดซับเข้าไปในความว่างเปล่า

    “ของทุกสิ่งครบถ้วนแล้ว ข้ามิอาจรบกวนท่านและหมู่บ้านได้อีก…ลาก่อน” เสียงนางดังกังวานแต่เยือกเย็น

    เทพพายัพฝืนลุกขึ้นโค้งศีรษะ แม้ร่างกายยังอ่อนแรง “ท่านประมุข…ผู้อาวุโสสูงสุด ขอให้เส้นทางของท่านทั้งสองปลอดภัย”

    เทพีน้ำค้างเหมันต์เหลือบตาไปทางศิษย์ “เทพแห่งฟ้าดิน เราเดินทางต่อไปยังพระราชวังน้ำแข็งเถิด”

    เทพฟ้าดินก้มศีรษะรับอย่างสงบ “ทุกสิ่งแล้วแต่อาจารย์จะบัญชา”

    สิ้นคำตอบ ร่างทั้งสองก็สว่างวาบ กลายเป็นลำแสงนวลขาว ก่อนจะหายวับไปจากถ้ำ ทิ้งเพียงสายธารโลหะเรืองรองและเงาร่างของเทพพายัพ ผู้ที่มิอาจเปิดเผยความจริงที่ซ่อนเร้น…

    ณ พระราชวังน้ำแข็งใต้ทะเลมรกต หุบเขาอัสนีเทวะอันเงียบสงัด ระลอกสายหมอกเย็นลอยอ้อยอิ่งปกคลุมทั่วโถงใหญ่ ผนังหินน้ำแข็งส่องประกายสีเงินอมฟ้า แสงจางๆสะท้อนเป็นวงรัศมีจากผลึกคริสตัลที่ก่อตัวเป็นแท่งยาวเหนือเพดาน เสียงน้ำหยดกระทบผิวน้ำแข็งเป็นจังหวะคล้ายเสียงระฆังลี้ลับ ทั้งหมดนี้ถักทอเป็นบรรยากาศสงบเย็น ทว่ามีพลังแห่งฟ้าดินซ่อนเร้นหมุนวนอยู่อย่างเข้มข้น

    ร่างของสองสตรีปรากฏขึ้นท่ามกลางแสงวาบ เทพีน้ำค้างเหมันต์ ผู้มีอำนาจสงบเยือกเย็นราวหิมะแรกผลิ และ เทพฟ้าดิน ศิษย์สาวผู้มุ่งมั่น เปี่ยมไปด้วยความเคารพต่ออาจารย์

    เทพีน้ำค้างเหมันต์ก้าวออกมากลางโถง ดวงตาเรียวยาวทอดมองไปยังแท่นหิมะที่ตั้งเรียงเป็นวง “ที่นี่…คือสถานที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการบ่มเพาะ ศิษย์ทั้งสามที่ผ่านการคัดเลือกจากสำนักจะถูกนำมาพร้อมกันฝึกที่นี่ ข้าต้องการให้ทุกตารางนิ้วของโถงแห่งนี้กลายเป็นสนามทดสอบทั้งร่างกายและจิตใจของพวกเขา”

    เทพฟ้าดินก้าวตามหลัง แววตาเป็นประกายด้วยความตื่นเต้น “อาจารย์หมายถึง…ให้แต่ละคนเผชิญหน้ากับความหนาวเหน็บและแรงกดปราณของสถานที่นี้ โดยไม่มีสิ่งใดมาปกป้องหรือเจ้าคะ?”

    “ถูกต้อง” น้ำเสียงของนางเย็นเฉียบแต่ทรงพลัง “เพราะผู้ที่ไม่อาจทนแรงกดดันของที่นี่ได้ ย่อมไม่คู่ควรต่อการสืบทอดพลังอันสูงสุด”

    ศิษย์สาวนิ่งคิดก่อนเอ่ยอย่างระมัดระวัง “แล้วอาจารย์จะจัดการอย่างไรกับการฝึกเข้มข้นครั้งนี้ ข้าเกรงว่าศิษย์ทั้งสามอาจจะท้อถอย…”

    ผู้เป็นอาจารย์หัวเราะเบาๆ “หากพวกเขาอ่อนแอถึงเพียงนั้น ต่อให้ได้ครอบครองอาวุธเทพก็มิอาจต้านทานชะตา ข้าจะฝึกแบบตัวต่อตัว อาจารย์หนึ่ง ศิษย์หนึ่ง…ดั่งตีช่างเหล็กใช้ค้อนตีไปยังเหล็กที่ผ่านการเผาจนแดง ค่อยๆทุบค่อยๆนวด จนได้กระบี่ชั้นเทพเซียน”

    เทพฟ้าดินสบตาอาจารย์ด้วยความมุ่งมั่น “เช่นนั้น ข้าขอตัวไปจัพเตรียมวัสดุอุปกรณ์ฝึกให้พร้อมใช้ก่อนนะอาจารย์”

    “ตามใจเจ้าเถิด เจ้าทำสิ่งใดล้วนออกมาดีที่สุดเสมอ” สิ้นคำกล่าวนั้นของเทพีน้ำค้างเหมันต์ โถงน้ำแข็งก็พลันเงียบงันอีกครา มีเพียงเสียงสายลมเย็นพัดลอดเข้ามาตามรอยแยกหินดังเป็นห้วงๆช่างน่าอภิรมณ์ใจเสียจริงๆ

    คล้ายกับเรื่องเทพีน้ำค้างเหมันต์ (เทพอัสนีย์ มารพยัคขาว ภาค 2) ที่คุณอ่าน