ณ บ้านพักตากอากาศหรู อุทยานแห่งชาติกรีนไฮ
ย้อนกลับไปใน่ก่อนที่โจนาธานกับเฟรีสจะปีนขึ้นมาจากหุบเหวเล็กน้อย
องค์หญิงเคียร์รี่กำลังรอคอยพระสหายอยู่ด้วยความหงุดหงิดใจ
“ทำไมป่านนี้ยังมาไม่ถึงอีก”
องค์หญิงกล่าวพร้อมกับจ้องไปที่หัวหน้ากรม ปภ. ด้วยพระพักตร์ที่แสดงถึงความกริ้วเต็มพิกัด ทำเอาข้าราชการกระจอกผู้นี้เเทบจะปัสสาวะเล็ด
ไม่สิ! ต้องบอกว่าออกมาหน่อยหนึ่งแล้วต่างหาก ดีนะที่ขมิบทัน
การประจบประแจงผู้สูงศักดิ์ท่านนี้ก็ช่างยากเย็นเหลือเกิน แต่จะไม่ทำก็ไม่ได้เพราะตำแหน่งน้อยๆนี้ก็ใช่จะได้มาด้วยวิธีขาวสะอาด
ขืนผิดใจกับราชวงศ์ชะนักที่ปักหลังไว้ก็จะโดนทิ่มลึกลงไปแน่นอน
หัวหน้าหน่วย ปภ. ได้แต่รำพึงรำพันด้วยความปวดใจ ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ เขาก็คงจะขอขายหมูปิ้งหน้าบ้านกับเมียดีกว่าที่จะมารับราชการและกลายเป็ทาสแบบนี้
“คะ คือว่ามีปัญหาเล็กน้อยพ่ะยะค่ะ พอดีว่ามีอุบัติเหตุใกล้ๆนี่และมีผู้หญิงกับเด็กได้รับาเ็สาหัส
กระหม่อมจึงมาทูลขออนุญาตเพื่อจะนำเฮลิคอปเตอร์ไปกู้ภัยก่อนได้หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ" หัวหน้ากรม ปภ. พูดด้วยเสียงอันสั่นเทา
ปั่ก
ทันใดนั้น ใบหน้าของเขาก็ถูกกระทืบด้วยรองเท้าส้นสูงอย่างแรงจนดั้งจมูกหัก เืคาวๆค่อยไหลลงคอจนแทบจะสำลัก
แต่ถึงจะโดนขนาดนั้นหัวหน้ากรมก็ไม่กล้าขยับออกจากท่า "นอนหงายถวายบังคม" แม้แต่น้อย
อนึ่ง ท่านอนหงายถวายบังคมนี้เป็ประเพณีการเข้าเฝ้าระหว่างข้าราชบริพารกับราชวงศ์ของไซแอนมาั้แ่ครั้งโบราณกาลแล้ว
ถึงแม้ว่ามันจะเป็ที่ขบขันในสายตาของชาวต่างชาติ แต่ทางราชวงศ์ก็ไม่คิดจะทิ้งประเพณีอันดีงาม(ตรงไหนฟะ)นี้ไป
ทว่า มันก็มีคนหัวก้าวหน้าบางกลุ่มที่ไม่คิดเช่นนั้น
ในอดีตที่ผ่านมาได้มีสมาชิกฝ่ายค้านเสนอญัตติขอแก้ประเพณีดักดานนี้ในสภาหลายต่อหลายครั้ง
ทว่า มันกลับถูกฝ่ายรัฐบาลตีตกไปเสียทุกครั้งเช่นกัน
ทางฝ่ายรัฐบาลซึ่งเป็สุนัขรับใช้ของกษัตริย์อ้างว่าจำเป็ต้องรักษาประเพณีนี้ไว้
ด้วยเหตุผลที่ว่าการหนอนหงายถวายบังคมนั้นมีนัยสำคัญอันแสนชาญฉลาดแฝงอยู่หลายต่อหลายอย่าง อาทิ เช่น เพื่อเป็การแสดงให้เห็นว่ายอมมอบกายมอบใจถวายชีวิตนี้แก่กษัตริย์และราชวงศ์ และยังเป็การแสดงให้เห็นว่าตนเองปราศจากอาวุธอีกด้วย
เพราะอย่างนั้น ประเพณีปลูกฝังความเป็ทาสลักษณะนี้จึงยังคงใช้อยู่ในไซแอนตลอดมา
ปกติแล้ว ไม่ว่าแดดจะร้อนๆแค่ไหนก็ตาม เมื่อกษัตริย์เสด็จทุกคนจะต้องนอนหงายทั้งหมด เป็เช่นนี้ตลอดมาไม่เคยเปลี่ยน
แต่ก็นับว่าเป็โชคดีของพสกนิกรชาวไซแอนยิ่งนักที่ได้มีกษัตริย์ผู้สุดแสนจะเมตตาปราณี
เพราะในรัชสมัยเนโรที่ 13 นั้นได้ผ่อนปรนกฎบางประการลง โดยอนุญาตให้นอนคว่ำได้ถ้าเป็การรับเสด็จกลางแจ้ง เพื่อที่แดดจะได้ไม่แยงตา
ช่างเมตตาเหลือจะกล่าว ดังนั้นอย่าไปกล่าวเลยจะดีกว่า ไม่งั้นเดี๋ยวจะติดคุกเอาได้
"รีบไปรับเพื่อนฉันเดี๋ยวนี้ ถ้าแกไม่ทำก็มีคนที่พร้อมมาแทนแกอีกมากมาย คงรู้นะว่าหมายถึงอะไร" องค์หญิงเคียร์รี่พูดด้วยน้ำเสียงเ็าพร้อมกับลงน้ำหนักพระบาทเพิ่มทำให้จมูกหัวหน้ากรม ปภ. เริ่มจะผิดรูป
“อึ่ก...กระหม่อมจะรีบไปจัดการตามพระประสงค์ทันที” หัวหน้ากรม ปภ. ฝืนตอบ ก่อนจะกราบกรานแทบพระบาทเปื้อนเืและคลานเข่าออกจากห้องไป
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
กลับมาใน่เวลาปัจจุบัน (20.45 น)
“ถ้าภรรยาผมเป็อะไรจะไม่โทษพวกคุณเด็ดขาด"
โจนาธานพูดจบก็เปิดจสวิทซ์โดรนทันทีโดยไม่รอคำตอบกลับจากหัวหน้าอาสากู้ภัย
พั่บ พั่บ พั่บ
เสียงใบพัดโดรนดังก้องไปทั่วหุบเหวกรีนไฮ
เนื่องจากเฟรีสผลิตขึ้นมาแบบลวกๆจึงช่วยไม่ได้ที่มันจะมีเสียงดังมาก ผู้คนแถวนั้นต่างก็หันมาให้ความสนใจทันที
โดยเฉพาะบรรดาสื่อมวลชน พอได้เห็นโดรนรูปร่างแปลกตาค่อยๆบินลงไปด้านล่าง ต่างก็พากันรีบบันทึกภาพอย่างบ้าคลั่ง
พวกเขาพลาดการสัมภาษณ์เ้าหนูขี้แยกับตำรวจหนุ่มไปแล้ว คราวนี้จะไม่ยอมให้เหยื่อหลุดลอยไปอีกเป็อันขาด ไม่เช่นนั้นอาจต้องอดโบนัสตอนสิ้นปีก็เป็ได้
"ถ้าเจอลมแรง ให้กดปุ่มสีเหลืองๆๆๆ"
โจนาธานพึมพำเบาๆราวกับท่องอะไรบางอย่าง พร้อมกับบังคับโดรนไต่ระดับความสูงลงไปเรื่อยๆ
"นั่นอะไรน่ะ"
ลูกทีมอาสากู้ภัยคนหนึ่งชี้ให้เพื่อนดูแสงสว่างจ้าที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
"มันคือโดรนกู้ภัย ที่เพื่อนสามีของผู้หญิงคนนี้ประดิษฐ์ขึ้น" หัวหน้าทีมอาสากู้ภัยอธิบายด้วยน้ำเสียงเป็กังวล เพราะยังไม่ค่อยมั่นใจนักในเื่ของความปลอดภัย
"เอาล่ะ! ช่วยยกภรรยาผมขึ้นเตียงด้วย" เมื่อเห็นท่าทางลังเลของพวกกู้ภัยโจนาธานจึงเตือนผ่านทางจอภาพที่ติดตั้งไว้
"เร็วเข้าสิ" หัวหน้ากู้ภัยเร่ง
"แต่...มันปลอดภัยหรือครับ" ลูกทีมคนหนึ่งแย้งขึ้น ถ้ามีความผิดพลาดขึ้นมาพวกเขาก็อาจซวยได้
"เลิกลังเลได้แล้ว ถ้าปล่อยเธอไว้อย่างนี้เธอก็ตายอยู่ดี ไม่สู้เราลองเสี่ยงดีกว่า อย่าลืมสิ เรายังมีคนเจ็บอีกคนด้วย"
ห้านาทีต่อมา
"พร้อมแล้ว ยกขึ้นได้เลย" หัวหน้ากู้ภัยวิทยุบอกตำรวจหนุ่ม
ซูมมม
โดรนกู้ภัยค่อยๆยกตัวขึ้นอย่างช้าๆท่ามกลางสายตาลุ้นของคนทั้งหมด
3 เมตร 10 เมตร 30 เมตร 70 เมตร 80 เมตร 100 เมตร 105 เมตร….
“ในที่สุด”
โจนาธานอุทานด้วยน้ำตานองหน้า พร้อมๆกับเสียงะโกู่ร้องด้วยความดีใจของผู้คนรอบๆ
“ขออนุญาตครับๆ”
ทันทีที่หญิงสาวขึ้นมาจากหุบเหว เ้าหน้าที่พยาบาลซึ่งแสตนบายด์คอยอยู่พักใหญ่ก็เตรียมนำเธอขึ้นรถเพื่อไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดโดยด่วน
ทว่า ขณะที่ตำรวจหนุ่มกำลังจะะโขึ้นรถไปด้วย วิทยุข้างเอวก็ได้ดังขึ้นเสียก่อน
“หัวหน้าทีมอาสากู้ภัยเรียกโจนาธาน ทราบแล้วเปลี่ยน”
"ครับ?"
"คือว่า...ด้านล่างยังมีคนเจ็บอยู่อีก อาการสาหัสมากด้วย คนที่พาคุณขึ้นมาส่งตอนนั้นไง ช่วยเอาโดรนลงมาอีกรอบทีนะครับ" หัวหน้าอาสากู้ภัยพูดด้วยน้ำเสียงเป็กังวล
"อาการเป็ยังไงบ้างครับ?" โจนาธานถามด้วยความเป็ห่วง ถึงชายร่างั์จะหน้าตาโฉด แต่ก็ใจดีมากทีเดียว
"ขาขวากระแทกหินจนแหลก โชคดีที่พลาดตอนใกล้จะถึงพื้นแล้วเลยไม่ตาย"
"ผมจะช่วยเต็มที่ ไม่ต้องเป็ห่วง" ตำรวจหนุ่มตอบกลับ จากนั้นก็หันไปพูดกับเ้าหน้าที่พยาบาล
"พาภรรยาผมไปก่อนได้เลยครับ”
---------------------------------------------
เวลา 21.15 น ห้องผ่าตัดฉุกเฉินโรงพยาบาลกรีนไฮ
“นี่มันเหลือเชื่อ! แน่ใจหรอว่าร่วงลงมาเกิน 100 เมตร? ถึงจะตกลงน้ำก็เถอะ"
ศัลยแพทย์ที่ทำหน้าที่ตรวจเซซาเรียอุทานออกมาด้วยความทึ่ง
โดยปกติเมื่อตกจากที่สูงขนาดนี้ ถึงแม้จะตกลงน้ำก็ตาม แต่แรงตึงที่ผิวน้ำก็จะก่อให้เกิดอันตรายได้อยู่ดี
เท่าที่เคยมีบันทึกไว้ ระยะปลอดภัยสูงสุดเท่าที่มนุษย์ซึ่งผ่านการฝึกมาแล้วจะะโลงไปได้คือ 58.8 เมตร เท่านั้น
จึงเป็เื่เหลือเชื่อมากที่สุด สำหรับผู้หญิงที่อุ้มเด็กและตกลงมาด้วยความสูงกว่า 100 เมตร แล้วยังคงรอดชีวิตอยู่ได้
อันที่จริงถ้าไม่ได้นาโนบอทเซซาเรียคงจะตายไปั้แ่ 15 นาทีแรกแล้วด้วยซ้ำ
แต่จะนับว่าเป็ความโชคดีในโชคร้ายก็ว่าได้ เพราะหลังจากนี้ตราบเท่าที่ไม่ไปติดเชื้อโรคจากต่างดาว เธอก็จะไม่ป่วยไข้อีกต่อไป แถมอายุก็จะยืนขึ้นอีกมากๆๆด้วย
-----------------------------------
เวลาเดียวกัน ขณะที่พวกหมอกำลังทึ่งกับเซซาเรีย เฟรีสก็เองก็เพิ่งจะตรวจเสร็จเช่นกัน
"เด็กคนนี้ปกติดีทุกอย่าง ก็ไม่เห็นว่าไตมันจะฉีกตรงไหน บางที...เขาคงใมากเกินไปจึงคิดไปเอง" แพทย์ฉุกเฉินกล่าวกับนางพยาบาลสาว จากนั้นก็มองไปที่เด็กน้อยขี้แยด้วยสีหน้าครุ่นคิด
"อืม...ยังไงก็ให้รอดูอาการสัก 2 คืนก่อนก็แล้วกัน แล้วก็เรียกจิตแพทย์เด็กมาดูเขาพรุ่งนี้ด้วยล่ะ"
ในตอนนี้ข่าวเกือบทุกช่องให้ความสนใจเื่เฟรีสกับเซซาเรียมาก
หมอคนนี้จึงไม่กล้าเสี่ยงแม้เพียงเล็กน้อย ถ้าเด็กนั่นเกิดเป็อะไรขึ้นมารับรองว่าเขาจะซวยไม่ใช่น้อย
ไม่กี่นาทีต่อมา เฟรีสก็ถูกเข็นมานอนที่ห้องผู้ป่วยรวมหมายเลข 2
"ในที่สุดฉันก็จะได้หลับเสียที"
เฟรีสพึมพำเบาๆ พร้อมกับค่อยๆขยับเปลือกตาปิดลงช้าๆเตรียมเข้าสู่นิทรารมณ์อันแสนสุข ทว่า....
ฟีบ ฟีบ ฟีบ
ตื้ด ตื้ด ตื้ด
ปิ้บปิ้บปิ้บ
ปี๊บบบบบบบบ /\_/\_/\________
เฮ้ย!! เขาหยุดหายใจแล้ว!!
ฉีดอะดรีนาลีน...เตรียมปั้มหัวใจ !!!
3 2 1
ปื่บ
อีกครั้ง….
เฟรีสที่กำลังเตรียมจะหลับ ตาสว่างโร่ทันที
'ว้อยยย! นี่มันอะไรกันเนี่ย ใครมันจะหลับได้วะ เฮ้ยยย! ตาลุงนั่นจะตายแล้ว'
เด็กน้อยรู้สึกปวดขมับจี๊ดขึ้นมาทันที ดูเหมือนการนอนหลับจะเป็เื่ยากเสียแล้ว
………………………………………………………………………………………………………………………………………….
เช้าวันรุ่งขึ้น
"ทางเราได้รับคำยืนยันจากโรงพยาบาลกรีนไฮว่าเด็กปลอดภัยดี ส่วนผู้หญิงพ้นขีดอันตรายแล้วค่ะ ที่น่าแปลกใจคือการช่วยเหลือครั้งนี้ใช้โดรนที่ประดิษฐ์ขึ้นเองโดย....."
เสียงรายงานจากผู้ประกาศข่าวสาวสวยแห่งรายการข่าวข้นล้นทะลักดังมาจากจอทีวีของห้องผู้ป่วยรวมหมายเลข 1
ไม่เฉพาะรายการนี้เท่านั้น แต่ข่าว่เช้าเกือบทั้งหมดต่างก็นำเสนอเื่อุบัติเหตุเมื่อคืน
หลังจากที่ได้มีการใช้โดรนแปลกๆมากู้ภัย จากข่าวที่ไม่น่าสนใจก็กลายเป็ที่สนใจขึ้นมาทันที
ทว่า ข่าวทุกช่องในประเทศกลับไม่พูดถึงเื่ที่องค์หญิงเคียร์รี่นำเฮลิคอปเตอร์ราชการไปใช้ส่วนตัวเลยแม่แต่น้อย
ใครเล่าจะไม่กลัวอำนาจมืดของราชวงศ์ที่แม้จะไม่ผิดกฎหมายก็สามารถทำให้ผิดได้
ส่วนข่าวต่างประเทศกลับต่างออกไปโดยสิ้นเชิง เื่ขององค์หญิงปรสิตกลายเป็ที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างสนุกปาก
พร้อมกันนั้นเื่เน่าเหม็นอื่นๆของราชวงศ์เธเร่เองก็ถูกขุดขึ้นมาประจานแก่ชาวโลกด้วยเช่นกัน อาทิ บรรดาหน่วยทหารหญิงที่ตั้งมาเพื่อบำเรอกามของกษัตริย์ผู้พ่อ เป็ต้น
ชื่อเสียงของราชวงศ์ที่อยู่ใน่ขาลงก็ยิ่งดิ่งหนักเข้าไปอีก
ดิ่งถึงขนาดที่ว่าสื่อบางสำนัก(ต่างประเทศ)ให้ฉายากษัตริย์องค์นี้ว่า "กษัตริย์ผู้คุมซ่อง" เลยทีเดียว
หลังจากข่าวออกมาได้ไม่เพียงกี่นาที กษัตริย์ผู้ซึ่งได้รับฉายาอันทรงเกียรติพระองค์นี้ก็ถึงกับต้องแคนเซิลเที่ยวบินไปต่างประเทศทั้งหมด
ซึ่งนั่นมันก็ทำให้พระองค์ทรงพิโรธแบบสุดๆ ในตอนแรกกะว่าจะหลบฤดูร้อนในไซแอนแอบไปเที่ยวต่างประเทศสักหน่อย แต่มาตอนนี้กลับต้องยกเลิกทั้งหมด
ขืนออกไปนอกประเทศ ถ้าเกิดมีคนมาชี้มือเรียกว่าเป็ผู้คุมซ่องก็คงไม่รู้ว่าจะเอาหน้าไว้ที่ไหน
จะเอาผิดคนว่าก็ไม่ได้ เพราะบ้านเมืองเขาไม่มีกฎหมายดักดานคุ้มครองเหมือนในไซแอน
แน่นอนว่าเมื่อเกิดเื่ฉาวขึ้น กษัตริย์เนโรเองก็ย่อมไม่นิ่งนอนใจเช่นกัน พระองค์ได้สั่งให้หน่วยทหารปฏิบัติการทางด้านข่าวสารโดยด่วนที่สุด (io)
มีการเผยแพร่เฟคนิวส์ขึ้นมาตามสื่อและช่องทางต่างๆมากมาย
สุดท้ายกลายเป็ว่าองค์หญิงเคียร์รี่นำเฮลิคอปเตอร์ไปใช้เพื่อศึกษาและจัดทำโครงการณ์อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมแทน
แต่ถึงอย่างนั้น ไม่ว่าทางราชวงศ์จะพยายามหลอกลวงสักเท่าไร มันก็มีประชาชนไม่มากนักที่เชื่อ
โดยเฉพาะกับพวกนักศึกษาและกลุ่มวัยทำงานนั้นมีผู้ที่เชื่อไม่ถึง 1%
แถมนอกจากจะไม่เชื่อแล้วยังรังเกียจมากขึ้นกว่าเดิมอีกด้วยซ้ำ เพราะเงินที่เอามาให้ทหารทำพีอาร์ มันก็มาจากภาษีของพวกตนนั่นเอง
ที่ถูกหลอกส่วนใหญ่ก็มักจะเป็กลุ่มผู้สูงอายุซึ่งถูกกษัตริย์เนโรรุ่นพ่อล้างสมองมาแล้วนั่นแหละ
ภายใต้การปกครองโดยกษัตริย์ทรราช เนโร เธเร่ ที่ 13 ราชวงศ์เธเร่ได้เริ่มกลับมาเสื่อมโทรมเหมือนเดิมอีกครั้ง วิกฤติศรัทธาของประชาชนต่อราชวงศ์ได้เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
กษัตริย์โง่เขลาและบ้าอำนาจกำลังทำลายสิ่งที่พ่อของพระองค์สั่งสมมา
………………………………………………………………………………………………………………………………………
"ก็คิดแล้วว่ามันต้องไม่เป็ข่าว แต่ยังไงพวกมันก็ปิดในแอปยูบ็อกซ์นี่ไม่ได้หรอก" ตำรวจหนุ่มคุยกับภรรยาตนซึ่งฟื้นคืนสติมาได้สักพักแล้ว
ทั้งคู่กำลังคุยกันถึงเื่ความบัดซบขององค์หญิงเคียร์รี่ พร้อมกับเปิดแอปยูบ็อกซ์ยอดนิยมไปด้วย
เ้าแอปนี้เป็แหล่งรวมข่าวสารจากต่างประเทศชั้นเยี่ยม
ซึ่งตามปกติแล้วทางรัฐบาลก็จะปิดกั้นไม่ให้ผู้คนในประเทศตัวเองเข้าไปดูในบางคลิป โดยเฉพาะคลิปเกี่ยวกับการวิจารณ์ราชวงศ์เธเร่
แต่ชาวไซแอนก็ไม่ได้โง่ พวกเขาก็แค่เปลี่ยนที่ตั้งในแอปให้เป็ประเทศอื่นมันก็ใช้ได้แล้ว
"ที่รัก พักผ่อนเยอะๆนะ ผมขอตัวไปจัดการเื่เ้าหนูนั่นก่อน โชคดีจริงๆที่พวกคุณอยู่โรงพยาบาลเดียวกัน" พูดจบตำรวจหนุ่มก็จูบหน้าผากภรรยาสาวเบาๆก่อนจะออกจากห้องไป
หลังจากออกมาจากห้องผ่าตัดฉุกเฉิน เซซาเรียก็ถูกนำตัวมาพักฟื้นที่ห้องผู้ป่วยรวมหมายเลข 1 ส่วนเฟรีสนั้นก็อยู่ที่ห้องหมายเลข 2 ข้างๆกัน
"สวัสดีครับคุณหมอ คุณตำรวจ "
โจนาธานทักทายจิตแพทย์เด็กกับเ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งยืนคอยเขาอยู่หน้าห้องหมายเลขสองมาสักพักแล้ว
"อาการเขาเป็ยังไงบ้างครับคุณหมอ?" ตำรวจหนุ่มถามด้วยสีหน้าเป็กังวล
"คงจะใมากเกินไปจนเกิดสภาวะช็อค เพื่อหลีกเลี่ยงความทรงจำที่เลวร้าย จึงทำให้จิตใต้สำนึกปิดกั้นความทรงจำบางส่วนไว้ตามสัญชาติญาณ
โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับพ่อแม่นั้น...เด็กคนนี้ไม่สามารถจำได้เลย หมอคิดว่าบางทีเขาอาจจะมีความทรงจำแย่ๆกับครอบครัวก็ได้” จิตแพทย์เด็กอธิบายผลตรวจแก่โจนาธาน
พอได้ยินคำตอบเท่านั้นตำรวจหนุ่มก็ถึงกับกัดฟันแน่น เขาเกลียดพวกบัดซบที่ทำร้ายเด็กมากที่สุด
ทว่า ทุกคนต่างก็ไม่ได้รู้เลยว่าโดนเ้าเด็กน้อยนั่นต้มจนเปื่อยไปเรียบร้อยแล้ว
เฟรีสวางแผนไว้แต่แรกว่าจะให้ออกมาในรูปแบบนี้ ก็แค่แกล้งทำเป็ไม่รู้และร้องไห้นิดหน่อยมันก็ใช้ได้แล้ว ง่ายจริงๆ
"เจอพ่อแม่ของเด็กหรือยังครับ?" คราวนี้โจนาธานหันไปถามตำรวจบ้าง
"ยังไม่เจอ" เ้าหน้าที่ตอบกลับสั้นๆด้วยท่าทางเบื่อหน่าย
เขาไม่ได้อยากเสียเวลาทำคดีแบบนี้เลยสักนิด ค่าน้ำชาก็ไม่ได้ เหนื่อยก็เหนื่อย!
แต่เพราะคดีนี้มีพวกสื่อมวลชนให้ความสนใจเป็จำนวนมาก ทางกรมตำรวจก็เกี่ยงกันไปเกี่ยงกันมา สุดท้ายหวยก็มาออกที่ตำรวจยศน้อยๆอย่างเขา ช่างซวยจริงๆ
"ทางเราสันนิษฐานว่ามีคนพาเด็กไปทิ้งไว้ตรงนั้นด้วยเจตนาร้าย ไม่แน่ว่าอาจเป็พ่อแม่หรือญาติๆเองก็ได้" เ้าหน้าที่ตำรวจบอกข้อสันนิษฐานที่มโนขึ้นเองให้โจนาธานฟัง
สำหรับคดีนี้ จริงๆแล้วเขาไม่ได้ลงมือทำอะไรเลย แม้แต่จะไปสอบถามข้อมูลจากพยานหรือไปดูสถานที่เกิดเหตุก็ไม่ได้ทำ
"เอาอย่างนี้นะ เดี๋ยวผมจะติดต่อนักสังคมสงเคราะห์ให้มารับเด็กไปดูแลก่อนก็แล้วกัน จนกว่าจะเจอพ่อแม่หรือญาติๆคงต้องให้อยู่ที่นั่นไปก่อน"
ในที่สุดตำรวจผู้ี้เีก็หาทางลงแบบสวยๆได้ด้วยการโยนไปให้คนอื่นรับ่แทน ส่วนเด็กนั่นก็ให้ไปอยู่สถานสงเคราะห์เด็กไปก่อน อะไรจะดีไปกว่านี้อีกล่ะ!
"ไม่ต้องส่งไป ผมจะรับเด็กคนนี้เป็ลูกบุญธรรม" โจนาธานตอบกลับอย่างไม่มีลังเล
*****มุมคุยเรื่อยเปื่อย*****
อ่านนิยายแล้วอย่าไปคิดโดดน้ำสูงๆล่ะ ถ้าโดดเอาพุงลงต่อให้แค่ 3 เมตร ก็ระวังไส้แตกขี้เล็ดไม่รู้ด้วยนะ
เคยมีข่าวว่าเด็กๆไปโดดน้ำเล่นกันตามคลองนี่แหละ โดดลงไปเจอตอไม้เข้าพอดีคอหักตายเลย อากาศร้อนๆแบบนี้ใครจะไปเล่นน้ำระวังให้มากๆ สำรวจก่อนอย่าเพิ่งโดดมั่วซั่ว
ส่วนตัวไรเตอร์เคยเล่นน้ำคลองตอนอายุน้อยๆ มีเด็กๆเล่นกันเยอะแยะ ไรเตอร์ก็ดำผุดดำว่ายอย่างสนุกสนาน
แต่ทันใดนั้น ก็มีใครคนหนึ่งก็ะโว่า
ขี้!
เท่านั้นแหละรู้กัน เลิกเล่นเลย ไม่รู้ไอ้เด็กเปรตคนไหนแอบขี้ในน้ำ บัดซบจริงๆ