ลิขิตฟ้าให้ข้าเป็นจอมเวท

    ตอนที่ 156 พบเจ้าสำนักหงส์ฟ้า

            วันต่อมาได้มีการจัดงานฉลองของอาณาจักรเจิ้นสุ่ยขึ้นอย่างยิ่งใหญ่แทบจะเรียกได้ว่าเป็นการจัดงานฉลองที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่ก่อตั้งอาณาจักรมาเลยก็ว่าได้  ตัวแทนแต่ละอาณาจักรเข้าร่วมกันอย่างครบครันเจ้าเมืองน้อยใหญ่ต่างพากันร่วมงานฉลองในครั้งนี้ แม้แต่ประชาชนคนธรรมดาก็ยังร่วมงานฉลองในครั้งนี้ด้วยโดยงานเลี้ยงฉลองได้ถูกจัดขึ้นถึงเจ็ดวันเจ็ดคืน

            โดยตลอดทั้งเจ็ดวันมีผู้คนจำนวนมากที่เข้ามาทำความรู้จักกับเฟยหลงและฟางเซียนโดยที่ทั้งสองคนไม่สามารถปฏิเสธผู้คนเหล่านั้นได้เลยโชคดีที่มีองค์ชายใหญ่คอยรับมือกับผู้คนเหล่านั้นทำให้ทั้งสองคนพอมีเวลาว่างได้อยู่ด้วยกันบ้างหลายครั้งที่ทั้งสองคนหลบไปอยู่ที่ตำหนักของปู่และย่าของฟางเซียน จนเสร็จสิ้นงานเลี้ยงเฟยหลงและฟางเซียนจึงได้พักผ่อน และอยู่ด้วยกันเป็นการส่วนตัว

            หลังจากนั้นเจ็ดวันทั้งสองคนจึงได้เวลากลับไปยังสำนักโดยเหยียนซิงได้นำเหยียนซ่งและศิษย์สำนักหงส์ฟ้ากลับไปก่อนแล้ว

            “ฟางเซียนให้ข้าไปส่งท่านที่สำนักหงส์ฟ้าจะได้หรือไม่?”

            “จะไม่เป็นการเสียเวลาเดินทางของเจ้าหรือ?”

            “ไม่หรอกข้าเองก็อยากจะไปเยี่ยมดูสำนักหงส์ฟ้าดูสักครั้งเช่นกัน?”

            “ได้สิข้าจะส่งข่าวให้ท่านอาจารย์ทราบก่อน”

            “อื่มได้สิเช่นนั้นเราออกเดินทางกันในวันพรุ่งนี้ก็แล้วกัน”

            วันต่อมาเฟยหลงและฟางเซียนจึงได้บอกลาทุกคนพวกเขาทั้งสองออกเดินทางในเวลาเช้าตรู่โดยรถม้าของทางราชวงศ์แต่เมื่อทั้งสองเดินทางมาถึงยังสำนักหงส์ฟ้า ทั่วทั้งท้องฟ้าบริเวณกว่าห้าสิบกิโลเมตรพลันมืดครึ้มสายฟ้าเริ่มฟาดลงมายังพื้นที่เบื้องหน้าของพวกเขานั่นคือสำนักหงส์ฟ้าสายฟ้าฟาดลงมาอย่างต่อเนื่อง และทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ

            “ในที่สุดเจ้าสำนักหงส์ฟ้าก็สามารถทะลวงขึ้นสู่ระดับเทวะได้สำเร็จ”เฟยหลงเอ่ยขึ้นมา

            “ท่านเจ้าสำนักสามารถทะลวงขั้นได้สำเร็จแล้วเช่นนั้นหรือ? ต้องขอบคุณเจ้าจริง ๆที่ช่วยเหลือสำนักหงส์ฟ้าในครั้งนี้ หากไม่ได้เจ้าช่วยเหลือคงเกิดสงครามภายในสำนักเป็นแน่ เพราะเหล่าผู้อาวุโสทั้งหลายคงไม่มีใครยอมใครอย่างแน่นอนตอนนี้เจ้าสำนักสามารถทะลวงระดับได้สำเร็จ คาดว่าปัญหาทั้งหมดคงคลี่คลายในไม่ช้า”

            หลังจากนั้นครึ่งชั่วโมงทุกอย่างจึงกลับมาเป็นปกติอีกครั้งท้องฟ้าที่มืดครึ้มเริ่มจางหายไปในที่สุด เฟยหลงและฟางเซียนเดินทางไปถึงหน้าประตูทางเข้าสำนักหงส์ฟ้าพวกเขารออยู่หน้าประตูครู่หนึ่ง เหยียนซิงจึงได้เดินทางออกมารับเฟยหลงและฟางเซียน

            “ท่านอาจารย์ท่านเจ้าสำนัก....”

            “ใช่แล้วหละฟางเซียนท่านเจ้าสำนักสามารถทะลวงขึ้นสู่ระดับเทวะได้แล้ว ไปกันเถอะอาจารย์จะพาเจ้าและเฟยหลงเข้าไปพบท่านเจ้าสำนัก”

            ทั้งสองคนเดินตามเหยียนซิงเข้าไปในสำนักหงส์ฟ้าสายตาของศิษย์สำนักหงส์ฟ้าต่างจ้องมองมาทางเฟยหลงที่เดินตามเหยียนซิงเข้ามาโดยมีฟางเซียนเดินเคียงคู่กันมาอย่างสนิทสนมทำให้ศิษย์ของสำนักหงส์ฟ้าที่เป็นชายส่วนใหญ่ไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่นักเพราะพวกเขาไม่เคยรู้จักกับเฟยหลงเลยแม้แต่น้อย

            เหยียนซิงพาเฟยหลงและเหยียนซิงมายังตำหนักที่พักของเจ้าสำนักที่ตอนนี้ต่างมีเหล่าผู้อาวุโสจำนวนมากเดินทางมาร่วมแสดงความยินดีกับเจ้าสำนัก

            “เหยียนซิงเจ้าพาใครมาเช่นนั้นหรือเหตุใดข้าจึงไม่เคยเห็นหน้า” เซียนไท่ หนึ่งในผู้อาวุโสของสำนักหงส์ฟ้าเอ่ยขึ้นมาทุกคนต่างหันมามองในทิศทางเดียวกัน

            “ข้าน้อยฟางเซียนคารวะท่านผู้อาวุโส”

            “ข้าน้อยเฟยหลงคารวะท่านผู้อาวุโสทั้งหลาย”

            “เหตุใดเจ้าถึงได้อนุญาตให้คนนอกสามารถเข้ามาภายในสำนักหงส์ฟ้าของเราได้เจ้าไม่รู้กฎของสำนักหรืออย่างไร เหยียนซิง”

            “ทำไมข้าจะไม่รู้กฎของสำนักเฟยหลงเป็นแขกของท่านเจ้าสำนัก ยังต้องแจ้งเจ้าทราบด้วยหรือ หน้าที่ของเจ้าคืออะไรอย่าลืมเสียหละเจ้าทำอะไรกับน้องชายข้าเอาไว้ รอให้ข้าไปพบท่านเจ้าสำนักทราบก่อนข้าอยากจะรู้เช่นกันว่าเจ้าจะแก้ตัวได้อย่างไร”

            “ฮึเจ้ามีหลักฐานเช่นนั้นหรือว่าข้าเป็นคนสั่งการ อย่ามาโยนความผิดให้คนอื่นแบบนี้ซิ”

            “ผิดหรือไม่ตัวเจ้านั้นรู้ดีข้าเองไม่อยากจะเสวนากับคนแบบเจ้า ไปกันเถอะเฟยหลง ฟางเซียนพวกเราอยู่ที่นี่นานพาลแต่จะทำให้อารมณ์ข้าเสียเปล่า ๆ  พวกลอบกัดก็มักจะเป็นเช่นนี้กันทุกคนนั่นแหละ”

            เหยียนซิงพาเฟยหลงและฟางเซียนเดินผ่านหน้าของเซียนไท่ไปอย่างไม่แยแสสายตาของผู้อาวุโสเซียนไท่ที่จ้องมองด้วยความโกรธเขาต้องสูญเสียแมงมุมแม่ม่ายดำที่อุตส่าห์เลี้ยงดูด้วยความยากลำบากไปแต่กลับไม่สามารถสังหารเหยียนซิงได้ตามที่วางแผนเอาไว้ได้แถมตอนนี้เจ้าสำนักกลับสามารถทะลวงระดับขึ้นสู่ขั้นเทวะได้สำเร็จอีกด้วย ทำให้ความหวังที่มันตั้งเอาไว้ในตอนแรกพังทลายไปจนหมดสิ้น

            แถมตอนนี้เหยียนซิงกำลังจะเข้าไปพบกับเจ้าสำนักทำให้ตอนนี้ภายในใจของเซียนไท่นั้นกระวนกระวายเป็นอย่างมาก

            “ท่านผู้อาวุโสเซียนไท่ท่านผู้อาวุโสเหยียนซิงพาใครเข้าพบท่านเจ้าสำนักเช่นนั้นหรือ?”

            “ข้าจะไปรู้ได้ยังไงเล่าเจ้าเด็กหนุ่มคนนั้นมีดีอะไรนักหนาถึงกลับเป็นแขกของท่านเจ้าสำนักได้ข้าละอยากจะรู้จริงๆ”

            “เช่นนั้นทำไมพวกเราไม่ตามเข้าไปดูละท่านผู้อาวุโสเซียนไท่”

            “ขืนเข้าไปตอนนี้ก็ถูกยายเหยียนซิงตะเพิดออกมาละสิไม่ว่าท่านผู้อาวุโสฮั่ว ทำไมท่านไม่ลองเข้าไปดูเองท่านก็รู้อยู่ว่ายายนั่นร้ายกาจเพียงใด”

            “จริงของท่านไม่รู้ว่าใครกันนะที่ไปทำร้ายน้องชายของนางได้หากนางจับได้ข้าละไม่อยากจะคิดเลยว่าสภาพของผู้นั้นจะเป็นอย่างไร”

            “เอาหละพวกเรารออยู่ด้านนอกนี้ก่อนเมื่อพวกนางออกมาแล้วพวกเราค่อยเข้าไปพบกับท่านเจ้าสำนัก”

            ครู่หนึ่งกลับมีคนออกมาแจ้งให้กับเหล่าผู้อาวุโสทั้งหลายที่รอเข้าพบท่านเจ้าสำนักให้พวกเขากลับไปเสียก่อนเพราะวันนี้ท่านเจ้าสำนักมีแขกคนสำคัญไม่สามารถให้พวกเขาเข้าพบได้

            ทางด้านสำนักหงส์ฟ้าเมื่อเจ้าสำนักหงส์ฟ้าได้รับโอสถจากเหยียนซิงในครั้งแรกเขายังไม่ปักใจเชื่อว่าโอสถนี้จะสามารถทำให้เขาทะลวงสู่ขั้นเทวะได้แต่เมื่อได้รับการยืนยันอย่างชัดเจนจากปู่ขององค์หญิงฟางเซียนเขาจึงได้ดูดซับโอสถเม็ดนั้น

            เมื่อสัมผัสได้ถึงพลังของโอสถทำให้เจ้าสำนักหงส์ฟ้ารู้ได้ทันทีว่าโอสถเม็ดนี้มีค่ามากเพียงใดเขาใช้เวลากว่าสามวันในการดูดซับโอสถของเฟยหลงหลังจากนั้นจึงได้ทะลวงระดับเทวะในวันนี้ ซึ่งเป็นวันที่เฟยหลงและฟางเซียนเดินทางมาถึงพอดี

            หลังจากได้รับรายงานว่าเฟยหลงและฟางเซียนจะเดินทางมาถึงในวันนี้เจ้าสำนักหงส์ฟ้าที่ตอนนี้พึ่งจะผ่านการทดสอบของทัณฑ์สวรรค์มาได้ความจริงต้องพักฟื้นตัวอยู่อีกสามถึงสี่วันจึงจะสามารถปรับสมดุลของพลังได้

            เจ้าสำนักรู้ดีว่าหากเฟยหลงมาคงใช้เวลาอยู่ที่สำนักหงส์ฟ้าแห่งนี้ไม่เกินหนึ่งวันอย่างแน่นอนเขาจึงตัดสินใจให้เหยียนซิงพาเฟยหลงเข้ามาพบเพื่อขอบคุณในน้ำใจของเฟยหลงที่ทำให้เขาสามารถทะลวงผ่านระดับเทวะได้นับเป็นการยืดชีวิตของเขาไปได้อีกหลายร้อยปีและยังทำให้ระดับพลังของเขานั้นเพิ่มสูงขึ้นอีกระดับหนึ่งเป็นระดับที่ทุกคนไฝ่ฝันที่จะก้าวไปให้ถึง

            เมื่อเฟยหลงมาถึงเขาได้เห็นสภาพของเจ้าสำนักหงส์ฟ้าที่ตอนนี้ยังไม่สามารถปรับระดับพลังของเขาได้ เฟยหลงจึงได้นำโอสถเสริมปราณให้ฟางเซียนมอบให้กับเจ้าสำนักอีกหนึ่งเม็ดเมื่อเจ้าสำนักได้โอสถเสริมปราณเข้าไปอีกหนึ่งเม็ดทำให้ระดับพลังของเขาเริ่มคงที่

            เหยียนซิงที่ตอนนี้ตกตะลึงกับรูปร่างหน้าตาและผิวพรรณของเจ้าสำนักที่แต่เดิมเป็นเพียงหญิงชราคนหนึ่งแต่ตอนนี้กลับเป็นหญิงสาวที่มีรูปร่างหน้าตาสวยงามเป็นอย่างมากแต่เดิมเหยียนซิงเคยได้ยินว่าท่านเจ้าสำนักสวยเป็นอันดับหนึ่งของดินแดนซือหนานในวันนี้พวกเขากลับได้เห็นโฉมหน้าของนางในอดีตอีกครั้ง และก็สมดังคำเล่าลือจริง ๆ

            “พวกเจ้าเป็นอะไรไปเช่นนั้นหรือ?  ทำไมถึงได้จ้องหน้าข้าเช่นนี้”เจ้าสำนักหงส์ฟ้าหลังจากที่ระดับพลังของเขาคงที่เมื่อมองเห็นเหยียนซิงและฟางเซียนรวมถึงเฟยหลงที่จ้องมายังเขาเอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัย

            “ท่านเจ้าสำนักท่านดูเอาเองเถอะ”เหยียนซิงเอากระจกส่งให้เจ้าสำนักหงส์ฟ้าในทันทีแม้ว่าเฟยหลงและฟางเซียนจะเคยเจอเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อนแต่พวกเขาก็ยังอดชื่นชมในความงามของเจ้าสำนักหงส์ฟ้าไม่ได้เจ้าสำนักหงส์ฟ้าหยิบกระจกที่เหยียนซิงส่งให้ เมื่อเขาเห็นรูปร่างหน้าตาของตนเองในกระจกเขาแทบไม่เชื่อสายตาของตัวเองเลยนี่คือรูปร่างหน้าตาของเขาในอดีตที่เขาแสนจะภูมิใจ เขาไม่คิดเลยว่าโอสถของเฟยหลงจะสามารถทำให้เขาได้รูปร่างหน้าตาแบบนี้คืนกลับมาได้อีกทั้งยังทำให้ชีวิตของเขายืนยาวขึ้นอีกด้วย

            “โชคดีโชคดีของอาณาจักรเจิ้นสุ่ย โชคดีของสำนักมังกรเพลิง โชคดีของเจ้าจริง ๆ ฟางเซียนขอบคุณท่านมาท่านปรมาจารย์เฟยหลงจากที่ข้าได้ทราบจากเหยียนซิงท่านเองเป็นนักเวทระดับสูง ของอาณาจักรเจิ้นสุ่ยแต่โอสถของท่านที่ข้าได้รับทั้งสองเม็ดนับเป็นโอสถระดับแปดทั่วทั้งดินแดนแห่งนี้เรียกได้ว่าไม่มีใครสามารถหลอมกลั่นออกมาได้อย่างแน่นอน”

            “ท่านผู้อาวุโสยกย่องข้าเกินไปแล้วระดับพลังยุทธ์ของข้านั้นเรียกได้ว่าต่ำต้อยเป็นอย่างยิ่งสำหรับที่แห่งนี้โชคดีของข้าต่างหากที่ได้พบเจอกับพวกท่านจึงทำให้ข้ามีชีวิตรอดอยู่ได้จนถึงทุกวันนี้อีกทั้งสำนักของท่านยังช่วยเหลือและดูแลคู่หมั้นของข้าเป็นอย่างดีโดยเฉพาะท่านเหยียนซิง”