[จบ] ย้อนเวลาไปเป็นมารดาปากแซ่บในยุค 70

    ตอนที่ 34 คนหนึ่งหน้าแดง อีกคนหน้าขาว

    ตอนที่ 34 คนหนึ่งหน้าแดง อีกคนหน้าขาว


    หลังสวี่ม่ายซุ่ยถูกลากออกมา ก็เริ่มดูร่องรอยบาดเจ็บของหลินเซียว


    เห็นว่าร่างกายเขาไม่มีแผลถึงได้วางใจ พูดคัดค้านอย่างไม่เกรงใจ “ทีหล่อนยังข่วนฉัน แล้วทำไมเธอไม่พูด”

    หลินเจี้ยนเฉ่าฟังจบก็ตอบกลับด้วยสีหน้าไม่เห็นชอบ “ก็เธอแต่งงานแล้ว มีแผลหรือไม่มีแล้วมันเกี่ยวตรงไหน หรือว่าบนหน้าเธอมีสองรอยแล้ว เจี้ยนเยี่ยก็หย่ากับเธอได้ อีกอย่างเธอที่เป็นพี่สะใภ้มาลงมือกับน้องสามีเนี่ยนะ พูดออกมาได้ ไม่กลัวคนเขาขำเหรอ?”

    สวี่ม่ายซุ่ยฟังจบก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะเยาะ “ฉันจะกลัวคนขำอะไร ไม่ใช่เธอพูดไปหมดแล้วเหรอว่าฉันแต่งงานแล้ว หลินเจี้ยนเยี่ยคงไม่หย่ากับฉันเพราะเรื่องนี้ กลับเป็นเจี้ยนเฟิ่งที่ยังหาคู่ไม่ได้ก็มาตีกับพี่สะใภ้ซะแล้ว พูดออกมาได้ ไม่กลัวคนเขาขำ”

    หลินเจี้ยนเฉ่าถูกสวี่ม่ายซุ่ยยั่วยุจนสีหน้าแข็งค้าง ตอบกลับอย่างไม่สบอารมณ์ “ม่ายซุ่ย ตอนนี้เธอเปลี่ยนไปนะ เมื่อก่อนเธอนิสัยดีมาก”

    สวี่ม่ายซุ่ย “ดีแล้วมีประโยชน์อะไร ไม่ใช่ว่าก็ยังโดนแกล้งเหรอ?”

    หลินเจี้ยนเฉ่าเห็นท่าทางน้ำมันเกลือไม่เข้า[1]ของสวี่ม่ายซุ่ย ก็หันหน้าไปดึงหลินเจี้ยนเฟิ่งขึ้นแล้วพูดว่า “เจี้ยนเฟิ่ง ขอโทษพี่สะใภ้เธอซะ ถือว่าเธอเป็นน้อง พี่สะใภ้เธอตีเธอสองทีก็ต้องให้ตีสองที ทำไมเธอยังเอาคืน”

    สวี่ม่ายซุ่ยฟังจบก็อยากจะเอาน้ำสกปรกไปสาดใส่หล่อน ถ้าเป็นแต่ก่อนเธอต้องกลัวจนไม่เป็นอันทำอะไร แต่ตอนนี้ใครสนกันล่ะ


    “พี่หญิงใหญ่พูดได้ถูกต้อง ถ้าเธอขอโทษดี ๆ ไม่แน่ว่าฉันอาจจะให้อภัยเธอก็ได้”

    หลินเจี้ยนเฉ่า…

    หล่อนคงไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น

    หลินเจี้ยนเฟิ่งเห็นสวี่ม่ายซุ่ยโอหังขนาดนี้ก็แทบจะทนไม่ไหว ชี้สวี่ม่ายซุ่ยพลางพูดกับเธอด้วยท่าทางโกรธจัด “พี่หญิงใหญ่ ดูมัน”


    หลินเจี้ยนเฟิ่งมองสวี่ม่ายซุ่ยด้วยสายตาไม่เห็นชอบแล้วตอบกลับ “ว่าแต่เธอเถอะ เป็นพี่สาวน้องบ้านตัวเองทั้งนั้น จะคิดเล็กคิดน้อยไปทำไม เจี้ยนเยี่ยล่ะ เขาไม่อยู่บ้านเหรอ?”

    สวี่ม่ายซุ่ย “เวลานี้เขาเคยอยู่ซะที่ไหนล่ะ ถ้าพวกเธออยากหาเขาก็ไปถามที่กรมทหารเถอะ”

    หลินเจี้ยนเฉ่า “เราไม่ได้มาหาเขา เรามาหาเธอ สองวันก่อนแม่มา เธอรู้ไหม?”

    สวี่ม่ายซุ่ย “แม่มาตอนไหน?”


    หลินเจี้ยนเฉ่าชำเลืองมองสวี่ม่ายซุ่ย เห็นท่าทางสงบนิ่งของเธอ ก็อดไม่ได้ที่จะประหลาดใจ “มาหลายวันก่อน แต่เธอไม่อยู่”

    สวี่ม่ายซุ่ย “โอ้”

    หลินเจี้ยนเฉ่า “เธอไม่อยู่บ้านไปทำอะไรมา?”


    สวี่ม่ายซุ่ย “ไปคืนเงินให้แม่”


    หลินเจี้ยนเฟิ่งฟังจบก็ร้อนรน ถามเสียงสูง “คืนเงินอะไร ไม่ใช่ว่าเธอเอาเงินไปช่วยบ้านแม่เธอเองนะ ฉันรู้อยู่แล้วว่าเธอมันยัยสารเลว ฉันไม่สบายใจเลยที่พี่ชายแต่งกับเธอ”


    สวี่ม่ายซุ่ยเหลือบมองหล่อนด้วยสายตาเย็นชา พูดเตือนว่า “เธอพูดกับฉันระวังหน่อยนะ แม่พวกเรามาเดือนที่แล้ว แล้วก็เก็บเอาของที่ใช้ได้กินได้ไปหมด ถ้าไม่ใช่ว่าแม่ฉันช่วยเหลือพวกฉัน บ้านพวกฉันคงต้องไปกินลมแทนข้าว”

    “ทำไมหลินเจี้ยนเยี่ยเงินเดือนออกแล้วถึงคืนเงินไม่ได้ล่ะ เขาไม่คืน เธอก็คืนสิ!”

    หลินเจี้ยนเฟิ่ง “มีสิทธิ์อะไรมาให้ฉันคืน”

    สวี่ม่ายซุ่ย “เธอไม่คืนก็หุบปากซะ”

    หลินเจี้ยนเฟิ่งเถียงไม่ชนะสวี่ม่ายซุ่ย ก็หันไปขอความช่วยเหลือจากหลินเจี้ยนเฉ่าโดยไม่รู้ตัว “พี่หญิงใหญ่ พี่ดูมัน”

    หลินเจี้ยนเฉ่าตบเบา ๆ ปลอบหลินเจี้ยนเฟิ่งว่า “ม่ายซุ่ย เจี้ยนเฟิ่งยังอายุน้อย เธอยอมให้เขาหน่อย”

    สวี่ม่ายซุ่ย “ไม่พูดว่าคนบ้านเดียวกันแล้วเหรอ ยังอายุน้อยอะไรอีก?”

    หลินเจี้ยนเฉ่า…


    “เธอดูสิพวกเรามาตั้งไกล ไม่คิดจะเชิญเราเข้าไปดื่มน้ำสักแก้ว?”

    หลินเจี้ยนเฟิ่งเห็นหลินเจี้ยนเฉ่าเกรงใจขนาดนี้ ก็พึมพำอย่างไม่พอใจ “พี่… พี่จะไปเกรงใจอะไรหล่อน อยากกินน้ำพวกเราก็รินเองไปเลยสิ!”

    หลินเจี้ยนเฉ่าฟังจบก็ตำหนิเสียงเบา “อย่าพูดส่งเดช นี่บ้านพี่สามของเธอ เราต้องเกรงใจหน่อย”


    “บ้านพี่สามฉันก็คือบ้านฉัน เราจะต้องเกรงใจอะไรเขา” หลินเจี้ยนเฟิ่งพูดจบก็ปล่อยหลินเจี้ยนเฉ่า ตรงเข้าไปในบ้าน

    หลินเจี้ยนเฉ่ายิ้มให้สวี่ม่ายซุ่ยอย่างขอโทษขอโพย “น้องเล็กก็นิสัยแบบนี้ เธออย่าไปถือสาหล่อนเลย”

    ตอนนี้สวี่ม่ายซุ่ยมองออกแล้ว ยายเฒ่าหลินส่งสองสาวพี่น้องมา คนหนึ่งร้องหน้าแดงอีกคนร้องหน้าขาว[2]


    สวี่ม่ายซุ่ย “ฉันไม่ถือสาหล่อนหรอก ไม่ใช่ว่าเธออยากดื่มชาเหรอ ฉันจะไปรินให้พวกเธอเอง” เธอว่าพลางดึงหลินเซียวเข้าห้องไป

    หลินเจี้ยนเฉ่าฟังสวี่ม่ายซุ่ยจบก็ยิ้มตอบ นัยน์ตาพลันฉายแววหวั่นเกรง “ตอนนี้ฉันไม่กระหายขนาดนั้นแล้ว ฉันเห็นบ้านเธอนี่ดูไม่เลวเลย เธอไม่พาฉันไปเดินเล่นล่ะ”

    สวี่ม่ายซุ่ยหัวเราะเบา ๆ “พี่หญิงใหญ่ ลานบ้านฉันมองปราดเดียวก็รู้แล้วว่ามีอะไรน่าดู ฉันว่าเรารีบเข้าบ้านเถอะ” พูดจบก็้เดินอ้อมหล่อนเข้าบ้าน

    หลินเจี้ยนเฉ่าเห็นก็ตรงเข้าไปบังร่างเธอด้วยท่าทางมีพิรุธ “ข้างนอกนี้เย็นสบายดี พวกเราอยู่ข้างนอกได้”

    สวี่ม่ายซุ่ยเห็นหล่อนบังเธอตลอด สายตาพลันดำมืด “ในบ้านเย็นกว่าข้างนอก” พูดจบก็ทำเป็นแข็งกร้าวจะเดินไปข้างหน้าให้ได้

    หลินเจี้ยนเฉ่ายังคงยิ้มตาหยีขวางเธอ “เธอว่าในบ้านเธอมีอะไรดี ถึงจะเข้าไปให้ได้”

    สวี่ม่ายซุ่ยเห็นว่าตนเข้าไม่ได้จึงปล่อยมือตบหลินเซียวเบา ๆ ก็เห็นหลินเซียววิ่งไปที่ห้องในพริบตาอย่างกับปลาหนีชิว

    “แม่! แม่! แม่มาเร็ว! น้าเล็กขโมยของ!”

    สวี่ม่ายซุ่ยได้ยินก็ไม่สนใจหลินเจี้ยนเฉ่า แกล้งเออออไปแล้วผลักหล่อน พุ่งเข้าไปที่ห้อง

    ก็เห็นว่าในเวลาเพียงครู่เดียว ห้องได้ถูกรื้อจนเละเทะหมดแล้ว “หลินเซียว ไป ตะโกนเรียกหน่วยลาดตระเวนมา บอกว่าบ้านเราโดนปล้น!”

    หลินเซียว “ได้!”  พูดจบก็วิ่งไปด้านนอก

    คราวนี้หลินเจี้ยนเฟิ่งกับหลินเจี้ยนเฉ่าก็หน้าเปลี่ยนสี “ม่ายซุ่ย เธอหมายความว่ายังไง?”

    สวี่ม่ายซุ่ย “พวกเธอหมายถึงอะไรฉันก็หมายถึงอันนั้นแหละ”

    หลินเจี้ยนเฟิ่ง “เธออย่าได้ล้ำเส้นนะ!”

    สวี่ม่ายซุ่ย “ฉันล้ำเส้นหรือพวกเธอล้ำเส้น เธอเข้าบ้านมากินน้ำหรือเข้าบ้านมาปล้น!?”

    หลินเจี้ยนเฟิ่ง “ฉัน… ฉันก็แค่ดู ๆ ว่าบ้านเธอมีอะไร”


    สวี่ม่ายซุ่ย “บ้านฉันมีอะไรต้องบอกเธอด้วยเหรอ?”

    “ทำไมต้องไม่บอกฉัน ข้าวของบ้านพวกเธอเป็นของแม่ฉันหมด เป็นแม่ที่ให้เรามาเอาของ” พูดถึงตรงนี้ หลินเจี้ยนเฟิ่งก็ยิ่งวางท่า พูดหยาบ ๆ ให้ทุกอย่างแย่ลงกว่าเดิม “พี่ฉันเงินเดือนออกแล้วไม่ใช่เหรอ? เธอรีบส่งเงินมา ตั๋วอาหาร ตั๋วผ้า ตั๋วเนื้อ เอาออกมาให้หมด”

    สวี่ม่ายซุ่ย “ที่เธอพูดมาทั้งหมดมันไม่มีหรอก”


    หลินเจี้ยนเฉ่าเห็นสีหน้าเย็นชาของสวี่ม่ายซุ่ย ก็พูดอย่างอ่อนโยนว่า “ม่ายซุ่ย เจี้ยนเยี่ยเงินเดือนเพิ่งออก เธอไม่มีทางที่จะไม่มี อีกอย่างพวกเราครอบครัวใหญ่ก็พึ่งพาเจี้ยนเยี่ย ถ้าเธอไม่ให้ตั๋วอาหารตั๋วเนื้อฉัน เธอจะให้ครอบครัวเราใช้ชีวิตยังไง ครั้งที่แล้วแม่ไม่ได้เอาตั๋วอาหารมาจากบ้านพวกเธอ บ้านเรากินผักป่ามาตั้งหลายวัน เรื่องนี้ผู้ใหญ่ทนได้ แต่เด็กในบ้านทนไม่ได้นะ!”

    สวี่ม่ายซุ่ย “พี่หญิงใหญ่ ฉันจำได้ว่าพวกเราแยกบ้านกันไปตั้งนานแล้วนี่ อีกอย่างไม่ใช่ว่าในบ้านยังมีพี่ชายใหญ่กับพ่อเหรอ คนในบ้านก็ทำงานหาแต้มทำงานกันหมดทำไมแม้แต่ข้าวก็ยังกินไม่ได้ เป็นพวกเราซะอีกที่เดือนนี้ไม่รู้จะทำยังไง”

    หลินเจี้ยนเฉ่าไม่คิดว่าสวี่ม่ายซุ่ยจะร้องทุกข์กับหล่อน ก็ยิ้มอย่างประดักประเดิด “บ้านเธอติดทะเล จะมาลำบากกว่าพวกเราได้ยังไง?”


    [1] หัวแข็ง

    [2] คนหนึ่งหาเรื่องแบบเสแสร้งว่ามาดี อีกคนหาเรื่องแบบอันธพาลตรง ๆ 

    ………………………………………………………………………………………………………………………..

    สารจากผู้แปล


    พาคนมาจับสองสาวลูกกระจ๊อกของแม่เฒ่านี่ไปขังห้องเดียวกับแม่เฒ่าสองสามวันสิคะ แล้วดูว่าหลังจากนั้นจะกล้ามาขโมยของบ้านม่ายซุ่ยอีกไหม


    ชิวเฟิง


    คล้ายกับเรื่อง[จบ] ย้อนเวลาไปเป็นมารดาปากแซ่บในยุค 70 ที่คุณอ่าน