ตำนานผู้วิเศษ

    [MageLegend] ตอน 89 : ผู้พิทักษ์แห่งรัตติกาล

    ...


    ณ คฤหาสน์ของคนแซ่หยาง ชายร่างอวบอ้วนคนหนึ่งตบโต๊ะดัง


    "บัดซบ! เหลียงเจียนี่เจ้ากำลังพูดอะไรออกมา ลูกชายของข้าตาย และมันตายต่อหน้าเจ้า เหลียงเจียเจ้าคิดว่าบิดาของเจ้าคือเจ้าเมืองแล้วข้าจะกลัวงั้นเหรอ ใครกัน ใครกันที่ฆ่าลูกชายข้า ข้าจะไปฆ่ามันเดี๋ยวนี้" บิดาของหยางหลิงเทียนแผดเสียงดัง ก่อนจะลุกขึ้นและมองไปที่เหลียงเจียอย่างโกรธแค้น


    เหลียงเจียไม่สะทกสะท้าน สำหรับชายคนนี้เขาไม่กลัวแม้แต่น้อย เขาคือ 'หยางฮ่าว' บิดาของหยางหลิงเทียน เป็นคนโง่ที่อาศัยวาสนาที่บิดาสร้างมาคนหนึ่ง หากไร้บิดาเขาก็แค่คนโง่ที่แสนธรรมดา หยางฮ่าวมีโอกาสนับสิบครั้งในการควบแน่นพลังธรรมชาติจากผลึกน้ำเงิน แต่เขาไม่เคยทำสำเร็จ ต่างจากบิดาของเขาผู้วิเศษที่แท้จริง ชายคนนั้นมีพรสวรรค์ แต่น่าเสียดาย แม้เขาจะแข็งแกร่งแต่ก็สูงวัยเกินไปแล้วเช่นกัน


    "ท่านหยางฮ่าว ข้าสามารถพูดถึงชายคนนั้นได้และบอกได้เลยว่า จริงๆ ท่านกับเขารู้จักกันแล้ว หากท่านจะจัดการเขา ข้าและพ่อของข้าจะไม่ห้ามท่านอย่างแน่นอน" เสียงของเหลียงเจียตอนนี้คล้ายคนที่กำลังจะหัวเราะ


    "!!!ใคร" หยางฮ่าวชายผู้มีร่างอวบอ้วนไม่ต่างจากลูกชายตัวเองแผดเสียง


    "ตอนนั้นที่ข้าเคยมาสอบปากคำของท่าน เพื่อหาผู้ต้องสงสัยเกี่ยวกับคนที่ฆ่า 'ปิ๋งเสิ่งผู้วิเศษแห่งความหนาวเหน็บ' ในตอนนั้นที่คฤหาสน์ของท่านกุ่ยหราน แขกในงานคนหนึ่งหายไป และเขาก็คุยอยู่กับท่านตั้งนาน ตอนนั้นท่านเรียกเขาว่า 'ผู้พิทักษ์แห่งรัตติกาล'"


    "นิ... นิ... นิเจ้า..." หยางฮ่าวไม่อาจจะพูดเป็นคำ ในหัวมันคิดเพียงสิ่งเดียว 'อย่าบอกนะว่า... ไอ้คนที่สังหารลูกชายของข้ามันคือ... ชายที่ฆ่าปิ๋งเสิ่งผู้วิเศษแห่งความหนาวเหน็บผู้นั้น'


    แม้ไขมันในร่างของหยางฮ่าวจะมีมาก นอกจากนี้ในบ้านของเขาก็มีเตาอุ่นอยู่ทั่วไปหมด แต่วันนี้เขากลับรู้สึกหนาวเหน็บอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน


    ...


    ที่ห้องพัก เซี่ยซีหานตอนนี้อยู่ในสภาพน่าเวทนา หัวมันติดกำแพงพร้อมร่างที่ลู่ลื่นและแบนแนบไหลลงมาช้าๆ ก่อนที่จะนั่งกองอยู่ที่พื้น มือมันปิดปากกลั้นเสียงร้องไห้ของตัวเองที่ร้องดัง กระซิกกระซิกเบาๆ ไม่หยุด ก่อนปากจะพูดบ่นเบาๆ อย่างกลั้นเสียง


    "ข้าอาจจะกำลังจะตาย ข้าหาเรื่องคนไปทั่ว ทำไมเป็นแบบนี้ จากที่ข้าแอบถามคนอื่นระหว่างทางเกี่ยวกับเรื่องของไอ้เวรหยางหลิงเทียน  บ้านมันนับเป็นนักเลงขาประจำ ปู่ของมันเป็นถึงผู้วิเศษที่แท้จริง แมร่งเอ๋ย แล้วปู่มันจะคิดเอาคืนบิดารึเปล่า นอกจากนั้น นอกจากนั้น ปู่ของมันจะโหดขิงขิงแบบไอ้เวรปิ๋งเสิ่งรึเปล่า ถ้ามันโหดโคตรแบบนั้น บิดาจะเอาอะไรไปสู้กับมัน บิดาต้องคิดแผนหนีโดยด่วน"


    คิดได้แบบนี้เซี่ยซีหานก็รีบคลานเข่า เปิดกระเป๋าหนังใบใหญ่ที่ใช้เก็บของของตัวเองที่วางไว้ในห้องพัก มือมันสั่นระริก หยิบสมบัติวิเศษสองสิ่งออกมา


    หนึ่ง.ผ้าคลุมแห่งการโต้กลับ เซี่ยซีหานคิดมอบสิ่งนี้ให้จื้อเพ่ยเด็กชายสวมใส่ มันเป็นห่วงเด็กชายกลัวจะตายในหมัดเดียวหากเจอศัตรู


    สอง.รูปปั้นเงือกขาว ของสิ่งนี้ทำให้เซี่ยซีหานสั่นกลัวได้ หากจะใช้ของสิ่งนี้เอาไว้เพื่อเป็นไม้ตาย เซี่ยซีหานต้องเตรียมของสองสิ่ง [หนึ่ง.เลือดทารก] [สอง.ตามหารูปปั้นหรือสัญลักษณ์ของ 'เทพเจ้าแห่งโชคชะตา' หรือ 'วีรบุรุษผู้สังหารเทพ']


    โดยของข้อที่สองนั้นสำคัญที่สุด เซี่ยซีหานต้องมีมันก่อนมันถึงจะกล้าเรียกดวงวิญญาณของนางเงือกขาว ที่เคยอยู่ระดับเดียวกับ 'ปราชญ์' ของมนุษย์ออกมา


    ส่วนความแข็งแกร่งของดวงวิญญาณเงือกขาว แม้มันจะเพียง 1 ใน 100 ของในอดีต แต่เซี่ยซีหานมั่นใจ นางต้องมีความสามารถระดับถล่มอาณาจักรชั้นหนึ่งแห่งนี้ ให้ฉิบหายได้ด้วยตัวคนเดียว ไม่สิ! ดวงวิญญาณดวงเดียว จากหนังสือผู้วิเศษของเด็กชายเสี่ยวหรุ่ยขนมเปี๊ยะทองคำของเซี่ยซีหาน เซี่ยซีหานรับรู้ว่าความห่างระดับ 'อาณาจักร' ของผู้วิเศษนั้นมากมายเพียงไร


    แค่เพียงเปรียบเทียบระหว่าง 'อาณาจักรแห่งสัมผัส' และ 'อาณาจักรแห่งวิญญาณ' เมื่อพวกเขามาสู้กัน


    โดยต่อให้เอา 'ผู้วิเศษอาณาจักรแห่งสัมผัสที่อยู่ในบันไดขั้นที่ 12 ของการสร้างอาณาจักรแห่งสัมผัสอันสมบูรณ์' ปะทะ 'ผู้วิเศษอาณาจักรแห่งวิญญาณผู้อยู่แค่บันไดขั้นที่หนึ่ง ในการสร้างอาณาจักรใหม่ของตัวเอง'


    ผู้วิเศษอาณาจักรแห่งสัมผัสที่สมบูรณ์บันไดขั้นที่ 12 พวกเขาอาจจะต้องมากันสักหนึ่งร้อยคนเป็นอย่างน้อย จึงจะพอมีโอกาสต่อสู้กับ 'ผู้วิเศษอาณาจักรแห่งวิญญาณบันไดขั้นหนึ่ง' ได้


    นี่คือตัวเลขการประเมินที่น่าหวาดกลัว ที่เซี่ยซีหานรู้มาจาก 'หนังสือผู้วิเศษ' ของเด็กชายเสี่ยวหรุ่ยขนมเปี๊ยะทองคำ อันเป็นที่รักของเซี่ยซีหาน แต่นี่เป็นการเปรียบเทียบเรื่องของพลังโอน่า มันไม่รวมถึงทักษะต่อสู้ ซึ่งแน่นอนมันมีความผันผวนได้


    และถ้าเทียบในอัตราส่วนหนึ่งต่อร้อยแบบนี้ ต่อดวงวิญญาณของเงือกขาวเมื่อปรากฏตัว อย่างที่ขี้เหร่ที่สุด พลังของนางต้องแข็งแกร่งเทียบเท่า 'ผู้วิเศษอาณาจักรแห่งวิญญาณขั้นสูงสุด หรือบันได 12 ชั้น' เป็นอย่างน้อย


    แค่เซี่ยซีหานคิดว่ามีตัวละครที่โหดกว่าปิ๋งเสิ่งนับ 100 เท่าเป็นอย่างน้อย แล้วนางบินวนเวียนไล่แดกหัวและกระชากไส้ทุกๆ คน เซี่ยซีหานก็สั่นกลัวแล้ว เป็นไปได้มันไม่อยากใช้รูปปั้นเงือกขาวจริงๆ


    "หวังว่าข้าจะไม่มีโอกาสได้ใช้มัน หากมีใครกล้าคิดฆ่าบิดา บิดาจะเรียกนางออกมาแดกหัวพวกมัน แม้มันจะโหดร้ายไปบ้าง ไม่สิไม่ได้โหดร้ายไปบ้าง แต่ต้องเรียกว่าระดับน่าสยดสยอง แต่ก็ช่างมันเถอะ ยังไงบิดาต้องรอด บิดามีครอบครัวที่รอให้กลับไปพบหน้า..." มือของเซี่ยซีหานตอนนี้ลูบรูปปั้นนางเงือกขาวอย่างหลงใหล ถ้าหากมันพูดว่าแหวนของข้าล่ะก็ คิกคิก มันใช่เลย


    ...


    "ท่านอาจารย์ มีคนมาหาท่านขอรับ..." เสียงเด็กชายจื้อเพ่ยดัง


    ร่างเซี่ยซีหานกระตุกตกใจอยู่ครู่หนึ่ง นิศัตรูมันจะมาล้างแค้นเร็วขนาดนี้เลยเหรอ ไม่ได้การ เซี่ยซีหานตอนนี้หยิบ 'ผ้าคลุมแห่งการโต้กลับ' ห่มร่างตัวเองเร็ว มือข้างหนึ่งหยิบรูปปั้นนางเงือกขาวไว้ในแขนเสื้อ นี่คือไม้ตาย ไม้ตายจริงๆ ของมัน หากปู่ของไอ้เวรหยางหลิงเทียนมันโหดขิงขิงระดับเดียวกับปิ๋งเสิ่ง เซี่ยซีหานจะไม่ลังเลที่จะใช้มัน


    แต่ตอนนี้มันยังไม่มีทั้งเลือดเด็กทารกและรูปปั้นหรือสัญลักษณ์ของ 'เทพเจ้าแห่งโชคชะตา' และ 'วีรบุรุษผู้สังหารเทพ'


    'ข้ายังเตรียมการไม่เสร็จเลย แต่ช่างแมร่ง หากปู่มันมาและข้าสู้ไม่ไหวจริงๆ งั้นก็ตายห่ากันทั้งเมืองเลยก็แล้วกัน'


    !ปึง


    เสียงเซี่ยซีหานเปิดประตูดัง หลังจากทำการเตรียมใจเสร็จเรียบร้อย มันอยากรู้นักว่าใครกล้ามาหาเรื่องมัน


    จื้อเพ่ยตอนนี้ยืนเรียบร้อย ด้านหน้าของเขาคือชายร่างอ้วนใหญ่ มันมีแหวนทองฝั่งอัญมณีสวยงามทั้งสิบนิ้ว แบบเดียวกับไอ้เวรหยางหลิงเทียน


    แต่เมื่อชายคนนั้นเห็นเซี่ยซีหาน แทนที่เขาจะแผดเสียงอย่างเกรี้ยวกราด หรือขู่อาฆาตก่อนจะเปิดฉากต่อสู้อย่างนองเลือด


    แต่เขากับเอามือลูบศีรษะและโค้งกายอย่างนอบน้อมต่อเซี่ยซีหานทันทีที่พบหน้า


    "ท่านพี่ 'ผู้พิทักษ์แห่งรัตติกาล' ท่านจำน้องชายได้ไหม น้องชายคือ 'ผู้รักษาสัจจะของคนบาป' ไง"


    ในหัวของเซี่ยซีหานปรากฏหนึ่งคำขึ้นมาทันที เมื่อหยางฮ่าวเรียกตัวเองว่าผู้รักษาสัจจะของคนบาป


    'ไอ้อ้วนวิปริต'