เทพแห่งความตาย

    ตอนที่42 เมืองฟิลแชส - ราชอาณาจักรแลนดิส


    "ให้ตายเถอะ! เจ้าใช้เวลาฝึกฝนเวทย์ที่พวกข้าทั้งสองคนสอนไปทั้งหมดแล้วนะและแต่ละเวทย์นั้นก็ไม่ใช่เวทย์กระจอกๆซะด้วยสิ.."


    "ไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆ!"


    บาซิสพูดขึ้นด้วยความไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองพร้อมกับกำลังเดินสำรวจร่างกายของเอลิออสไปๆมาๆอย่างไม่เหน็ดไม่เหนื่อย





    "สุดยอดอัจฉริยะยังไงล่ะ~"


    พีชพูดขึ้นพร้อมกำลังเกาะแขนของเอลิออส




    "ขอบคุณสำหรับการฝึกสอนตลอดห้าปีที่ผ่านมาด้วยมันเป็นประโยชน์กับข้ามากจริงๆ"


    เอลิออสถอนหายใจเล็กน้อยก่อนที่จะก้มหัวให้เล็กน้อยเพราะบาซิสนับว่าเป็นอาจารย์ของเขาจริงๆ




    "รีบไปสิตาแก่!"


    "ข้าจะได้อยู่กับเอลิออสกันสองต่อสองสักที~"




    "ฮ่าๆ อย่าว่าอย่างงั้นอย่างงี้เลยนะแต่ว่าข้าเองก็ยังไม่รู้ว่าจะออกไปจากที่แห่งนี่ยังไงเหมือนกัน"


    บาซิวหัวเราะขึ้น




    วันนี้เป็นวันครบรอบหนึ่งร้อยปีพอดีของบาซิสที่ถูกกักขังเอาไว้อยู่ในที่แห่งนี้นั้นเองใบหน้าของเขาในวันนี้ช่างเปล่งปลั่งเหลือเกินเพราะความดีใจเขาจะได้พ้นโทษอันแสนยาวนานนี่แล้วและเขาก็จะได้กลับไปหาลูกๆของเขาได้สักที





    "ข้าอยู่ที่นี่มาหนึ่งรัอยปีถึงแม้ว่าบนโลกมนุษย์จะผ่านไปแค่สิบปีก็เถอะแต่หน้าตาและสุขภาพร่างกายช่างยังเหมือนตอนที่ข้ามาใหม่ๆไม่มีผิด!"



    "ท่านจะบอกว่ามันไม่เปลี่ยนแปลงเลยงั้นรึ?"


    เอลิออสถามขึ้นด้วยความเหลือเชื่อ



    "พูดอะไรน่ะตาแก่?"


    "อืม..จะว่าไปข้าก็ยังเหมือนเดิมแฮ้ะ~"


    พีชลูบใบหน้าและร่างกายของตนเองพร้อมดีใจที่มันไม่ได้เปลี่ยนแปลงเพราะนางอยู่ที่นี่ตั้งเก้าสิบเก้าปีเข้าให้แล้วถ้าเป็นแบบนั้นก็คงจะเป็นยายแก่คนนึงที่ใกล้จบชีวิตขึ้นทุกทีแล้วล่ะ



    "เพราะที่นี่คือสวรรค์ยังไงล่ะเจ้าคะ"



    "เซน่า?"


    เอลิออสมองไปยังหญิงสาวที่กำลังปรากฏ



    "เฮ้! คุณนางฟ้า ตั้งแต่ห้าปีก่อนที่คุณปรากฏตัวขึ้นมาต่อหน้าพวกข้าคุณก็ไม่มาหาพวกข้าอีกเลย?"


    พีชถามขึ้น



    "เป็นเพราะว่าท่านอาคูสไม่ได้มีคำสั่งอะไรข้าพเจ้าจึงไม่สามารถมาด้วยตนเองได้เจ้าค่ะ"


    "แต่ว่าวันนี้เป็นวันครบรอบหนึ่งร้อยปีของการถูกลงโทษด้วยการถูกกักขังอยู่ที่นี่ของท่านบาซิสแล้วท่านอาคูสจึงมีคำสั่งให้พาท่านบาซิสไปเจ้าค่ะ"



    "อ่อ..ข้าสินะ?"


    "เอลิออสขยันฝึกฝนเข้าด้วยล่ะ"


    "ส่วนเจ้าก็อย่าไปรุ่มร่ามเชาให้มากนักล่ะ!"


    "งั้นเอาไว้ค่อยเจอกันบนโลกมนุษย์ละกัน~"


    "พยายามอดทนกันด้วยล่ะ!



    "ขอบคุณครับ"



    "เชอะ! ข้าไปรุ่มร่ามเอลิออสตอนไหนกัน?!"







    ฟึ่บบ--



    ทันใดนั้นร่างของบาซิสและร่างขอบเซน่าก็พลันหายไปต่อหน้าต่อตาของพวกเขาทันที






    อีิีกหนึ่งปีพีชก็จะครบรอบหนึ่งร้อยปีในการอยู่ที่นี่แล้วเหมือนกันในอดีตนางก็เป็นแค่เด็กกำพร้าที่เร่ร่อนไปทั่วด้วยตัวคนเดียวพอเริ่มโตนางก็สามารถรับรู้ถึงคลื่นพลังของตนเองและโชคดีที่นางเป็นคนฉลาดสามารถแยกแยะเรื่องต่างๆได้อย่างดี


    ในวันนึงในวันที่นางแข็งแกร่งและไม่มีใครสามารถมาทำร้ายหรือรังแกนางเข้าได้แล้วแต่นางก็ยังคงโดดเดี่ยวอยู่เช่นเคยแต่นางก็ไม่ได้โศกเศร้าอะไรเพียงแค่มีบ้างที่อาจจะเหงาอยู่บ้างแต่นางก็ไม่ได้คิดที่จะใช้ชีวิตโดยที่รอความตายเหมือนคนที่ตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกันกับนางเลยสักนิดกลับกันนางกลับใฝ่ฝันกับชีวิตที่เป็นอมตะซะด้วยซ้ำ


    ซึ่งนั่นทำให้นางเริ่มฝึกเวทย์ต้องห้าม - อมตะ

    และใช้เวทย์นั้นในที่สุดนั้นเองและนางก็ถูกพาตัวมายังที่แห่งนี้อย่างหงุนงงนางก็ได้พบเจอกับบาซิสที่อยู่ก่อนหน้านางนั้นเอง



    เอลิออสเองก็ยังอดที่จะนับถือนางไม่ได้เพราะนางเป็นเด็กกำพร้าจึงต้องอาศัยอยู่เพียงตัวคนเดียวนางพยายามดิ้นรนใช้ชีวิตด้วยตัวคนเดียวมาโดยตลอดนับว่านางเป็นคนน่าสงสารคนนึงก็ว่าได้


    ถึงแม้ว่าตอนนี้นิสัยของนางจะเป็นแบบนี้ก็เถอะ





    พีช คลื่นพลังระดับเธรซสองจินขั้นกลาง


    บาซิส คลื่นพลังระดับเธรซสองจินขั้นสูง










    หนึ่งปีผ่านไป..



    เอลิออสก็ได้แต่ยืนมองและร่ำลาพีชที่กำลังจะพ้นโทษและกลับไปยังบนโลกมนุษย์อย่างนิ่งๆ



    "ไว้เจอกันใหม่น้า~ ที่รัก♡"



    เมื่อเอลิออสได้ยินคำพูดของพีชเขาเองก็รู้สึกหงุนงงอยู่บ้างว่าไปเป็นที่รักของนางตั้งแต่เมื่อไหร่?








    ครั้งแรกที่เอลิออสได้ถูกพาตัวมาในที่แห่งนี้เขาได้พบเจอกับชายชราบาซิสและสาวสวยอย่างพีชทำให้เขาสบายใจอยู่บ้างที่ในที่แห่งนี่มีคนอยู่ด้วยแล้วเขาก็ได้ทำความรู้จักกับพวกเขาและค่อยๆสนิทกันมากขึ้นเรื่อยๆเขาก็ได้เรียนรู้วิชา เวทย์ชั้นสูงจากพวกเขา พวกเขานับว่าเป็นยอดฝีมือที่แท้จริงถึงแม้ว่าพวกเขาจะทะเลาะกันเองบ้างเอ่อ..ก็ไม่บ้างแต่เอลิออสก็ยังสบายใจที่ได้อยูากับพวกเขา


    แต่มาวันนี้เป็นวันที่เอลิออสอยู่ในที่แห่งนี้เป็น

    เวลาหกปีเข้าให้แล้วจริงๆเวลาตั้งหกปีเป็นเวลาที่ยาวนานเอามากๆแล้วนะแต่ในเมื่ออยู่ในที่แห่งนี้ก็กลายเป็นเศษเสี้ยวของเวลาเลยเพราะเขายังต้องอยู่ในที่แห่งนี่ตั้งเก้าสิบสี่ปีนั้นเอง!


    ถึงแม้ว่าว่าตลอดมาเอลิออสก็ชอบใช้ชีวิตอย่างสันโดษด้วยการอยู่คนเดียวอยู่บ่อยๆแต่การใช้ชีวิตอยู่คนเดียวแถมยังไม่มีอะไรให้ทำอีกตั้งเก้าสิบสี่ปีมันก็สาหัสเอาเรื่องเลยนะ


    ทำให้เขาทำได้แค่ฝึกฝนมันไปเรื่อยๆเท่านั้น



    ทั้งฟันดาบ



    ว่ายน้ำไปมาทุกๆสองชั่วโมงโเยที่ไม่พัก



    วิ่งพร้อมแบกหินหนักระยะทางสิบกิโลเมตร



    และอื่นๆอีกมากมาย




    ในแต่ละวันเอลิออสแทบจะไม่ได้เปล่งเสียงออกมาเลยเพราะเขาไม่ได้ใครมาให้พูดด้วยยังไงล่ะ


    ทำให้จิตใจของเขาสุขุมมากยิ่งกว่าเดิมซะด้วยซ้ำ












    "เอ่อ..ไม่ได้พบกันนาน ข้าพเจ้ามารับตัวท่านเจ้าค่ะ"


    นางฟ้าเซน่าพูดขึ้นด้วยความตะกุกตะกักเพราะนางยังไม่ชินกับการคุยกับมนุษย์อยู่ดี


    ส่วนเอลิออสก็พยักหน้าให้เล็กน้อยเท่านั้น





    ฟึ่บบ--






    แซ่ดๆๆ--





    "นั่นคงจะเป็นคนในข่าวลืองั้นสินะ?"



    "ดูจากมนุษย์คนนั้นอยู่ที่นี่แล้ว.."


    "ไม่อยากจะเชื่อเลยว่ามันจะเป็นเรื่องจริง"



    ตั้งแต่เอลิออสปรากฏตัวขึ้นเสียงพูดคุยมากมายก็ดังขึ้นมาเรื่อยๆเช่นเดียวกับ







    ปังง--


    เสียงกระแทกไม้เท้าดังสนั่นทั่วทุกมุมห้องจึบทำให้เสียงพูดคุยค่อยๆหยุดลงในทันที





    "แยกย้าย!"






    "แยกย้ายงั้นรึ?"


    "ถ้าเป็นแบบนี้ก็ชัดเจนแล้วไม่ใช่หรือยังไงว่ามนุษย์ผู้นี้จะเป็นไปตามข่าวลือนั้นจริงๆ"



    "แต่จะให้เรียกว่ามนุษย์มันก็คงจะไม่ถูก?"



    ผู้คนต่างก็กำลังเดินออกไปจากห้องอย่างว่าง่ายพร้อมกับเสียงพูดที่ดังไปมาเรื่อยๆ








    "เจ้ามีชื่อว่าเอลิออสอย่างนั้นรึ?"


    เสียงของชายหนุ่มที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้พร้อมกำลังเท้าคางอย่างสบายใจดังขึ้น




    "ส่วนท่านคือท่านเทพสูงสุดงั้นรึ?"


    เอลิออสพยักหน้าเล็กน้อยก่อนที่จะถามขึ้น



    "หึ! ไม่เลว"


    "ใช่แล้วข้าคือคนคนนั้นนั่นแหละ"



    "ไม่ใช่ว่าข้าถูกลงโทษครบแล้วไม่ใช่รึ?"


    "ทำไมข้ายังไม่ได้กลับไปอีกล่ะ?"




    "บังอาจ!"


    ร่างของหญิงสาวที่กำลังจะพุ่งตัวไปหาเอลิออสแต่ก็ถูกชายหนุ่มห้ามเอาไว้ทัน




    "อีกเดี๋ยวเจ้าก็จะได้ไปแล้วล่ะ"


    "ข้ามีข้อเสนออยู่สองอย่าง"


    "หนึ่ง เจ้าจะอาศัยอยู่ที่นี่ต่อไปแต่ไม่ใช่ในฐานะผู้กระทำผิดแต่เป็นเทวดาลนสวรรค์แทน"


    "สอง เจ้าจะกลับไปแต่ร่างกายของเจ้าก็อาจจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงสักหน่อย เช่น การป่วยที่รุนแรงอย่างไม่มีวิธีการรักษาให้หายได้"



    "ข้าจะป่วยงั้นรึ? เพราะอะไร?"



    "การที่มนุษย์ละเมิดกฏของสวรรค์แล้วได้มาอยู่ในที่แห่งนี้พอเวลาผ่านไปหนุึ่งร้อยปีหลังจากถูกส่งตัวกลับไปแล้วใครจะรับประกันได้ว่ามนุษย์พวกนั้นจะไม่กระทำผิดแบบเดิมๆอีก?"


    "เพราะฉะนั้นทางสวรรค์ก็ได้คิดข้อเสนอทั้งสองนี้เอาไว้ยังไงล่ะ ถ้าเลือกข้อแรกก็จะต้องเป็นเทวดาอย่างใสสะอาดโดยที่ไม่มีทางลงไปบนโลกมนุษย์อีกต่อไป ถ้าเลือกข้อสองก็จะได้กลับไปพร้อมกับอาการป่วยที่รุนแรงเอาเรื่องกันเลยทีเดียว"


    "ถ้ามนุษย์ที่เคยละเมิดกฏของสวรรค์แล้วแต่ก็ยังหน้ามืดตามัวโลภอีกครั้งก็จะทำให้ร่างกายแหลกสลายไปในขณะร่ายเวทย์ต้องห้ามทันที"



    "ทั้งสองคนก่อนหน้านี้เลือกอะไร?"



    ชายหนุ่มหงุนงงทันทีเพราะเขาไม่ได้เจอกับสองคนก่อนหน้านี้เลยด้วยซ้ำเขาจึงหันไปหาหญิงสาว



    "ทั้งสองเลือกข้อสอง"


    ทั้งสองเคสนั้นเป็นหน้าที่ของหญิงสาวผู้นี้นั้นเองและหน้าที่นี้เป็นหน้าที่ของนางตลอดมาแต่เคสในวันนี้ชายหนุ่มผู้ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้เบื้องหน้าเอ่ยปากว่าจะมาทำหน้าที่แทนเองในวันนี้ทำให้นางแปลกใจมากพอสมควรเพราะเขาไม่เคยทำอย่างนี้



    "งั้นข้าเลือกอย่างที่สอง"



    "เจ้าแน่ใจอย่างนั้นรึ?"


    "ถ้าเจ้าเลือกข้อแรกเจ้าจะไม่ต้องพบเจอกับปัญหาอันแสนโหดร้ายบนโลกมนุษย์อีกต่อไปเลยนะ?"


    "แถมเจ้ายังจะต้องทุกข์ทรมานกับอาการป่วยนี้ต่อไปอย่างไม่มีสิ้นสุดอีกด้วย"



    "ข้าแน่ใจ"



    "งั้นก็ส่งตัวเขากลับไปเถิด"


    ชายหนุ่มถอนหายใจเล็กน้อยก่อนที่จะลุกขึ้นจากเก้าอี้และเดินจากไปทันที






    "ถ้าเจ้าเลือกข้อแรกข้าก็จะได้เห็นหน้าเจ้าทุกๆวันโดยที่ไม่ได้ผิดกฏของสวรรค์เลยแท้ๆ"


    "เฮ้อ.."


    "แองเจลิน่า ลูกของเราโตขึ้นดื้อมากเลยนะ~"


    ชายหนุ่มคนนี้ก็คือท่านอาคูสนั้นเองเขาถอนหายใจเล็กน้อยเพราะเขากล่อมให้เอลิออสเลือกข้อแรกไม่สำเร็จทำให้เขาเศร้าหมองอยู่บ้างก่อนที่จะพูดขึ้นอีกครั้งด้วยรอยยิ้มที่สุขใจที่สุดนั้นเอง






    "อายุเพียงเท่านี้เจ้ากลับบรรลุคลื่นพลังซะขนาดนั้นไม่ค่อยอยากจะเชื่อเลยว่าจะมีคนแบบเจ้าอยูาด้วย"


    "ดูท่า..ข่าวลือนั้นคงจะเป็นความจริง?"


    "เอาเถอะ! เจ้าพร้อมหรือยัง?"




    เอลิออสพยักหน้าอย่างแน่วแน่สุดๆถึงแม้ว่าเขาจะกลับไปด้วยโรคร้ายอย่างที่ท่านเทพนั้นบอกก็ตามแต่เขาก็ไม่คิดที่จะไม่กลับไปหรอกนะ





    ฟึ่บบ--


    ทันใดนั้นร่างของเอลิออสก็หายวับไปทันที





    "เฮ้อ..เขาคงจะเป็นลูกของท่านจริงๆสินะ"


    "อ๊ะ! ข้ายังไม่ถามเลยว่าเขาจะลงไปที่ไหน?!"




    โดยปกติแล้วหญิงสาวคนนี้จะถามมนุษย์ที่พ้นโทษและได้กลับไปบนโลกมนุษย์มาโดยตลอดว่าเขาจะไปปรากฏตัวอยู่ในที่แห่งใดเพราะถ้าให้นางคิดเองนางก็ไม่รู้ว่าจะต้องส่งตัวพวกเขาลงไปที่แห่งใดเพราะโลกมนุษย์ก็ไม่ใช่เล็กๆใช่ไหมล่ะ?


    นี่คือความผิดพลากครั้งแรกยังไงล่ะ~











    จึงทำให้เอลิออสมาโผล่อยู่ที่ไหนก็ไม่รู้?


    สถานที่แห่งนี้คือเมืองๆนึงที่มีบ้านและตึกอยู่มากมายผู้คนต่างก็กำลังเดินไปมาอย่างสบายใจกันเอลิออสกำลังยืนคิดอยู่ตรงหน้าประตูทางเข้าเมืองทำให้ทหารเฝ้าประตูเดินเข้ามาถามอย่างแปลกใจ





    "มีอะไรให้ช่วยหรือเปล่า?"



    "ที่นี่ที่ไหนงั้นรึ?"



    "เมืองฟิลแชสไง?"


    ทหารที่ถูกเอลิออสถามถึงกับไปไม่เป็นกันเลนทีเดียวเพราะไม่เคยมีคนมาถามแบบนี้มาก่อนเลย?


    เอลิออสจึงหันไปมองป้ายชื่อเมือง



    - เมืองฟิลแชส -



    "เมืองฟิลแชส?"


    "ข้าไม่เคยได้ยินชื่อเมืองนี่มาก่อนเลย?"



    "เจ้าไม่เคยได้ยินชื่อของเมืองนี้งั้นเหรอ?"


    "เป็นไปได้ยังไง?"


    "เมืองนี้เป็นเมืองอันดับนึงเลยนะในราชอาณาจักรแลนดิสของพวกเราเลยนะ"


    "เจ้าไปอยู่ที่ไหนมาเนี่ย?!"


    ทหารพูดเชิงไม่พอใจเล็กน้อยและเดินจากไป



    "ราชอาณาจักรแลนดิส?!"


    "ทำไมข้าถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ?"


    "ไม่ใช่ว่าจะต้องส่งข้าไปเมืองฟรานซิสงั้นรี?"




    "เฮ้ย! ไอ้หนุ่ม!"


    "จะเข้าก็เดินเข้าไป!"


    "อย่าไปยืนเกะกะขวางทางแบบนั้นสิ!"




    เอลิออสได้ยินแบบนั้นจึงค่อยๆเดินเข้าไปในเมืองอย่างช้าๆเพราะเขาหันไปมองทางด้านซ้ายและทางด้านขวาอย่างละเอียดเพราะเขาไม่ได้เห็นภาพพวกนี้เลยตลอดหนึ่งร้อยปีที่ผ่านมา!


    ในขณะที่เขากำลังชื่นชมบ้านเมืองอยู่นั้น...



    "เฮ้ย! ไอ้หนุ่ม!"


    "หลีกทางให้องค์จักรพรรดิซะ!"


    ทหารคนเดิมตะโกนขึ้นมาอย่างร้อนรน

    เอลิออสไม่ได่ใส่ใจอะไรจึงทำตามแต่โดยดี




    หลังจากรถม้าขององค์จักรพรรดิ์ผ่านไปแล้ว


    เอลิออสที่ยืนอยู่กับที่พร้อมกำลังมองไปหารถม้าขององค์จักรพรรดิที่ได้มาพบเจออย่างบังเอิญสุดๆและทหารคนเดิมที่กำลังมองดูด้วยเช่นกัน



    "เจ้านี่ช่างโชคดีจริงๆที่ได้มาเห็นองค์จักรพรรดิใกล้ๆแบบนี้ อืม.. ข้าเองก็เช่นเดียวกัน~"


    ทหารคนนี้พูดขึ้นด้วยความชื่นชมเอลิออสก็ไม่ได้ใส่ใจทหารคนนี้าักเท่าไหร่เขาจึงเดินจากไปทันที




    "เฮ้! เดี๋ยวสิไอ้หนุ่ม!"


    "ว่าแต่เจ้ามาจากไหนงั้นเหรอ?"



    "เอ่อ.."


    เอลิออสเองก็ไม่รู้จะตอบอย่างไรเช่นกันในขณะที่เขากำลังจะพูดอ้างนู่นอ้างนี่ไปนั้น...



    "เจ้าดูสิ!"


    "นางคนนั้นสวยเป็นบ้าเลยอ่ะ~"


    "แต่น่าเสียดายนางเป็นถึงน้องสาวขององค์ราชินีเลยอ่ะ"


    ทหารคนนี้พูดขึ้นอย่างเสียงดังด้วยความชอบ

    เอลิออสหันไปมองก็ได้เห็นหญิงสาวสวยๆคนนึงซึ่งเขาไม่ได้รู้สึกอะไรเท่าไหร่มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วทำให้เขาพยายามเดินจากไปอีกครั้ง


    เอลิออสเดินไปเรื่อยๆโดยที่ไม่ได้มีจุดหมายปลายทางเขาแค่เดินไปพร้อมกับมองดูรอบๆเมืองที่มีความสวยงามและผู้คนมากมายอย่างโล่งใจ


    ถึงเขาจะทำเพียงแค่เดินไปมาแต่เขาก็รู้สึกสุขใจเป็นอย่างมากเพราะในที่สุดเขาก็ได้กลับมาแล้วจริงๆ




    "หยุด!"



    ปรากฏหญิงสาวอยู่ต่อหน้าของเอลิออสทันทีแต่ที่น่าตกใจกว่านั้นก็คือหญิงสาวคนนี้ก็คือหญิงสาวคนเมื่อสักครู่ที่ทหารคนนั้นพูดถึงยังไงล่ะ


    แล้วนางมีปัญหาอะไรกับข้า?




    "เจ้าเป็นใคร?"


    "มาจากไหน?"


    "ใครส่งเจ้ามา?!"


    หญิงสาวรัวรำถามด้วยความไม่พอใจเล็กน้อย



    "ข้างั้นรึ?"



    "แล้วถ้าไม่ใช่เจ้าแล้วมันจะเป็นใครล่ะ?!"



    'อะไรกันนางผู้นี้?'


    'อืม..ก็ตอบให้ก็ได้อยู่หรอกนะ'



    "ข้าชื่อ เอลิออส"


    "มาจากบนสวรรค์"


    "นางฟ้านางนึงเป็นคนที่ส่งข้ามา"



    "เจ้าคิดจะกวนประสาทข้าอย่างนั้นเหรอ?!"


    "ไม่ผิดแน่เจ้าเป็นนักฆ่าแน่นอน!"


    "ทหารรีบมาจับตัวเขาเร็ว!"



    'ซะงั้น?'


    "เหตุใดถึงได้มาจับข้าแบบนี้?"


    เอลิออสที่กำลังถูกทหารสองคนจับตัวอยู่



    "มีทหารนายนึงแจ้งมาว่าพบคนน่าสงสัยจึงรีบแจ้งมาทางข้าข้าจึงรีบมาดูด้วยตนเองแล้วมันก็เป็นไปตามนั้นเพราะเจ้าพึ่งจะเดินทางมาถึงเมืองนี้และเจ้าก็ยังเดินไปมาสำรวจอยู่ทั้วทั้งเมือง"


    "งั้นเจ้าก็คงจะเป็นหนึ่งในนักฆ่าที่จะมาลอบสังหารองค์จักรพรรดิและองค์ราชาในคืนนี้แน่นอน!"



    "งั้นแสดงว่าคืนนี้จะมีงานฉลองอะไรอย่างนั้นรึ?"



    "คืนนี้จะเป็นคืนที่องค์จักรพรรดิจะมามอบตำแหน่งองค์ราชาให้กับท่านฟอร์ดผู้ที่เป็นองค์รัชทายาท"


    "พวกข้าไม่ยอมให้กลุ่มคนที่ไม่เห็นด้วยแล้วจะมาลอบสังหารพวกท่านไม่ได้หรอกนะ!"



    "เข้าใจแล้ว"



    "เข้าใจแล้ว? เจ้าเข้าใจเรื่องอะไร?"



    "ข้าไม่ใช่นักฆ่าเพราะฉะนั้นจงปล่อยตัวข้าซะ"



    "ใครจะไปเชื่อว่าเจ้าไม่ใช่นักฆ่า?!"


    "ทำใจเถอะแผนของพวกเจ้าพังเข้าให้แล้ว"



    'ข้าเองก็ไม่อยากใช้กำลังเลยจริงๆ..'



    "เอ๊ะ! มันหายไปไหนแล้ว?!"



    "มันเป็นได้ยังไงก็ข้ากำลังจับตัวมันอยู่นี่?!"



    ทหารทั้งสองคนที่ก่อนหน้านี้กำลังจับตัวเอลิออสแต่ในตอนนี้พวกเขากำลังจับอากาศที่ว่างเปล่าแทนเอลิออสนั้นเองทำให้พวกเขาหงุนงงกันมาก



    "รีบไปหาเข้าสิ!"


    หญิงสาวคนนี้เองก็งงใช่น้อยทำให้นางเริ่มไม่พอใจมากยิ่งขึ้นขึ้นไปอีกจึงรีบออกไปหาทันที







    "อย่างข้าเนี่ยนะจะเป็นนักฆ่า?"


    "ช่างเป็นหญิงสาวที่ตาไม่มีแววเอาซะเลย!"


    เอลิออสที่รีบแกะมือของทหารทั้งสองและรีบเดินหนีอย่างรวดเร็วเพราะเขาไม่อยากมีเรื่องหรือไปก่อเรื่องในเมืองอันดับหนึ่งของราชอาณาจักรอื่น



    "แต่ว่าข้าไม่มีเงินเลยนี่สิ?"


    เอลิออสเดินๆไปก็พบกับร้านอาหารร้านนึงซึ่งกลิ่นมันก็ยั่วยวนเขาซะเหลือเกินแต่เขาไม่มีเงิน..