ฉันใจหายวาบเพราะคิดว่าจิ้นฝานคงจะมาเอาผิดฉันที่ฝืนกฏเข้าไปเยี่ยมแม่ครัว แต่ถ้าเขาคิดจะเอาผิดก็คงพูดตั้งแต่เจอกันแล้วสิ! แต่จิ้นฝานกลับพูดว่าที่เขามาพบฉัน เพราะเขาอยากรู้ว่าทำไมฉันสนใจเรื่องของแม่ครัว และขอให้ฉันพูดความจริงเพราะเขารู้ เรื่องที่ฉันแอบพูดคุยให้เงินกับนางกำนัลฉิงซูและเจียวมี่แล้ว
ฉันร้องห๊า! ออกมาทันที ไม่คิดว่าฉิงซูกับเจียวมี่จะหักหลังกันแบบนี้ จิ้นฝานก็พูดต่ออีกว่า องครักษ์เงาที่เป็นองครักษ์พิเศษของท่านอ๋องแอบเห็นและมารายงานท่านอ๋อง ซึ่งตอนนี้นางกำนัลทั้งสองก็ถูกท่านอ๋องสั่งกักบริเวณไว้สอบสวนเช่นกัน
เมื่อฉันจนมุมกับหลักฐานและไม่คิดว่าเรื่องราวจะบานปลาย ไปถึงนางกำนัลทั้งสองคนนั้นด้วย จึงถามจิ้นฝานว่าแล้วจะคุมตัวฉันไปสอบสวนด้วยมั้ย จิ้นฝานตอบว่าไม่ เพราะท่านอ๋องรู้ว่าฉันไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องพิษผักกาดเน่า เพียงแต่ต้องมาสอบถามให้แจ่มแจ้งเท่านั้น
ฉันจึงบอกจิ้นฝานไปตามตรงว่า ฉันกำลังหาคนทดลองยาเลิกเหล้า พอดีได้ยินว่าแม่ครัวมีหลานชายกำลังติดเหล้างอมแงม จึงมาพบกับแม่ครัวเพื่อจะให้เหยียนเต๋อหลานชายของนางมาทดสอบยา ซึ่งเจตนาของฉันมีแค่นี้จริงๆเพราะถ้ายาของฉันได้ผลกับมนุษย์ ก็จะได้ใช้รักษามนุษย์และจะขายยาไปด้วยในตัว จิ้นฝานก็ทำหน้าแปลกใจแล้วพูดว่า
จิ้นฝาน : เงินทองของรางวัลที่ท่านได้รับจากฮ่องเต้ ยังทำให้รวยไม่พออีกรึ?
อันฉี : แหม! เงินทองถ้าเอาแต่ใช้ แต่ไม่หาทำมันก็มีแต่จะหมดไป! เชื่อข้าเถอะ เรื่องที่ข้าทำไปมีแค่นี้จริงๆ และข้าก็กำลังจะไปหาเหยียนเต๋อที่บ้าน
จิ้นฝาน : ถ้ามีแค่นั้นจริงๆก็มิใช่เรื่องผิดอะไร แต่ตอนนี้ท่านอ๋องส่งองครักษ์เงาให้ไปสืบข่าวเหยียนเต๋อที่บ้านแล้ว เพราะช่วงนี้ได้ข่าวมาว่าชายหนุ่มหลายคนในหมู่บ้านนั้น เริ่มติดดื่มเหล้าประหลาดจนน่าแปลกใจ ซึ่งเรื่องนี่ท่านอ๋องมิได้นิ่งนอนใจ ส่งคนให้ไปสืบข่าวได้ระยะหนึ่งแล้ว แต่ยังไม่รู้ต้นตอที่มาว่าใครคือผู้ขายเหล้า
ซิ่นหลิง : หึ! ท่านอ๋องมนุษย์ถ้ำเห็นเก็บตัวเงียบๆอยู่แต่ในตำหนัก ที่แท้หูตาก็ว่องไวไม่เบา
ฉันหันไปตีแขนซิ่นหลิงที่เรียกท่านอ๋องว่ามนุษย์ถ้ำ จิ้นฝานแม้จะไม่ค่อยชอบใจที่ซิ่นหลิงเรียกท่านอ๋องแบบนั้น แต่เขาไม่ได้พูดต่อว่าอะไร อาจเพราะเกรงใจที่ตอนนี้เราถูกยกย่องให้เป็นท่านเทพ แล้วจิ้นฝานก็พูดต่ออีกว่า ถ้าฉันจะไปที่บ้านของเหยียนเต๋อเขาจะไปด้วย แต่ขอรอข่าวจากองครักษ์เงาก่อน
ฉันตอบว่าได้เดี๋ยวจะกลับไปรอที่ตำหนักสระบัว ซึ่งพี่ชายทั้งสี่จะตามไปที่บ้านของเหยียนเต๋อด้วย เพราะทุกคนอยากชิมรสชาติเหล้าประหลาดที่ว่านั่น เวลาผ่านไปสักพักจิ้นฝานก็เดินเข้ามาในตำหนักพร้อมกับทหารคนหนึ่งไม่คุ้นหน้าตาเลย
จิ้นฝานแนะนำว่าชายคนนี้คือองครักษ์เงาจางเหว่ย เพิ่งกลับมารายงานว่ามีผู้ชายคนหนึ่งท่าทางลับๆล่อๆมาพบกับเหยียนเต๋อ ในมือถือไหเหล้ามาด้วยสองไห คิดว่าน่าจะเป็นการซื้อขายเหล้า จึงให้องครักษ์เงาอีกคนหนึ่งที่ไปด้วยกันให้ติดตามชายคนนั้นไป ส่วนจางเหว่ยก็กลับมารายงานข่าวที่นี่ และจะเป็นคนนำทางพวกเราไปที่บ้านของเหยียนเต๋อ
ฉันจึงขอให้จิ้นฝานช่วยเตรียมม้าให้เราสามตัว เพราะเราจะขี่ม้ากันไปจะไม่ไปทางลัดด้วยการบินบนฟ้าบนอากาศ เสวี๋ยฉีและพี่คนอื่นๆต่างทำหน้าสงสัย ก็ถามว่าจะขี่ม้าไปทำไมให้เมื่อย ให้ฉันขึ้นกระบี่บินไปกับเสวี๋ยฉีง่ายกว่า
ฉันตอบว่าเราจะเดินทางกันแบบมนุษย์ เพราะถ้าชาวบ้านเห็นเราบินลงมาจากบนฟ้าจะพากันแตกตื่น ยิ่งเป็นเสือดำด้วยแล้วยิ่งจะตกใจไปกันใหญ่ จิ้นฝานจึงพูดว่าให้ขี่ม้าไปจะเป็นการดีที่สุด อีกอย่างหมู่บ้านนั้นก็อยู่ไม่ไกลจากที่นี่มากนัก
เมื่อม้าถูกจูงมาเตรียมให้พร้อมเสร็จพวกพี่ชายขึ้นขี่ม้ากันคนละตัว ส่วนฉันขึ้นนั่งม้าไปกับเสวี๋ยฉี เขาเอื้อมมือข้างหนึ่งมาโอบที่เอว แล้วพูดที่ข้างหูเบาๆว่าให้นั่งดีๆระวังตก ฉันก็ตอบว่าถ้ากลัวฉันตกก็ให้กอดแน่นๆ
เสวี๋ยฉีจึงเบียดตัวแนบแน่นกระชับแขนกอดจนแท่งเนื้อแข็งสัมผัสชนที่ก้น ฉันยิ้มรับรู้ในภาษากายของเสวี๋ยฉี ที่ส่งสัญญาณบอกว่ามีความต้องการแม้กระทั่งนั่งอยู่บนม้า แล้วเสวี๋ยฉีก็กระซิบเบาๆด้วยคำที่รู้กันสองคนว่า “คืนนี้นะ” ฉันยิ้มแล้วลูบไล้ที่มือของเสวี๋ยฉีเป็นคำตอบว่าพร้อมเสมอสำหรับเขา
เราขี่ม้าวิ่งออกจากพระราชวังไปตามทางที่จางเหว่ยองครักษ์เงานำทางไป ไม่นานนักเราก็มาถึงหมู่บ้านแห่งหนึ่ง จางเหว่ยพาเราเข้าไปในหมู่บ้าน จนไปถึงบ้านหลังขนาดกลางไม่เล็กไม่ใหญ่ จัดว่ามีฐานะอยู่ในระดับปานกลางไม่รวยไม่จน
แล้วจางเหว่ยก็ตะโกนเรียกเหยียนเต๋อ ซึ่งพอสิ้นเสียงเรียกก็มีชายคนหนึ่งรูปร่างสันทัด แต่ดูซูบผอม หน้าตาหมองคล้ำเดินออกมามองที่หน้าบ้าน เมื่อเขาเห็นพวกเราที่ยืนรออยู่หน้าบ้าน เหยียนเต๋อก็ตกใจรีบถามว่าพวกเราเป็นใคร
จิ้นฝานจึงสั่งให้องครักษ์เงาเข้าไปจับตัวเหยียนเต๋อเอาไว้ ส่วนเขาจะเข้าไปค้นไหเหล้าในบ้าน เหยียนเต๋อทั้งตกใจและทั้งหวาดกลัวที่ถูกจับกุม ในขณะเดียวกันเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้เคียงที่ได้ยินเสียงร้องโวยวายของเหยียนเต๋อ ต่างพากันเดินออกมายืนดูว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ไม่มีใครกล้าเข้ามาขัดขวางเพราะพวกเขาเห็นว่าเป็นทหารมาจากในวัง จึงทำได้เพียงแค่ยืนดูและพูดคุยซุบซิบ
เราจึงเข้าไปช่วยกันหาไหเหล้าตัวต้นเหตุปัญหา ซึ่งภายในบ้านทั้งรกสกปรกขาดการดูแลทำความสะอาด มีทั้งถ้วยชามที่ตกแตกบนพื้นยังไม่ได้เก็บกวาด และข้าวของอื่นๆวางระเกะระกะ ซึ่งเดิมทีบ้านหลังนี้คงจะเป็นบ้านที่สวย เพราะดูจากข้าวของที่ใช้ตกแต่งบ้าน ล้วนเป็นของดีสวยงามมีราคาแพง แต่สภาพตอนนี้ดูรกสกปรกไม่ได้ทำความสะอาด
สักพักจิ้นฝานก็ถือไหเหล้าสองไหปิดฝาปิดมิดเดินออกมาจากทางหลังบ้าน เขาบอกเราว่าเจอเหล้าแล้วที่หลังบ้าน ยังมีไหเหล้าเปล่าๆที่ดื่มหมดแล้วหลายไห เราจึงเดินตามจิ้นฝานออกมาที่หน้าบ้าน เมื่อเหยียนเต๋อเห็นจิ้นฝานถือไหเหล้าของเขาออกมาด้วย ก็ร้องดิ้นโวยวายว่าอย่ายุ่งกับไหเหล้าของเขา พร้อมกับถามว่าพวกเราเป็นใครทำไมจึงมาบุกค้นบ้านของเขา
จิ้นฝานตอบว่าเขาเป็นทหารมาจากในวังหลวง ไม่ได้จะมาทำร้ายแต่แค่จะมาตรวจสอบเหล้าที่เขาดื่ม เพราะต้องสงสัยว่ามีการซื้อขายเหล้าเถื่อนผิดกฎหมาย เหยียนเต๋อก็เถียงขึ้นมาทันทีว่าไม่ได้ซื้อขายเหล้าเถื่อน แต่ซื้อเหล้าหฤหรรษ์มาจากเพื่อนเพื่อมาดื่มเท่านั้น
เสวี๋ยฉีจึงบอกให้จิ้นฝานเปิดไหเหล้าแล้วรินเหล้าให้เขาดื่มถ้วยหนึ่ง เสวี๋ยฉียกขึ้นดื่มแล้วบอกว่า เหล้ามีรสชาติชุ่มคอแปลกๆ น่าจะมีพิษอ่อนๆผสมอยู่ในเหล้าแต่เสวี๋ยฉีไม่รู้ว่าเป็นพิษอะไร หยงเป่าจึงขอชิมดูบ้างและบอกเพิ่มเติมว่า เหมือนมีรสชาติของเห็ดผสมอยู่ในเหล้า
ฉันจึงเปิดดวงตาปีศาจดูพิษในถ้วยเหล้า ก็เห็นเส้นใยพิษสีเขียวสดลอยอยู่ในถ้วย จึงยกถ้วยเหล้าขึ้นดื่มชิมจิบหนึ่งก็แน่ใจว่าในเหล้ามีพิษ จึงก้มดูในไหเหล้าอีกไหหนึ่งก็พบว่ามีพิษเช่นกัน
จิ้นฝานก็ถามฉันว่าในเหล้ามีพิษเห็ดเหรอ ฉันตอบว่าไม่รู้เป็นพิษที่เกิดจากเห็ดหรือไม่ แต่หยงเป่าบอกว่าได้รสชาติของเห็ด แต่เห็ดอะไรล่ะเป็นสีเขียว เพราะในแคว้นหลวนเซียนยังไม่เคยเห็นเห็ดที่เป็นสีเขียว
จิ้นฝานยืนคิดอยู่ครู่เดียวก็ทำหน้าเหมือนนึกอะไรออก และก็พูดขึ้นว่า “เห็ดหฤหรรษ์เป็นสีเขียว!” เป็นเห็ดพิษที่มีเฉพาะในแคว้นซูเซียวบ้านเกิดของพระชายาฟู่เหม่ยหลันเท่านั้น เท่าที่เขาเคยได้ยินมา คนที่กินเห็ดหฤหรรษ์เข้าไปจะมีอาการมึนเมาประสาทหลอนอารมณ์แปรปรวนง่าย ฝันเพ้อจินตนาการไปต่างๆนาๆ
และเป็นเห็ดที่เกิดขึ้นบนซากศพเน่าตายไม่ได้ถูกฝัง ไม่คิดว่าเห็ดหฤหรรษ์จะระบาดมาถึงแคว้นหลวนเซียน ด้วยการผสมพิษเห็ดลงในเหล้า ใครกันเป็นคนนำเข้ามา นับเป็นเรื่องอันตรายสั่นคลอนความมั่นคงในแคว้น
เมื่อทุกคนได้ฟังที่จิ้นฝานพูดต่างทำหน้าพะอืดพะอมอยากจะอาเจียร แต่ฉันที่รีบวิ่งไปข้างรั้วบ้านอาเจียรโอ้กอ้ากจนอาหารที่เพิ่งกินเข้าไปยังไม่ทันย่อยพุ่งออกมาเกือบหมดท้อง เฟยเจินกับซิ่นหลิงจึงรีบวิ่งตามมาลูบหลังให้แทบไม่ทัน เสียงอาเจียรโอ้กอ้ากทำให้เสวี๋ยฉีกับหยงเป่ากลั้นไม่ไหวรีบวิ่งมาอาเจียรด้วยอีกคน เฟยเจินกับซิ่นหลิงจึงต้องช่วยกันใช้สองมือลูบหลังให้เรากันพัลวัล
เราอาเจียรกันแทบหมดท้อง ซิ่นหลิงจึงไปตักน้ำในบ่อใส่ถังไม้มาวางไว้ให้เราล้างหน้าล้างปาก ฉันจึงล้วงหยิบผลอัคคีออกมาใส่ปากเคี้ยวกินเพื่อล้างปากล้างคอ พร้อมกับเดินไปด่าเหยียนเต๋อว่ากินเหล้าสกปรกแบบนี้เข้าไปได้ยังไง มันคือเหล้าสกปรกไม่ใช่เหล้าหฤหรรษ์ตามชื่อเห็ด เหยียนเต๋อพูดว่าเขาไม่รู้ในเหล้ามีอะไรรู้แต่ว่าหยุดดื่มไม่ได้ จะทำให้หงุดหงิดกระหายอยากดื่มแต่เหล้าชนิดนี้
เสวี๋ยฉีที่ยังมีอาการคลื่นใส้ทำท่าทางขยะแขยงเหล้า จะเดินไปทุบไหเหล้าให้แตกคามือ แต่จิ้นฝานขอร้องไว้ว่าเขาจะเก็บเหล้าสองไหนี้ไปเป็นหลักฐาน เพื่อจะตามจับตัวคนขายเหล้ามาดำเนินคดี แล้วองครักษ์เงาคนหนึ่งก็เดินเข้ามาทางหน้าบ้าน รายงานกับจิ้นฝานว่าเขาคลาดกับคนที่ขายเหล้าให้เหยียนเต๋อ ชายคนนั้นหนีหายปะปนไปในกลุ่มผู้คนในตลาดจึงคลาดกัน
แล้วเหยียนเต๋อก็ร้องโวยวายให้จิ้นฝานปล่อยตัวเขา และเอาเหล้าสองไหของเขาคืนมา พร้อมกับอ้างชื่อของแม่ครัวเพ่ยจีว่าเป็นแม่ครัวในวัง เป็นป้าของเขาจะให้ป้าไปร้องเรียนกับฮ่องเต้ว่ามีทหารมาบุกรุกทำร้ายเขาถึงในเรือน
ฉันจึงด่าสวนเหยียนเต๋อว่า “ไอ้คนอกตัญญู!!” เป็นเพราะเขานั่นแหละที่ทำให้แม่ครัวเพ่ยจีถูกจองจำ อยู่ในสภาพถูกโบยบาดเจ็บเจียนตาย คิดมากเป็นกังวลกินไม่ได้นอนไม่หลับ เพราะเรื่องที่เขาติดเหล้าจนเผลอปรุงอาหารพิษให้พวกนางกำนัลกิน เหยียนเต๋อร้องห๊า!!! ทันทีเพราะคิดว่าฉันพูดโกหก
จิ้นฝานจึงพูดยืนยันกับเหยียนเต๋อว่าแม่ครัวเพ่ยจีถูกขัง และถูกโบยหลายไม้อยู่ในคุกจริงๆ พร้อมกับบอกเหยียนเต๋อว่าถ้าเขากลับตัวกลับใจมาร่วมมือ และเป็นพยานเพื่อช่วยทางการจับตัวคนขายเหล้า จิ้นฝานจะพาเหยียนเต๋อไปเยี่ยมแม่ครัวเพ่ยจีในคุก และถ้าตามจับคนขายเหล้าได้ จิ้นฝานจะช่วยอ้างความดีความชอบของเขา เพื่อช่วยแม่ครัวลดหย่อนโทษจากหนักให้เป็นเบา
เหยียนเต๋อจากที่กำลังดิ้นโวยวายขัดขืนเพราะถูกจับตัวไว้ ก็มีท่าทีอ่อนลงเริ่มร้องไห้ที่รู้ว่าป้าของตนถูกโบยจองจำอยู่ในคุก เพราะเขาเองก็รักป้าเหมือนกับเป็นแม่แท้ๆของตัวเอง ฉันจึงพูดกับเหยียนเต๋อว่า แม่ครัวเพ่ยจีอยากให้เขาเลิกเหล้าจึงขอให้ฉันมาช่วยรักษาอาการติดเหล้าให้
แต่ถ้าเขาไม่ต้องการเลิกเหล้า แม่ครัวเพ่ยจีก็ฝากคำพูดไว้ แต่นางคงอยากให้เหยียนเต๋อมาได้ยินเองมากว่า นางอยากให้เขาตั้งใจขยันทำงานสร้างอนาคตที่ดีให้กับตัวเอง แค่นี้นางก็นอนตายในคุกตาหลับแล้ว ฉันจึงพูดต่ออีกว่าขนาดแม่ครัวมีสภาพใกล้ตายแบบนั้น ยังไม่วายห่วงจินเต๋อหลานชายเพียงคนเดียวที่นางรักดั่งลูกในใส้
เหยียนเต๋อก็ร้องไห้ฟูมฟายเป็นเด็กขึ้นมาทันที พร่ำพูดขอโทษว่าเขาสำนึกผิดแล้ว หันมาพูดกับฉันว่าให้ช่วยรักษาเขาด้วย เพราะทุกครั้งที่พยายามเลิกด้วยตัวเอง มันจะรู้สึกกระหายอยากดื่มเหล้าแทบขาดใจ
ฉันจึงบอกให้เหยียนเต๋อเตรียมตัวเตรียมใจให้พร้อม เพราะการรักษาอาการติดเหล้ามันออกจะโหดร้ายนิดหน่อย แต่ฉันจะไม่ปราณีเขาเลยแม้แต่น้อย ซึ่งเหยียนเต๋อก็พยักหน้าพูดว่าพร้อมแล้ว ฉันจึงล้วงหยิบกระบอกไม้ไผ่ออกมาจากเข็มขัดเวทย์ ซึ่งภายในกระบอกนั้นมีหนอนชิงชัง
แล้วเทหนอนชิงชังตัวอ้วนใหญ่ยังดิ้นดุ๊กดิ๊ก เทใส่มือเฟยเจินให้นำไปหย่อนใส่ปากเหยียนเต๋อ แต่จิ้นฝานก็ทักขึ้นว่าจะใช้หนอนรักษาอาการติดเหล้าเหรอ วิธีนี้เขาไม่เคยพบเคยเห็น เพราะเขาคิดว่าฉันจะใช้ต้นสมุนไพรเสียอีก ส่วนเหยียนเต๋อก็รีบส่ายหน้าพยายามดิ้นหนีจะไม่กินหนอน
ฉันจึงต่อว่าเหยียนเต๋อทันทีว่า ทีเห็ดหฤหรรษ์พิษที่เติบโตบนซากศพเน่าเขายังกินได้ แต่นี่เป็นหนอนสมุนไพรของดีมีชวิตคลานได้เดินได้ เช่นเดียวกับสมุนไพรตัวคนที่มีสองขาวิ่งได้เช่นกัน ถ้าเขาเปลี่ยนใจไม่ยอมกินหนอนชิงชังอาการติดเหล้าก็ไม่หายแน่
อีกอย่างฉันก็ตั้งใจมาที่นี่แล้วจะไม่ยอมมาให้เสียเวลาเปล่า จึงสั่งให้องรักษ์เงาอีกคนหนึ่งไปบีบจมูกของเหยียนเต๋อเพื่อให้เขาเงยหน้าอ้าปาก แล้วเฟยเจินก็หย่อนหนอนชิงชังใส่ปากของเหยียนเต๋อ แล้วเอามือปิดปากเขาไว้พร้อมกับตะคอกสั่งให้เหยียนเต๋อกลืนหนอนลงไป ไม่งั้นจะไม่ปล่อยมือออกจากปิดปากบีบจมูก
เหยียนเต๋อที่หายใจไม่ออกเพราะถูกมือปิดปากบีบจมูกไว้ จึงต้องฝืนกลืนหนอนลงไปอย่างลำบากฝืดคอ ฉันมองเห็นลูกกระเดือกของเหยียนเต๋อขยับขึ้นลงพยายามกลืนหนอนลงคอไปแล้ว จึงบอกให้คนทั้งสามปล่อยมือจากเหยียนเต๋อเพื่อรอดูอาการ เหยียนเต๋อก็รีบขอน้ำมาดื่ม เพราะหนอนตัวใหญ่ฝืดคอทำให้รู้สึกกระหายน้ำ
จางเหว่ยจึงเดินไปยกถังน้ำมาวางให้จินเต๋อดื่ม แล้วจินเต๋อก็ยกถังน้ำขึ้นมาดื่มอึกๆๆๆจนน้ำแทบจะหมดถัง จากนั้นเขาก็มีอาการคลื่นใส้อาเจียรออกมาเป็นน้ำสีเขียวเข้ม สีเดียวกับสีพิษเห็ดหฤหรรษ์ที่ฉันเห็นในเหล้า แล้วเหยียนเต๋อก็ยกมือขึ้นขอน้ำดื่มอีกถัง เพราะยังรู้สึกกระหายน้ำอยู่
เหยียนเต๋ออาเจียรเป็นน้ำสีเขียวออกมาอีก จิ้นฝานจึงฉันถามว่าเหยียนเต๋ออาเจียรออกมาเป็นน้ำสีเขียวใช่พิษที่มาจากในเหล้าหรือไม่ ฉันตอบว่าใช่ให้รอดูไปเรี่อยๆถ้าอาเจียรน้ำสีเขียวไม่มีออกมาแล้ว แสดงว่าพิษถูกขับออกมาหมดแล้ว
จากนั้นเราจึงช่วยกันเดินตักน้ำมาวางเตรียมไว้ให้เหยียนเต๋อดื่ม แล้วทำสีหน้าพะอืดพะอมคลื่นใส้ตามในขณะกำลังมองดูเหยียนเต๋ออาเจียร สักพักสีน้ำอาเจียรก็จางลงจนเกือบเป็นสีน้ำธรรมดาปกติ ส่วนเหยียนเต๋อก็นั่งหมดแรงอ่อนเพลีย หยุดอาเจียรเหลือแค่อาการพะอืดพะอมคลื่นใส้
องครักษ์เงาสองคนจึงช่วยกันพยุงเหยียนเต๋อ ให้ไปนอนพักที่แคร่ไม้ไผ่หน้าบ้าน ฉันจึงถามเหยียนเต๋อว่าอาการเป็นอย่างไรตอนนี้ เหยียนเต๋อตอบด้วยเสียงแหบแห้งอ่อนแรงว่าตอนนี้รู้สึกโล่งในท้องตัวเบาๆ รู้สึกสบายตัวและเริ่มรู้สึกหิวอยากกินอาหาร ซึ่งก่อนหน้านี้เขาไม่รู้สึกหิวอาหาร อยากดื่มแต่เหล้าหฤหรรษ์ แต่ตอนนี้พอนึกถึงเหล้าเขาก็อยากจะอาเจียร
ฉันจึงบอกเหยียนเต๋อว่าให้นอนพักก่อน เดี๋ยวจะให้คนไปหาซื้ออาหารมาให้ หลังจากนั้นจะทดสอบว่าหายติดเหล้าหรือยัง ซึ่งในขณะนั้นก็มีชายหญิงสูงอายุห้าคนเดินเข้ามาหาเรา โดยในกลุ่มนั้นมีชายสูงอายุบุคลิกดีภูมิฐานเดินนำหน้าชายหญิงสูงอายุอีกสี่คนเข้ามา