ดันเจี้ยน x ดันเจี้ยน

ตอนที่ 133 โชกุนออฟเดอะซี

        เวลาเช้าตรู่ของวันหยุดแรกในสุดสัปดาห์ เรย์ กาโต้และริงโกะก้าวขาลงจากรถโดยสารประจำทาง ซึ่งแล่นมาจอดบริเวณท่าเรือ


          ส่วนอะไรที่ทำให้พวกเขาทั้งสามได้มาอยู่ที่นี่คงต้องขอเท้าความถึงที่มาที่ไปของเรื่องอย่างตระกูลโคซุเอะที่เพิ่งได้รัฐช่วยเปิดทางให้เอกชนร่วมลงทุนจัดตั้งฟื้นฟูเส้นทางเดินเรือบรรทุกตู้สินค้าคอนเทนเนอร์ระหว่างประเทศอาเซียนขึ้นด้วยการเปิดตัวเรือขนสินค้ารุ่นใหม่อันล้ำสมัย ที่สามารถทนทานต่อการโจมตีในทุกด้านทำให้ญี่ปุ่นมีความมั่นใจที่จะกลับเข้าสู่การแข่งขันในอนุภูมิภาคนี้อีกครั้งไม่สนแรงกดดันจากกลุ่มมาเฟียจีนเจ้าถิ่น ที่รวมตัวกันยึดส่วนแบ่งของตลาดและทำตัวเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ในอนุภูมิภาคอย่างครบวงจรนี้อยู่


          ถ้าพูดถึงตัวเอนซุเองซึ่งเป็นบุตรสาวคนเดียวก็โดนลากไปเกี่ยวกับธุรกิจของทางบ้านเหมือนกันกรณีของเธอนั้นไม่ได้ไปร่วมงานลงนามเปิดเส้นทางเดินเรือใหม่ที่ตระกูลโคซุเอะเป็นเจ้าภาพแต่ถูกส่งตัวไปทริปปาร์ตี้เรือสำราญที่นักการเมืองท้องถิ่นคันไซเป็นผู้จัดเพื่อสานสัมพันธ์โดยร่วมไปกับพี่ชายคนกลาง ในฐานะตัวแทนของบิดาที่เป็นเจ้าบ้านคนปัจจุบัน และยังมีตัวแทนนักธุรกิจชั้นนำในประเทศอีกมากมายร่วมอยู่ด้วย


          โปรแกรมเดินทางเริ่มต้นทริปกันที่เมืองโกเบเพื่อขึ้นเรือกันก่อน จากนั้นแวะเที่ยวที่เกาะนาโกะจิมะ แล่นผ่านทะเลเซโตะและหมู่เกาะอาโนะ ต่อด้วยดำน้ำและท่องเที่ยวบนเกาะอิชิกากิ ปิดทริปด้วยเกาะโอกินะวะตามลำดับ


          ในความรู้สึกจริง ๆเอนซุขัดใจที่พ่อของเธอมีเป้าหมายแอบแฝงด้วยการส่งเธอมาให้ลูกชายนักการเมืองคนดังกล่าวดูตัวโดยหวังว่าลูกสาวคนเดียวจะต้องถูกใจชายหนุ่มและเป็นฝั่งเป็นฝาในเร็ววัน เอนซุเข้าใจดีว่าพ่อรู้จักลูกสาวอย่างเธอดีเกินกว่าจะใช้ไม้แข็งเพื่อกดดันเธอแต่มีความรู้สึกว่าถ้าโพล่งความรู้สึกนี้ออกไปก็จะเป็นเหมือนการพ่ายแพ้ให้กับพ่อเลยต้องร่วมทางไปกับพี่ชายด้วยความหงุดหงิดใจ เมื่อถูกโยนบทบาทนี้ให้แล้วก็เลยพาลระดมบ่นระบายความไม่พอใจเรื่องนี้ใส่พี่ชายเป็นห่าฝนจึงจะค่อยหายเซ็งขึ้นมาหน่อย


          พี่ชายของเธอยอมรับเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้ได้โดยไม่รู้สึกตะขิดตะขวงใจเขาไม่มีปัญหาในการทำงานที่ต้องรับรู้เกี่ยวกับความไม่โปร่งใสต่าง ๆหรือแม้แต่ยอมแต่งงานกับคนที่ไม่ต้องการเพื่อผลประโยชน์ของพ่อและตัวเขาเองเมื่อไปกับภรรยาไม่รอด เขาก็ทำเรื่องหย่าอย่างมีประสิทธิภาพแม้จะเสียใจและมีความทุกข์อยู่บ้างแต่พี่ชายเธอก็ยอมรับทุกอย่างได้โดยไม่รู้สึกกระเทือนถึงศักดิ์ศรีของตน


          ด้วยเหตุฉะนี้เอนซุเลยได้ทำการว่าจ้างทีมของเรย์ ให้มารับหน้าที่เป็นบอดี้การ์ดส่วนตัวตลอดทริปทำให้ ณ เวลานี้ทั้งเขา กาโต้และริงโกะมายืนแหงนหน้าดูเรือสำราญหรูหรามหึมาตระการตา


          “นี่น่ะเหรอ Shogun of theSeas? …ดูใหญ่กว่าในรูปอีกนะคะ”

 


 

          ริงโกะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความตื่นตาตื่นใจ


          เธอแหงนหน้ามองเรือสำราญลำยักษ์ที่จอดอยู่ที่ท่าเรือมันมีความยาวถึงสามร้อยหกสิบห้าเมตร วัดในแนวนอน มันจะมีความสูงมากกว่าหอไอเฟลและมีน้ำกว่าสองแสนห้าหมื่นตัน ซึ่งใหญ่กว่าเรือไททานิคถึงห้าเท่ามีความสูงถึงยี่สิบชั้น มีดาดฟ้าส่วนต่าง ๆถึงยี่สิบจุดรองรับผู้โดยสารได้มากถึงเจ็ดพันห้าร้อยคน พร้อมลูกเรืออีกสองพันสองร้อยคนมีสระว่ายน้ำเจ็ดสระ รวมถึงสไลเดอร์น้ำที่สูงที่สุดหกแห่งและมีสวนน้ำที่ใหญ่เป็นอันดับสองในบรรดาเรือสำราญใด ๆ บนโลก เป็นเรือสำราญลำที่สี่ที่ใช้พลังงานจากแร่อีเธอร์เลียม ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดในช่วงหนึ่งปีนี้


          “อืม ใหญ่โตไม่เบาเลยแฮะ ฉันได้ยินว่าแค่ดาดฟ้าก็มีทั้งสวนพฤกษศาสตร์ขนาดย่อมและสระว่ายน้ำแล้วนี่แค่ส่วนหนึ่งของมันเท่านั้นเองนะ...รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเป็นบ้านนอกเข้ากรุงอย่างไงก็ไม่รู้สิ”


          กาโต้กล่าวพลางเงยหน้ายิ้มอย่างชื่นชมท่ามกลางความหรูหราอลังการเบื้องหน้า


          "เสียดายจังเลยน้า...ที่พานานาโกะมาด้วยไม่ได้น่ะ"


          เสียงพึมพำในตอนท้ายทำให้เรย์เพียงพยักหน้าเห็นด้วย เขามองสำรวจรอบ ๆท่าเรือ นักท่องเที่ยวจากหลายแห่งกำลังเตรียมตัวขึ้นเรือบางคนกำลังถ่ายรูปกับเรือสำราญ บางคนกำลังเช็คอินรับบัตรผ่านทางมีครอบครัวมากมายเดินควงแขนกันด้วยใบหน้ายิ้มแย้มนักธุรกิจในชุดสูทที่ดูสุขุมกำลังสนทนาเรื่องธุรกิจกลิ่นหอมของกาแฟจากร้านใกล้เคียงลอยมาตามลม


          ขณะที่พวกเขามองเรือสำราญ ‘Shogun of theSeas’ ที่ยิ่งใหญ่และอลังการมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเดินเข้าใกล้ เรย์สังเกตเห็นว่าสภาพแวดล้อมรอบ ๆท่าเรือนั้นเต็มไปด้วยความวุ่นวายของผู้คนที่กำลังเตรียมตัวขึ้นเรือมีเจ้าหน้าที่ท่าเรือคอยจัดการการเคลื่อนย้ายสัมภาระและให้ความช่วยเหลือผู้โดยสาร


          เมื่อเข้ามาใกล้ประตูทางขึ้นเรือเสียงประกาศจากลำโพงบนเรือดังก้องอยู่ในอากาศบอกให้ผู้โดยสารที่ได้บัตรผ่านทางแล้วเตรียมตัวขึ้นเรือ กลุ่มของเรย์เตรียมพร้อมรับภารกิจใหม่รู้ดีว่าทริปนี้พวกเขาไม่ได้มาในฐานะนักท่องเที่ยว แต่เป็นตำแหน่งที่ต้องการความระมัดระวังและความพร้อมตลอดเวลา


          เรือ Shogun of the Seas ยืนหยัดอยู่ท่ามกลางท่าเรืออันคึกคักยิ่งใหญ่และสง่างามดั่งจักรพรรดิที่รอคอยการเดินทางสู่ทะเลที่ไม่รู้จบสายลมทะเลพัดผ่านท่าเรือ ทำให้ทุกคนรู้สึกถึงความสดชื่นของการเริ่มต้นใหม่


          หลังนำตั๋วเรือและพาสพาสปอร์ตไปจุดลงทะเบียนเสร็จเรียบร้อยก็มาถึงขั้นตอนการสแกนของ เจ้าหน้าที่มีการอธิบายระเบียบว่าสามารถนำอุปกรณ์และอาวุธขึ้นเรือได้ แต่ต้องใช้ในเฉพาะกรณีฉุกเฉินเท่านั้นเช่นเดียวกับเจ้าหน้าที่บนเรือและผู้ทำหน้าที่คุ้มกันคนอื่น ๆ


          หลังนำตั๋วเรือและพาสปอร์ตไปยื่นที่จุดลงทะเบียนเสร็จเรียบร้อยกลุ่มของเรย์ก็ถูกพาไปยังจุดสแกนสัมภาระเจ้าหน้าที่บนเรือได้อธิบายกฎระเบียบในการพกอาวุธขึ้นเรือโดยเน้นย้ำว่าแม้พวกเขาจะมีสิทธิ์ในการพกพาอาวุธส่วนตัวแต่จะสามารถใช้อาวุธได้เฉพาะในกรณีฉุกเฉินเท่านั้นอาวุธทุกชิ้นจะถูกเก็บรักษาในพื้นที่ปลอดภัยบนเรือ และสามารถเรียกใช้งานได้เมื่อได้รับอนุญาตจากกัปตันหรือผู้บังคับบัญชาเท่านั้น


          เมื่อผ่านขั้นตอนการสแกนและลงทะเบียนเรียบร้อยแล้วพวกเขาก็เดินเข้าสู่โซนลอบบี้ของเรือ มันถูกตกแต่งอย่างสง่างามผสมผสานระหว่างความทันสมัยและสไตล์ญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมแสงไฟระยิบระยับจากโคมไฟที่ห้อยลงมาจากเพดานสูงประดับด้วยลวดลายดอกซากุระเพิ่มบรรยากาศให้ดูหรูหราเวอร์วัง


          "สวยจริง ๆ เลยนะคะ ที่นี่..."


          น้ำเสียงของริงโกะเต็มไปด้วยความตื่นเต้นหากว่านี่ไม่ใช่เรื่องงานเธอเองก็อยากให้น้องชายและคุณย่าได้มีโอกาสมาเที่ยวด้วยกันแบบนี้บ้าง


          “ฮะฮ้า ไม่เลวเลยจริง ๆ ฉันว่าถ้านานาโกะอยู่ด้วยคงมีกิจกรรมสนุก ๆ ให้ทำบนเรือลำนี้เยอะเลยล่ะนะ”


          ซึ่งเรื่องนี้กาโต้เองก็เห็นตรงกันกับริงโกะหากนี่ไม่ใช่เพราะเรื่องงาน พวกเขาก็อยากหาเวลาทำกิจกรรมร่วมกับครอบครัวบ้าง


          ขณะที่กำลังเดินไปทางล็อบบี้เพื่อมุ่งไปยังห้องพัก ก็เห็นเงาคนที่คุ้นตาเดินกันเข้ามาตรงทางเข้าพวกเขาเดินเข้ามาพร้อมกับบอดี้การ์ดล้อมหน้าล้อมหลังจำนวนหนึ่ง เป็นเอนซุและโทชิยูกิสองพี่น้องตระกูลโคซุเอะที่เพิ่งมาถึงนั่นเองแม้จะไม่ได้นัดเวลาเจอกันไว้เป็นพิเศษ แต่ตอนนี้ก็ได้เวลาที่ควรจะมาถึงกันพอดีจะบังเอิญพบกันก็ไม่ใช่เรื่องแปลก และในที่สุด เรย์ก็ได้มีโอกาสพบพี่ชายคนกลางของเอนซุเป็นหนแรก



 


 


          ‘โคซุเอะ โทชิยูกิ’ ชายหนุ่มอายุประมาณสี่สิบปี รูปร่างสูงโปร่งผมสีดำเข้มที่ถูกจัดแต่งเป็นทรงหลวม ๆ แต่ดูดี เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดเรียบคู่กับกางเกงสแล็คสีดำและเสื้อกั๊กที่เพิ่มความเป็นทางการความสุภาพและท่าทางที่มั่นใจของเขาทำให้ผู้คนรอบข้างรู้สึกถึงความเป็นนักธุรกิจที่เก่งกาจและเชี่ยวชาญความหล่อเหลาของโทชิยูกิที่แฝงไปด้วยเสน่ห์ทำให้เขาดูมีบุคลิกที่ดึงดูดใจแม้จะอยู่ในกลุ่มคนเยอะขนาดนี้ เรย์ยังสังเกตเห็นสายตาของสาว ๆ ที่มองตามเขาอย่างสนใจอยู่บ่อยครั้ง


          คนคนนี้ดูเผิน ๆเหมือนเป็นเพลย์บอยลอยชาย แต่ในแง่ธุรกิจกลับเป็นคนที่ทั้งเยือกเย็นและมีเหตุผลทำตัวไม่ต่างอะไรจากกอหญ้าเหนือกำแพงที่มีแต่จะลู่ไปตามลมหันเหไปในทิศทางที่ตนจะได้ผลประโยชน์เท่านั้นดังนั้นถึงปกติจะเข้าไปคลุกคลีกับพุ่มดอกไม้นับหมื่น แต่กลับไม่มีใบไม้ติดตามตัวเพราะเขาจะปัดกวาดตัวเองให้สะอาดอยู่เสมอ


          “สวัสดีครับ คุณอาเอนซุ คุณโทชิยูกิ”


          เรย์เข้าไปทักทายด้วยความสุภาพ


          โทชิยูกิหันมามองเรย์และยิ้มตอบด้วยท่าทางที่อบอุ่นและเป็นกันเอง เขาได้ยินเรื่องราวอันน่าเศร้าของเด็กหนุ่มผ่านน้องสาวมาบ้าง


          “ยินดีที่ได้พบ... เธอคืออาซากุระคุงสินะ ขอบคุณมากที่เคยช่วยน้องสาวฉันไว้ในหลายๆ เรื่องนะ”


          โทชิยูกิเอ่ยพลางยื่นมือมาจับมือกับเรย์ เอนซุยิ้มโบกมือให้เขาอยู่ด้านหลัง


          “ยังไงทริปนี้ก็ขอฝากดูแลยัยนี่ด้วยล่ะ”


          "แน่นอนครับ พวกเราจะทำอย่างเต็มที่"


          เมื่อทั้งกลุ่มได้ทักทายและแนะนำตัวกันแล้วพวกเขาก็เริ่มเตรียมตัวไปยังห้องพักที่ถูกจัดเตรียมไว้ห้องที่เอนซุจองไว้นั้นเป็นห้องสไตล์โมเดิร์นที่ชายหญิงพักกันได้ตั้งแต่หนึ่งถึงสองคนเรย์ กาโต้ และริงโกะได้รับกุญแจมาคนละห้อง ทำให้พวกเขารู้สึกถึงความเป็นส่วนตัวและสะดวกสบายมากขึ้น


          เรย์เดินออกมาจากห้องพัก พร้อมกับคิดคำนึงถึงบทสนทนาระหว่างเขากับเอนซุที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่


          ‘ทำตัวตามสบายนะ คิดเสียว่ามาเที่ยวก็พอยังไงอาเองก็ต้องตัวติดอยู่กับพี่ชายตลอดเวลาบอดี้การ์ดของเขาก็เหมือนของอานั่นแหละ’


          เอนซุพูดด้วยท่าทีผ่อนคลายไม่ได้ใส่ใจความปลอดภัยของตัวเองเสียเท่าไหร่จนเขาอดเป็นห่วงแทนไม่ได้


          เรย์พยายามปรับตัวให้เข้ากับบรรยากาศที่ดูสบายๆของทริปนี้ แต่ก็อดคิดไม่ได้ถึงหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายค่าจ้างที่เอนซุให้พวกเขามานั้นไม่ใช่น้อย ๆและเขาเองก็ไม่อยากให้มันเป็นเพียงการจ่ายเงินเพื่อการท่องเที่ยวผ่อนคลายเท่านั้น


          “ถ้าไม่ให้ผมทำตามหน้าที่มันจะทำให้ผมรู้สึกอึดอัดน่ะครับ”


          เรย์บอกหญิงสาวด้วยความสัตย์จริง


          เอนซุหัวเราะเล็กน้อยแล้วตอบกลับว่า


          “ไม่ต้องห่วงหรอกนะหลานชายถ้ามีปัญหาขึ้นมาจริง ๆ ยังไงอาก็ต้องพึ่งพาความสามารถของเธออยู่ดี ระหว่างนี้ก็ผ่อนคลายให้เต็มที่ซะแต่ก็ต้องเตรียมพร้อมไว้ตลอดเวลาเมื่อต้องถูกเรียกตัวด้วยล่ะ”


        ในเมื่อนายจ้างว่ามาเช่นนั้น แล้วพวกเขาจะทักท้วงอย่างไรได้อีกเล่าเรย์มองหน้ากาโต้ที่กำลังยักไหล่ใส่เขาเหมือนต้องการจะพูดว่า ‘ก็อย่างที่ได้ยินนั่นแหละ’ส่วนริงโกะเองก็ส่งยิ้มฝืด ๆ กลับมา


          ตัวเอนซุไม่มีทั้งความเย่อหยิ่งและถือตัวอย่างที่พวกคนรวยมักจะมีเวลาคุยกับผู้คนก็อบอุ่นนุ่มนวล จึงตกคนอื่นให้รู้สึกเชื่อใจได้ง่าย ๆ


          นั่นคือความจริงใจอย่างแท้จริง


          สนใจและใส่ใจผู้พูด ตั้งใจฟังทุกประโยคและตอบสนองอย่างเหมาะสม


          ขณะที่เดินทอดน่องคิดอะไรเพลินๆ เขาก็เดินสวนกับหญิงสาวในชุดเดรสสีแดงอมม่วงเบอร์กันดี ขณะอีกฝ่ายกำลังเดินควงแขนกับชายชราผมสีเทามาดนักธุรกิจดังมีบอดี้การ์ดเดินตามหลังสี่ห้าคน ชุดเดรสลาเท็กซ์สีแดงสดของเธอโดดเด่นเป็นพิเศษท่ามกลางผู้คนบนเรือแสงไฟจากโคมระย้าส่องผ่านกระจกทำให้เธอดูราวกับเทพธิดาที่เพิ่งลงมาจากสรวงสวรรค์


          ความสูงเพรียวโดดเด่นที่บ่งบอกถึงความเป็นคนต่างชาติและความงดงาม เสน่ห์ที่แผ่กระจายออกมานั้นดึงดูดสายตาทุกคนโดยรอบ ดวงตาของเขาจับจ้องที่เรือนผมบอร์ดสุดสลวยของเธอที่กระจายไปตามแรงลมเบาๆ ขณะเธอเดินผ่านไปทิ้งกลิ่นกายอันเป็นเอกลักษณ์ลอยฟุ้งในอากาศ


          เรย์อดที่จะเหลี่ยวมองตามเธอไม่ได้รู้สึกถึงสัญชาตญาณบางอย่างในกายกำลังร้องเตือนแบบแปลก ๆ มันไม่ใช่เพียงแค่แรงดึงดูดอารมณ์บุรุษเพศทว่าเหมือนมีอะไรแฝงอยู่ในท่าทีสง่างามนั้นที่ตัวเขาก็ไม่อาจอธิบายเป็นคำพูดได้


          “แหมชีวิตหนุ่มโสดนี่มันดีจริง ๆ เลยน้า~”


          กาโต้ที่เดินอยู่ข้างกายแซวเขาเบา ๆ พร้อมกับยิ้มอย่างมีเลศนัย


          เรย์ผ่อนลมหายใจ รู้สึกใบหน้าร้อนขึ้นเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้แสดงความลนลานให้อีกฝ่ายนำไปต่อยอดคิดในทางอกุศลได้


          “ก็แค่... เห็นว่าเธอสวยจนน่ากลัวดีก็เท่านั้นเองครับ”


          “อย่าคิดมากไปเลยน่าเพิ่งจะอายุแค่นี้ก็ทำตัวให้สมวัยหน่อย ระหว่างนี้เธอควรหาใครสักคนมาเติมเต็มความสุขให้กับทริปนี้ตามประสาชายโสดก็ดีเหมือนกันนะ ไหน ๆ ก็เพิ่งผ่านพ้นเรื่องหนัก ๆ มา”


          “แล้วคุณกาโต้ไม่สนใจลองดูบ้างเหรอคะ ...แบบ ‘ตามประสาชายโสด’นั่นน่ะ?”


          ริงโกะยิ้มขำถามหยอกอีกฝ่าย


          “ฮึ่ม! นี่ภรรยาฉันส่งเธอให้มาลองใจยู่ใช่ไหมฮะ ไหนบอกความจริงมาซิ!?”


          กาโต้ทำหน้ากึ่งยิ้มกึ่งบึ้งไม่มีคำตอบหลุดจากปากของริงโกะนอกจากเสียงหัวเราะเพราะช่วงนี้เธอก็ไปมาหาสู่บ้านซาซากิอยู่บ่อย ๆ จนแทบจะกลายเป็นบ้านหลังที่สองเพราะบางครั้งต้องไหว้วานให้ภรรยาของกาโต้คอยช่วยดูแลน้องชายของเธอด้วย


          เรือ Shogun of the Seas เริ่มเคลื่อนตัวออกจากท่าเรือขณะที่คลื่นทะเลเบื้องล่างกระแทกกับท่าเรือส่งเสียงซู่ซ่าที่ผสมผสานกับเสียงกระแสน้ำกลุ่มของเรย์ยืนมองออกไปยังเส้นขอบฟ้าที่เริ่มขยับเคลื่อนไปช้า ๆ


          “เอาล่ะตอนนี้เรือออกจากท่าแล้ว ฉันคิดว่าเราควรจะเริ่มสำรวจเรือกันซะหน่อยดีไหม”


          เรย์พยักหน้าเห็นด้วยกับข้อเสนอขอกาโต้อย่างน้อยควรจะรู้ว่ามีทางออกหรือที่หลบภัยตรงจุดไหนบ้าง เผื่อไว้สำหรับกรณีเหตุการณ์ไม่คาดคิด ริงโกะที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เองก็หยิบแผนผังที่เป็นแผ่นพับออกมาจากกระเป๋าสะพาย


          “ฉันมีแผนที่นำเที่ยวของเรืออยู่นะคะเราเริ่มต้นจากชั้นล่างสุด แล้วค่อย ๆ สำรวจขึ้นไปกันดีไหม”


          “โอ้เป็นความคิดที่เยี่ยม งั้นเราเริ่มกันจากดาดฟ้าล่างสุดแล้วค่อยขึ้นไปทำความคุ้นเคยแต่ละชั้นก็แล้วกันถือเป็นการเดินเที่ยวชมไปในตัว”


          กลุ่มของพวกเขาเริ่มเดินสำรวจจากดาดฟ้าชั้นล่างสุดของเรือบรรยากาศที่นี่เงียบสงบกว่าชั้นบนผู้โดยสารส่วนใหญ่ยังคงยุ่งอยู่กับการเข้าห้องพักและจัดการกับสัมภาระของตัวเองทางเดินของเรือกว้างขวาง ปูด้วยพรมสีน้ำเงินเข้มที่มีลวดลายคล้ายคลื่นทะเลผนังประดับด้วยภาพวาดที่บอกเล่าเรื่องราวของท้องทะเลและสัตว์น้ำ


          เมื่อสำรวจชั้นล่างเสร็จพวกเขาก็ขึ้นไปยังชั้นที่สอง ซึ่งเป็นชั้นที่มีสระว่ายน้ำและร้านอาหารบรรยากาศที่นี่เต็มไปด้วยผู้คนที่กำลังเพลิดเพลินกับกิจกรรมต่าง ๆมีเสียงหัวเราะและพูดคุยเสียงดังขึ้นเป็นระยะ ๆ


          พวกเขาเดินต่อไปสำรวจเรือไปเรื่อยๆ แต่ละชั้นมีลักษณะเฉพาะของมันเอง มีทั้งห้องประชุม โรงภาพยนตร์และห้องพักผ่อนสุดหรู ทุกคนจดจำรายละเอียดทุกอย่างที่เป็นประโยชน์ในการเดินสำรวจเพื่อให้มั่นใจว่าพวกเขาจะรู้จักเรือลำนี้ให้มากขึ้น ในฐานะผู้ทำหน้าที่คุ้มกัน

 

คล้ายกับเรื่องดันเจี้ยน x ดันเจี้ยน ที่คุณอ่าน