หนึ่งรัตติกาล

    หนึ่งรัตติกาล ตอนที่ 41 : โอสถจักรพรรดิ

    " วิ้ง " แสงเซียนห้าสีพลันเปล่งประกายสาดส่องอาบย้อมทั่ว แสงห้าสีพริ้มเพราพราวระยับ


    " ครืนน " พลังเซียนเหนือหล้าแผดผลาญอย่างบ้าคลั่ง ผืนพาราเลื่อนลั่นไหวหน่วงหนัก 


    " ครืนน " กลิ่นอายเซียนโบราณพร่างพรายกำจายทั่ว 


    ชายหนุ่มกวาดตามองซ้ายขวา เขารู้สึกเพียงว่าผืนพาราสั่นไหวอย่างรุนแรง แต่เขามองมิเห็นนิมิตของเตาเซียนที่ปรากฎ


    " หากอยากรู้ว่าเกิดสิ่งใดคงมีเพียงผนึกกายไว้ " ชายหนุ่มพึมพำ 


    มือหนึ่งของชายหนุ่มวาดอักษรลงยังฝ่ามืออีกข้าง พลางตบฝ่ามือลงกลางอกของตน


    " อ่อค " โลหิตพ่นพรวดออกในมันใด เมื่อกายาวิเศษถูกผนึก 


    สองตาของหานลี่มองยังเตาสามขาที่เปล่งแสงห้าสีสวยสด แสงห้าสีถักทอก่อเกิดมายา


    ภาพมายานั้นเป็นชายชราทรงศักดิ์นั่งอยู่หน้าเตาสามขา คล้ายคลับว่าชายชราผู้นั้นกำลังหลอมโอสถ


    สองตาของหานลี่มองยังชายชราที่สำแดงท่วงท่า การใช้เพลิงหลอมโอสถจากฝ่ามือแผดเผาเตาสามขา 


    " มิน่าเชื่อว่าผู้ฝึกยุทธระดับสูงจะสามารถสร้างเพลิงได้ " หานลี่พึมพำ 


    หานลี่นิ่งเงียบตั้งใจศึกษากระบวนการหลอมโอสถจากชายชรา เพลิงร้อนแรงแผดเผา เพลิงเบาหล่อเลี้ยง สีของเพลิงเปลี่ยนไปตามความร้อนแรงของเพลิง


    เนิ่นนานนับชั่วยาม กระบวนการหลอมโอสถเสร็จสิ้น 


    " อืม " ร่างสูงพยักหน้าช้าๆ 


    " จะไปหาเพลิงเช่นนี้ได้จากที่ใด " หานลี่พึมพำ 


    " ไว้ก่อน " หานลี่พึมพำ 


    เขามาองสำรวจยังอักขระที่สลักไว้ทั่วเตาสามขา อักขระนูนเด่นชัดเปล่งแสงห้าสีวาววับ


    " อักขระเหล่านี้คืออักขระอะไร " หานลี่พึมพำ เขาครุ่นคิดว่าในตำราที่เคยอ่านนั้นมิปรากฎอักขระเช่นนี้


    " คงเป็นอักขระในยุคโบราณเป็นแน่ " หานลี่พึมพำ


    หลังจากทำการจดจำอักขระทุกตัวแล้วเสร็จ ชายหนุ่มปลดผนึกกายา แลลองหลอมโอสถในทันใด


    เขานำหินอัคคีออกมาแลใส่ลงใต้เตาสามขา แลนำเอายอดสมุนไพรมากมายใส่ลงไปในเตาสามขา


    " พรึ่บ " หินอัคคีถูกจุดขึ้น เพลิงสีแดงพุ่งพวยโลมเลียก้นเตาสามขาอย่างรวดเร็ว


    เพียงชั่วครู่อุณหภูมิในเตาสามขาพุ่งพวยทะยานขึ้น ชายหนุ่มจึงเร่งทำการสกัดสิ่งแปลกปลอมในยอดสมุนไพรอย่างรวดเร็ว


    " ติ้ง " เมื่อสกัดสิ่งแปลกปลอมหมดสิ้น พลันเกิดเสียงดังกังวานราวระฆังขานขับ 


    " เริ่ม " หานลี่เร่งโหมเพลิงสีแดงอย่างรวดเร็ว 


    " ฟู่วว " เพลิงสีแดงลุกโชนแผดเผาทั่วเตาสามขาอย่างเร็วรี่ 


    ในขั้นตอนนี้ หานลี่ได้ทำตามที่ชายชราชี้แนะ ทั้งเร่งเพลิงสีแดงสูงชัน ทั้งผ่อนเพลิงให้เพียงอุ่น เป็นเช่นนี้สลับไปมานานนับชั่วยาม


    " ขั้นตอนสุดท้าย ควบแน่น ขั้นตอนนี้สำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพลิงต้องนิ่ง ใจต้องนิ่ง หากพลาดต้องเสียเวลาเริ่มใหม่ทั้งยังเสียสมุนไพร " หานลี่พึมพำ


    " ครึก ครึก " เสียงโอสถกลิ้งไปมาในเตาสามขา 


    " แปลก เตาสามขานี่มิมีฝาปิด แต่เหตุใดเม็ดโอสถจึงมิพุ่งออกมา " หานลี่พึมพำ


    ก่อนนี้เขาเคยหลอมโอสถกับเตาไร้ฝาปิดมาแล้ว ปรากฎว่าเม็ดโอสถที่กำลังควบแน่นพุ่งออกจนหมดสิ้น 


    แต่ครานี้เพราะเตาสามขาสร้างฝาปิดห้าสีปิดปากเตาไว้ เม็ดโอสถจึงมิพุ่งออกมา เช่นเดิมหานลี่ที่อยู่ในกายวิเศษกลับมองมิเห็นฝาปิดห้าสี


    เนิ่นนานนับชั่วยาม


    " ติ้ง " เสียงก้องกังวานขานขับดังขึ้น ราวกับเสียงสวรรค์พรมประทานลงมาชำระล้างจิตใจ


    เพราะด้วยเวลาที่ยาวนานหินอัคคีหลายสิบก้อน ทั้งยอดสมุนไพรอีกมาก หากเกิดการผิดพลาดจะกลายเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ของนักหลอมโอสถ


    เมื่อพวกนักหลอมโอสถได้ยินเสียงระฆังโอสถดังขึ้น เสมือนดั่งว่าได้ยินเสียงสวรรค์


    " ครืนนน " พลันปรากฎเสียงร้องคำรามลั่นเมืองหลวง เสียงฮึ่มฮ่ำของห้วงนภาดังก้องกังวาน 


    เมฆาอัสนีพลันปรากฎ " เปรี้ยะ " สายอัสนีแลบแปลบปลาบ ทั่วเมืองพลันสว่างไสววับวาบด้วยแสงม่วง


    กลิ่นอายโอสถชั้นสูงล่องลอยตามสายลม พัดโชยทั่วเมือง


    " แม่เจ้า " ชายชราผู้หนึ่งยืนอยู่บนหอคอยสูงหลายชั้นร้องออกมา ผมเผ้าสีขาวปลิวไสวไปตามแรงลมที่พัดผ่าน


    " นี่มันทัณฑ์สวรรค์โอสถ " ชายชราพึมพำ สองตาของเขามองยังสายอัสนีที่ฟาดผ่าไปมา


    " โอสถจักรพรรดิ " ชายชราพึมพำ เขาสูดหายใจเข้าลึก 


    โอสถจักรพรรดิถือเป็นยอดโอสถชั้นสูงสุดที่ดำรงค์อยู่บนโลกมนุษย์ มิว่าใครก็ล้วนแต่ปรารถนาได้มาครอบครอง แต่จะมีสักกี่คนที่ได้มา 


    เพียงหนึ่งเม็ดของโอสถจักรพรรดิ สามารถส่งให้คนผู้นั้นที่ได้กลั่มหลอมทะยานไปยืนอยู่บนจุดที่สูงที่สุดของผู้บำเพ็ญเพียร


    นั่นยิ่งทำให้เกิดการออกค้นหาโอสถจักรพรรดิอย่างบ้าคลั่ง มิว่าจะสูญเสียเงินทองแลเวลาไปมากมายเพียงใด แต่ก็ยังมิมีผู้ใดได้มันมา


    " มิน่าเชื่อจะมีคนหลอมออกมาได้ " เหล่านักหลอมโอสถทั้งหลายต่างสูดหายใจเข้าลึก 


    ภายในใจของนักหลอมโอสถเวลานี้ต่างเต็นมิเป็นจังหวะ โอสถล้ำค่าฟ้าดินกำลังจะผ่านทัณฑ์สวรรค์แห่งโอสถ 


    " อาจารย์ปู่ เหตุใดโอสถจักรพรรดิจึงต้องผ่านทัณฑ์สวรรค์ขอรับ " 


    " โอสถจักรพรรดินี้ มิสมควรมีอยู่บนโลกใบนี้ เพราะการที่มันเป็นโอสถที่ฝืนสวรรค์เป็นอย่างยิ่ง มันจึงต้องผ่านทัณฑ์สวรรค์โอสถ " 


    " เพราะสวรรค์มิอยากให้มันคงอยู่ แต่หากมันผ่านไปได้ มันจะกลายเป็นสุดยอดโอสถจักรพรรดิ ที่มิว่าผู้ใดหากได้มาครอบครอง ย่อมส่งให้คนผู้นั้นปีนป่ายไปยังยอดปิรามิดของผู้บำเพ็ญเพียรได้ " 


    หมู่ชนผู้บำเพ็ญเพียรมากมาย ต่างแหงนคอมองดูทัณฑ์สวรรค์โอสถด้วยใจระทึก พวกเขาใคร่รู้เป็นอย่างยิ่งว่าทัณฑ์สวรรค์จะฟาดผ่าลงมาที่ใด แลนั่นจะได้รู้ว่าผู้ใดเป็นผู้หลอมโอสถจักรพรรดิออกมา 


    " เปรี้ยงงง " สายอัสนีเส้นใหญ่หยาบหนาฟาดผ่าลงมาอย่างเร็วรี่ 


    " ครืนนน " ผืนพาราทั่วแดนดินต่างสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น เพราะแรงกดดันมากมายมหาศาลแผดลงมา


    " โฮกกก " พลันปรากฎร่างเงามังกรทองใหญ่ยักษ์ล่องลอยกลางฟ้าดิน กู่ร้องคำรามลั่นห้วงนภา


    " พวกเจ้าดูในปากของมังกรทอง " 


    " โอสถจักรพรรดิมากถึงสิบเม็ด " 


    " ผู้ใดกันที่สามารถหลอมโอสถจักรพรรดิในคราเดียวได้มากถึงสิบเม็ด "


    เหล่าผู้บำเพ็ญเพียรต่างร้องคำรามอย่างบ้าคลั่ง พวกเขาคิดว่าเพียงเม็ดเดียวนักหลอมโอสถผู้นั้นก็เก่งกาจเทียบชั้นฟ้าได้แล้ว 


    แต่นี่นักหลอมผู้นั้นสามารถหลอมโอสถจักรพรรดิ ได้มากถึงสิบเม็ดในคราเดียวมิเคยมีในประวิติศาสตร์ 


    " เซียนโอสถ " ผู้คนมากมายต่างร้องออกมา 


    " ต้องเป็นเซียนโอสถแน่ๆ "


    " พวกเจ้ารู้รึไม่ว่ามังกรทองตนนี้มาจากที่ใด " 


    " ผู้ใดจะรู้ " 


    " ตูมมมม " สายอัสนีฟาดเข้าใส่มังกรทอง 


    " วาบ " พลันปรากฎแสงทองสว่างวาบอาบย้อมทั่วดินแดน ทั่วดินแดนกลายกลับเป็นดั่งแดนสุวรรณ


    " วิ้ง " โอสถจักรพรรดิสามเม็ดเปล่งแสงทองสว่างไสว รอบเม็ดโอสถปรากฎหมอกสีทองล่องลอยเป็นวงแหวนเก้าวงทั่วเม็ดโอสถ


    " สำเร็จเป็นโอสถจักรพรรดิสามเม็ด ที่เหลือแม้นจะมิสำเร็จ แต่ก็เรียกได้ว่าเป็นโอสถเทวาวาส " 


    " แม้นเป็นโอสถเทวาวาสก็ยังถือว่าเป็นยอดโอสถเช่นกัน " 


    " นี่มันพลิกฟ้าคว่ำปฐพีเกินไปแล้ว ผู้ใดกันหลอมออกมา " 


    ผู้บำเพ็ญเพียรของเมืองหลวงแคว้นฟู่ต่างจิตใจเต็นระรัว พวกเขาคล้ายจะเป็นบ้าได้ในทุกขณะ 


    " วิ้ง " แสงทองสว่างไสวเจิดจ้า ทั่วแดนดินกลายกลับเป็นแดนทอง


    " ฟิ้ว " โอสถจักรพรรดิสามเม็ดกลายเป็นสามลำแสงสีทอง พุ่งทะยานขึ้นสู่เวหาอย่างรวดเร็ว


    ในขณะที่ฝูงกำลังมองสามลำแสงอยู่นั้น 


    " เปรี้ยะ " โอสถเทวาวาสที่เหลือเจ็ดเม็ดพลันปริแตก 


    กลิ่นหอมของโอสถพุ่งพวยทะยานออก เพียงสูดดมกลิ่นที่หอมเย้ายวน เลือดลมของพวกเขาพลันเดือดพล่าน


    แม้นพลังปราณจะปั่นป่วนแต่กกลับเบาสบายคล้ายจะมิมีผลใด 


    " ตูมม " โอสถเทวาวาสระเบิดออก เศษโอสถเทวาวาสพุ่งทะยานไร้ทิศทาง 


    " โอสถเทวาวาสหนึ่งเม็ด แตกออกเป็นเก้าส่วน แต่ละส่วนนั้นสามารช่วยให้ผู้ฝึกยุทธทะลวงข้ามผ่านกำแพงขั้นย่อยได้ "


    " เร็วเข้า " ฝูงชนมากมายต่างพุ่งทะยานร่างตามเศษโอสถเทวาวาสอย่างบ้าคลั่ง


    " อือ " หานลี่ร้องครางออกมา สองตาของเขามองยังภาพมังกร 


    " ข้าสลบไปได้เช่นใด " หานลี่พึมพำ เขานอนเหยียดหงายอยู่บนพื้นพลางกรอกตาไปมา


    เขานอนเหยียดหงายอยู่บนพื้น พลางครุ่นคิด 


    " จำได้ว่ากำลังนั่งรอเก็บโอสถที่หลอมได้ จากนั้นพลันหมดสติ " หานลี่พึมพำ 


    " ฮื่อห์ " เขาถอนหายใจออกมาอย่างแรง พลางหยัดกายลุกนั่ง 


    " ฟู่ว " ชายหนุ่มเป่าปากออกมาอย่างแรง พลางชะโงกหน้าลงไปในเตาสามขา 


    " มิมีอะไรเลย " หานลี่พึมพำ 


    " มันสำเร็จแล้วมิใช่รึ ข้าจำได้ว่าเสียงระฆังสวรรค์โอสถดังขึ้นแล้ว " หานลี่ครุ่นคิด


    " รึจะมีขโมย " หานลี่พึมพำ


    คล้ายกับเรื่องหนึ่งรัตติกาล ที่คุณอ่าน