" วิ้ง " แสงเซียนห้าสีพลันเปล่งประกายสาดส่องอาบย้อมทั่ว แสงห้าสีพริ้มเพราพราวระยับ
" ครืนน " พลังเซียนเหนือหล้าแผดผลาญอย่างบ้าคลั่ง ผืนพาราเลื่อนลั่นไหวหน่วงหนัก
" ครืนน " กลิ่นอายเซียนโบราณพร่างพรายกำจายทั่ว
ชายหนุ่มกวาดตามองซ้ายขวา เขารู้สึกเพียงว่าผืนพาราสั่นไหวอย่างรุนแรง แต่เขามองมิเห็นนิมิตของเตาเซียนที่ปรากฎ
" หากอยากรู้ว่าเกิดสิ่งใดคงมีเพียงผนึกกายไว้ " ชายหนุ่มพึมพำ
มือหนึ่งของชายหนุ่มวาดอักษรลงยังฝ่ามืออีกข้าง พลางตบฝ่ามือลงกลางอกของตน
" อ่อค " โลหิตพ่นพรวดออกในมันใด เมื่อกายาวิเศษถูกผนึก
สองตาของหานลี่มองยังเตาสามขาที่เปล่งแสงห้าสีสวยสด แสงห้าสีถักทอก่อเกิดมายา
ภาพมายานั้นเป็นชายชราทรงศักดิ์นั่งอยู่หน้าเตาสามขา คล้ายคลับว่าชายชราผู้นั้นกำลังหลอมโอสถ
สองตาของหานลี่มองยังชายชราที่สำแดงท่วงท่า การใช้เพลิงหลอมโอสถจากฝ่ามือแผดเผาเตาสามขา
" มิน่าเชื่อว่าผู้ฝึกยุทธระดับสูงจะสามารถสร้างเพลิงได้ " หานลี่พึมพำ
หานลี่นิ่งเงียบตั้งใจศึกษากระบวนการหลอมโอสถจากชายชรา เพลิงร้อนแรงแผดเผา เพลิงเบาหล่อเลี้ยง สีของเพลิงเปลี่ยนไปตามความร้อนแรงของเพลิง
เนิ่นนานนับชั่วยาม กระบวนการหลอมโอสถเสร็จสิ้น
" อืม " ร่างสูงพยักหน้าช้าๆ
" จะไปหาเพลิงเช่นนี้ได้จากที่ใด " หานลี่พึมพำ
" ไว้ก่อน " หานลี่พึมพำ
เขามาองสำรวจยังอักขระที่สลักไว้ทั่วเตาสามขา อักขระนูนเด่นชัดเปล่งแสงห้าสีวาววับ
" อักขระเหล่านี้คืออักขระอะไร " หานลี่พึมพำ เขาครุ่นคิดว่าในตำราที่เคยอ่านนั้นมิปรากฎอักขระเช่นนี้
" คงเป็นอักขระในยุคโบราณเป็นแน่ " หานลี่พึมพำ
หลังจากทำการจดจำอักขระทุกตัวแล้วเสร็จ ชายหนุ่มปลดผนึกกายา แลลองหลอมโอสถในทันใด
เขานำหินอัคคีออกมาแลใส่ลงใต้เตาสามขา แลนำเอายอดสมุนไพรมากมายใส่ลงไปในเตาสามขา
" พรึ่บ " หินอัคคีถูกจุดขึ้น เพลิงสีแดงพุ่งพวยโลมเลียก้นเตาสามขาอย่างรวดเร็ว
เพียงชั่วครู่อุณหภูมิในเตาสามขาพุ่งพวยทะยานขึ้น ชายหนุ่มจึงเร่งทำการสกัดสิ่งแปลกปลอมในยอดสมุนไพรอย่างรวดเร็ว
" ติ้ง " เมื่อสกัดสิ่งแปลกปลอมหมดสิ้น พลันเกิดเสียงดังกังวานราวระฆังขานขับ
" เริ่ม " หานลี่เร่งโหมเพลิงสีแดงอย่างรวดเร็ว
" ฟู่วว " เพลิงสีแดงลุกโชนแผดเผาทั่วเตาสามขาอย่างเร็วรี่
ในขั้นตอนนี้ หานลี่ได้ทำตามที่ชายชราชี้แนะ ทั้งเร่งเพลิงสีแดงสูงชัน ทั้งผ่อนเพลิงให้เพียงอุ่น เป็นเช่นนี้สลับไปมานานนับชั่วยาม
" ขั้นตอนสุดท้าย ควบแน่น ขั้นตอนนี้สำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพลิงต้องนิ่ง ใจต้องนิ่ง หากพลาดต้องเสียเวลาเริ่มใหม่ทั้งยังเสียสมุนไพร " หานลี่พึมพำ
" ครึก ครึก " เสียงโอสถกลิ้งไปมาในเตาสามขา
" แปลก เตาสามขานี่มิมีฝาปิด แต่เหตุใดเม็ดโอสถจึงมิพุ่งออกมา " หานลี่พึมพำ
ก่อนนี้เขาเคยหลอมโอสถกับเตาไร้ฝาปิดมาแล้ว ปรากฎว่าเม็ดโอสถที่กำลังควบแน่นพุ่งออกจนหมดสิ้น
แต่ครานี้เพราะเตาสามขาสร้างฝาปิดห้าสีปิดปากเตาไว้ เม็ดโอสถจึงมิพุ่งออกมา เช่นเดิมหานลี่ที่อยู่ในกายวิเศษกลับมองมิเห็นฝาปิดห้าสี
เนิ่นนานนับชั่วยาม
" ติ้ง " เสียงก้องกังวานขานขับดังขึ้น ราวกับเสียงสวรรค์พรมประทานลงมาชำระล้างจิตใจ
เพราะด้วยเวลาที่ยาวนานหินอัคคีหลายสิบก้อน ทั้งยอดสมุนไพรอีกมาก หากเกิดการผิดพลาดจะกลายเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ของนักหลอมโอสถ
เมื่อพวกนักหลอมโอสถได้ยินเสียงระฆังโอสถดังขึ้น เสมือนดั่งว่าได้ยินเสียงสวรรค์
" ครืนนน " พลันปรากฎเสียงร้องคำรามลั่นเมืองหลวง เสียงฮึ่มฮ่ำของห้วงนภาดังก้องกังวาน
เมฆาอัสนีพลันปรากฎ " เปรี้ยะ " สายอัสนีแลบแปลบปลาบ ทั่วเมืองพลันสว่างไสววับวาบด้วยแสงม่วง
กลิ่นอายโอสถชั้นสูงล่องลอยตามสายลม พัดโชยทั่วเมือง
" แม่เจ้า " ชายชราผู้หนึ่งยืนอยู่บนหอคอยสูงหลายชั้นร้องออกมา ผมเผ้าสีขาวปลิวไสวไปตามแรงลมที่พัดผ่าน
" นี่มันทัณฑ์สวรรค์โอสถ " ชายชราพึมพำ สองตาของเขามองยังสายอัสนีที่ฟาดผ่าไปมา
" โอสถจักรพรรดิ " ชายชราพึมพำ เขาสูดหายใจเข้าลึก
โอสถจักรพรรดิถือเป็นยอดโอสถชั้นสูงสุดที่ดำรงค์อยู่บนโลกมนุษย์ มิว่าใครก็ล้วนแต่ปรารถนาได้มาครอบครอง แต่จะมีสักกี่คนที่ได้มา
เพียงหนึ่งเม็ดของโอสถจักรพรรดิ สามารถส่งให้คนผู้นั้นที่ได้กลั่มหลอมทะยานไปยืนอยู่บนจุดที่สูงที่สุดของผู้บำเพ็ญเพียร
นั่นยิ่งทำให้เกิดการออกค้นหาโอสถจักรพรรดิอย่างบ้าคลั่ง มิว่าจะสูญเสียเงินทองแลเวลาไปมากมายเพียงใด แต่ก็ยังมิมีผู้ใดได้มันมา
" มิน่าเชื่อจะมีคนหลอมออกมาได้ " เหล่านักหลอมโอสถทั้งหลายต่างสูดหายใจเข้าลึก
ภายในใจของนักหลอมโอสถเวลานี้ต่างเต็นมิเป็นจังหวะ โอสถล้ำค่าฟ้าดินกำลังจะผ่านทัณฑ์สวรรค์แห่งโอสถ
" อาจารย์ปู่ เหตุใดโอสถจักรพรรดิจึงต้องผ่านทัณฑ์สวรรค์ขอรับ "
" โอสถจักรพรรดินี้ มิสมควรมีอยู่บนโลกใบนี้ เพราะการที่มันเป็นโอสถที่ฝืนสวรรค์เป็นอย่างยิ่ง มันจึงต้องผ่านทัณฑ์สวรรค์โอสถ "
" เพราะสวรรค์มิอยากให้มันคงอยู่ แต่หากมันผ่านไปได้ มันจะกลายเป็นสุดยอดโอสถจักรพรรดิ ที่มิว่าผู้ใดหากได้มาครอบครอง ย่อมส่งให้คนผู้นั้นปีนป่ายไปยังยอดปิรามิดของผู้บำเพ็ญเพียรได้ "
หมู่ชนผู้บำเพ็ญเพียรมากมาย ต่างแหงนคอมองดูทัณฑ์สวรรค์โอสถด้วยใจระทึก พวกเขาใคร่รู้เป็นอย่างยิ่งว่าทัณฑ์สวรรค์จะฟาดผ่าลงมาที่ใด แลนั่นจะได้รู้ว่าผู้ใดเป็นผู้หลอมโอสถจักรพรรดิออกมา
" เปรี้ยงงง " สายอัสนีเส้นใหญ่หยาบหนาฟาดผ่าลงมาอย่างเร็วรี่
" ครืนนน " ผืนพาราทั่วแดนดินต่างสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น เพราะแรงกดดันมากมายมหาศาลแผดลงมา
" โฮกกก " พลันปรากฎร่างเงามังกรทองใหญ่ยักษ์ล่องลอยกลางฟ้าดิน กู่ร้องคำรามลั่นห้วงนภา
" พวกเจ้าดูในปากของมังกรทอง "
" โอสถจักรพรรดิมากถึงสิบเม็ด "
" ผู้ใดกันที่สามารถหลอมโอสถจักรพรรดิในคราเดียวได้มากถึงสิบเม็ด "
เหล่าผู้บำเพ็ญเพียรต่างร้องคำรามอย่างบ้าคลั่ง พวกเขาคิดว่าเพียงเม็ดเดียวนักหลอมโอสถผู้นั้นก็เก่งกาจเทียบชั้นฟ้าได้แล้ว
แต่นี่นักหลอมผู้นั้นสามารถหลอมโอสถจักรพรรดิ ได้มากถึงสิบเม็ดในคราเดียวมิเคยมีในประวิติศาสตร์
" เซียนโอสถ " ผู้คนมากมายต่างร้องออกมา
" ต้องเป็นเซียนโอสถแน่ๆ "
" พวกเจ้ารู้รึไม่ว่ามังกรทองตนนี้มาจากที่ใด "
" ผู้ใดจะรู้ "
" ตูมมมม " สายอัสนีฟาดเข้าใส่มังกรทอง
" วาบ " พลันปรากฎแสงทองสว่างวาบอาบย้อมทั่วดินแดน ทั่วดินแดนกลายกลับเป็นดั่งแดนสุวรรณ
" วิ้ง " โอสถจักรพรรดิสามเม็ดเปล่งแสงทองสว่างไสว รอบเม็ดโอสถปรากฎหมอกสีทองล่องลอยเป็นวงแหวนเก้าวงทั่วเม็ดโอสถ
" สำเร็จเป็นโอสถจักรพรรดิสามเม็ด ที่เหลือแม้นจะมิสำเร็จ แต่ก็เรียกได้ว่าเป็นโอสถเทวาวาส "
" แม้นเป็นโอสถเทวาวาสก็ยังถือว่าเป็นยอดโอสถเช่นกัน "
" นี่มันพลิกฟ้าคว่ำปฐพีเกินไปแล้ว ผู้ใดกันหลอมออกมา "
ผู้บำเพ็ญเพียรของเมืองหลวงแคว้นฟู่ต่างจิตใจเต็นระรัว พวกเขาคล้ายจะเป็นบ้าได้ในทุกขณะ
" วิ้ง " แสงทองสว่างไสวเจิดจ้า ทั่วแดนดินกลายกลับเป็นแดนทอง
" ฟิ้ว " โอสถจักรพรรดิสามเม็ดกลายเป็นสามลำแสงสีทอง พุ่งทะยานขึ้นสู่เวหาอย่างรวดเร็ว
ในขณะที่ฝูงกำลังมองสามลำแสงอยู่นั้น
" เปรี้ยะ " โอสถเทวาวาสที่เหลือเจ็ดเม็ดพลันปริแตก
กลิ่นหอมของโอสถพุ่งพวยทะยานออก เพียงสูดดมกลิ่นที่หอมเย้ายวน เลือดลมของพวกเขาพลันเดือดพล่าน
แม้นพลังปราณจะปั่นป่วนแต่กกลับเบาสบายคล้ายจะมิมีผลใด
" ตูมม " โอสถเทวาวาสระเบิดออก เศษโอสถเทวาวาสพุ่งทะยานไร้ทิศทาง
" โอสถเทวาวาสหนึ่งเม็ด แตกออกเป็นเก้าส่วน แต่ละส่วนนั้นสามารช่วยให้ผู้ฝึกยุทธทะลวงข้ามผ่านกำแพงขั้นย่อยได้ "
" เร็วเข้า " ฝูงชนมากมายต่างพุ่งทะยานร่างตามเศษโอสถเทวาวาสอย่างบ้าคลั่ง
" อือ " หานลี่ร้องครางออกมา สองตาของเขามองยังภาพมังกร
" ข้าสลบไปได้เช่นใด " หานลี่พึมพำ เขานอนเหยียดหงายอยู่บนพื้นพลางกรอกตาไปมา
เขานอนเหยียดหงายอยู่บนพื้น พลางครุ่นคิด
" จำได้ว่ากำลังนั่งรอเก็บโอสถที่หลอมได้ จากนั้นพลันหมดสติ " หานลี่พึมพำ
" ฮื่อห์ " เขาถอนหายใจออกมาอย่างแรง พลางหยัดกายลุกนั่ง
" ฟู่ว " ชายหนุ่มเป่าปากออกมาอย่างแรง พลางชะโงกหน้าลงไปในเตาสามขา
" มิมีอะไรเลย " หานลี่พึมพำ
" มันสำเร็จแล้วมิใช่รึ ข้าจำได้ว่าเสียงระฆังสวรรค์โอสถดังขึ้นแล้ว " หานลี่ครุ่นคิด
" รึจะมีขโมย " หานลี่พึมพำ