อสูรพลิกฟ้า ( Against the Gods )

    เล่มที่ 2 บทที่ 42 อาจารย์จัสมิน (1)

            “บึ้ม!!”

            โดยปราศจากวี่แววและการเตือนอันใดวินาทีที่จัสมินยกฝ่ามือของนางขึ้น สีหน้าของเซียวจิ่วพลันแปรเปลี่ยนอย่างรวดเร็วกลับกลายเป็นใบหน้าหวาดหวั่นถึงขีดสุด คล้ายมันได้รับทราบถึงขุมนรกที่แท้จริงในช่วงเวลานั้นทันใดนั้นเอง ที่ตามมาคือเสียงร่างเลือดเนื้อมนุษย์แตกกระจาย ร่างกายของเซียวจิ่วถูกระเบิดออกพร้อมเสียงดังสนั่น

            ศีรษะ อวัยวะภายใน ลำตัวรวมถึงแขนขา…ทั้งหมดล้วนฉีกขาดเป็นชิ้นๆ ในพริบตา กระจายออกเป็นฝนดอกไม้เลือดด่างโลหิตสาดกระจายโปรยปรายเป็นวงกว้างอาบย้อมทั่วทั้งบริเวณให้กลายเป็นสีเลือดแดงฉาน…

            “!!!” หยุนเช่อ

            บุคคลทั้งสองจากพรรคตระกูลเซียว เซียวป้าและเซียวจิ่วคือยอดฝีมือประจำกายของบุตรชายผู้นำพรรคตระกูลเซียว ทว่าหนึ่งในนั้นถูกสับเชือดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยในพริบตาอีกหนึ่งถูกระเบิดเป็นเศษเนื้อในเสี้ยววินาทีพวกมันล้วนตกตายภายใต้การลงมือของจัสมินแทบจะในทันทีแม้แต่ปฏิกิริยาต่อต้านก่อนตายยังไม่อาจเห็นได้ทัน อาจบางทีกระทั่งมันตายไปแล้วพวกมันยังคงไม่อาจทราบว่ามันตายได้อย่างไร

            ที่ยิ่งกว่านั้น วิธีการตายของพวกมันยิ่งมายิ่งเอน็จอนาถหยุนเช่อในปัจจุบันที่มีความทรงจำทั้งสองชาติภพ ฆ่าสังหารผู้คนมากมายนับไม่ถ้วนชายหนุ่มที่ชินชาต่อการนองเลือดและความโหดร้ายป่าเถื่อนเมื่อต้องลงมือกับบุคคลที่ชายหนุ่มแค้นเคืองแน่นอนว่าย่อมต้องลงมืออย่างเหี้ยมโหดเช่นนี้ ทว่าไม่มีครั้งใดเลยที่ชายหนุ่มจะสังหารผู้คนอย่างร้ายกาจโหดเหี้ยมตามอำเภอใจเช่นที่เด็กสาวกระทำ….หากกล่าวอย่างเจาะจงหยุนเช่อไม่มีความสามารถที่จะทำได้ เด็กสาวผมแดงผู้ซึ่งมีนามว่า “จัสมิน”นางนี้แท้จริงแล้วเป็นใครกันแน่…

            “อ๊า…”

            เสียงครวญครางอย่างเจ็บปวดดังออกมาจากริมฝีปากของจัสมินร่างเล็กบอบบางของนางพลันทรุดลงบนพื้น พร้อมทั้งเริ่มมีอาการสั่นสะท้านทั่วร่างกาย

            เซียวป้ากลายเป็นกองเนื้อสับ ขณะที่เซียวจิ่วแปรสภาพกลายเป็นแอ่งเลือดหยุนเช่อพลันเข้าใจอย่างกระจ่างว่าเหตุใดนางจึงถูกเรียกว่า “จัสมินอาบโลหิต”จากวิธีการลงมือของนาง ท่านสามารถคาดเดาถึงจำนวนเหยื่อที่ถูกสังหารว่ามากมายเพียงใดทั้งยังสามารถคาดการณ์ได้ว่าเหยื่อของนางตกตายอย่างหฤโหดสักเพียงไหนนางซึ่งเป็นเพียงเด็กสาวที่ยังไม่เติบโตเต็มวัย ทว่าจากการลงมือของนางราวกับว่านางคือเทพธิดาแห่งความตายผู้ไร้ซึ่งหัวใจและโหดเหี้ยมไร้ปรานี

            ภายในส่วนลึกในจิตใจของหยุนเช่อพลันบังเกิดความหวาดหวั่นอันเย็นเยือกเมื่อเห็นสีหน้าเจ็บปวดรวดร้าวของเด็กสาวหยุนเช่อลังเลเล็กน้อยทว่ายังคงสืบเท้าเข้าใกล้อีกสองก้าว กล่าวว่า“แน่นอนว่าท่านเพียงใช้กำลังเล็กน้อยในการเข่นฆ่าพวกมันทั้งยังสามารถทำให้พวกมันต้องตายโดยไม่มีซากศพที่สมบูรณ์…จิตวิญญาณของท่านถูกแพร่พิษชนิดพิเศษทันทีที่ท่านใช้กำลังภายในแม้เพียงน้อยนิดพิษชนิดนี้จะฉวยโอกาสแทรกซึมและเข้ากลืนกินจิตวิญญาณของท่าน…”

            “โบร๋ววววว~~~”

            เสียงโหยหวนลากยาวของสุนัขป่าดังมาจากทางด้านหลังของหยุนเช่อเสียงหอนนี้ดังอยู่ใกล้มาก…ใกล้จนคล้ายดังมาจากข้างๆ หูหยุนเช่อหมุนตัวกลับในทันที แน่นอน ทางขวามือของชายหนุ่มหยุนเช่อมองเห็นสุนัขป่าตัวเขื่อง ปกคลุมด้วยขนสีเทา ยืนอยู่ห่างจากชายหนุ่มไปเพียงยี่สิบฟุตพร้อมทั้งจับจ้องมองชายหนุ่มด้วยดวงตามุ่งร้ายหมายขวัญ

            สุนัขป่า!!!

            หัวใจของหยุนเช่อกระตุกเตือน…ที่ตรงนี้นับว่าอยู่ริมเขตเมืองจะมีสุนัขป่าเข้ามาถึงนี่ได้อย่างไร! แม้ว่าสุนัขป่าตัวนี้เป็นเพียงสัตว์ป่าธรรมดามันยังคงเป็นสุนัขป่า ทั้งยังมาอยู่ในที่ที่มันไม่ควรอยู่อีกด้วย

            เดี๋ยว…ที่นี่มีลมพัดแรง เซียวป้าเองกลับกลายเป็นเนื้อสับไปนานแล้วเช่นนั้นหากกลิ่นคาวเลือดโชยไปตามลม…แน่นอนว่าเป็นไปได้อย่างยิ่งว่าจะชักนำสัตว์อสูรลมปราณกระหายเลือดมาทางนี้!สุนัขป่าที่ปรากฏตัวอย่างกะทันหันตัวนี้มิได้ให้โอกาสอันใดต่อหยุนเช่อในการหาทางโต้ตอบมันคำรามครั้งหนึ่งพร้อมทั้งกระโจนตรงเข้าหาชายหนุ่มก้าวกระโดดที่ไกลกว่าเจ็ดก้าวต่อหนึ่งครั้งคมเขี้ยววาววับสะท้อนประกายเย็นเยียบล้วนเพียงพอต่อการฉีกเนื้อชายหนุ่มเป็นชิ้นๆ

            ที่หยุนเช่อกล่าวก่อนหน้านี้มิผิดแม้แต่น้อยการที่จัสมินสามารถเข้าไปในไข่มุกพิษสวรรค์ สืบเนื่องจากนางดูดเลือดของชายหนุ่มและผูกชีวิตของนางเข้ากับหยุนเช่อ ดังนั้น ชีวิตของหยุนเช่อล้วนเทียบเท่ากับชีวิตของนางเอง หากชายหนุ่มตาย นางย่อมต้องตกตายไปพร้อมกันแม้ว่านางจะไม่ตาย แต่หากนางสูญเสียไข่มุกพิษสวรรค์จิตวิญญาณของนางย่อมถูกย่อยสลายภายในเวลาอันสั้นจากพิษภายในร่างกาย

            ดังนั้นเมื่อพบเห็นสุนัขป่ากระโจนเข้าหาหยุนเช่อประกายรังสีสังหารสะท้อนออกมาจากนัยน์ตาของจัสมินพลังลมปราณรวมตัวที่ฝ่ามือของเด็กสาว…ทว่า ชั่วขณะที่นางรวบรวมพลังลมปราณเด็กสาวรู้สึกดุจดังถูกแทงทะลุร่างด้วยลูกศรนับพันทั่วทั้งร่างกลับกลายเป็นแข็งทื่อ เสียงร้องอย่างเจ็บปวดดังออกมาจากริมฝีปากพลังลมปราณที่ก่อเกิดรวมตัวพลันแตกสลาย ร่างกายของจัสมินบิดตัวอย่างเจ็บปวดร่างเนื้อเริ่มแปรสภาพเป็นเงารางเลือน บางคราชัดเจน บางคราโปร่งใส คนคล้ายกลับกลายเป็นเพียงภาพลวงตา…

            ครั้งแรกที่นางใช้พลังยุทธ์ในการสังหารเซียวป้าเด็กสาวรู้สึกถึงอาการพิษเทพสังหารกำเริบกลับ ครั้งที่สองที่นางใช้พลังกำจัดฆ่าเซียวจิ่วยิ่งเป็นการกระตุ้นพิษร้ายการเค้นพลังยุทธ์ออกมาในครั้งนี้ยิ่งเป็นการจุดชนวนพิษสังหารภายในร่างให้กลืนกินจิตวิญญาณของนางเร็วยิ่งขึ้นดุจดังงูพิษที่ถูกปลุกให้ตื่นออกจากถ้ำ ไม่ต้องพูดถึงการโจมตีสุนัขป่าเพียงแค่การหยัดร่างยืนตรงยังไม่อาจกระทำได้ เมื่อพิษถูกกระตุ้นแพร่กระจายร่างกายโปร่งแสงของนางดูคล้ายสามารถสลายหายไปได้เพียงลมพัดผ่านดังหมอกควัน

            “อย่าใช้พลังปราณเด็ดขาด!!”

            เมื่อเห็นร่างกายที่พริบตาโปร่งใสพริบตาเลือนหายของจัสมินหยุนเช่อพลันขมวดคิ้ว ขณะเดียวกัน สุนัขป่าที่กลางอากาศ ศีรษะของมันบรรลุถึงก่อนเขี้ยวคมวาววับของมันยิ่งมายิ่งเข้าใกล้ชายหนุ่มขึ้นเรื่อยๆ…

            แคว้กก!!!

            เสื้อผ้าทางไหล่ขวาของชายหนุ่มถูกคมเขี้ยวฉีกขาดออกอย่างรุนแรงจนเกือบถึงเลือดเนื้อหยุนเช่อผู้ซึ่งหลบได้อย่างฉิวเฉียดไม่รอลุกขึ้นยืนทว่ากลับใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีกำหมัดขวาแนบแน่นพร้อมทั้งเหวี่ยงไปยังทิศทางของสุนัขป่าตัวนั้นกลุ่มของฝุ่นผงที่ชายหนุ่มเตรียมไว้จัดการกับเซียวป้าพุ่งตรงครอบคลุมศีรษะของสุนัขป่าเมื่อมันทิ้งตัวลงพื้นพอดิบพอดี

            สุนัขป่าตัวนั้นร่ำร้องโหยหวนในทันทีมันทิ้งร่างลงกับพื้น อุ้งเท้าทั้งสองข้างตะกุยตะกายดวงตาของมันเองหยุนเช่อยืนขึ้นอย่างรวดเร็วพร้อมทั้งหยิบฉวยดาบสั้นที่จัสมินทิ้งลงพื้นไปเมื่อครู่ขึ้นมาชายหนุ่มขบฟันแนบแน่นและรวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดกระโดดไปยังเบื้องหน้าของสุนัขป่าด้วยความตั้งใจในการใช้ดาบในมือทิ่มแทงคอหอยของสุนัขป่าตัวนั้น

            แม้สุนัขป่าตัวนี้จะไม่ใช่สัตว์อสูรทว่าผิวหนังและกระดูกของมันยังนับว่าเหนียวแข็งยิ่งนักหากเป็นมนุษย์ธรรมดาทุ่มเทเรี่ยวแรงทั้งหมดในการเชือดคอมันผลลัพธ์เพียงสามารถเปิดแผลมันได้เล็กน้อย ทั้งยังจะเป็นการกระตุ้นสัญชาตญาณดุร้ายของสุนัขป่าขึ้นดาบสั้นของหยุนเช่อเสียบพุ่งด้วยความเร็วอย่างถึงที่สุดลงบนจุดที่ชายหนุ่มเล็งเป้าไว้อย่างแน่วนิ่ง…ดาบสั้นแทงทะลุลงบริเวณระหว่างกระดูกลำคออย่างแม่นยำและเชือดเปิดคอหอยสุนัขป่าอย่างง่ายดาย

            เสียงคำรามของสุนัขป่ายิ่งมายิ่งแผ่วเบาทั่วทั้งร่างของมันพลันบิดกระตุกอย่างรุนแรงก่อนทิ้งตัวลงนอนแน่นิ่งบนพื้นโดยปราศจากเสียงใด

            “ฟู่…” หยุนเช่อปล่อยลมหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอกพร้อมทั้งยกมือขึ้นเช็ดหน้าผากที่เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อแม้ว่าร่างกายของชายหนุ่มจะอ่อนแอไร้เรี่ยวแรงทว่าประสบการณ์การต่อสู้และสายตาที่เฉียบคมของชายหนุ่มยังคงอยู่ความเป็นจริงที่หยุนเช่อ ผู้ซึ่งหมิ่นหยามทั่วโลกหล้า กลับต้องเผชิญพบความยากลำบากเนื่องจากสุนัขป่าธรรมดาล้วนทำให้ชายหนุ่มต้องยิ้มฝืนออกมาครั้งหนึ่ง

            สีหน้าที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดของจัสมินทำให้นางดูไปคล้ายลูกแมวน้อยบาดเจ็บเมื่อนางขดตัวอยู่บนพื้น ขณะเดียวกันร่างของนางยังคงกะพริบอยู่เป็นช่วงๆเช่นก่อนหน้านี้ หลังจากชายหนุ่มพักหายใจชั่วครู่เขายืนขึ้นและเดินมาด้านข้างเด็กสาว วางฝ่ามือซ้ายของตนลงบนไหล่ของนางพร้อมทั้งปลดปล่อยพลังการขจัดพิษของไข่มุกพิษสวรรค์ออกมาอย่างรวดเร็วเพื่อต่อต้านพิษร้ายที่อาละวาดอยู่ในร่างของนางขณะนี้

            พิษเทพสังหาร…นี่เป็นพิษเยี่ยงไรกันแน่!ถึงกับสามารถติดตามจองล้างเด็กสาวด้วยพลังอำนาจอันน่ากลัวเช่นนี้ได้

            ความเจ็บปวดที่แสดงออกทางสีหน้าของจัสมินกลับกลายเป็นบรรเทาเบาบางลงอย่างไรก็ตาม ร่างกายของนางยังคงกะพริบสลับระหว่างความชัดเจนและสลัวรางอยู่เป็นระยะๆ ที่ยิ่งกว่านั้นอัตราการกะพริบยิ่งมายิ่งถี่ครั้งนี่ล้วนบ่งบอกชัดเจนถึงสัญญาณแห่งการสลายตัว…ขณะนั้นเองเด็กสาวพลันยกศีรษะของนางขึ้นยื่นเหยียดมือของนางออกเพื่อยึดกุมข้อมือขวาของหยุนเช่อ จัสมินแยกริมฝีปากออกพร้อมทั้งใช้ฟันขาวสะอาดราวหิมะของนางกัดลงบนดรรชนีของชายหนุ่ม

            ความเจ็บปวดจากปลายนิ้วส่งผลให้หยุนเช่อหน้าตาเหยเกชายหนุ่มรู้สึกถึงคมเขี้ยวบนปลายนิ้วมือโลหิตที่หยดหยาดล้วนถูกดูดกลืนเข้าไปในริมฝีปากของเด็กสาวเมื่อเทียบกับความกลัวในครั้งแรกที่ถูกเด็กสาวดูดเลือดขณะนี้ชายหนุ่มสามารถสงบจิตระงับใจได้มากขึ้น เขามิได้ขัดขวางและปล่อยให้นางกัดนิ้วของตนตามแต่นางต้องการความรู้สึกอบอุ่นนุ่มนิ่มของปลายลิ้นที่สัมผัสแนบแน่นกับปลายนิ้วของชายหนุ่มสร้างความรู้สึกตื่นเต้นยินดีภายใต้ความเจ็บปวดอย่างรุนแรง…

            ยิ่งจัสมินดูดกลืนโลหิตเข้าไปมากเท่าไรความถี่ในการเลือนรางของร่างเด็กสาวยิ่งเปลี่ยนเป็นเชื่องช้าลงก่อนที่นางจะหยุดลงในอีกครู่หนึ่ง สีหน้าของนางยังคงซีดขาวเด็กสาวถอนเขี้ยวออกจากปลายนิ้วของชายหนุ่มหลังจากนั้น อย่างน้อยนางล้วนไม่รู้สึกเจ็บปวดจากอาการพิษกำเริบอีกแล้ว

            หยุนเช่อก้าวถอยหลังมาก้าวหนึ่งชายหนุ่มจ้องมองไปยังรอยฟันบนปลายนิ้วชี้ของตนที่ยังคงมีเลือดไหลซึมกล่าวพร้อมสูดลมหายใจอันเย็นเยียบเข้าปอด “นี่ท่าน…ท่านเป็นสุนัขหรืออย่างไร!จึงต้องกัดข้าทุกครั้งที่เห็นหน้า!”

            จัสมินยกมือน้อยๆ ของนางขึ้นและเช็ดที่มุมปากของตนเองใบหน้าเล็กๆของนางยังทิ้งร่องรอยของความหวาดกลัวเมื่อครู่ เด็กสาวขบฟันน้อยๆพร้อมขมวดคิ้วกล่าวว่า “นี่ไม่ใช่เพราะความไร้ประโยชน์ของเจ้าหรอกรึ!มิเช่นนั้นเราเจ้าหญิงจะต้องถูกบีบคั้นถึงขั้นนี้ได้อย่างไร!”

            “ข้า…ไร้ประโยชน์?”หยุนเช่อหัวเราะให้แก่ตนเอง “เฮ้ เทียบกับเจ้า ข้าอาจจะไร้ประโยชน์จริงๆสุนัขป่าธรรมดาก็สามารถปลิดชีวิตข้าได้ หากเจ้าไม่ได้ช่วยชีวิตข้าไว้สองครั้งข้าคงตายภายใต้เงื้อมมือของสองคนนั้นที่เจ้าเพิ่งฆ่าไป…แต่ว่า ไม่ว่าข้าจะไร้ประโยชน์สักเพียงไหนข้าเองได้ช่วยชีวิตเจ้าไว้สองครั้งเช่นกัน หากเจ้าไม่ได้พบกับข้าในคืนนั้นพิษในกายเจ้าคงกำเริบเสียชีวิต เมื่อครู่นี้ หากข้าทิ้งเจ้าเด็กสาวผู้แสนร้ายกาจเอาไว้ จิตวิญญาณของเจ้าคงเสื่อมสลายตอนที่เจ้าพูดว่าข้าไร้ประโยชน์ เจ้าเคยนึกขอบคุณข้าบ้างหรือไม่?”

            จัสมินแปรเปลี่ยนเป็นเงียบงัน

            “การที่เจ้าสามารถตามหาไข่มุกพิษสวรรค์พบในช่วงความเป็นความตายนับว่าเป็นโชคดีของเจ้า ทว่า โชคดีอันนั้นนับว่าสิ้นสุดแล้วเส้นชีพจรลมปราณของข้าพิการ หากข้ายังไม่อาจรักษาฟื้นฟูข้าเพียงสามารถอยู่ในขั้นแรกของชั้นปราณเริ่มต้นไปตลอดชีวิต เจ้าถูกแพร่พิษร้ายแรง ดังนั้นเจ้าเองไม่สามารถใช้พลังยุทธ์ใดๆ ได้ หากอาศัยเพียงแค่เรี่ยวแรงของข้าผู้เดียวเมื่อเชิญพบกับอันตรายใหญ่หลวงกว่าที่เป็นอยู่ ข้าอาจดับดิ้นเมื่อไหร่ก็ได้แน่นอนว่าเจ้าจะถูกลากมาจบสิ้นกับข้าด้วย” หยุนเช่อกล่าวอย่างเฉื่อยชาขณะยืนบีบนิ้วมือเพื่อหยุดเลือดที่นิ้วของตน

            จัสมินยังคงเงียบงัน อย่างไรก็ตามสีหน้าของนางแปรเปลี่ยนตลอดเวลา คล้ายว่าลังเลใจหรือลำบากใจอะไรสักอย่าง

            “แต่เจ้าวางใจเถอะข้าจะพยายามหาทางฟื้นฟูเส้นชีพจรลมปราณของข้า…ไม่ใช่สิ! ข้าต้องหาทางให้ได้!ก่อนจะสามารถแก้ไขเรื่องนี้ได้ ข้าจะรักษาชีวิตของตนเองไว้ให้ได้”หยุนเช่อกล่าวด้วยสีหน้ามุ่งมั่นเยือกเย็น ในใจของชายหนุ่มปรากฏภาพของเซียวเล่ยและเซียวหลิงซีขึ้นอีกครั้งเพื่อทั้งสอง หยุนเช่อยินยอมเดินผ่านเส้นทางที่แสนยากลำบากนี้ด้วยหนทางลัดที่สุด ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยสิ่งใดก็ตาม

            “ฟื้นฟูเส้นชีพจรลมปราณ?”เด็กสาวแย้มรอยยิ้มเย้ยหยัน “ข้าสำรวจเส้นชีพจรลมปราณของเจ้าแล้วมันไม่ได้เพิ่งถูกทำลายเมื่อเร็วๆ นี้ มันถูกทำลายตั้งแต่เจ้ายังเป็นทารก ก่อนการเจริญเติบโตอย่างเต็มที่ของเส้นชีพจรลมปราณดังนั้น นับว่ามันถูกทำลายตั้งแต่ฐานราก จนถึงปัจจุบันนี้เส้นชีพจรลมปราณของเจ้านับว่าสับสนวุ่นวายจนถึงขีดสุด! ด้วยสภาวะเยี่ยงนี้ยังคงมีทางแก้ไขด้วยวิธีการอันรุนแรงอยู่บ้าง ทว่า แม้จะแก้ไขด้วยวิธีการนี้เจ้ายังคงสามารถเปิดจุดชีพจรลมปราณได้เพียงสามจุดเท่านั้น! ยิ่งกว่านั้นเจ้าได้ผ่านพ้นช่วงอายุสิบสี่ปีช่วงอายุของการก่อร่างพื้นฐานเส้นชีพจรลมปราณเบื้องต้นมาแล้ว ด้วยเงื่อนไขนี้ภายในสิบปี เจ้ามิเพียงไม่สามารถก้าวข้ามชั้นลมปราณแรกเริ่มได้! ที่ยิ่งกว่านั้นเจ้ายังคงมิอาจบรรลุระดับลมปราณแท้จริงได้ตลอดจนชั่วชีวิต…และจะยังคง…เป็นเช่นก่อนหน้านี้…เป็นเพียงเศษสวะเช่นเดิม!”

            คำพูดของจัสมินส่งผลให้สีหน้าของหยุนเช่อพลันแปรเปลี่ยนเป็นแข็งทื่อสองมือบีบเคล้นกำเป็นหมัดคำพูดของเด็กสาวคล้ายดังมีดดาบแทงทะลุผ่านความจริงที่ชายหนุ่มเก็บซ่อนไว้ตลอดมาภายในใจของตนเอง…เป็นดังที่นางว่าไว้เส้นชีพจรลมปราณของชายหนุ่มถูกทำลายตั้งแต่ฐานราก แม้จะรู้วิธีการแก้ไขชายหนุ่มเพียงสามารถแก้ไขได้เพียงจุดเล็กๆ เท่านั้นเส้นชีพจรลมปราณจะยังคงมีสภาพกึ่งพิกลพิการสืบเนื่องจากความเป็นจริงที่หยุนเช่อได้ก้าวผ่านช่วงเวลาก่อร่างเส้นลมปราณที่สำคัญที่สุดมาแล้วไม่เพียงแต่อัตราการฝึกฝนพลังลมปราณของชายหนุ่มจะเชื่องช้ากว่าบุคคลทั่วไปแม้ว่าจะฝึกหนักกว่าหลายเท่าทว่า แท้จริงแล้ว กลับเป็นไปไม่ได้ที่จะทะลุทะลวงถึงระดับลมปราณแท้จริง

            หน้าอกของหยุนเช่อขยับขึ้นลงอย่างหนักหน่วงชายหนุ่มกัดฟันแนบแน่นพร้อมกล่าวว่า “ข้าจะหาทางแก้ปัญหาทุกอย่างเอง!”

            “เจ้าต้องการสะสมสมุนไพรทั้งหลายทั้งมวลและใช้ไข่มุกพิษสวรรค์ในการสกัดตัวยาเพื่อสร้างยาทุกชนิดที่สามารถทำให้เจ้าแข็งแกร่งขึ้นได้ใช่หรือไม่? ฟังดูเป็นความคิดที่ไม่เลว ทว่า ด้วยความสามารถต้อยต่ำจนน่าขันเช่นนี้เจ้าจะใช้ความสามารถอันใดไปเสาะหาสมุนไพรชั้นเลิศเหล่านั้น! กลับกันเจ้าคงต้องสาปไปชั่วนิรันดร์ และลากเราเจ้าหญิงเข้ามารับชะตากรรมกับเจ้าด้วย!”

            จัสมินยกศีรษะขึ้นจับจ้องหยุนเช่อด้วยดวงตากระจ่างสุกใสทั้งคู่คล้ายว่านางตัดสินใจได้ในท้ายที่สุด เด็กสาวกล่าวว่า“เก็บความคิดไร้สาระนั้นไว้ในหัวของเจ้าซะ เจ้าได้ช่วยชีวิตเราเจ้าหญิงไว้ ดังนั้นเราสมควรตอบแทนเจ้าบ้าง…เจ้าเพียงต้องรับปากเงื่อนไขกับเราเจ้าหญิงสามข้อ จากนั้นเราเจ้าหญิงจะให้เจ้าได้รับ…เส้นชีพจรลมปราณชุดใหม่…”

            ภายใต้การจับจ้องด้วยสายตาอันตื่นตะลึงจากหยุนเช่อสีหน้าของจัสมินพลันแปรเปลี่ยนเป็นลึกลับสุ้มเสียงของนางพลันกลับกลายเป็นอ่อนโยนลง“…เป็นเส้นชีพจรลมปราณที่แข็งแกร่งดุจเทพเจ้า!”

    คล้ายกับเรื่องอสูรพลิกฟ้า ( Against the Gods ) ที่คุณอ่าน