สามปีผ่านไป
วังหลวงแคว้นเ้า ณ.ตำหนักอู่หลง(ชินอ๋องเ้าหย่งเจี้ยน)
เด็กฝาแฝดในวัย11หนาวเริ่มอ่านเื่เล่าในหนังสือปกดำได้แล้วโดยที่ท่านแม่จูเหม่ยเซียนไม่ต้องสอนสิ่งใดอีก
“ท่านแม่” แฝดน้องเ้าเฟิ่งเซียนมีใบหน้าเหมือนจะร้องไห้ เมื่อนางอ่านบทแรกผ่านไป บทที่หญิงสาวนามว่าไอยรา ‘ตกบันได’ แล้วมาอยู่ในร่างของนางร้ายในนิยายซึ่งมีนามว่า ‘จูเหม่ยเซียน’ “เช่นนั้นพวกเราเป็เพียงแค่คนในเื่เล่าหรือเ้าคะ? เรามิมีชีวิตจริงๆหรือเ้าคะ?..อึ่กๆๆ ฮืออออ” แล้วเ้าเฟิ่งเซียนก็ร้องไห้ออกมาเสียงดัง จูเหม่ยเซียนรีบปลอบประโลมในทันที
“หาใช่เช่นนั้นลูกรัก” นางลูบผมบุตรสาวในอ้อมกอดคล้ายปลอบประโลม “พวกเราทุกคนหาได้เป็เพียงเื่เล่า..แต่เื่เล่าในนี้คือเื่ที่เขียนมาจากชีวิตจริงๆของเราต่างหากเล่า”
“เช่นนั้น แม่นางจูเหม่ยเซียนตัวจริงได้เข้าไปอยู่ในร่างนั้นแทนท่านแม่หรือขอรับ”
“คงเป็เช่นนั้น..เื่ราวพิสดารที่เกิดขึ้นกับแม่เมื่อสิบสองปีที่ผ่านมาทำให้แม่ได้เป็แม่ของพวกเ้าในวันนี้..นั่นคือพรหมลิขิต”
“ท่านแม่!!/ท่านแม่!!” ฝาแฝดโผกอดรัดมารดาของตนเองพร้อมกับน้ำตานองหน้า
“ลูกจะอ่านทุกตัวอักษรในหนังสือเล่มนี้มิให้ตกหล่นแม้เพียงครึ่งคำ” เ้าเฟิ่งเซียนสะอึกสะอื้นสีหน้ามุ่งมั่น
“ลูกก็เช่นกันขอรับ”
“ขอบใจพวกเ้ามากที่อยากเข้ามามีส่วนร่วมรับรู้เื่ราวของแม่”
เ้าเฟิ่งเซียนยิ้มกว้าง “เช่นนั้นลูกขอยืมไปอ่านที่ตำหนักได้หรือไม่เ้าคะ?”
“ได้สิ” ผู้ถูกร้องขอตอบรับ..แม้หนังสือเล่มนี้ยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดบันทึกเื่ราวแต่นางก็ยินดีมอบให้บุตรสาวกับบุตรชายไว้อ่านเพื่อศึกษา “ให้อ่านเพียงในตำหนักและอย่าได้นำออกไปที่ใดนอกจากนำมันมาคืนแม่”
“เ้าค่ะหากลูกอ่านใกล้จะถึงหน้าสุดท้ายแล้วลูกจะนำมาคืน” เ้าเฟิ่งเซียนกอดหนังสือปกดำแน่น
“ไปเถิดกลับตำหนักได้แล้วอาบน้ำชำระร่างกายเสร็จก็เข้านอนพักผ่อนเสีย” นางบอกบุตรฝาแฝดทั้งคู่เมื่อยามซวี(18.40)มาถึง
“ขอรับ/เ้าค่ะ” ฝาแฝดรับคำแล้วเดินออกจากตำหนักไปโดยมีองครักษ์ในคราบบ่าวรับใช้เดินตามมากมาย
จูเหม่ยเซียนมองตามลูกรักทั้งสองด้วยรอยยิ้ม ท้องฟ้าในยามโพล้เพล้เช่นนี้ช่างเย็นสบายเสียจริง นางหันไปมองสาวใช้คนสนิททั้งสามคน เสี่ยวถงเป็สาวใช้ที่ติดตามนางมาั้แ่เด็ก ลี่หงและอี้หงเป็องครักษ์สตรีที่ท่านพี่ทั้งสองมอบให้กับนางเมื่อสมัยที่ยังเป็คู่หมั้นกัน นางเข้าใจว่าทั้งสามคนมีความสนิทสนมกันมากจึงมีความคิดว่า…
หลายวันก่อนตู้ฟางซินสหายคนสนิทของนางที่ยามนี้อยู่ในเขตชายแดนกับท่านแม่ทัพใหญ่ได้ส่งจดหมายมาบอกกล่าวว่าอยากจะร่วมหุ้นส่วนกับนางเปิดร้านขาย ‘ชุดชั้นใน’ ในเมืองหลวงซึ่งนางก็เห็นว่าเข้าท่าดี อืมมม…เช่นนั้น
“เสี่ยวถง”
“เ้าคะ?” เสี่ยวถงดึงมือออกจากการจับกุมของลี่หงแล้วเดินเข้ามาหาพระชายาใกล้ๆ
“เราอยากจะเปิดร้านขายชุดชั้นในร่วมกันกับฟางซิน เราจะให้เ้า ลี่หง อี้หงไปเป็คนเฝ้าร้านเมื่อร้านแล้วเสร็จ”
เสี่ยวถงใทำตาโต “แล้วผู้ใดจะอยู่ดูแลคุณหนูเล่าเ้าคะ” นางยังคงเรียกจูเหม่ยเซียนว่าคุณหนูเฉกเช่นในวันวานทั้งๆที่ยามนี้คุณหนูของนางคือพระชายาเพียงหนึ่งเดียวของท่านอ๋องถึงสองพระองค์
“คนดูแลเรามีเยอะแยะ เ้าคงลืมไปใช่หรือไม่ว่าสี่ปีที่แล้วท่านพี่ทั้งสองของเรามอบขันทีน้อยมาสองคน” จูเหม่ยเซียนหันมองขันทีน้อยทั้งสองที่นางตั้งชื่อให้ว่า อาเป้าและอาเฉ่าขันทีน้อยในวัยสิบสามปีผู้คล่องแคล่วว่องไว ใช้สอยง่าย
“แต่ว่าบ่าวไม่อยากแยกกับคุณหนูนะเ้าคะ” เสี่ยวถงทำสีหน้าจะร้องไห้
“เราก็ไม่ได้ให้เ้าแยกไปเสียหน่อย เพียงแค่ไปดูแลร้านและนำบัญชีมาส่งเราในทุกๆเจ็ดวันห่างกันเพียงแค่รั้ววังหลวงกั้น หรือเ้าอยากจะมาหาเรายามใดก็ย่อมได้”
คนถูกสั่งงานคล้ายไม่ยอมรับหน้าที่อย่างเต็มใจนักแต่ก็ไม่อาจขัดได้ หากเป็เช่นคุณหนูว่านางก็จะเข้าวังทุกวันเลย “เ้าค่ะ” เสี่ยวถงรับคำสีหน้าเซื่องซึม
จูเหม่ยเซียนยิ้มหวาน “ร้านค้ายังมิได้ก่อสร้าง เ้าจะเซื่องซึมไปใยเล่า" สาวใช้ทั้งสามเงยหน้ามองคุณหนูพร้อมกัน "พรุ่งนี้เ้าสามคนออกไปหาทำเลที่ตั้งร้านและติดป้ายรับสมัครช่างเย็บปักเสื้อผ้าสตรีมาสักสิบคน หลังจากนี้เราค่อยว่ากัน”
“เ้าค่ะ/เ้าค่ะ/เ้าค่ะ” ทั้งสามรับคำ
เสียงฝีเท้าหลายคู่เดินมาทางพวกนางนั่งอยู่ จูเหม่ยเซียนมองดูก็เห็นสองสามีสุดที่รักผู้พาบุตรชายคนที่สามไปหาท่านปู่เ้าหย่งเจิ้ง(ฮ่องเต้องค์ก่อน)กลับมาแล้ว ด้านหลังยังคงมีองครักษ์ตามมามากมายเหมือนเดิม
“ยังมิกลับเข้าตำหนักหรือชายารัก” ชินอ๋องเ้าหย่งเจี้ยนเดินเข้าไปหา พร้อมกับเ้าชินหลงบุตรชายคนเล็ก
ชายารักผู้ถูกทักยิ้มหวาน “รอท่านพี่อย่างไรเล่าเ้าคะ?” นางดึงแขนบุตรชายตัวอ้วนวัยเจ็ดหนาวเข้ามาในอ้อมกอด
“เมื่อครู่พี่ได้ยินว่าเ้าจะเปิดร้าน?” เ้าหย่งเซิงสวามีอีกหนึ่งคนถาม
ชายารักเอียงคอมอง “เ้าค่ะ ได้หรือไม่เ้าคะ?”
“ย่อมได้ พี่จะเป็ผู้จ่ายเบี้ยค่าสร้างร้านค้าให้ดีหรือไม่?” หย่งเซิงจับมือบางของชายาให้ลุกขึ้นแล้วพากันเดินเข้าไปในตำหนัก
“ดียิ่งเ้าค่ะ” หันมองเ้าหย่งเจี้ยนสวามีอีกคน “พี่หย่งเจี้ยนจ่ายค่าแรงคนงานให้น้องนะเ้าคะ?”
“ได้สิ” ยิ้มหวาน
แล้วทั้งหมดก็พากันเดินเข้าไปด้านในเพื่อพูดคุยเื่ร้านค้าจนแล้วเสร็จจึงชำระร่างกายและเตรียมตัวเข้าห้องเพื่อพักผ่อนหลังจากงานวันนี้แล้วเสร็จ..ทุกอย่างช่างดูสงบสุข?
----+-------+
หลังจากนั้นสามวันในตำหนักลิ่วหลง (ที่ประทับของฝาแฝด)
เ้าเฟิ่งเซียนนอนอ่านเื่ราวจากหนังสือปกดำที่นางได้มาจากท่านแม่ ยิ่งอ่านยิ่งทึ่งกับเื่ราวจนเวลาผ่านไปเกือบค่อนคืน องครักษ์ในคราบสาวใช้คนสนิทจึงเข้ามาหาเพื่อบอกเวลา
“นี่ยามไฮ่แล้วนะเพคะองค์หญิง”
“เมื่อใดพี่หว่าหวาจะเลิกเรียกข้าว่าองค์หญิงเสียทีเล่า” เฟิ่งเซียนทำหน้ายุ่ง
“_”
“เรียกข้าว่าคุณหนูได้หรือไม่?” เหมือนดังที่ท่านป้าเสี่ยวถง สาวใช้ของท่านแม่เรียกท่านแม่ของนางเพราะครึ่งหนึ่งในกายนางหาใช่เชื้อพระวงค์ ท่านตาก็เป็เพียงเสนาบดีฝ่ายขวาที่ยามนี้ถูกฮ่องเต้ปลดไปเป็สหายร่วมเล่นหมากกับท่านปู่ (ฮ่องเต้คนก่อน)แล้ว
“บ่าวจะพยายามเ้าค่ะ” หว่าหวาองครักษ์วัยยี่สิบปีตอบกลับ
เฟิ่งเซียนมองสาวใช้มากวัยของตนเองที่ท่านพ่อมอบให้แก่นางเมื่อห้าปีที่แล้ว คำถามเดิมๆที่นางถามสาวใช้เกิดขึ้นอีกครั้ง “พี่หว่าหวาอยากออกเรือนหรือไม่?”
หว่าหวามององค์หญิงที่นางคอยเฝ้าดูแลมาแสนนานจนเกิดความผูกพันรักใคร่เฉกเช่นน้องสาว “ไม่หรอกเ้าค่ะ”
“เหตุใดองครักษ์กับสาวใช้ของท่านแม่และท่านพ่อทั้งสองถึงมิอยากมีคู่ครองนะ” ใบหน้างดงาม ผุดผาดครุ่นคิด “รึว่าพวกพี่รักชอบกันอยู่แล้วในหมู่องครักษ์เงา อืมมมม”
ผู้ฟังใ “หาใช่เช่นนั้นเ้าค่ะ!!..คุณหนูอย่าได้สนใจเลยบ่าวว่ายามนี้รีบเข้านอนเถิดหากพรุ่งนี้ตื่นนอนสายจะไม่เป็เื่ดีนะเ้าคะ..ได้ข่าวว่าองค์รัชทายาทกับองค์ชายเ้าหยางหลงจะเข้าเฝ้าทูลขอออกไปร่ำเรียนวิชาในสำนักศึกษาบนเขาไท่ซานใช่หรือไม่?” หว่าหวารีบเปลี่ยนเื่ทันที
“จริงด้วย!!!!” เ้าเฟิ่งเซียนดวงตาเป็ประกายวาววับ “ข้าจะไปกับพี่ใหญ่”
“เช่นนั้นก็นอนเถิดเ้าค่ะ” หว่าหวาเดินเข้ามาใกล้ๆเตียงนอน จัดการห่มผ้าให้เรียบร้อย “ดับตะเกียงเลยนะเ้าคะ”
“อืม” เ้าเฟิ่งเซียนมองตามสาวใช้ไปจนตะเกียงถูกดับลง
แกร่กๆๆ ปึ่ง! ตากลมโตยังมิได้หลับลงเพราะหัวสมองยังคงครุ่นคิด นางจะทำเช่นใดดี ‘นางอยากไปร่ำเรียนกับพี่ใหญ่บนเขาไท่ซาน’ สถานที่ที่ท่านพ่อทั้งสองเคยศึกษาอยู่เมื่อครั้งยังเยาว์ สมองน้อยๆคิดอยู่ร่วมหนึ่งเค่อจนม่อยหลับไป
----+++-----++--+----++
ยามเฉิน(07.00)
ก่อกๆๆ “คุณหนู” เสียงหว่าหวาเคาะประตูไม้เรียกขานคนที่ยังนอนอยู่บนเตียง “คุณหนู..บ่าวเข้าไปนะเ้าคะ?”
“เข้ามาเถิด”
เสียงเปิดประตูเข้ามาพร้อมแสงสว่างจากด้านนอก เช้านี้เป็เช้าที่เฟิ่งเซียนเกียจคร้านที่สุดเลยก็ว่าได้
“พี่ใหญ่ตื่นหรือยัง?”
“ตื่นแล้วเ้าค่ะ” หว่าหวาเปิดผ้าม่านก่อนจะเดินไปหาเ้าเฟิ่งเซียนที่กำลังลุกขึ้นนั่ง ใบหน้าเด็กสาวบนเตียงดูงัวเงีย
“ข้าจะรับสำรับเสร็จแล้วจะรีบตามพี่ใหญ่ไปหาท่านพ่อเลยคอยดู” ลุกขึ้นยืนบิดี้เีแล้วเดินหายไปทางหลังฉาก ซึ่งอีกฟากหนึ่งมีประตูออกไปด้านนอกสำหรับให้บ่าวตักน้ำอุ่นเข้ามาไว้เตรียมให้นางชำระร่างกายในยามเช้าเื่นี้เป็ท่านแม่จูเหม่ยเซียนเป็ผู้สอน ตื่นนอนจะต้องอาบน้ำไล่ความสกปรกออกทุกครั้ง
หว่าหวาเดินตามเข้ามาเทผงหอมกลิ่นดอกโม่ลี่ฮวา(มะลิ)ลงไปในน้ำอุ่นให้คุณหนูผู้งดงามลงอาบ กลิ่นนี้เป็กลิ่นเดียวกันกับพระชายาจูเหม่ยเซียน แต่น่าแปลกใจนักที่สองแม่ลูกใช้กลิ่นดอกไม้ชนิดเดียวกันเหตุใดเมื่อยืนด้วยกันกลับได้กลิ่นที่แตกต่างนางเคยถามพระชายา พระนางตอบกลับมาว่า 'เป็เพราะกลิ่นตัวของเรากับเฟิ่งเอ๋อร์เป็คนละกลิ่นกันถึงแม้ผงหอมจะใช้แบบเดียวกันแต่พอผสมกับกลิ่นตัวแล้วจะทำให้กลิ่นนั้นแตกต่างเหมือนเป็กลิ่นเฉพาะของใครของมัน' คงเป็เช่นนั้น พระชายากลิ่นหอมหวานแต่คุณหนูกลับเป็กลิ่นหอมสดชื่น 'คงเพราะยังเป็เด็กสาว'
หว่าหวามองคุณหนูที่มีผิวกายนวลเนียนสุขภาพดี บวกกับหน้าตาสวยจัดนางมั่นใจว่าอีกสี่ปีคุณหนูของนางคงต้องงามมากแน่ๆ ไฝชาติเม็ดเล็กๆตรงหางตาด้านขวายิ่งทำให้คุณหนูมีเสน่ห์ หว่าหวาทำได้เพียงแค่ถอนใจ ‘ใครกันเล่าจะเหมาะสมเคียงคู่กับองค์หญิง ของนาง'
“พี่หว่าหวา”
“เ้าคะ” คนถูกเรียกออกจากภวังค์รีบเดินมานั่งขัดหลัง “สำนักศึกษาบนเขาไท่ซานเป็สถานที่ฝึกยุทธของเหล่าบุรุษใช่หรือไม่?”
“เป็เช่นนั้นเ้าค่ะ”
“แล้วข้าจะไปกับพี่ใหญ่ได้อย่างไรกันนะ” เ้าเฟิ่งเซียนยิ่งคิดก็ยิ่งขัดใจ “เหตุใดข้าไม่เกิดเป็ชายเหมือนหยางหลง!!” อารมณ์โมโหทำให้นางไม่เรียกพี่ชายว่าพี่ “วิชากระบี่ข้าก็ไม่ด้อย…ทำอย่างไรดี?”
ความเงียบปกคลุมไปทั่วห้องเพราะหว่าหวาก็ไม่สามารถออกความเห็นได้จนคุณหนูของนางโพล่งขึ้นมา “รึว่าต้องปลอมตัวเป็บุรุษ?”
หว่าหวาทำตาโต คุณหนูของนางมีเค้าความงามปรากฏออกมาแล้วผู้ใดพบเห็นจะเชื่อได้อย่างไรกัน..อีกอย่าง “คุณหนูต้องบอกกล่าวแก่ท่านอ๋องและพระชายาก่อนนะเ้าคะเพราะถ้าหากคุณหนูทำเช่นนั้นจะเกิดเื่ใหญ่ขึ้นแน่ๆ” ใบหน้าสาวใช้มีความวิตกกังวลอยู่เต็มเปี่ยม
คนในอ่างน้ำมีท่าทางเศร้าสร้อย แต่ก็เพียงแค่ครู่เดียว “ข้าจะบอกแน่..แต่ถ้าท่านพ่อกับท่านแม่ไม่ตกลงก็เป็อีกเื่หนึ่ง”
"_" แย่แล้ว
อ่านรุ่นแม่ "นางร้าย..สื่อรัก (รีไรท์)" ในนิยาย Dek-D หรือยัง
http://writer.dek-d.com/balloon60626/writer/view.php?id=2193316