จู้เจียงเจียงเดินทางเกือบหนึ่งชั่วยาม ในที่สุดก็เห็นเงาของเมืองเจียงหนานแล้ว
เมืองเจียงหนานเป็เมืองเล็ก ๆ ที่มีแม่น้ำสายหนึ่งไหลผ่านั้แ่เหนือจรดใต้ แต่หากจะพูดว่าเป็เมืองเมืองหนึ่ง พูดว่ามันเป็หมู่บ้านที่ใหญ่ขึ้นมาหน่อยจะดีกว่า
มองจากนอกเมือง ที่สะท้อนเข้าตาส่วนใหญ่ล้วนเป็บ้านดิน มีโรงเตี๊ยมใหญ่ ๆ เพียงไม่กี่หลัง ร้านเหล้าก็เป็ตึกสูงสองสามชั้นมุงหลังคาอิฐสีเขียว
ยุคโบราณล้าหลังอย่างที่คิด ความหรูหราบางทีคงมีแต่เมืองหลวงในตำนานกระมัง
จู้เจียงเจียงก้าวเท้าจะเข้าไปเดินดูในเมืองสักหน่อย เพียงแต่ยังเดินไปไม่ถึงสองก้าว ก็ได้ยินเสียงร้อนรนเสียงหนึ่งดังมาจากริมแม่น้ำด้านซ้ายมือ
“หมูหนีแล้ว หลีกทางหน่อย!”
“ตายแล้ว เ้าเด็กนี่มาอีกแล้ว แม้แต่หมูตัวหนึ่งก็ยังฆ่าไม่เป็ จะขายเนื้อหมูได้อย่างไรกัน ทำน้ำสกปรกหมดแล้ว จะซักผ้าได้ที่ไหน…”
ริมแม่น้ำตรงทางเข้าประตูเมืองมีผู้หญิงสองสามคนกำลังซักผ้ากันอยู่ ส่วนตรงปลายแม่น้ำก็มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งกำลังจะฆ่าหมูอยู่
เด็กหนุ่มลงมีดไปที่คอหมูหนึ่งแผล ทว่าหมูกลับไม่ตาย มันดิ้นรนอย่างบ้าคลั่ง รบกวนพวกผู้หญิงที่ซักผ้าอยู่บนต้นน้ำ
จู้เจียงเจียงพึ่งหันหน้ามา ยังมองได้ไม่ชัดนัก หมูที่เต็มไปด้วยเืตัวนั้นก็วิ่งพุ่งมาทางนาง
สถานการณ์ตอนนี้ไม่รอให้จู้เจียงเจียงมีจังหวะตอบโต้ นางะโขึ้นตามสัญชาตญาณ พลิกตัวขี่บนหลังหมู ดึงมีดแทงลงไปแรง ๆ หนึ่งครั้ง
นางลงมีดในตำแหน่งจุดตาย หมูล้มลง นางก็ล้มลงตามไปด้วย
เด็กหนุ่มที่วิ่งตามหมูและพวกผู้หญิงที่ซักผ้าอยู่ริมแม่น้ำต่างก็ตกตะลึงนิ่งอึ้งอยู่กับที่ อ้าปากค้างมองนางตาไม่กระพริบ
“นาง แค่มีดเดียวก็ฆ่าหมูตายได้แล้ว?”
เหมือนทุกคนจะรู้สึกใเป็อย่างมาก
แต่จู้เจียงเจียงไม่มีเวลาอธิบาย นางะโเรียกเด็กหนุ่มที่ตามมาด้านหลัง “รีบไปเอากะละมังมา ข้าปิดแผลไม่อยู่แล้ว!”
เด็กหนุ่มถูกเสียงะโของจู้เจียงเจียงดึงสติกลับมา ก่อนจะรีบเดินหน้าเข้ามาดึงหมูและนางลากไปที่ริมแม่น้ำ “ไม่เป็ไร ปล่อยให้น้ำชะล้างเืไปก็พอแล้ว”
“ชะล้างไป?”
จู้เจียงเจียงเงยหน้าขึ้นด้วยความใ “เ้าไม่เอาเืนี้หรือ?”
“เอามันไปทำอะไร?” เด็กหนุ่มตอบกลับนางด้วยสีหน้าเดียวกัน
“…”
ของดีอย่างเืหมูแบบนี้ พวกเขาไม่กินกันหรือ?
จู่ ๆ ในสมองของจู้เจียงเจียงก็เกิดความคิดหนึ่งขึ้น คิดไม่ถึงจริง ๆ นางยังไม่ทันจะได้เข้าเมืองก็เจอโอกาสที่จะร่ำรวยเสียแล้ว
เพราะว่าคนฆ่าหมูไม่ได้เตรียมกะละมังมารองเื จู้เจียงเจียงจึงทำได้เพียงจ้องมองหมูแช่ในน้ำจนเืหมด น่าเสียดายจริง ๆ!
“แม่นางเคยเรียนฆ่าหมูมาก่อนหรือ?”
ตอนที่นางกำลังกุมหน้าอกด้วยความรู้สึกเสียดายอยู่นั้น เด็กหนุ่มที่รอเืหมูไหลจนหมดก็เดินเข้ามาทักทาย
“ไม่เคยเรียน แต่ข้าทำเป็ เ้าทำไม่เป็หรือ?” จู้เจียงเจียงมองประเมินเด็กหนุ่มตรงหน้า
ดูจากการแต่งตัวและร่างกายที่แข็งแรงของเขาแล้ว น่าจะเป็มืออาชีพในการฆ่าหมูคนหนึ่ง แต่ทำไมฝีมือถึงแย่แบบนี้?
เด็กหนุ่มถูกนางมองจนต้องเกาศีรษะด้วยความเขินอาย พลางหัวเราะแห้ง ๆ แล้วกล่าว “พ่อข้าทำเป็ แต่พ่อข้าเป็โรคร้ายกะทันหัน ยังไม่ทันมีโอกาสได้สอนข้าจนเป็ ก็ขยับแขนขาไม่ได้แล้ว ดังนั้นหมูถึงได้วิ่งหนีไปแบบนั้น”
พูดจบ ผู้หญิงที่ซักผ้าริมแม่น้ำคนหนึ่งก็พูดเสริมขึ้นเสียงดัง “ก็นั่นน่ะสิ หากเหล่าหนิวรู้ว่าตอนนี้เ้ายังไม่เปิดร้าน คงโมโหจนตะกายขึ้นมาจากเตียงเป็แน่”
เมืองเจียงหนานทั้งหมดมีแค่สองครอบครัวที่ฆ่าหมู อยู่ทิศเหนือกับทิศใต้ของเมืองคนละร้าน
เด็กหนุ่มไร้เดียงสาตรงหน้านางผู้นี้ก็คือครอบครัวที่ฆ่าหมูและขายเนื้อหมูอยู่ทางทิศใต้ของเมือง
แต่หลังจากเหล่าหนิวที่ฆ่าหมูล้มป่วย เวลาเปิดทำการร้านเนื้อทางทิศใต้ของเมืองก็มักจะสายเป็ประจำ ผู้คนที่รอซื้อเนื้ออยู่ทางทิศใต้ของเมืองจึงอดไม่ได้ที่จะบ่นออกมา
เมื่อก่อนเขาไม่มีวิธี แต่ตอนนี้เขามีความคิดหนึ่ง
“แม่นาง เ้ามาช่วยข้าฆ่าหมูดีไหม? ข้าจะจ่ายค่าแรงให้เ้า” ถึงแม้การให้หญิงสาวคนหนึ่งฆ่าหมูแทนเขาจะน่าขายหน้ามาก แต่เขาก็หมดปัญญาแล้วจริง ๆ
หากไม่เปิดร้านให้เร็วขึ้นหน่อยแล้วละก็ ลูกค้าประจำของบ้านเขาได้วิ่งไปซื้อเนื้อทางทิศเหนือของเมืองกันหมดแน่
เงินค่าแรง?!
เมื่อได้ยินว่าจะได้เงินค่าแรง ดวงตาของจู้เจียงเจียงก็เปล่งประกายขึ้นทันที “เ้าให้เงินค่าแรงเท่าไร?”
หากมีเงินค่าแรง นางก็สามารถพิจารณาดูก่อนได้ อีกทั้งเวลาฆ่าหมู นางยังได้เืหมูอีกด้วย!
“ตอนนี้บ้านข้าพื้นฐานต้องฆ่าหมูหนึ่งตัวทุกวัน ่เก็บเกี่ยวฤดูใบไม้ร่วง หนึ่งวันอาจต้องฆ่าสองถึงสามตัว เอาแบบนี้ ฆ่าหมูหนึ่งตัวข้าจ่ายให้เ้าสิบเหวินเป็ไง?”
จู้เจียงเจียงไม่ค่อยเข้าใจคุณค่าของเงินเหรียญในยุคนี้เท่าไรนัก
ในความทรงจำ เ้าของร่างเดิมทำงานอย่างหนัก สุดท้ายก็ให้เงินกับตระกูลจู้ไปจนหมด ตัวนางแทบไม่เคยใช้เงินแม้แต่เหวินเดียว
แต่ดูจากปฏิกิริยาบนใบหน้าพวกผู้หญิงริมน้ำแล้ว ชายหนุ่มตรงหน้าผู้นี้เหมือนจะให้เงินค่าแรงที่สมเหตุสมผลอยู่
ในหนึ่งวันฆ่าหมูหนึ่งตัวได้เงินสิบเหวิน เช่นนั้นหนึ่งเดือนย่อมได้เงินสามตำลึง เมื่อเทียบกับ《นักดาบของฉัน》นางก็นับว่าได้เงินเดือนสูงแล้วกระมัง?
“ได้ ข้ารับปากเ้า!”
จู้เจียงเจียงคิดแค่แวบเดียวก็ตอบตกลง “แต่ข้ามีหนึ่งเงื่อนไข ตอนฆ่าหมู ของที่เ้าไม่เอาให้ข้าได้หรือไม่?”
“ตกลง!” ชายหนุ่มตอบรับอย่างสบายใจ
หลังจากนั้นจู้เจียงเจียงก็เดินตามชายหนุ่มไปช่วยเขาจัดการหมู หลังจากที่พูดคุยกันแล้วนางก็รู้ว่า ชายหนุ่มผู้นี้มีแซ่หนิว นามว่าหนิวต้ง
ตอนฆ่าหมู นอกจากไม่เอาเืหมูแล้ว ยังมีลำไส้เล็กใหญ่และกระเพาะหมูที่เขาก็ไม่เอาเหมือนกัน
หนิวต้งกล่าวว่า “เครื่องในพวกนี้เปื้อนของสกปรก ขายไม่ออก ดังนั้นปกติแล้วจะควักออกมาก่อนนำไปฝังทั้งหมด”
ตอนได้ยินคำนี้ จู้เจียงเจียงก็รู้สึกปวดใจจนแทบหายใจไม่ออก นี่มันสิ้นเปลืองสิ่งที่ฟ้าประทานมาให้จริง ๆ!
ช่างเถอะ ๆ ต่อจากนี้ขอแค่มีนางอยู่ ที่รักพวกนี้จะไม่มีทางสิ้นเปลืองอีกต่อไป
หลังนัดหมายเวลาเข้าเมืองเพื่อมาฆ่าหมูทุกวันกับหนิวต้งแล้ว จู้เจียงเจียงก็ตามเขาเข้าเมืองเพื่อไปทำความรู้จักกับตำแหน่งที่ตั้งร้าน
หลังจากรู้จักตำแหน่งของร้านแล้ว นางยังอยากจะเดินเล่นในเมืองต่ออีกสักหน่อย ดูว่ายังมีโอกาสอื่น ๆ อีกหรือไม่ แต่ตอนนี้ทั้งเนื้อทั้งตัวของนางเปื้อนเืหมูไปหมด แล้วจะทำอะไรได้
ดูน่ากลัวจริง ๆ
คิดได้เช่นนั้นนางจึงไม่เดินต่อ พลางถือเครื่องในหมูที่วันนี้ได้มาฟรี ๆ กลับบ้าน
จู้เจียงเจียงที่เพิ่งจะเดินเข้าหมู่บ้าน ก็ถูกชาวบ้านที่ขุดผักป่าในแปลงดินบริเวณนั้นเข้ามาโอบล้อม
เมื่อเห็นเืที่เปื้อนตัวนางและของที่ถืออยู่ในมือ ใบหน้าของทุกคนก็แสดงสีหน้าปวดใจออกมาพร้อมกัน
“ตระกูลจู้นี่มันจะมากเกินไปแล้ว เรียกเ้าไปฆ่าหมู แต่กลับไม่ยอมแบ่งเนื้อเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้เ้ากลับมากิน ลำบากสะใภ้เล็กจริง ๆ”
ทุกคนในหมู่บ้านต่างนึกว่าวันนี้จู้เจียงเจียงกลับไปบ้านพ่อแม่
เ้าสาวกลับบ้านพ่อแม่ ข้างกายกลับไม่เห็นลูกเขย วันนี้นางอยู่ทางบ้านตระกูลจู้ คงจะลำบากใจมากเป็แน่
จู้เจียงเจียงเห็นทุกคนเข้าใจผิด จึงทำได้เพียงยิ้มอย่างจนใจออกมา “ของสิ่งนี้…ที่จริงแล้วข้าเข้าเมืองไปฆ่าหมูแทนคนอื่นจึงได้มา ข้าไม่ได้กลับบ้านพ่อแม่หรอก”
นางคิดอยู่ว่าวันหลังยังต้องเข้าเมืองไปฆ่าหมูทุกวัน เื่นี้คงปิดไม่มิด ดังนั้นจึงไม่ได้เอาของที่นำกลับมาด้วยนี้เก็บไว้ในช่องว่างมิติ
ใครจะรู้ว่าจะทำให้ทุกคนเข้าใจผิดกันหมด
“หา?”
อย่างที่คิด เมื่อคนในหมู่บ้านได้ยินคำนี้ต่างก็มองนางด้วยความใ ขณะเดียวกันก็ถอยหลังไปพลางแสดงสีหน้าแปลก ๆ
“ที่แท้เป็แบบนี้นี่เอง งะ…งั้น สะใภ้เล็กเ้ารีบกลับบ้านเถอะ พวกเรายังมีธุระ ไม่ขอรบกวนเ้าแล้ว”
พูดจบ ทุกคนก็กระจัดกระจายหายไปทันที เดินไปพลางก็หันกลับมาใช้สายตาแปลก ๆ มองนางไปพลาง
จู้เจียงเจียงสามารถเดาจากสายตาของพวกเขาได้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่ ทุกคนคงคิดกันว่า ชีวิตของนางต้องลำบากขนาดไหน ถึงได้ไปกินของแบบนี้
เพราะในสายตาของพวกเขา การกินของสิ่งนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับการกินขี้หมูตรง ๆ