“เดี๋ยวก่อนๆ”
เวรุณียกมือข้างหนึ่งเป็เชิงห้ามเมื่อรถแล่นเข้าสู่ตัวบ้านเขากึ่งลากกึ่งจูงเธอ เข้าไปยังห้องหนึ่ง แล้วประตูก็ปิดลง
“เรามีเื่ต้องตกลงกัน”
เธอบังคับเสียงไม่ให้ตระหนก เมื่อกวาดตาไปสะดุดกับเตียงใหญ่
“ว่ามา...”
เขาเดินเลี่ยงไปถอดเข็มขัดวางบนโต๊ะดึงเสื้อออกนอกกางเกง
“เื่เงินสิบล้าน”
เขาผินหน้าส่งยิ้มเยาะ
“คุณจะได้ทันทีหลังลูกผมคลอด”
“หน้าที่การงานต้องยังคงเดิม หลังท้องฉันต้องได้ชีวิตเดิมกลับมา”
“ไหนคุณยื่นใบลาออกแล้วยังไงล่ะ”
เขาย้อนเธอฝากมากับหนุ่มหน้าขาวท่าทางหงอๆ เลขาฯที่สั่งให้จับตาดูเวรุณีเอามารายงานแทบจะทันทีที่จดหมายถึงมือผู้จัดการเธอ
“ก็...”
หญิงสาวกลอกตา คิดหาคำแก้ตัว
“ก็คุณตามฉันเจอแล้วนี่เท่ากับการหนีเป็โมฆะ”
“คุณนี่ขี้โกงนะรู้ไหม”
ธรณ์หันกลับมาเต็มตัวพร้อมแสยะยิ้มร้าย
“ไม่เท่าคุณหรอกน่า”
เวรุณีมองตาท้าทาย ไม่กลัวการข่มขู่นั้นเลย
“ผู้ชายเลวกับผู้หญิงตอแหลเราสองคนก็พอๆ กันนะเวรุณี คุณมีชื่อเล่นไหม ชื่อจริงยาวเป็บ้า”
“ไม่จำเป็ต้องรู้หรอกคุณอยากเรียกฉันว่ายังไงก็เรียก”
“หวงกระทั่งชื่อเล่นหรือยังไง”
ธรณ์ไพล่นึกไปถึงแต่หนุ่มคนส่งจดหมายลาออกของเธอ
“ยังไงเราก็ต้องอยู่ด้วยกันอีกนานจนกว่าลูกผมจะเกิด”
“เรียกเวรุณีนั่นแหละ”
“ไม่เอา”
เป็การเถียงที่ไร้สาระที่สุดเท่าที่เขาเคยพบมาธรณ์กึ่งรำคาญกึ่งอยากเอาชนะ
“อะไรที่ณีๆ ...ฟังแล้วเหมือน”
“โสเภณีงั้นเหรอ!”
เขาเลิกคิ้วที่คำแรงๆหลุดจากปากอิ่ม ร่างสูงย่างสุขุมมาใกล้เธอถอยหลบจนติดกำแพง มือแกร่งสองข้างค้ำยันกดไหล่บางไว้ไม่ให้หนี ใบหน้าคมเคลื่อนเข้าหา
“ตามใจ ถ้าคุณอยากให้ผมเรียกอย่างนั้นต่อหน้าคนอื่น”
“ทิป ...ฉันชื่อเล่นทิป”
เวรุณียอมแพ้ พยายามเบี่ยงกายหลบการรุกราน
“ดีมาก ผมชอบคนว่าง่ายๆ”
ริมฝีปากร้อนก้มลงปิดปากเวรุณีไว้สนิทซอกซอนลิ้มรสหวาน โดยไม่สนใจกับอาการขัดขืน ทั้งฟันงับ ทั้งมือเล็กผลักไสซ้ำยังซบหน้าลงบนซอกคอนุ่ม จมูกโด่งไต่ลงสู่ใต้ปกเสื้อััความอวบนิ่มที่รบกวนจิตใจ ขบเม้มทิ้งรอยด้วยความมันเขี้ยว
เวรุณีสะดุ้งเฮือกกับความรู้สึกแปลกใหม่อันเจ็บแปลบตัวอ่อนกับความปรารถนาอันล้ำลึกรุนแรงนั้น มือเปลี่ยนเป็ขยุ้มอกเสื้อเขาคลายอารมณ์
ธรณ์ผละจากอกอวบ พ่นลมหายใจแรงแขนข้างหนึ่งลดลง รวบขาเธออุ้มขึ้น หญิงสาวผวาจนเผลอวาดแขนคล้องคอเขาไว้ด้วยกลัวตกขายาวไม่กี่ก้าวก็ถึงเตียง ธรณ์วางเธอลงแ่เบา ข้อศอกแข็งแรงท้าวคร่อมเวรุณีไว้ดวงตาสองคู่ประสานกัน พลันเขาก็เลื่อนมือมาแตะสะโพกเธอ ล้วงหยิบกระเป๋าสตางค์โยนลงข้างเตียง
“อัฐิเดี๋ยวเอาไปไว้ในห้องพระ”
แล้วก็จุมพิตปิดกั้นเสียงค้านเธอไว้อีกคราพร้อมมืออุ่นที่สำรวจแทรกลึกใต้เนื้อผ้า วนเวียนบีบเคล้นคลึงหน้าอกในชั้นในลูกไม้
เวรุณีรู้สึกดังมีประจุไฟแล่นแปลบจากส่วนที่เขาัันำพาอารมณ์รัญจวนประหลาดขึ้นสู่สมอง
ธรณ์ปลดตะขอเสื้อในออกอย่างง่ายดายด้วยมือข้างเดียวผิวปลายปทุมถันบางอ่อน ยามโดนอากาศชูชันอย่างไม่ตั้งใจ เขาดูดเม้มอย่างกระหายทดแทนเวลาที่อดกลั้นมาหลายชั่วโมง
ลิ้นสากชื้นโลมเลียจนเ้าของร่างราวใจจะขาดบิดกายหนีต้านความหวานซ่านตามสัญชาตญาณ แต่เขายังตรึงเธอไว้มือยกม้วนถอดเสื้อยืดเวรุณีออกโดยเร็ว จากนั้นเหวี่ยงลงพื้นไม่ใยดี
ภาพกลางเตียงคือเธอตาปรือและเปลือยท่อนบนซึ่งทำเอากลางลำตัวเขาร้อนร้น อกขาวอวบกระเพื่อมแรงตามลมหายใจเข้าออก
ยั่วยวนให้เขากดใบหน้าลงฟอนเฟ้นสลับกับใช้มือแข็งๆ ไต่ตามส่วนเว้าโค้ง เคลื่อนลงด้านล่างปลดตะขอกางเกงยีนรูดออกไปพร้อมกางเกงในตัวเล็กของเธอ
เวรุณีหายใจสะดุดเมื่อนิ้วเรียวเคลื่อนเข้าสู่ลานดอกไม้งามแห่งชีวิต
“อย่า...ได้โปรด คุณ...”
เธอขอร้องเสียงแหบแห้งยกแขนดันบ่ากว้างทัดทานคนรุกราน
“เรียกผมว่าธรณ์สิ ...ทิป”
ธรณ์เงยหน้าจากอกอุ่นบอกคนร่วมเตียงการตอดรัดรุนแรงทำใจเขาแทบคลั่ง
“คุณธรณ์ได้โปรด...”
เวรุณีดีดตัวตามแรงนิ้วกัดฟันกลั้นเสน่หาซ่านที่กำลังครอบงำให้สติลางเลือน ...หลุดออกไปทุกที
“ได้โปรด...”
เธอไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังขออะไรแต่ธรณ์รู้ มือเขาทำงานเร็วเท่าความคิด ปลดเสื้อผ้าพันธนาการออกโดยเร็วแนบเบียดอกแน่นเสียดสีอกนิ่มนวล
เขาริมฝีปากเธออีกครั้งปลายลิ้นหยอกเอินพันพัว แทรกขาแกร่งแยกปลีน่องเธออก เรือนกายด้านล่างที่แนบชิดเคลื่อนไหวเชื่องช้า ใจเวรุณีแทบหยุดเต้นเมื่อตระหนักได้ว่ามันคืออะไร
“อย่าเกร็งสิทิป”
ธรณ์เสียงลอดไรฟันเมื่อความคับแน่นบีบรัดเข้ามา ประวัติเธอดี ...ขาวสะอาดจนไม่อยากเชื่อว่าจะรอดมือผู้ชายมาจนถึงป่านนี้
“ผ่อนคลายนะ เชื่อผม”
เขาปลอบด้วยการไล้จุมพิตแ่ั้แ่หน้าผาก เปลือกตา แก้มใส และหยุดลงวนเวียนเนิ่นนานบริเวณริมฝีปาก ค่อยๆขยับส่วนล่างช้าๆ ให้คุ้นเคย
กระนั้นเวรุณียังเจ็บแปลบจนกระเถิบถอยหนีธรณ์ต้องเปลี่ยนมือมายึดเอวคอดไว้มั่น ไม่สนเล็บที่จิกข่วนระบายอารมณ์หวาม
การเคลื่อนไหวเชื่องช้าเป็ไปได้สักพักก็กลับทวีรุนแรงขึ้น ธรณ์บดขยี้ปากบางระงับความรุนแรงที่ปะทุอยู่ข้างในเธอสมองตื้อ ด้วยเขารุกรานหนักไปหมด จนเผลอครางเสียงหวาน
ธรณ์หมดความควบคุมตนในตอนนั้นเองสะโพกแกร่งถาโถมเข้าหา เคลื่อนไหวเร็วร้อนครั้งแล้วครั้งเล่า ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนจะคลั่ง ยึดเอวเธอแน่นดังเป็ร่างกายตนกล้ามเนื้อบดเบียดตึงแน่นทุกส่วนรับรู้ถึงแรงรัดขั้นสุดที่บีบดังจะให้กายขาดออกจากกัน
เวรุณีหวีดร้องเมื่อความหวานแหลมพาเธอลอยขึ้นสู่ที่สูง ไปแตะสายรุ้งแสนสวยเอื้อมมือัันิดก็แตกพร่างพราวเป็ละอองไอเย็นดังน้ำฝน
ธรณ์พุ่งทะยานตามไปติดๆด้วยการแทรกกายหนักอีกไม่กี่ครั้ง เขาคำรามในลำคอก่อนปลดปล่อยเมล็ดพันธุ์แห่งชีวิตเข้าสู่เวรุณี ใบหน้าคมซบลงกับอกละลานตาจมูกสูดกลิ่นเหงื่อปนไอสาว
“ออกไปได้แล้ว”
เธอไล่ทั้งยังหอบรวบรวมกำลังที่เหลือ ยกมือผลักเขาออก คนตัวหนักใหญ่ไม่ไหวติงเขาเธอทั้งภายนอกและภายใน
“เมื่อกี้ยังพูดได้โปรดๆอยู่เลย คราวนี้จะไล่ซะแล้ว”
เป็ครั้งแรกที่เวรุณีเห็นเขายิ้ม...อย่างน้อยก็ดูจริงใจที่สุด
“คุณตัวหนัก ฉันหายใจไม่ออก”
เธอหน้าแดง เลี่ยงหลบตา
“งั้น!”
ชายหนุ่มจับเอวพลิกตัวเธอขึ้นบนกลายเป็เธอทับร่างเขาในท่าคุกเข่า โดยยังมีการสอดแทรกอยู่
“จะทำอะไรน่ะ”
ธรณ์ยึดเอวเว้าไว้มั่น ตาเป็ประกาย
“แบบนี้คุณจะได้ไม่หนักไง”
มือเคลื่อนขึ้นบีบเคล้นอกอย่างมันในอารมณ์
“ฉันเจ็บนะ เบาหน่อยสิ”
เธอนิ่วหน้า พยายามปัดการรุกรานที่ไม่เบาเลย
“มันเขี้ยวจัง อกคุณอวบจริง”
เวรุณีซ่อนรูปกว่าที่เห็น รูปร่างล้นมือและเต็มไปด้วยเืเนื้อ
“จะหวงไปทำไมยังไงคุณก็เป็ของผมแล้ว”
“แค่ระยะเวลาที่ผลิตลูกให้เท่านั้นค่ะแล้วเราก็จบกัน”
“คิดกระทั่งถึงตอนนั้นแล้วเหรอ”
เธอเม้มปากเชิดหน้ายิ่งทำให้ปทุมถันชูชันยิ่งขึ้น
“ใช่สิคะคุณเป็คนบอกข้อเสนอมาเองนี่ ลืมแล้วเหรอ”
“งั้นผมขอเตือนอีกอย่างนะทิป”
เล็บแข็งแรงจิกกุมลงบนสะโพกนิ่มดวงตาดำส่อแววมีโทสะนิดๆ
“ระหว่างอยู่กับผมห้ามพูดถึงผู้ชายอื่นเด็ดขาด”
จากนั้นก็เคลื่อนขึ้นลงคุมจังหวะร่างบางกระเด้งกระดอนจนต้องใช้สองมือยันอกเขาไว้เป็ที่พึ่งรู้สึกถึงความแกร่งแทรกผงาด
“เหมือนผู้หญิงตอแหลคนอื่นของคุณงั้นสิ!”
เวรุณีกำลังต่อต้านความรู้สึกซ่านสยิวต่อประสบการณ์กามารมณ์แปลกใหม่
“ใช่ตอนนี้คุณเป็ผู้หญิงตอแหลคนเดียวของผม”
ธรณ์กระแทกทั้นเธอแรงจนตัวโยนด้วยอารมณ์ดิบ ก่อนโน้มคอเวรุณีมาจูบและสอนบทเรียนต่อไปแห่งดำกฤษณา จนค่อนคืนโน่น เธอจึงผล็อยหลับคาอกเขาด้วยความเพลีย