จินวั่งซู่ได้ยินเสียงร้องบอกของพรานป่าก็ก้มลงมองด้านหน้าตนเองทว่าเท้าของเขากลับก้าวพลาดไปแล้ว
พลั่ก!ขาข้างหนึ่งของจินวั่งซู่หลุดลงไปในแอ่งโคลนที่ยังแห้งเพียงด้านหน้า
“โอ๊ย!” เสียงร้องของเขาดังลั่นจนทุกคนหันมาดูเป็นตาเดียว
“วั่งซู่! เกิดอะไรขึ้น?”ใต้เท้าฟ่านรีบตรงมาดูสหาย
“ใต้เท้าระวัง! อย่าเข้าไปใกล้คุณชายดินแถวนั้นอ่อนนัก” พรานนำทางรีบร้องเตือน เมื่อเห็นทุกคนทำท่าจะรุมเข้าไปช่วย
“ขาถูกไม้เสียบขาแล้วล่ะ!” คุณชายจินรู้สึกเจ็บเหนือข้อเท้าเสียวแปลบเข้าไปข้างใน โคลนที่ขุ่นข้นมีเศษไม้หักปะปนอยู่ทั่วเมื่อเท้าของเขาหลุดลงไปในหลุมโคลนจึงโดนเสียบได้ง่ายเหล่าพรานช่วยกันคุ้ยโคลนบริเวณด้านข้าง
“พวกท่านไม่ต้องเข้ามาเดี๋ยวดินจะยุบลงไปอีก เดี๋ยวข้าน้อยสองคนจัดการเอง” พรานนำทางทั้งสองรับอาสาช่วยเหลือจินวั่งซู่ พวกเขาค่อยๆย่างเท้าเข้าไปใกล้ก่อนจะก้มลงคุ้ยดินโคลนบริเวณรอบๆเพื่อดูว่าเศษไม้ที่เสียบขาของจินวั่งซู่นั้นใหญ่เพียงใด“ดีที่กิ่งไม้นี้ไม่ใหญ่นัก”
เมื่อพรานทั้งสองช่วยดึงขาของจินวั่งซู่ออกมาจากโคลนได้แล้วก็รีบพาเขาไปล้างขาให้สะอาด“ยังมีเศษไม้ติดอยู่ที่แผลด้านใน ต้องรีบพาคุณชายไปหาหมอเสียแล้วล่ะเคราะห์ดีที่มีโรงหมอเพิ่งเปิดในหมู่บ้านผู้ประสบภัย”
ฟ่านหลี่เจี๋ยจึงสั่งให้พรานนำทางกับองครักษ์มุ่งหน้าพาจินวั่งซู่ไปหาหมอเสียก่อนพรานป่าจึงหากิ่งไม้มาทำเปลเอาจินวั่งซู่นอนแล้วช่วยกันหามลงจากเขาฟ่านหลี่เจี๋ยกับองครักษ์ส่วนที่เหลือเดินอ้อมไปสำรวจหมู่บ้านอื่นๆ
เมื่อเปลหามคนเจ็บมาถึงด้านในโรงหมอพรานนำทางจึงหันมากล่าวกับจินวั่งซู่อย่างนอบน้อม “คุณชายไม่ต้องกลัวข้าได้ยินว่าท่านหมอหญิงที่นี่ทั้งงดงามและเก่งกาจนัก นางทำแผลได้อย่างเบามือเทียว”
ได้ยินคำว่างดงามจินวั่งซู่รู้สึกสดชื่นขึ้นมาทันที “อืม...หากมีหมอสตรีจริงข้า ก็คงจะหายเจ็บเร็ววัน”
หมอหญิงในชุดสีขาวเดินเยื้องย่างออกมาเมื่อได้เห็นใบหน้างดงามที่หันมาสบตาจินวั่งซู่หัวใจหล่นร่วงลงพื้น “จะ เจ้า! เป็นเจ้า!”
ดวงตาของหญิงสาวเบิกกว้างด้วยความยินดี“คุณชายจิน!”
น้ำเสียงของนางอ่อนหวานมิได้แหบห้าวเหมือนอย่างที่เขาเคยได้ยินที่เมืองเทียนคง “เจ้ามาอยู่นี่ได้อย่างไร?”
“ข้าเป็นหมอย่อมต้องท่องไปทั่วทิศเพื่อสืบหาแหล่งสมุนไพรดีเดินทางมาที่นี่เพราะได้ยินว่าเทือกเขาแถบนี้มีสมุนไพรดีซ่อนอยู่มาก”นางยิ้มแย้มเดินเข้ามาหาเขา จินวั่งซู่พยายามหดขาตนเองเมื่อนึกถึงความจริงที่ว่าสตรีงดงามตรงหน้าแท้จริงคือชายแก่และเขาก็เคยถูกนางบังคับให้นอนบนเตียงกับนางหนึ่งคืน นับเป็นความอัปยศในชีวิตไม่นึกเลยว่าจะมาเจอนางอีกที่นี่
‘แย่แล้ว! ถ้าหลี่เจี๋ยไม่มารับข้าในเย็นนี้นางอาจจะ.....’ แค่คิดจินวั่งซู่ก็ขนหัวลุกคราวนั้นหากไม่ทำเพื่อให้ภารกิจของฟ่านหลี่เจี๋ยสำเร็จ เขาคงไม่ต้องสละตนเองทำสิ่งที่ฝืนใจกว่าจะผ่านคืนนั้นมาได้เขาแทบไม่ได้นอน นางนอนกอดเขาแน่นทั้งคืนคิดจะขยับตัวก็ยังทำได้ไม่สะดวก
ใต้เท้าฟ่านที่สำรวจพื้นที่เรียบร้อยก็วกกลับมาดูสหายผู้ได้รับบาดเจ็บเมื่อเห็นเขาหมอหญิงที่กำลังบังคับป้อนยาให้จินวั่งซู่อยู่ถึงกับอุทานออมาเสียงดัง
“ฮูหยินไร้รอย! เป็นท่านได้อย่างไร?”
“เป็นลิขิตฟ้าที่ทำให้เขากับข้ามาพบกันอีกครั้งต่างหาก!”
รอยยิ้มหยาดเยิ้มของนางทำเอาฟ่านหลี่เจี๋ยผงะครั้งที่เขากับฮูหยินไปแอบดูคืนนั้นระหว่างจินวั่งซู่กับฮูหยินไร้รอยหนึ่งในหมอเทวดาแห่งยุทธภพผู้นี้ได้สั่งให้คนเฝ้าไว้มิให้นางข่มเหงสหายรักเคราะห์ดีที่นางทำเพียงกอดเขานอนอยู่บนเตียง
“หลี่เจี๋ยพาข้ากลับไปด้วย!” เสียงร้องให้ช่วยของจินวั่งซู่ดูโหยหวนจนน่าเวทนาที่ขาของเขาได้รับการทำแผลพันผ้าเรียบร้อยแล้ว
“ถ้าเขาอยู่ที่นี่จะปลอดภัยกว่านะให้ข้าดูแลเขาเอง”
“ไม่นะ!”แม้ร่างกายของจินวั่งซู่จะเริ่มรู้สึกหนักอึ้งเพราะเพิ่งดื่มยาแก้ปวดที่นางบังคับไปถ้วยใหญ่เขารู้สึกว่าเปลือกตาของตนเองกำลังจะปิดลงจึงต้องรีบอ้อนวอนให้ฟ่านหลี่เจี๋ยพาเขาไปให้พ้นจากเงื้อมมือของนาง
ฮูหยินไร้รอยหรือฮูหยินเกายิ้มหวานให้กับฟ่านหลี่เจี๋ย“ใต้เท้าเห็นแก่ความสัมพันธ์เดิมของข้ากับเขาได้โปรดปล่อยให้ข้าได้ดูแลเขาด้วยเถิด”
“อย่านะ!” คำที่เขาคิดว่าได้ร้องออกมาสุดเสียงกลับกลายเป็นเพียงคำพูดที่พ่นออกมาแผ่วเบาจนไม่มีผู้ใดได้ยิน
คุณชายจินตื่นมาอีกครั้งในเช้าวันรุ่งขึ้นเขารีบสำรวจร่างกายอย่างรวดเร็ว ก่อนจะร้องเรียกบ่าวที่อยู่หน้าห้องให้เข้ามาหา
“คุณชายมีอันใดหรือขอรับ?”
“เมื่อวานข้ากลับมาได้ยังไง?”
“ใต้เท้าฟ่านให้คนแบกท่านขึ้นรถม้ามาขอรับ”
“อ้อ!” จินวั่งซู่ถอนหายใจอย่างโล่งอกก้มลงมองขาของตนเองที่พันผ้าไว้อย่างแน่นหนาแต่ยังไม่ทันจะได้ยันกายขึ้นนั่งอย่างสบายใจพ่อบ้านจวนเจ้าเมืองก็เดินเข้ามาบอกว่าจะมีหมอมาช่วยทำแผลให้เขา
“คุณชายจินท่านรับประทานอาหารให้เสร็จก่อนเถิดขอรับ กว่าจะทำแผลเสร็จเกรงว่าจะนานเกินไป”
จินวั่งซู่เห็นอาหารที่เรียงรายอยู่ตรงหน้าส่งกลิ่นยั่วยวนจึงรีบโขยกเขยกไปนั่งโต๊ะกลางห้องแล้วลงมือกินอาหารด้วยความโหยหิวเขาหลับไปตั้งแต่เย็นวานเท่ากับพลาดอาหารไปสองมื้อ
หลังพ่อบ้านสั่งบ่าวเก็บโต๊ะอาหารแล้วท่านหมอที่นัดไว้ก็เดินเข้ามา แค่เห็นนางเดินเข้าประตูห้องนอนจินวั่งซู่ก็แทบผวา“เจ้าตามข้ามาทำไม?”
ฮูหยินเกายิ้มหวานใบหน้าของนางช่างยั่วยวนชวนให้เคลิบเคลิ้มจินวั่งซู่รีบสะบัดหน้าเรียกสติ เขาจะเผลอใจไปกับนางไม่ได้“เป็นเพราะบาดแผลของเจ้ารุนแรงเกินกว่าหมอที่นี่จะดูแลได้ใต้เท้าฟ่านจึงต้องส่งคนไปตามข้าจากโรงหมอให้มาดูแลเจ้าเป็นพิเศษ”น้ำเสียงของนางอ่อนโยนนัก
จินวั่งซู่จะพยายามกระถดหนีแต่นางก้าวพรวดมาใกล้ช้อนร่างของเขาขึ้นอย่างง่ายดาย“จะ เจ้าปล่อยข้าเดี๋ยวนี้!”
“ข้ากับเจ้าเคยร่วมเตียงกันตั้งหนึ่งคืนนับว่าสนิทกันพอสมควร ไม่ต้องหนีหรอกน่า”พลังกำลังของจอมยุทธ์ผู้เฒ่าอย่างฮูหยินไร้รอยนับว่าร้ายกาจยิ่งจินวั่งซู่หมดทางจะดิ้นหนีจำยอมให้นางอุ้มวางบนเตียงและสกัดจุดเขามิให้ขยับตัวได้อย่างง่ายดาย
ฮูหยินเกาเปิดกล่องยาของนางออกแล้วหันมาทำความสะอาดแผลให้จินวั่งซู่อย่างเอาใจใส่เมื่อเปลี่ยนผ้าพันแผลเรียบร้อยนางก็โผกอดเขาทีหนึ่งจินวั่งซู่ร้องเอะอะเสียงดังแต่กลับไม่มีผู้ใดเข้ามาช่วยเหลือ!
***************
