ตุบ~!
ชายในชุดคลุมสีดำและหญิงสาวสวมชุดสีแดงเพลิงค่อยๆบินลงมาเหยียบหน้าทางเข้าตึกยาสวรรค์เมืองต้วนอี้ การที่ตงฟางต้องสวมใส่ผ้าคลุมสีดำนี้ เป็นเพราะว่าเขาสร้างตัวตนนักหลอมยานิรนามที่ทำให้ตึกยาสวรรค์ได้รับความนับถือ ผ่านการประลองหลอมยากับตระกูลเฉิน จนคนทั้งตระกูลตกต่ำ
“พี่ซิงเยียน ผมจะวางค่ายกลแล้วขอไปดูบางอย่างนอกเมืองนะ เราจะเดินทางกันต่อตอนเที่ยง”
“จ้ะ”
ซิงเยียนเดินเข้าไปในตึกยาสวรรค์โดยมีคนของเธอมากมายวิ่งออกมารับและพาเข้าไปข้างใน พวกเขาตกใจมากเพราะจู่ๆคุณหนูของพวกเขาก็เดินทางมาโดยไม่ได้นัดหมายทำให้พวกเขาเกือบจะหาสถานที่รับรองไม่ทัน
ตึง~!
แร่ระดับ 6 โยนลงไปกองบนพื้นห้องแห่งหนึ่งที่ภายในตึกยาสวรรค์ มันเป็นห้องว่างเปล่า ตงฟางจึงคิดจะใช้ห้องแห่งนี้วางค่ายกลเคลื่อนย้ายของเขา ทันทีที่เขานำแร่ระดับ 6 ออกมากองบนพื้นดิน เขาก็เริ่มหลอมมันให้กลายเป็นแผ่นเหล็กวงกลมสีดำไม่เพียงเท่านั้นเขายังสลักลวดลายค่ายกลเคลื่อนย้ายลงไปด้วยเช่นกัน จนเกิดเป็นค่ายกลเคลื่อนย้ายขึ้นมา
“พี่ซิงเยียน เรียกพนักงานมาที”
“จ้ะ”
ซิงเยียนเรียกพนักงานของเธอเข้ามาในห้องเพื่อสอนการใช้งานค่ายกลเคลื่อนย้าย ทุกคนที่เห็นค่ายกลขนาดใหญ่วางอยู่ในห้องต่างสงสัยในความสามารถของมันแต่เมื่อรู้ว่าค่ายกลนี้สามารถทำให้พวกเขาเดินทางไปมาระหว่างเมืองได้นั้น ต่างทำให้ทุกคนตกใจตื่นเพราะสิ่งนี้มีเพียงแค่ในเมืองหลวงเท่านั้น แล้วการเปิดใช้งานยังใช้พลังมหาศาลอีกด้วย
ทว่าค่ายกลเคลื่อนย้ายตรงหน้าพวกเขากลับใช้พลังของคนเพียงแค่ 100 เท่านั้นในการเปิดใช้งานแต่ละครั้ง โดยสิ่งที่ตงฟางสอนทุกคนนั้นคือการใช้แผ่นป้ายระบุเส้นทางและขั้นตอนการเติมพลังเข้าไปในค่ายกล เขารู้ว่าทุกคนไม่ใช่นักยันต์จึงทำให้ค่ายกลสามารถดูดซับพลังวิญญาณด้วยการใส่พลังวิญญาณของผู้คนเข้าไปได้โดยตรง
“จำไว้ป้ายแผ่นนี้จุดหมายเป็นเมืองลั่วหยาง ป้ายแผ่นนี้ส่งกลับไปยังเมืองหลงไห่ ต่อจากนี้ไปการขนส่งจะเปลี่ยนมาใช้ค่ายกลเคลื่อนย้ายทั้งหมดแทน”
“คุณหนู พวกเราเข้าใจแล้ว”
“ถ้าอย่างนั้นหาห้องให้หน่อย” ตงฟางเดินแยกทางจากซิงเยียน เขาต้องการสำรวจหมู่บ้านของเขาว่าเป็นอย่างไรบ้าง จึงตกลงกันกับพี่ซิงเยียนว่าจะเดินทางอีกครั้งหลังจากเที่ยงนี้
ตุบ~!
ร่างในชุดสีดำร่วงตกลงสู่ลานกว้างใจกลางหมู่บ้าน กลุ่มคนที่กำลังทำงานบ้านประจำของพวกเขาในทุกๆวันล้วนแล้วมองจ้องมายังตงฟางที่เลือกเปิดเผยหน้าตัวเองให้ทุกๆคนเห็น เขาไม่จำเป็นต้องทดสอบชาวบ้านเพราะมันจะทำให้เกิดเสียงดังเกินไป จนมีคนมาเห็นเข้า ตอนนี้คนของเมืองหลวงอยู่เต็มไปหมด การทดสอบของเขาจะเป็นการเปิดเผยพลังของคนในหมู่บ้านเสียเอง
“นายน้อย ท่านกลับมาแล้ว”
เหล่าชาวบ้านล้วนแล้วดีใจหลังจากเห็นใบหน้าของตงฟางกลับมาหาพวกเขา
“ข้ายินดีกับพวกเจ้าหลายคนที่เป็นระดับผันแปรวิญญาณและยินดีกับคนส่วนมากที่เป็นระดับจารึก เล่าให้ข้าฟังหน่อยว่าสถานการณ์หมู่บ้านเราตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง”
“นายน้อย” ผู้นำหมู่บ้านเป็นคนเปิดปากพูดกับตงฟาง
“นายน้อย เราได้ส่งคนเข้าไปในเมืองแล้ว จากข้อมูลหลายอย่างทำให้เรารู้ว่าจำเป็นต้องเคลื่อนไหวให้เงียบที่สุดไม่อย่างนั้นอาจจะถูกเปิดเผยตัวได้ ทำให้ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ในสายตาของคนอื่นเรายังคงเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดาเท่านั้น”
“แล้วเจอปีศาจบ้างไหม”
“นายน้อย พวกเราเจอพวกมันราว 100 ตัว พวกมันแข็งแกร่งมากแต่ก็ถูกเราฆ่าตาย”
“ดี ดีมาก” ตงฟางฉีกยิ้มกว้าง ด้วยร่างกายที่ทรงพลังไม่ต่างกันการปะทะ 1 - 1 กับปีศาจตงฟางคิดว่ามันเป็นเรื่องที่ทุกคนในหมู่บ้านทำได้ทุกคน
“เอาล่ะ ข้าไม่ค่อยมีเวลามากนัก ข้าจะมอบหนังสือทักษะให้พวกเจ้าเพิ่มหากเป็นระดับราชาวิญญาณจะทำให้พวกเจ้าแข็งแกร่งขึ้น”
ตงฟางมอบทักษะดาบโลหิตพรั่งพรูขั้น 7 และทักษะเท้าสายธารโลหิตขั้น 7 ให้กับชาวบ้าน เพื่อให้พวกเขาแสดงพลังของตัวเองได้มากยิ่งขึ้น ไม่เพียงเท่านั้นเขายังขุดห้องใต้ดินทิ้งค่ายกลเคลื่อนย้ายเอาไว้อีก เพื่อให้หมู่บ้านของเขาสามารถเดินทางไปมาหากันได้และใช้เป็นเส้นทางหลบหนี
“ยาระดับ 6 หาได้ยาก ข้าจึงจะมอบเพียงแค่ยาระดับ 5 ให้เท่านั้น เพื่อให้พวกเราเป็นระดับผันแปรกันทั้งหมด”
“ขอบคุณนายท่าน”
“อีกอย่าง ตามหาข่าวของมารทั้ง 9 ให้ข้าหน่อย ถ้าหาไม่ได้ก็ขอเป็นสถานที่ลึกลับที่มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับค่ายกลที่ใช้กักขังมาร”
“พวกข้ารับทราบ”
ตงฟางมอบยาและยันต์ให้กับชาวบ้านเก็บไว้ใช้งาน จากนั้นเขาก็รีบบินออกไปด้วยความรวดเร็ว แม้ชาวบ้านจะมอบของหลายอย่างให้กับเขาเพื่อกินระหว่างทางตงฟางกลับไม่รับ เพราะเขามีเต็มไปหมดแล้ว
“พี่ซิงเยียนได้เวลาเดินทางแล้ว”
“ไม่กินข้าวก่อนเหรอ”
“ไม่สะดวก คนเยอะเกินไป”
“จ้ะ งั้นกินบนฟ้าก็ได้ หวาดเสียวดี” ตงฟางใช้พลังจิตยกร่างของพี่ซิงเยียนลอยออกไปจากตึกยาสวรรค์ ท่ามกลางการก้มหัวเคารพของพนักงานยืนส่ง ทันใดนั้นร่างของคุณหนูพวกเขากับชายสวมชุดคลุมสีดำก็หายไปไม่สามารถสัมผัสพลังได้
พรึ่บ~!
ร่างของตงฟางและซิงเยียนปรากฎตัวห่างจากเมืองต้วนอี้ราว 15 กิโลเมตรด้วยพลังเทเลพอร์ตของตงฟาง เขาที่ปรากฎตัวออกมาจากการเทเลพอร์ตก็เริ่มใช้งานพลังจิตอีกครั้งเคลื่อนย้ายตัวเองไปยังจุดที่ห่างออกไปอีก 15 กิโลเมตรจนกว่าเขาจะเดินทางถึงเมืองหลงไห่ ดีที่การเทเลพอร์ตไม่เปลืองพลังจิต ทำให้เขาใช้งานมันได้ต่อเนื่องทั้งวัน
—--------------------------
“ตงฟาง พี่สาวคงจะแพ้ท้อง” ซิงเยียนใช้มือกุมปากของเธอเอาไว้หลังจากเธอมองจ้องประตูทางเข้าเมืองหลงไห่ ทว่าตงฟางกลับเป็นฝ่ายฉีกยิ้มกับการหยอกล้อของพี่สาวที่เขาอุ้มมาตลอดทาง
“เรายังไม่ได้มีอะไรกันเลยนะพี่ซิงเยียน นี่เรียกว่าอาการเมา เอาล่ะเดี๋ยวมันก็หาย”
ตงฟางพยายามลูปหลังช่วยพี่ซิงเยียนให้หายจากอาการคลื่นไส้หลังจากเขาใช้การเทเลพอร์ตเป็นระยะเวลานานเกินไป จนคนที่มาด้วยอวกออกมา
“พี่สาวสบายแล้ว เราไปกันเถอะ”
“ครับ เราไปกันเถอะ”
ตงฟางใช้งานการเทเลพอร์ตอีกครั้งจนพวกเขาทั้งสองมาปรากฎตัวอยู่ในห้องหลอมยา ซิงเยียนที่เห็นของคุ้นตาเธอก็รีบกระโดดกอดตงฟางแล้วรีบวิ่งไปหาพ่อทันที ภายใต้การวิ่งออกไปของพี่ซิงเยียนนี้เอง ตงฟางได้ขอตัวกลับไปยังสถาบันเฟยเทียน ปล่อยให้พี่ซิงเยียนสำรวจหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้าด้วยความคิดถึงของเธอต่อไป
“คุณหนู ทำไมท่านถึง!”
เหล่าพนักงานล้วนตกใจตื่นกับการปรากฎตัวของคุณหนูซิงเยียน จู่ๆเธอก็เดินออกมาจากห้องหลอมยาที่ห้ามให้ใครก็ตามเข้าไปข้างใน ภายใต้การปรากฎตัวของซิงเยียนทำให้พนักงานตื่นตกใจไปตามๆกัน
“ลูกพ่อ ทำไมเจ้าถึงมาอยู่ที่นี่”
“พ่อคะ หนูใช้ค่ายกลเคลื่อนย้ายมา เอาล่ะตอนนี้หอประมูลเป็นอย่างไรบ้าง หนูขอดูบัญชีหน่อย”
“ฮะ นี่จะไม่ถามพ่อสักคำเลยเหรอว่าสบายดีไหม นี่จะหน้าเงินเกินไปแล้ว”
ซิงเยียนรีบเดินไปยังห้องทำงานรอรับบัญชีของหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้าที่เธอไม่ได้จับมาเป็นปี อย่างไรก็ตามเธอกลับเห็นพนักงานเดินเข้ามาหาพร้อมกับจดหมายหนึ่งฉบับจึงเปิดอ่านมัน
“เอ๊ะ นี่มันจดหมายถึงตงฟาง ”
จดหมายลับมีตราของสถาบันเฟยเทียนแปะไว้หน้าซองจดหมายถูกซิงเยียนหยิบขึ้นมาส่องดูว่าข้างในมีอะไร ทว่ามันกลับลงยันต์เอาไว้เธอจึงติดต่อกับตงฟางที่ยังคงเชื่อมต่อจิตกับเธอ
“ตงฟาง สถาบันเฟยเทียนส่งจดหมายมาล่ะ ตอนนี้อยู่ไหนเหรอ”
“อยู่ในสถาบันครับ พี่ซิงเยียนอ่านให้ฟังหน่อย”
“จ้ะ งั้นพี่ขอเปิดนะ”
ซิงเยียนเปิดจดหมายของตงฟางพลางบอกถึงกำหนดการประลองที่เขาได้คุยกับผู้นำนิกายเฟยเทียน ดูเหมือนว่าเวลา 1 ปีที่เหลืออยู่ของเขาในการเพิ่มพลังจะลดน้อยลง จากการปรากฎตัวของปีศาจทำให้กำหนดการณ์เร็วขึ้น
“ขอบคุณมากครับพี่ซิงเยียนมีอะไรก็ติดต่อมานะครับ”
“จ้ะ พี่สาวคนนี้ขอดูบัญชีก่อน ถ้าเรียกแล้วไม่ได้ยินก็เรียกบ่อยๆนะ”
—------------------------
“มาแล้วเหรอ แต่ทำไมแกดูอ่อนแอจัง” เสียงกล่าวทักทายดังออกมาจากผู้นำนิกายที่อยู่บนหลังคาตึกทักษะ ตงฟางที่ปรากฎตัวใกล้ๆกับจุดดื่มเหล้าชมวิวของผู้นำนิกายเฟยเทียนและอาจารย์เฟยหงเขาก็รีบทำความเคารพทันที
“ตาแก่ ไหนบอกว่างานประลองมันจะเริ่มขึ้นในอีก 2 ปี นี่พึ่งผ่านมาแค่ 1 ปีเองนะ”
“ไม่ถามกันสักคำว่าสบายดีไหม แกนี่มันเลี้ยงเสียข้าวสุกจริงๆ”
“น่าๆผู้นำนิกาย เด็กมันก็งี้แหละ” อาจารย์เฟยหงหัวเราะด้วยความดีใจ หลังจากเห็นตงฟางกลับมาอีกครั้งไม่ได้ตายไปจริงๆ
“ก็ข้าเห็นพวกท่านสองคนดื่มเหล้า คนป่วยเขาคงไม่ดื่มกันหรอกนะ นี่ตาแก่อย่ามาเปลี่ยนเรื่องสิ ทำไมงานมันเริ่มเร็วนักล่ะ”
ตงฟางยังคงสงสัยเกี่ยวกับงานประลองที่จะจัดขึ้นโดยนำอัจฉริยะจากสถาบันของเมืองทั้ง 4 มาต่อสู้กัน เพื่อหาคนที่จะได้เข้าไปเรียนในวิหารเมืองหลวง
“ก็เพราะว่าปีศาจนั่นแหละ ทางเมืองหลวงกลัวว่าอัจฉริยะจะตายก่อนจึงจัดงานเร็วขึ้น แกกลัวหรือไง”
“ไม่หนิตาแก่ แค่เกือบมาไม่ทัน แม้งานจะเริ่มเร็วขึ้น ทุกคนก็ต้องเริ่มเร็วเหมือนกันหมด คงไม่ได้บ่มเพาะพลังมากนัก”
“ฮ่าๆๆ แกนี่มันจริงๆเลย เอาล่ะแล้วแกจะปรากฎตัวตอนไหน”
“อีก 2 เดือนตามที่จดหมายบอกนั่นแหละ” ตงฟางคำนวณเวลา เขาจะใช้เวลา 2 เดือนที่เหลือก่อนงานประลองเริ่มออกล่าปีศาจเพื่อเพิ่มพลังของเขา
“ฮ่าๆ ข้าคงจะขอโทษด้วยก็แล้วกัน ไหนๆเจ้าก็มาแล้ว ในเมื่อข้าถือสิทธิการเข้าร่วมงานให้เจ้า 1 ตำแหน่งแต่มันถูกสั่นคลอนตลอดเวลาจากอาจารย์ที่อยากให้ศิษย์ของพวกเขาได้เข้าร่วมการประลอง เจ้าจำเป็นต้องเปิดตัวตอนนี้แล้วไปทำงานบางอย่างให้สถาบัน ไม่อย่างนั้นตั๋วใบนี้จะปลิวหายไป”
“ฮะตาแก่ ว่าอย่างไรนะ ข้าวางแผนว่าจะใช้เวลา 2 เดือนเพิ่มพลัง แล้วทำไมถึงต้องมาทำงานด้วยล่ะ”
“ดูก่อนๆ งานนี้เจ้าไม่ต้องไปรักษาใคร งานง่ายๆ เพียงแค่ฆ่า เจ้าทั้งได้ทำภารกิจและได้เพิ่มพลังด้วย หนำซ้ำยังรักษาตั๋วการแข่งขันเอาไว้ได้อีกด้วย”
ตงฟางหยิบจดหมายของผู้นำนิกายมาเปิดอ่าน ทันใดนั้นเขาก็ดีใจที่ครั้งนี้เขาได้รับภารกิจกำจัดปีศาจ จึงขอตัวลาไปทำงาน ไม่อยากเสียเวลาไปมากกว่านี้
“ท่านผู้นำนิกาย ท่านรู้ด้วยเหรอว่าเขาจะมา”
“บ้าหรือไง ข้าไม่ใช่เทพนะ ข้ากำลังจะเอาจดหมายภารกิจมาให้เจ้า แต่ไอ้เด็กนั่นดันมาเอง ถ้ามาช้ากว่านี้อีกนิดก็ไม่ต้องทำแล้ว”
“ฮ่าาๆๆ ต้องโทษดวงของมันสินะที่มาเร็วเกินไป”
“อย่างน้อย ภารกิจที่ข้าให้ก็น่าจะทำให้อยู่ใน 10 รายชื่อได้ง่ายๆ โดยไม่ถูกขัดขวางละนะ”
“หวังว่ามันจะไม่ตายก่อนล่ะ หากข่าวของมันปรากฎตัวออกมารับลองได้เลยว่าต้องมีคนยกกลุ่มไปไล่ล่าอีกแน่นอน”
“คงยากที่จะฆ่ามันแล้วล่ะ หลังจากหายไปหลายปีมันกลับน่ากลัวกว่าเดิมอีก เฮ่อ ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องดีหรือเรื่องร้ายที่แนะนำมันเข้าเรียนสถาบันเฟยเทียน”
ผู้นำนิกายบ่นออกมาเบาๆพลางถอนหายใจ เพราะต่อจากนี้ไปเขาพอจะมองอนาคตได้ว่าตงฟางจะต้องทำให้สถาบันเฟยเทียนสั่นสะเทือนอีกครั้งอย่างแน่นอน