ตอนที่29 เธอเป็นใครงั้นหรือ
ป่าอู๋โจว
ป่าอู๋โจวเป็นป่าที่อยู่ด้านหน้าประตูทางทิศใต้ของเมืองอู๋โจวมีพื้นที่ขนาดเล็กถ้าเทียบกับป๋าอู๋อวิ๋นหรือป่าแห่งสายหมอกที่ทีชเคยหลบหนีเข้าไปเมืองอู๋โจวจะมีประตูเมืองแค่ 2 ประตูคือประตูทิศเหนือและประตูทิศใต้การเดินทางจากเมืองเริ่มต้นเจิ้งโจวมายังเมืองอู๋โจวจำเป็นต้องผ่านทุ่งหญ้าที่พวกทีชกำลังเก็บเลเวลกันอยู่เมื่อเดินผ่านทุ่งหญ้ามาแล้วจะพบกับป่าอู๋โจว ผู้เล่นจะต้องเดินผ่านป่าอู๋โจวจนออกมาอีกฝั่งที่ตรงข้ามกับทุ่งหญ้าถึงจะพบกับประตูทิศใต้
ป่าอู๋โจวมักจะมีบรรยกาศที่เงียบสงบเพราะสัตว์อสูรที่อาศัยอยู่จะมีแต่สัตว์อสูรทั่วไปเช่นหมาป่าลิง แล้วก็งู อาจมีแมลงบ้างแต่ก็เป็นส่วนน้อย ซึ่งทำให้ไม่มีผู้เล่นเข้ามาเก็บเลเวลสักเท่าไหร่ส่วนมากจะใช้เป็นแค่ทางผ่านระหว่างเมืองเพียงเท่านั้น
แต่ในขณะนี้ป่าที่ปกติต้องเงียบสงบกลับมีเสียงร้องที่แสดงถึงความเจ็บปวดดังลั่นไปทั่วทั้งผืนป่าในบริเวณกึ่งกลางของป่า ปรากฏภาพฝนน้ำแข็งพุ่งเข้าโจมตีกลุ่มผู้เล่นจนกระจัดกระจายรอบๆ มีบรรดานักข่าวหลายคนกำลังมองไปยังภาพการต่อสู้เบื้องหน้าพร้อมกับบันทึกภาพออกอากาศทางทีวี
ในโลกปัจจุบันมีสถานีโทรทัศน์ที่ทำช่องเกี่ยวกับวงการอีสปอร์ตมากมายทำให้พนักงานและบรรดานักข่าวมักจะอาศัยอยู่ในเกมมากกว่าโลกภายนอกเพื่อที่จะเตรียมตัวทำข่าวหรือรายการถ่ายทอดสดแบบในเวลานี้นั่นเอง
ภาพที่กำลังออกอากาศในขณะนี้เป็นภาพที่ผู้เล่นกว่า 100 คนกำลังตีวงล้อมเป็นวงกลม โดยมีคนเพียง 2 คนที่อยู่ตรงกลาง คนหนึ่งนั้นเป็นหญิงสาวตัวเล็กดูไปน่าจะสูงไม่เกิน 160ซม. มีผมสีน้ำตาลเข้ม ใบหน้าได้รูปส่วนอีกคนเป็นชายหนุ่มตัวสูงประมาณ 180 ซม. ผมสีดำขลับหน้าตาหล่อเหลา ที่ด้านข้างของหญิงสาวปรากฏลูกเป็ดตัวที่มีรูปร่างคล้ายๆกับนกเป็ดน้ำแมนดาริน มันกำลังยืนอยู่บนตัวของเสือดำตัวใหญ่ที่กำลังขู่คำรามเพื่อปกป้องเจ้านายของตน
“เป็นไงเล่า ข้าบอกให้เจ้าซื้อสัตว์อสูรสายต่อสู้มาเพิ่ม นี่ไปเอาเป็ดที่ไหนมาแล้วดูซิเวลาแบบนี้จะทำยังไง เป็นนักฝึกสัตว์อสูรที่สามารถเลี้ยงสัตว์อสูรได้ 5ตัว แต่ตอนนี้กลับมีแค่ เป็ด 1 ตัว แมว 2ตัว กับนกที่พึ่งจะตายไปเมื่อกี้อีก 1 ตัวเฮ้อ....” มอนจีบ่นใส่ปรางจีพร้อมกับถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย
“แมวอะไร นี่มันเสือดำ!” ปรางจีเถียง
“โอเคๆ ข้าว่าเจ้าเก็บเป็ดน้อยตัวนี้แล้วขี่เสือดำหนีไปก่อนดีกว่า” มอนจีพูดพร้อมกับกวาดตามองรอบๆ
“ไม่! จะตายก็ตายด้วยกัน!” ปรางจีพูดอย่างไม่เกรงกลัวแม้ว่าจะถูกปิดล้อมด้วยผู้เล่นกว่า 100 คน
แต่ว่ามอนจีไม่มีเวลาหันไปต่อปากต่อคำอีกแล้วเพราะการโจมตีจากอีกฝ่ายได้เริ่มขึ้นอีกครั้งแล้วมอนจีสร้างฝนน้ำแข็งขึ้นมาอีกครั้งแล้วสั่งให้พุ่งกระจายออกรอบทิศทางแต่ทว่าอีกฝ่ายที่รู้ทันย่อมไม่พลาดท่าเหมือนครั้งที่แล้ว พวกเขายกโล่ขึ้นป้องกันทันที
ตุบๆๆๆๆๆๆ
เสียงของฝนน้ำแข็งปะทะเข้ากับโล่ของกลุ่มผู้เล่นที่ยกขึ้นเพื่อป้องกันการโจมตีเมื่อมอนจีเห็นว่าการโจมตีครั้งนี้ไม่เป็นผล เขายกมือขึ้นร่ายเวทอัญเชิญมังกรฟ้ากับ โรลลิ่ง เมื่อเจ้าเม่นน้อยและมังกรปรากฏออกมามอนจีก็สั่งการให้ทั้งสองพุ่งฝ่าไปยังทิศทางหนึ่งทันที
จอมเวทที่อยู่ด้านหลังโล่ของอัศวินเมื่อเห็นว่ามอนจีกำลังพุ่งเข้ามา จึงรีบร่ายเวทน้ำแข็งเพื่อสกัดการเคลื่อนไหวทันที
กำแพงน้ำแข็ง!
กำแพงน้ำแข็งที่มีความยาว4 เมตร สูง 3 เมตรผุดขึ้นจากพื้นมาขวางทางของมอนจีเอาไว้ แต่ทว่ามอนจีกลับไม่หยุดชะงักแม้แต่วินาทีเดียวเขาสั่งการให้ โรลลิ่ง ม้วนตัวแล้วใช้สกิลพุ่งชนเข้าใส่กำแพงทำให้กำแพงน้ำแข็งเกิดรูตรงกลางพร้อมกับรอยร้าวกระจายไปทั่วมอนจีที่วิ่งตามมากระโดดถีบเข้าใส่กำแพงน้ำแข็งเต็มแรง
โครม!
กำแพงน้ำแข็งพังทลายลงจอมเวทคนที่ร่ายเวทกำแพงน้ำแข็งถึงกับตกใจ เขาขยับขาจะวิ่งหนีแต่มอนจีเมื่อไม่มีอะไรมาขวางอีกก็บรรลุถึงด้านหลังของจอมเวททันทีไม่รอช้าเขาชักกระบี่ออกหมายจะตัดหัวของอีกฝ่ายจอมเวทน้ำแข็งที่รู้ตัวว่าหนีไม่ทันได้แต่หลับตาลงเพื่อยอมรับชะตากรรมของตนเองแต่ทว่าปรากฎดาบซามูไรเล่มหนึ่งยื่นเข้ามาสกัดขัดขวางกระบี่ของมอนจีเอาไว้เสียก่อน
เคร้ง!
โทคุโตะที่เห็นการเคลื่อนไหวของมอนจีชัดเจน เขารีบไสม้าเข้ามาพร้อมกับชักดาบซามูไรที่ข้างเอวออกมาด้วยความรวดเร็วเพื่อช่วยเหลือจอมเวทน้ำแข็ง เขาใช้พละกำลังในขณะที่กำลังขี่ม้ากระแทกกระบี่ของมอนจีออกไปจนทำให้มอนจีเสียหลักเซถอยหลังไปหลายก้าว
“ร้ายกาจไม่เบานี่ถึงกับวางแผนเลือกเส้นทางที่จะฝ่าออกจากวงล้อมได้ในพริบตาที่โดนล้อมเป็นการตัดสินใจที่เด็ดขาดมาก โดยเฉพาะการเบี่ยงวิถีกระบี่ในมือขณะที่กำลังโจมตีเพื่อกลับมาป้องกันดาบของข้าปฏิกิริยาตอบโต้ช่างรวดเร็วนัก แต่มีสิ่งหนึ่งที่ข้าไม่เข้าใจเหตุใดนักเวทถึงได้เก่งกาจในการสู้ระยะประชิด ดูท่าเจ้าคงไม่ใช่จอมเวททั่วๆไปสินะ” โทคุโตะ ที่สมกับเป็น 1 ในเหล่าแม่ทัพของกิลมังกรผงาดเขาใช้เวลาเพียงชั่วพริบตาที่ปะทะกัน ประเมินความสามารถของมอนจี
“แกเป็นหัวหน้าของคนพวกนี้สินะ อยู่ระดับไหนในกิลมังกรผงาดละ”มอนจีเอ่ยปากถาม
“ท่านผู้นี้คือ โทคุโตะ เป็นแม่ทัพของกิลมังกรผงาด” ลูกน้องของโทคุโตะก้าวออกมาตอบแทนโทคุโตะ
“เป็นถึงแม่ทัพแต่ให้ลูกน้องออกมาพูดแทน นี่แกไม่มีปากหรือไง”มอนจีกล่าวยั่วโมโห
“ไม่จำเป็นต้องยั่วคนอย่างข้าหรอก ข้าไม่ใช่คนที่จะหลงกลง่ายๆ หรอกนะถ้าเป็นเจ้าเรดก็ว่าไปอย่าง ฮ่าๆๆๆๆ” โทคุโตะหัวเราะอย่างรู้ทัน
“เรด แม่ทัพเกราะแดงแห่งกิลมังกรผงาดนั่นนะเหรอแสดงว่าแกอยู่ระดับเดียวกับหมอนั่นสินะ เป็นถึงระดับยอดฝีมือแต่กลับพาคนกว่า 100คนมาลุมผู้เล่นแค่ 2 คนเนี่ยนะ” มอนจียังคงพูดจายั่วโมโหโทคุโตะต่อไป
“หืม...อย่าบอกนะว่าเจ้าคิดจะท้าสู้กับข้าตัวต่อตัว” โทคุโตะ แสร้งถาม
“เจ้าไม่กล้าหรือ” มอนจี ถามกลับ
“เพราะมีการถ่ายทอดสด จึงทำให้เจ้าคิดว่าข้าจะไม่กล้าปฏิเสธสินะ”
“ต่อให้ไม่มีการถ่ายทอดสดข้าก็คิดจะท้าเจ้าอยู่ดีอีกอย่างข้าไม่ใช่คนที่พาพวกมันมาด้วยซะหน่อย” มอนจีพูดพร้อมกับหันไปมองทางบรรดานักข่าว
“ฮ่าๆๆๆ ถ้าเกิดข้าเป็นไอ้บ้าเรดคงรับคำท้าเจ้าไปแล้วแล้วสุดท้ายเจ้าก็จะอาศัยจังหวะหนีไปละสิข้าต้องขอโทษด้วยบังเอิญข้าเป็นคนหน้าด้าน” หลังจากกล่าวจบโทคุโตะก็สั่งให้ลูกน้องบุกจู่โจมอีกครั้ง
มอนจีออกคำสั่งให้โรลลิ่งไปช่วยปกป้องปรางจี เพราะปรางจีมีอาชีพหลักเป็นแม่ค้าที่เลเวล 155 เท่านั้น วิชาการต่อสู้ก็ไม่มี แถมปรางจียังเล่นเป็นสายเวทอีกไม่สามารถรับมือกับผู้เล่นที่มากขนาดนี้ได้แน่ส่วนตัวของมอนจีกับมังกรฟ้าจะทำหน้าที่บุกทะลวงหาทางตีฝ่าวงล้อมออกไป
การต่อสู้ดำเนินไปมอนจีกับปรางจียังคงพยายามตีฝ่าวงล้อมออกไปคนที่ดูการถ่ายทอดสดต่างก็เริ่มรู้สึกเบื่อหน่าย เพราะการจะให้มานั่งดูคน 100 คนลุมโจมตีคนเพียง 2 คนแถม 1 ในนั้นเป็นแค่แม่ค้าจะให้สนุกได้อย่างไรแต่ในขณะที่หลายๆ คนกำลังคิดจะปิดทีวีหรือเปลี่ยนช่อง
“มังกรผงาดนี่มีดีแค่หมาหมู่หรือไงนะ แบบนี้เปลี่ยนชื่อกิลดีกว่ามั้งไม่สุภาพบุรุษเอาซะเลย” เสียงพูดดังขึ้นมาพร้อมกับคำพูดที่เป็นเอกลักษณ์
บรรดานักข่าวที่ได้ยินต่างรีบแพลนกล้องไปยังที่มาของเสียงก็พบกับเจ้าของประโยคพูดเมื่อสักครู่ เป็นชายผมสีทอง ใบหน้ายิ้มแย้มดูใจดีสวมชุดเกราะสีขาวตัดกับสีเงิน ที่ไหล่มีผ้าคลุมสีขาวยาวไปทางด้านหลัง เขากำลังยืนอยู่ห่างออกไปไม่ไกลเหมือนกับพึ่งเดินทางเข้ามาในป่าจากทางเขตทุ่งหญ้า
แต่ทว่าเมื่อมองให้ดีจะเห็นว่าผู้มาใหม่ไม่ได้มาคนเดียว ด้านข้างมีชายชุดดำโดนเด่นยืนเอามือไขว้หลังสีของชุดนั้นตัดกับชายคนแรกเป็นอย่างมากส่วนอีกข้างเป็นบุรุษสวมชุดจอมยุทธที่เอวมีกระบี่คาดเอาไว้ เขากำลังยืนเอามือกอดอกเก๊กท่าพร้อมกับมองมาทางผู้เล่นของกิลมังกรผงาดถัดไปข้างหลังเล็กน้อยมีชายหนุ่มสวมชุดบัณฑิตสีฟ้าอ่อนในมือถือพัดจีบอยู่ เขากำลังกระแอมไอออกมาเล็กน้อยคล้ายกับกำลังป่วยเป็นโรคบางอย่าง
“พวกแกเป็นใคร ส่งไอ้คนปากมากออกมาเดี๋ยวนี้!” ลูกน้องคนสนิทของโทคุโตะวิ่งไปด้านหน้ากลุ่มของทีชหมายจะเอาเรื่อง
แต่กลับปรากฏลิงหัวเกรียนกระโดดลงจากต้นไม้มาเบื้องหน้าเขาพร้อมกับเหวี่ยงไม้พลองในมือ
เปรี๊ยง!
อ๊ากกกก!
“พวกเราไม่มีใครปากมาก...หรอกมั้งครับ” คนที่กระโดดลงมาไม่ใช่ลิงที่ไหนแต่เป็นหมิง! เขาเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยมั่นใจ พลางหันไปมองอลาโน่
คนดูที่คิดจะเปลี่ยนช่องต่างก็กลับมานั่งรอชมเหตุการณ์ต่อทันทีโดยเฉพาะผู้เล่นระดับสูงของกิลใหญ่ๆ และกิลคู่อริที่กำลังชมการถ่ายทอดสด
“พวกนั้นเองเหรอนี่” ปรางจีที่เห็นว่าผู้มามีใครบ้างก็จำได้ทันที
“รู้จักเหรอปราง” มอนจีถาม
“เคยเจอกันที่เมืองเริ่มต้นเจิ้งโจวน่ะ เป็นกลุ่มคนที่นำไข่มาขายให้ข้าจนฟักออกมาเป็นแมนดารินน้อยนี่ไง” ปรางจี อธิบาย
“มีเพื่อนมาช่วยงั้นหรือ ดูท่าจะไม่ธรรมดาเหมือนกันนะ” โทคุโตะ ที่ดูเหตุการณ์อยู่เงียบๆเอ่ยขึ้นเสียงดังคล้ายกับจะให้พวกทีชได้ยิน
“เฮ้...เจ้าซามูไรนั่นนะ เป็นหัวหน้าใช่หรือไม่สนใจประลองกับสุภาพบุรุษผู้นี้หน่อยรึเปล่า” อลาโน่กล่าวทักโทคุโตะพร้อมกับยื่นคำท้า
“พี่อลาโน่ ผมจองหมอนั่นแล้วนะครับ” หมิงหันมากล่าวกลับอลาโน่ พร้อมกับยื่นคำท้าประลองให้เช่นกัน
“พอเลยทั้งคู่นั่นแหละ ข้าจะจัดการกับหัวหน้าของพวกมันเอง”ทีชเองก็ร่วมวงด้วย
“…..”ดาร์ค ได้แต่มองเพื่อนร่วมทีมที่ไม่มีใครเต็มสักคนแต่ทว่าตัวเองก็แอบยื่นคำท้าประลองไปเช่นกัน
“ข้าว่าพวกนายท่านต้องรีบบุกเข้าไปช่วยเหลือสองคนนั้นก่อนนะขอรับไม่งั้นก็อาจจะรับมือกับจำนวนคนที่มากขนาดนี้ไม่ไหวให้ท่านอลาโน่วิ่งนำหน้าส่วนนายท่านกับท่านดาร์คป้องกันซ้ายขวาแล้วให้ท่านหมิงคอยป้องกันการโจมตีจากด้านบนส่วนข้าจะระวังหลังให้เองขอรับ” กุยแกรีบเอ่ยเตือนถึงเรื่องสำคัญพร้อมกับบอกแผนการ
“นายต่อสู้ได้ด้วยเหรอ” อลาโน่ ถามอย่างงงๆ
“......”ทีช,ดาร์ค,หมิงได้แต่ทึ่งในความโง่ของอลาโน่
“ก็พอเอาตัวรอดได้ครับ แค่กๆๆ” กุยแกตอบอลาโน่เสร็จก็ไอออกมา
‘ดูเหมือนอาการป่วยเริ่มรุนแรงขึ้นแล้วสินะเราหลงลืมไปเอาแต่ฝึกวิชากับเก็บเลเวล ลืมไปเลยว่าถ้านับเวลาแล้วกุยแกอาจอยู่ได้อีกไม่ถึงครึ่งปี’ทีช คิดในใจพร้อมกับตัดสินใจว่าจะรีบหายามารักษาทันทีที่เข้าไปในเมืองอู๋โจว
“ดูถูกข้ากันเหลือเกินนะสงสัยว่าถ้าข้ายังไม่ลงมือคงอับอายไปทั่วโลกแน่แล้ว” โทคุโตะพูดจบก็เอื้อมมือข้างหนึ่งไปแตะดาบซามูไรที่เอว พร้อมกับกระตุ้นม้า
ฮ่าห์!
โทคุโตะควบม้าเข้าหามอนจีที่ยืนอยู่ใกล้ที่สุดอย่างรวดเร็ว
“แย่แล้ว พวกเราทำตามแผนกุยแก ไป!” ทีช เอ่ยพร้อมกับชักกระบี่ออกมา
กลุ่มของทีชได้ทำตามแผนกุยแกโดยเป้าหมายคือฝ่าเข้าไปช่วยมอนจีที่กำลังรับมือกับโทคุโตะอยู่
.....
มอนจีที่รับมือโทคุโตะไปแล้วหลายกระบวนท่าก็เริ่มปรากฏบาดแผลไปทั้งตัว แต่โทคุโตะกลับยังไม่มีรอยแผลเลยแม้แต่รอยเดียวปรางจีที่เห็นว่าการโจมตีของมอนจีไม่อาจทำอะไรโทคุโตะได้จึงบอกให้โรลลิ่งกลับไปช่วยส่วนปรางจีที่นั่งอยู่บนหลังเสือดำได้อาศัยความว่องไวของเสือดำหลบหลีกการโจมตีของผู้เล่นอย่างยากลำบาก
กลุ่มของทีชที่เห็นสถานการณ์ไม่ดีในใจได้แต่คิดว่าจะทำยังไงถึงจะเข้าไปช่วยมอนจีกับปรางจีได้อยู่นั้นกลับปรากฏเสียงร่ายเวทขึ้นมา
ฟินิกซ์เพลิง!
นกฟินิกซ์ที่มีไฟลุกท่วมขนาดลำตัวยาวกว่า2 เมตร พุ่งผ่านไปทางที่มอนจีกับโทคุโตะกำลังสู้กันอยู่โดยเป้าหมายของนกฟินิกซ์นั้นคือโทคุโตะ!
กุยแกที่เป็น NPC เกรด S ถึงแม้ว่าจะจัดอยู่ในสายบุ๋นแต่ก็สามารถต่อสู้ได้ในระดับหนึ่ง แถมตัวเขายังมีเวทหลักเป็นธาตุไฟและธาตุรองคือธาตุน้ำถึงจะมีร่างกายอ่อนแอแต่ก็เจ้าแผนการสามารถใช้เวทมนตร์ก่อกวนและโจมตีได้ในระดับหนึ่ง
“หืม...เวทระดับสูง! พวกแกรีบเข้าไปจัดการหมอนั่นเร็ว”โทคุโตะที่เห็นว่าในกลุ่มของทีชมีคนปล่อยเวทระดับสูงออกมาได้ เขาออกคำสั่งลูกน้องอย่างรวดเร็วพร้อมกับหันไปเผชิญหน้ากับนกฟินิกซ์ที่กำลังพุ่งเข้ามา
“กระบวนท่าอิไอ!” โทคุโตะใช้กระบวนท่าออกมา
โทคุโตะเป็นผู้เล่นที่เลเวล207 เป็นสายพลังจิต อาชีพซามูไรซึ่งเป็นอาชีพที่เชี่ยวชาญการใช้ดาบซามูไรผู้เล่นที่ต้องการเปลี่ยนอาชีพนี้จะต้องมีเลเวล 200 ขึ้นไปกระบวนท่าดาบอิไอที่โทคุโตะใช้ออกมาเป็นกระบวนท่าที่ผู้เล่นทุกคนที่เลือกเปลี่ยนเป็นซามูไรมีและยังเป็นกระบวนท่าที่ใช้โจมตีได้รุนแรงที่สุดของอาชีพซามูไรอีกด้วย
แต่ทั้งนี้กระบวนท่าอิไอความแรงจะขึ้นอยู่กับความเข้าใจท่วงท่าของการชักดาบและพลังที่อัดใส่ลงไปในดาบด้วยไม่ใช่ว่าแค่ใช้แบบอัตโนมัติแล้วจะสามารถโจมตีอย่างรุนแรงได้เลยซึ่งในขณะนี้โทคุโตะกำลังใช้ท่านี้ด้วยการควบคุมพลังจิตขั้นสูงจนทำให้บรรยกาศรอบตัวโทคุโตะพลันสงบนิ่งอย่างฉับพลัน คล้ายกับเวลาถูกหยุดเมื่อมองไปที่มือที่กำลังกำดาบนั้นปรากฏแสงออร่าเจือจางไหลไปรวมตัวกันจนทำให้แสงค่อยๆ เข็มขึ้น
ฟุ่บ!
บึม!
พรึ่บ!
อ๊ากกกกก!
โทคุโตะชักดาบโจมตีด้วยกระบวนท่าอิไอด้วยความเร็วอันน่าเหลือเชื่อจนทำให้นกฟินิกซ์ที่ปะทะกับคลื่นดาบระเบิดออกทันทีส่งผลให้เปลวเพลิงกระจัดกระจายออกเป็นวงกว้าง ผู้เล่นของกิลมังกรผงาดที่หลบไม่ทันต่างก็ถูกเปลวเพลิงแผดเผาจนมอดไหม้มีเพียงอัศวินไม่กี่คนที่ยกโล่ขึ้นป้องกันได้ทันแต่ก็แลกมากับพลังชีวิตที่ลดลงอย่างรวดเร็วเพราะคลื่นความร้อน
โทคุโตะรู้ได้ทันทีว่าเป็นแผนของอีกฝ่ายเพื่อที่จะทำลายวงล้อมให้กับปรางจีและยังสามารถช่วยให้มอนจีอาศัยจังหวะตีตัวออกห่างจากโทคุโตะที่ต้องหันมารับมือกับนกฟินิกส์เพียงแต่เขาสงสัยว่าการโจมตีรุนแรงแบบนี้ทำไมอีกฝ่ายถึงไม่กลัวว่ามอนจีกับปรางจีจะโดนลูกหลงแต่ทว่าเมื่อเขาหันกลับไปมองทางมอนจีก็เข้าใจทันที
มอนจีสร้างน้ำแข็งขึ้นป้องกันเปลวเพลิงเอาไว้ทำให้ปรางจีและเสือดำปลอดภัย ส่วนมังกรฟ้านั้นบินขึ้นสูงทำให้หลบรอดไปได้นี่ย่อมหมายความว่ากุยแกจงใจใช้เวทฟินิกส์เพลิงออกมาเพราะรู้ว่ายังไงซะมอนจีก็สร้างน้ำแข็งขึ้นป้องกันตัวเองได้นั่นเอง
โทคุโตะเห็นว่าตัวเองพลาดท่าก็เริ่มโกรธเขาคิดจะปิดบัญชีมอนจีทันที แต่ทว่าหมิงอาศัยจังหวะที่เปลวเพลิงกระจายใส่ผู้เล่นกิลมังกรผงาดรุกคืบเข้ามาในวงล้อมได้สำเร็จหมิงพุ่งเข้าประชิดตัวของโทคุโตะ พร้อมกับควงพลองในมือโจมตีทันที
“วิชาพลองเห้งเจียแห่งซ่งหลิน กระบวนท่าที่ 3 พลองขวางสมุทร”
เปรี๊ยง!
อั๊ก!
อึ๊ก!
หมิงที่เป็นฝ่ายเปิดการโจมตีก่อนกลับเป็นฝ่ายที่ตกเป็นรองตัวเขาเซถอยหลังไปหลายก้าว โทคุโตะที่อยู่บนหลังม้ากลับแค่รู้สึกชาที่แขนเท่านั้น
แต่ในขณะนั้นเองทีช ที่ไม่รู้โผล่มาจากไหนได้พุ่งเข้าไปโจมตีซ้ำใส่โทคุโตะ ด้วยวิชาประจำตัว
“วิชากระบี่เจ็ดชีพจร!”
เปรี๊ยง!
อ๊ากกกก!
โทคุโตะรับเอาปราณกระบี่เข้าไปเต็มๆส่งผลให้โทคุโตะกระเด็นตกลงจากหลังม้าพร้อมกับอาการบาดเจ็บที่แขน
เมื่อโทคุโตะลุกขึ้นมาเขาโกรธจนทนไม่ไหวจึงปล่อยพลังจิตออกรอบตัว ทำให้ทีชและหมิงถูกแรงกดดันจากพลังจิตที่โทคุโตะปล่อยออกมานั้นต้องเผลอก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว
“ข้าโทคุโตะ แม่ทัพแห่งกิลมังกรผงาด ขอสาบานว่าจะฆ่าพวกแกให้ได้!”โทคุโตะกล่าวด้วยสาบานด้วยเสียงดังลั่น
ในขณะที่ทีชกับหมิงกำลังรับมือกลับแรงกดดันมอนจีที่ยืนอยู่ข้างหลังโทคุโตะในตอนนี้เขาแอบสะสมพลังจนรอบๆตัวเริ่มมีกลิ่นอายความเย็นเข้าครอบคลุม เขาฟาดฝ่ามือที่มีไอเย็นแผ่ออกมาเข้าใส่โทคุโตะจากทางด้านหลังทันที
แต่โทคุโตะเหมือนกับมีตาหลังเขาเบี่ยงตัวหลบออกทางขวาทันทีแต่ทว่าหมิงที่ปฏิกิริยารวดเร็วได้พุ่งมาดักพร้อมกับฟาดพลองออกมาแต่โทคุโตะกลับก้มหลบได้อย่างหวุดหวิดเมื่อยืดตัวขึ้นก็พบกับทีชที่จ้วงแทงกระบี่เข้ามาที่หน้าอกของเขาโทคุโตะเพ่งสายตาจับจ้องที่กระบี่ พร้อมกับยกดาบซามูไรในมือขึ้นป้องกันเพียงเสี้ยววินาทีก่อนที่กระบี่จะบรรลุถึงอกของเขาหลังจากนั้นก็ถีบเท้าพุ่งถอยหลังหลบออกไปอย่างสวยงาม
ทีช,มอนจี และหมิง ที่เห็นการเคลื่อนไหวของโทคุโตะ ต่างก็รู้สึกหนักอึ้ง พวกเขาไม่คิดว่าการโจมตีประสานของพวกมันกลับไม่สามารถโจมตีโดนอีกฝ่ายได้เลยแม้แต่ชายเสื้อ
ในเวลานี้เบื้องหน้าของคนทั้ง3 ‘โทคุโตะ’กำลังยืนหลังตรงตระหง่านคล้ายกับจะดูเหมือนตัวใหญ่ขึ้น เขากำลังจ้องมองตรงมาที่คนทั้ง3 พร้อมกับเริ่มแผ่กลิ่นอายเย็นยะเยือกดาบซามูไรที่ถืออยู่ในมือมีออร่าเข้มข้นหมุนวนอยู่รอบตัวดาบคล้ายกับมังกรที่หลับใหลรอวันลืมตาตื่น
…..
ดาร์คอลาโน่ และกุยแก ในขณะนี้คนทั้ง 3 กำลังรับมือกับผู้เล่นจำนวนมากที่ตั้งใจจะบุกเข้ามาฆ่ากุยแกหลังจากที่เห็นว่ากุยแกปล่อยเวทฟินิกส์ออกมาจนทำให้พวกเขาล้มตายไปหลายคน
ปรางจีที่หนีมารวมตัวกับคนทั้ง3 กำลังยืนทำมุมกับดาร์คและอลาโน่ทั้ง 3 คนช่วยกันปกป้องกุยแกเอาไว้ตรงกลางเพื่อให้กุยแกคอยร่ายเวทมนตร์โจมตีออกไปรอบๆเพียงแต่ว่าผู้เล่นกิลมังกรผงาดกลับมีมากจนเกินไปดีที่ว่าดาร์คนั้นถือครองอาวุธเกรด S ที่ทำจากอดาแมนเที่ยมทำให้สามารถทำลายอาวุธของผู้เล่นไปได้หลายคน เพราะคนส่วนมากจะมีอาวุธอยู่ในเกรด Dและ C รวมกับความแม่นยำในการโจมตีของดาร์คทำให้สามารถโจมตีเข้าจุดเดิมได้บ่อยครั้งจนอาวุธถูกทำลายส่วนกุยแกที่เป็นอัจฉริยะด้านการวางแผน เขาคอยร่ายเวทมนตร์ไปตรงจุดอ่อนของผู้เล่นกิลมังกรผงาดจนมือไม้ปั่นป่วนเมื่อเป็นเช่นนี้จึงทำให้สามารถรั้งสถานการณ์ที่สูสีเอาไว้ได้
เหตุการณ์ดำเนินไปอย่างเข้มข้นแต่ทว่าย่อมต้องมีฝั่งที่เพลี่ยงพล้ำก่อนเสมอ มอนจี ที่ต่อสู้มาอย่างยาวนานทั้งยังใช้พลังสร้างน้ำแข็งป้องกันเวทไฟของกุยแก ตอนนี้เขาถึงจุดที่ไม่อาจฝืนรับมือกับโทคุโตะได้อีกแล้วทำให้โทคุโตะจงใจเน้นการโจมตีเข้าใส่มอนจี
ทีชกับหมิงเองเริ่มรู้สึกร้อนใจทั้งคู่พยายามบุกอย่างเต็มที่แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรโทคุโตะได้มากนักเพราะโทคุโตะเป็นสายพลังจิตแถมยังมีพลังจิตกล้าแข็งจนสามารถใช้พลังจิตคลุมร่างกายเอาไว้ทำให้การโจมตีเข้าถึงตัวได้ยากยิ่งขึ้นทีชที่งัดเอาวิชาดรรชนีและกระบี่เจ็ดชีพจรออกมาใช้จนหมด แต่กลับสร้างบาดแผลเล็กๆน้อยๆ ได้เท่านั้น สถานการณ์ทางฝั่งนี้กำลังแย่ลงเรื่อยๆ
ผู้เล่นระดับสูงที่ดูอยู่หน้าทีวีต่างก็คิดว่าศึกครั้งนี้โทคุโตะคงชนะแล้วอย่างแน่นอนเพราะเมื่อไหร่ที่โทคุโตะล้มคนทั้ง 3 ได้ถึงเวลานั้นคนที่เหลือก็คงไม่รอดเช่นกัน แต่ทว่า
“เป็นถึงผู้เล่นเลเวล 200 กลับมารังแกคนถึงที่นี่ไม่อายบ้างหรือ” เสียงของหญิงสาวดังออกมาจากด้านหลังของบรรดาคนที่กำลังบันทึกภาพถ่ายทอดสด
ในขณะที่กำลังจะหันมาดูว่าเป็นเสียงของใครทันใดนั้นเองปรากฏเสียงร้องโหยหวน ดังขึ้นไม่ขาดสาย
เสียงดังมาจากกลุ่มผู้เล่นกิลมังกรผงาดที่กำลังลุมโจมตีพวกดาร์คอยู่ปรากฏหญิงสาวสวมชุดเกราะนักรบ หน้าตาสละสลวย กำลังขี่ม้าไล่ฆ่าผู้เล่นของกิลมังกรผงาดอยู่ท่วงท่าการต่อสู้เธอนั้นสวยงามอ่อนช้อยแต่ทรงพลังโดยเฉพาะทักษะการขี่ม้าที่เหนือชั้นเธอใช้ดาบฟาดฟันไปพร้อมกับบังคับม้าโดยที่ผู้เล่นกิลมังกรผงาดทำได้แต่กระโดดหลบไปมาจนสุดท้ายเกิดความชุลมุนขึ้น กุยแกที่เห็นเช่นนั้นพลันส่งสัญญาณให้ดาร์คและอลาโน่บุกฝ่าออกจากวงล้อมเพื่อเข้าไปสบทบกับเธอทันที
โทคุโตะที่เห็นว่าลูกน้องของตนเริ่มเสียกระบวนจากการโจมตีของหญิงสาวบนหลังม้าเขาอาศัยจังหวะที่ ทีชกับหมิงเผลอโจมตีใส่อย่างแรงจนทั้งคู่กระเด็นออกไปหลังจากนั้นก็ปลีกตัวออกมาคิดจะเข้าไปขวางหญิงสาวผู้นั้น แต่ทว่า
“คิดจะไปไหน!” เสียงพูดดังออกมาอีกครั้งแต่ครั้งนี้มาพร้อมกับแถบริ้วกระบี่ที่พุ่งเข้าใส่แผ่นหลังของโทคุโตะ
เปรี๊ยง!
อั๊ก!
โทคุโตะที่หันกลับมารับแถบริ้วกระบี่ถึงกับเซถอยหลังไป2 ก้าว
“แถบริ้วกระบี่ ยอดฝีมือ!” ทีช ที่เข้าใจถึงวิถีกระบี่ดีเมื่อเห็นก็ดูออกทันทีว่าการโจมตีของหญิงสาวคือแถบริ้วกระบี่ซึ่งหมายความว่าเธอต้องเป็นระดับยอดฝีมือ
“โอ้...รู้ดีเหมือนกันนี่นา….ว่าแต่ในเกมดูเท่กว่าที่คิดนะคะเนี่ย”ปรากฏหญิงสาวสวมหมวกฟางเดินฝ่าบรรดานักข่าวออกมาเบื้องหน้าพร้อมกับส่งยิ้มมาให้ทีช
“เอ่อ....เธอเป็นใคร...งั้นหรือ” ทีชถามอย่างงงๆเพราะดูเหมือนว่าเธอคนนี้จะรู้จักเขา