ชะตาฟ้าลิขิตสวรรค์

    ตอนที่91 การเคลื่อนไหวของเขาตงซาน (1)

            การเดินทัพเป็นอย่างเป็นระบบ ไม่มีการรีบเร่ง เสบียงอาหารพรั่งพร้อมกองเสบียงมาจากหอสมบัติโดยตรงไม่ได้มาจากทางการนั่นเพราะหนิงเฟยหลงเล็งเห็นว่าการป้องกันคุ้มครองของหอสมบัตินั้นหนาแน่นกว่า  และก็คงไม่มีใครอยากมีเรื่องกับหอสมบัติ

             

            กลุ่มกำลังมากมายต่างจับตามอง การกระทำของชายหนุ่มครั้งนี้ การรบในครั้งนี้ย่อมส่งผลถึงตระกูลใหญ่ทั้งสามอย่างแน่นอนแม้ว่าจะยังไม่มีสิ่งยืนยันก็ตาม ใครคือผู้อยู่เบื้องหลัง ?

             

            กว่าหนึ่งเดือนกองทัพของหนิงเฟยหลงพึ่งเดินทางมาถึงเขาตงซานห่างจากค่ายโจรเพียงสิบลี้เท่านั้นทหารทุกนายต่างมีความกระตือรือร้นไม่เว้นจั้วหย่งที่อยากจะแสดงฝีมืออาสาเป็นทัพหน้าเข้าตี

             

            “ท่านแม่ทัพข้าน้อยจั้วหย่งขออาสานำทหารพันนายเป็นทัพหน้าบุกตีค่ายโจรให้จงได้ !”คำกล่าวของจั้วหย่งนั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ ทว่าจงฉีกลับถอนหายใจแต่ไม่ได้กล่าวสิ่งใด เพียงหลุบตาลงรอคำสั่งแม่ทัพของมัน

             

            หนิงเฟยหลงได้ยินที่จั้วหย่งเอ่ยคำห้าวหาญก็คิดว่าสิ่งนี้ดีแล้วเพียงแต่ยังไม่เหมาะจะโจมตีในยามนี้ผู้เป็นแม่ทัพต้องคำถึงกองทัพจะใช้อารมณ์ตัดสินไม่ได้

             

            “ท่านอย่าพึ่งร้อนใจไป หากข้าจะยกทัพเข้าตีเมื่อใด ขุนศึกเช่นท่านย่อมได้คุมทัพหน้า”

             

            “ขอบคุณท่านแม่ทัพ !” จั้วหย่งกล่าวขอบคุณด้วยความดีใจ แต่ก็ยังมีเรื่องสงสัย “หืม ?ไม่ถูกต้อง” มันรู้สึกว่าแม่ทัพอนุญาตให้มันเป็นทัพหน้า แต่ไม่ได้ตอบรับทั้งหมด

             

            “ท่านแม่ทัพแล้วการโจมตีเล่า ?”

             

            แม่ทัพหนุ่มยิ้มให้มันเล็กน้อยก่อนจะกล่าว “ตำราพิชัยสงครามได้กล่าวไว้รู้ว่าเมื่อใดควรรบ และไม่ควร ยามนี้เรายังไม่ควรรบ ทหารเราน้อยกว่าอีกทั้งภูมิประเทศ พื้นที่นั้นเรายังไม่ชำนาญ หากฝืนบุกไปก็จะพ่ายแพ้เสียเปล่า”หนิงเฟยหลงอธิบาย

             

            “ข้าน้อยเข้าใจแล้ว” จั้วหย่งได้ฟังก็เข้าใจ รวมถึงขุนศึกผู้เลือดร้อนทั้งหลายก็ต่างสงบลงกองทัพฮึกเหิมมากเกินไปก็ใช่จะดี ยิ่งมีความกระตือรือร้นในการรบกฎระเบียบยิ่งต้องเข้มงวด เพื่อยับยั้งการใช้อารมณ์ในการตัดสินปัญหา

             

            ปัญหาที่แม่ทัพหนุ่มยังไม่เลือกโจมตีเพราะสิ่งที่กล่าวตอบไปนั้นประการหนึ่งอีกหนึ่งคือการรอคอยข่าวจากบนเขา สุดท้ายคือการรอข่าวจากนครหลวงหากคราวนี้ได้กำลังหนุนมาจริง คงง่ายขึ้นหากจะเข้าตีค่ายโจร

             

            ..........

             

            ยอดเขาตงซานโถงหลัก

             

            โถงหลักยามนี้ดูวุ่นวายเป็นพิเศษหัวหน้าโจรผู้เป็นใหญ่เรียกหัวหน้าหน่วยของตนเข้ามาประชุม หนึ่งในนั้นคือซู่เฟิงสีหน้าทุกคนดูเคร่งเครียดเป็นอย่างมาก นอกจากวันนี้จะมีการเตรียมแผนการรับศึกแล้วยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญ คือการปรากฏตัวของบุคคลสำคัญทั้งอีกสองคน หน้าตาและรูปร่างของทั้งสองนั้นคล้ายคลึงกันผมสีแดง ผู้เป็นพี่ผมยาว ผู้เป็นน้องผมสั้น หน้าตาเกลี้ยงเกลาแววตาคมกริบจดจ้องลูกสมุนโจร

             

            ถึงแม้กิริยาทั้งสองจะดูหยาบคายอยู่บ้าง แต่หัวหน้าใหญ่ยังต้องเกรงใจและยังเว้นที่นั่งหลักให้กับพวกมันทั้งสองเดาได้ไม่ยากว่าทั้งสองย่อมเป็นบุคคลสำคัญขนาดไหน

             

            แม้แต่หัวหน้าใหญ่ของพวกมันยังให้ความเคารพเช่นนั้นแล้วบุคคลทั้งสองย่อมไม่ธรรมดา

             

            “ใต้เท้าทั้งสองมาเยือนค่ายเล็ก ๆ เช่นนี้เกรงว่าจะทำให้ท่านต้องลำบากแล้ว” หัวหน้าใหญ่กล่าว

             

            บุรุษผู้เป็นน้องใช้หางตามองไปยังหัวหน้าใหญ่แล้วกล่าวอย่างไร้อารมณ์“เจ้าจะบอกว่าข้ามาสร้างปัญหาให้เจ้า ?”หัวหน้าใหญ่ได้ยินก็ตกใจรีบส่ายหัวไปมามองต่ำ ไม่กล้าจ้องมองอีกฝ่าย

             

            “มิกล้า ๆ ท่านทั้งสองมาย่อมเป็นเกียรติแก่พวกข้าน้อยอยู่แล้ว”หัวหน้าใหญ่รีบตอบกลัวจะทำให้ใต้เท้าทั้งสองไม่พอใจแล้วชีวิตมันจะรักษาไว้ไม่อยู่

             

            ผู้เป็นน้องชายก็ได้ละสายตาไปจากหัวหน้าใหญ่ แล้วพี่ชายก็ได้เอ่ยต่อทันที“ท่านที่ปรึกษาได้กำชับลงมาให้ข้ากับน้องเล็กร่วมมือกับเจ้าต่อต้านกองทัพเจ้าเด็กนั่นให้ได้”เมื่อเอ่ยจบก็เงียบไปคล้ายไม่สนใจอีก ชายทั้งสองมองดูหนิงเฟยหลงว่ายังเป็นเด็กน้อยมีประโยชน์อะไรให้ต้องลงมือ

             

            การศึกครั้งนี้จึงไม่ใคร่จะใส่ใจนัก หากเกิดวิกฤตจริง ๆพวกมันทั้งสองค่อยลงมือ

             

            ...

             

            “หัวหน้าใหญ่คนที่ท่านผู้นั้นส่งมาจะใช้การได้หรือ ?ข้าน้อยไม่เห็นว่าจะมีประโยชน์อันใด”ลูกน้องคนสนิทของมันเข้ามากระซิบหลังจากประชุมเสร็จสิ้น

             

            “ก็ต้องรอดูไปก่อน อย่างไรเสียก็เป็นคนของท่านผู้นั้นเราต้องให้เกียรติเขาบ้าง แต่หากทำตัวไม่ได้เรื่องก็สมควรต้องเมินเฉยแล้ว”หัวหน้าใหญ่ไม่อยากจะเก็บคนไร้ความสามารถไว้ แต่ก็ต้องไว้หน้าผู้มีอำนาจ

             

            คนสนิทถามขึ้นอีกครั้ง “หัวหน้าใหญ่ เรื่องแผนการ...”

             

              “ตามนั้นเถอะอย่างไรก็เป็นข้อสรุปทำตามที่ท่านทั้งสองกล่าว”

     

            “ขอรับ”

             

            ..........

             

              ค่ายทหาร ยามอิ๋น ( 03.00 – 04.59 น. )

     

              เสียงฝีเท้าค่อย ๆ ดังขึ้น เข้าใกล้ค่ายทหารทหารพากันตื่นตัวเพ่งสายตามองไปทุกทิศคบเพลิงถูกจุดมากขึ้นหน่วยสอดแนมถูกส่งตัวออกไป

     

              เดิมทีในกองทัพจะส่งหน่วยสอดแนมออกไปประจำแต่ละทิศทางกระจายตัวออกไปอยู่แล้วแต่ครั้งนี้ไม่มีใครเลยที่กลับมารายงาน ทุกอย่างเป็นไปอย่างรีบเร่งจั้วหย่งและจงฉีรีบออกมาบัญชาการทัพประตูตะวันตกส่วนลู่คงกับจางจิ้นสิงแยกกันไปทิศเหนือและทิศใต้มีเพียงทิศตะวันออกที่ไม่มีขุนพลประจำอยู่

     

              หนิงเฟยหลงเองก็คาดไม่ถึงว่าโจรเขาตงซานจะเคลื่อนพลเร็วขนาดนี้มันยังไม่ทันเคลื่อนไหว แต่อีกฝ่ายกลับเริ่มลงมือแล้ว พวกโจรเอาความมั่นใจมาจากไหนกัน?

     

              “ไม่ได้ไม่มีเวลาแล้ว ต้องรีบไปแนวหน้า”ชายหนุ่มใช้ร่างลมหวนทะยานร่างพุ่งไปทิศตะวันตกทันที

     

              ฟึบ !

     

              “ท่านแม่ทัพ !”รองแม่ทัพจั้วหย่งและรองแม่ทัพจงฉีกล่าวทัก

     

            ชายหนุ่มพยักหน้าแล้วเอ่ยถามทันที “สถานการณ์เป็นอย่างไรบ้าง ?”

             

            “หน่วยสอดแนมที่เราส่งออกไปยังไม่มีใครกลับมากองทัพโจรภูเขาน่าจะเข้ามาใกล้แล้วอีกไม่นานคงได้ปะทะกัน” จงฉีเอ่ยตอบ

             

            สีหน้าของชายหนุ่มก็พลันเคร่งขรึม ‘ไม่คิดเลยว่าในค่ายโจรจะมีผู้ที่มีฝีมือแลสติปัญญาอยู่ด้วยนี่ชักจะยุ่งยากแล้ว’ หากว่าโจรอยู่ห่างจากค่ายเกินสิบลี้มันจะสั่งเผาค่ายถอยทัพทันที แต่ขณะนี้ในมือไม่มีข้อมูลใดเลยหน่วยสอดแนมท่าจะใช้การไม่ได้แล้วอีกทั้งซู่เฟิงก็ไม่ได้ส่งข่าวมาบอกก่อนหน้านี้ด้วย ท่าทางจะถูกสงสัยแล้ว

             

            เกิดข้อผิดพลาดอะไรขึ้น ?

             

            อันที่จริงแล้วการประชุมเมื่อวานไม่ได้มีแผนการใด ๆ ออกมาทั้งนั้นมีเพียงเรื่องเสบียงอาหารและการรับศึกเท่านั้น แต่ที่คาดไม่ถึงคือพอถึงยามโฉ่ว (01.00 - 02.59 น. ) หัวหน้าใหญ่สั่งระดมพลจัดทัพโจรกว่าหนึ่งหมื่นบุกลงมาจากยอดเขาประชิดค่ายทหารของหนิงเฟยหลงซู่เฟิงจึงไม่อาจส่งข่าวได้ เพราะตัวมันเองก็ถูกเรียกให้ติดตามหัวหน้าใหญ่ไปด้วยเป็นผู้มีฝีมือฉกาจ อนาคตอาจได้เป็นหัวหน้ารอง แทนตำแหน่งหัวหน้ารองคนเก่า

             

            ซู่เฟิงเองก็ไม่กล้าขัด หากเกิดข้อผิดพลาดชีวิตน้อย ๆ ของมันก็คงจะหาไม่ใครเล่าจะไม่รักชีวิตของตน

             

              กองทัพโจรเข้ามาเยือนถึงหน้าค่ายสถานการณ์เต็มไปด้วยความตึงเครียด หัวหน้าใหญ่ออกคำสั่งโจมตีทันที ไม่มีการเจรจาโจรภูเขากรูเข้ากำแพงค่าย บันได้ถูกพาดขึ้น อีกฝ่ายธนู หน้าไม้พร้อมสรรพเตรียมรับมือข้าศึก

     

              ไม่มีขุนศึกฝ่ายใดลงมือแม้แต่คนเดียวปล่อยให้ไพร่พลฝ่ายตนประชันกันเองส่วนผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตแดนพลังเพียงแต่แผ่รัศมีกดดันกันเท่านั้นการตัดสินสงครามอาจอยู่ที่ไพร่พลหรือผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสูงของฝ่ายตนเองก็ได้หากไร้ซึ่งทหารก็ต้องพ่ายแพ้ แต่หากไร้ซึ่งขุนพลผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสูงก็ต้องพ่ายแพ้เช่นกัน

     

              แต่การที่โจรเขาตงซานเข้ามาโจมตีค่ายโดยตรงนี่ถึงแม้จะบุกสายฟ้าแลบ แต่อย่าลืมว่าค่ายนั้นถูกตั้งไปแล้วและยังมีป้อมปราการที่แข็งแกร่งยากจะพิชิตได้ แต่ฝ่ายโจรกลับบุกมาตรง ๆคล้ายจะผิดหลักพิชัยยุทธ์ แม้ว่าจะมีกำลังพลเหนือกว่า แต่ก็มากกว่าเพียงสามพันหากยังฝืนบุกต่อเช่นนี้กองทัพของพวกมันอาจถูกทำลายได้

     

              หนิงเฟยหลงไม่คิดว่าพวกโจรจะโง่เช่นนี้หากมันโง่เช่นนี้เหตุใด ทัพบูรพาจึงมิอาจเอาชัยมันได้เล่าพวกโจรอาจมีแผนการอยู่ก็เป็นได้

     

              ระหว่างที่หนิงเฟยหลงกำลังประเมินสถานการณ์และขบคิดอยู่นั้นก็มีทหารเข้ามารายงาน เนื้อตัวเต็มไปด้วยบาดแผล โลหิตยังไม่แห้ง

     

              “แย่แล้วขอรับประตูตะวันออกกำลังถูกโจมตีบัดนี้ใกล้จะต้านทานไม่ได้ ขอท่านแม่ทัพโปรดส่งทัพหนุนไปช่วย”

             

            “!!!!!!”แม่ทัพและรองแม่ทัพต่างเบิกตากว้าง “กลยุทธ์โห่ร้องตะวันออกเข้าตีตะวันตก ช่างร้ายกาจนักไม่คิดเลยว่าข้าจะหลงกลได้”หนิงเฟยหลงหลับตาลงสูดลมหายใจเข้าผ่อนลมหายใจเพื่อผ่อนคลายที่ต้องทำขณะนี้คือการหาทางออก และการจะหาแผนการที่ดีได้นั้น มันจะต้องใจเย็นก่อน

             

            ตูม !!!!

             

            หนิงเฟยหลงระเบิดพลังลมปราณ พร้อมกับตะโกนคำสั่งที่เด็ดเดี่ยว “จับหัวหน้าโจร!!”ร่างของชายหนุ่มก็ทะยานออกไปพร้อมกับจั้วหย่ง มีเพียงจงฉีที่ควบคุมสถานการณ์ไว้โดยส่งทหารไปแจ้งข่าวให้ขุนพลจางจิ้นสิงและลู่คงรวมกำลังทิศเหนือและใต้ไปช่วยทิศตะวันตก

             

            “ถึงว่าทำไมผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตแดนพลังถึงไม่ลงมือที่แท้ก็มีแผนการไว้แล้วจั้วหย่งเราต้องร่วมมือกับจับมันมาให้ได้ !”

             

            จั้วหย่งพยักหน้าพร้อมคำราม ขวานของมันก็ฟาดฟันออกไป โจรทั้งหลายบังเกิดความหวาดหวั่นถอยหนีไปรวมกับทัพหลักหัวหน้าโจรยังคงไม่ออกมา หนิงเฟยหลงต้องเผยพลังของตนเองแล้ว

             

            “ร่างลมหวน” กายมันล่องลอยดุจสายลม เคลื่อนที่เข้าไปท่ามกลางกลุ่มโจรอย่างรวดเร็วพอสายตาปะทะเข้ากับชายร่างสูงใหญ่ ผู้ที่นั่งอยู่บนม้าถือง้าวใหญ่ก็รู้ได้ทันทีว่าผู้นั้นคือหัวหน้าใหญ่ของพวกโจร“ก้ามชมจันทร์ ร่างชายหนุ่มกลายเป็นเงาพร่าเลือนหายไปจากคล้องจักษุไม่มีใครเห็นมันอีก พวกโจรต่างเบิกตากว้างกำอาวุธแน่น

             

            ไม่เว้นหัวหน้าโจรก็เช่นกันบัดนี้มันรับรู้ได้ถึงความอันตรายก็ระเบิดลมปราณแก่นแท้พลังออกมา

             

            แก่นที่พลังขั้นหก !!  จั้วหย่งหรี่ตาแคบลงมันไม่คิดเลยว่าหัวหน้าโจรจะมีพลังยุทธ์ที่สูงส่งเพียงนี้แต่เดิมมันแค่คิดว่าอย่างมากก็เป็นแก่นแท้พลังขั้นกลางส่วนต้นแต่ไม่คิดว่าถึงส่วนกลางแล้ว แม้ว่าจะแตกต่างกันเพียงขั้นเดียวแต่พลังที่เพิ่มขึ้นมานั้นมากกว่าเท่าตัว

             

            หัวหน้าสร้างพื้นที่เขตให้กับตนสัมผัสลมปราณถูกเปิดออกแต่ก็ไร้วี่แววของชายหนุ่มแต่เพียงมันละสายตาจากด้านหน้าเพียงพริบตาชายหนุ่มก็มาเยือนมันแล้วฝ่ามือเปลวเพลิงสีชาดประกบเข้ากับหน้าอกของมัน

             

            ตูม !!

             

            หัวหน้าโจรถอยกรูดกระอักโลหิตออกมา หนิงเฟยหลงตั้งใจลดทอนพลังฝ่ามือไว้ส่วนหนึ่งแต่นั่นก็เพียงพอที่จะทำให้ชายร่างยักษ์ต้องถอยออกไปหลายก้าวใบหน้ายังปรากฏความประหลาดใจ และขาวซีดชัดแล้วว่าการโจมตีเมื่อสักครู่รุนแรงอย่างมากแสดงว่าหากมันลงมือเต็มกำลังอาจสังหารหัวหน้าโจรได้เพียงฝ่ามือเดียวฝ่ามือเพลิงสีชาดนี่...สุดยอดเกินไปแล้ว !



            ***ต่อไปจะมีการเก็บหัวใจในอนาคตนะครับมาแจ้งล่วงหน้าให้ทราบกันครับ แต่ตอนส่วนใหญ่แล้วจะเป็นตอนฟรีครับ มีเพียงบางตอนเท่านั้นที่จะมีการเก็บหัวใจ และจะมีตอนฟรีจนถึงตอนจบเลยครับ ขอบคุณผู้อ่านทุกท่านที่สนับสนุนครับ***

             

    คล้ายกับเรื่องชะตาฟ้าลิขิตสวรรค์ ที่คุณอ่าน

    เทพจักรพรรดิเจ้าพิภพ [แปลจบแล้ว]

    เทพจักรพรรดิเจ้าพิภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    13.30M 1357
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ประชันยุทธ์สะท้านฟ้า

    ประชันยุทธ์สะท้านฟ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.58M 3137
    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 134
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    อหังการยอดคนเหนือยุทธ

    อหังการยอดคนเหนือยุทธ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    423K 2687
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    นิยาย แฟนตาซี
    73K 77