ณ เขตเทียนเหอ มณฑลจูเจียงภายในคฤหาสน์หลังใหญ่เปิดเครื่องปรับอากาศเย็นฉ่ำตรงข้ามกับอุณหภูมิด้านนอกให้ความรู้สึกเหมือนที่ตรงนี้เป็นหมู่บ้านบนเขาหลบร้อน
ด้านนอกออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมตะวันตก แต่ด้านในอบอวลไปด้วยกลิ่นไอแห่งอารยธรรมจีนตกแต่งด้วยยันต์แปดทิศ และพัดในแบบขงเบ้ง... ปูพื้นด้วยพรมสไตล์ราชวงศ์ถังเหนือพรมมีผู้หญิงวัยสิบห้าสิบหกกำลังมุงชี้หน้าจอแลปท็อปกันอย่างตื่นเต้น
“เขานั่นแหละ! เขาคนนี้แหละ!” หญิงสาวคนหนึ่งคลิกเม้าส์กดไลก์จนนิ้วแทบลุกเป็นไฟเธอจ้องมองหน้าจอแลปท็อปด้วยแววตาบ้าผู้ชาย “ให้ตายเถอะ... หล่อมาก!หล่อระเบิดเลย!”
“ใช่ไหมล่ะ! เธอเองก็คิดว่าหยางอวี้หล่อสินะ!วันนี้มีรูปของเขาลงที่หน้าเว็บไซต์หลักของอวี้หลินเว่ยด้วย! ช่างหล่อวัวตายควายล้มอะไรขนาดนี้!”
“ใช่ๆๆ ! หล่อจนฉันแทบอยากเลียหน้าจอแล้วตอนนี้!”หญิงสาวอีกคนมองหน้าจอแลปท็อปจนหัวแทบมุดเข้าไปในเครื่อง“สมแล้วที่เป็นเทพบุตรคนใหม่ของฉัน!”
“มีถ่ายทอดสดตอนกี่โมง? !” “ยังเหลือเวลาอีกหนึ่งชั่วโมงกว่าจะถ่ายทอดสด!สื่อมีเดียใหญ่ๆ อย่างซิวสิงนิวส์ ซิวสิงอายส์และคูลซิวก็ไปกันหมด!”“ได้ยินว่ามีคนจากสำนักงานใหญ่อวี้หลินเว่ยไปด้วย! แล้วยังมีเสี่ยวฉู่อีก!”“โห!เขาไปทำไม! นี่กะจะให้แฟนคลับของเขากับแก๊งค์พวกเราชาวหยางอวี้ตีกันเหรอ!”
เสียงดังจอแจไม่หยุด พากันตื่นเต้นไม่หยุด แลปท็อปทุกเครื่องที่อยู่ด้านหน้าพวกเธอตอนนี้ล้วนปรากฏหน้าเว็บไซต์ผู้ฝึกตนแห่งหวาซย่าซึ่งวันนี้มีพาดหัวข้อตัวหนังสือสะดุดตาอยู่หนึ่งแถว
“นักเรียนรุ่นที่ 16 ‘ผู้ชนะ’ ตัวจริง หายตัวสามปีพบปรากฏที่บึงบงกชจตุทิศ สังหารทายาทตระกูลหมิงดับคาภูเขาไฟเหล่าเฮยซาน!”
พร้อมกับแนบภาพเหตุการณ์ที่เขาเหล่าเฮยซานวันนั้นตอนนี้สวีหยางอี้ยืนชูศีรษะหมิงเสินแล้วก็ภาพซากศพปีศาจขนาดมหึมา
“รูปนี้นี่แหละ! อ้ายยยย! โคตรหล่อเลย!” หญิงสาวทั้งหลายพากันมุงดูรูปอย่างตื่นเต้นคลั่งไคล้สักพักก็เอามือทาบอกพร้อมกับมุ่ยปาก “เสียดายที่ฉันเข้าไปไม่ได้!ไม่งั้นฉันคงได้เห็นตัวจริง!”
ณ มณฑลหนานเหอ ภายในหอพักนักศึกษาที่อยู่ข้างมหาลัยฯผู้ชายสามคนกำลังเคาะแป้นพิมพ์กันอยู่หลังจากนั้นสามนาทีก็พากันเข้าไปที่หน้าเว็บไซต์ผู้ฝึกตนแห่งหวาซย่า
แต่ว่าหน้าเว็บไซต์เด้งขึ้นมา พวกเขาถึงกับอึงค้างไปตามๆ กัน!
“ทายาทแห่งตระกูลหมิง! ?” ผู้ฝึกตนขั้นจู้จีคนหนึ่งอุทานอย่างสลดลูกตาของเขาแทบถลนออกจากเบ้าผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังจะจุดบุหรี่ตกใจจนบุหรี่ร่วงจากมือเขารีบหยิบขึ้นมาใหม่อย่างลุกลี้ลุกลน พร้อมเอ่ยขึ้นอย่างตกตะลึง “ล้อเล่นใช่ไหม?!ตระกูลหมิงที่บำเพ็ญเพียรปีศาจน่ะเหรอ?!”
“น่าจะใช...” ผู้ชายที่อยู่ข้างๆคนหนึ่งกลืนล้ำลายอึกพลางชี้นิ้วไปที่หน้าจอ “เจ้าสิ่งสิ่ง...ฉันเคยได้ยินผู้นำตระกูลเล่าให้ฟัง มันก็คือหุ่นเชิดของตระกูลหมิง...”
“แต่ไม่น่าเป็นไปได้ ต่อให้เขาจะเก่งกาจแค่ไหน ก็เป็นแค่ผู้ฝึกตนขั้นเลี่ยนชี่...แล้วทำไมถึงได้ขึ้นหน้าหลักล่ะ?”
แต่อย่างไรก็ตามบนหน้าเว็บไซต์ผู้ฝึกตนแห่งหวาซย่าวันนี้เต็มไปด้วยคอมเม้นท์เกี่ยวสวีหยางอี้แน่นเอี้ยด!
“หยางอวี้ (หยางอี้) รายงานตัวต่อหน้าเหล่าขุนศึก!”“โฉมหน้าใหม่ในโลกผู้ฝึกตน” และคอมเม้นท์อื่นๆ อีกมากมายทั้งหมดล้วนมาจากบรรดาผู้ฝึกตนสาวทั้งสิ้น!
“ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ฉันคือแฟนคลับหยางอวี้อย่างเป็นทางการ!เทพบุตรแห่งโชคชะตาของฉัน!” โพสต์จาก... แมวโรบอท
“นี่มันพระเอกซีรี่ย์เรื่องยัยตัวร้ายกับนายต่างดาวชัดๆ!แวบแรกที่เห็นคุณ! ฉันก็ยอมสยบทันที! โปรดให้ฉันสยบบนกางเกงยีนของคุณทีเถอะ!” โพสต์จาก...ดอกหม่าแห่งจิงตู
“ไม่อยากเชื่อเลย หน้าตา หล่อเหลาแทบเท่าท่านฉู่ของฉันได้เลย...”โพสต์จาก... ดอกไม้ริมทาง
“คอมเม้นท์บน! นี่เป็นโพสต์เกี่ยวกับหยางอวี้!อย่าเอาชื่อคุณฉู่มาพูดในนี้! หลบไปซะ!” โพส์ตจาก... หญิงเถื่อน
ในเวลาเดียว อีกด้านหนึ่ง สวีหยางอี้กับเลื่อนเม้าส์ดูโพสต์ต่างๆบนหน้าจอแลปท็อป
“หัวหน้าคะ” อยู่ๆ เลขาฯผู้หญิงคนหนึ่งอายุราวยี่สิบสี่ปีก็เดินเข้ามาอย่างกระฉับกระเฉงแลดูมีมาดนัก ก่อนพูดขึ้นอย่างมั่นใจ “ใกล้จะได้เวลาแล้วผู้ช่วยและหัวหน้าแผนกบัญชีที่คุณต้องการพบตอบรับคำเชิญของคุณแล้วและได้มาถึงมณฑลหมิงสุ่ยตั้งแต่ห้านาทีก่อนหน้านี้แล้วและตอนนี้สื่อจากซิวสิงนิวส์ ซิวสิงอายส์และซิวคู่มากันครบแล้วค่ะ”
สวีหยางอี้ผละมือออกจากเม้าส์ พลางหันมาด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง
ในห้องนี้ถูกตกแต่งอย่างวิลิศมาหรา
บนเพดานไร้ซึ่งโคมไฟระย้าใดๆ แต่กับมีแสงนวลเรืองออกมาจากเพดานไม่พร่างพราวเสียดตา แต่ก็ไม่มืดทึบหมองมัว
เฟอร์นิเจอร์ภายในทำจากไม้อะไรสักอย่างทั้งหมด ลายฉลุงามวิจิตรหรูหรากลิ่นหอมอ่อนๆ จากเนื้อไม้ฉิวโชยต้องจมูกเปิดโสตรับกลิ่นทันทียามได้สูดดมชวนให้จิตใจผ่องแผ้วยิ่ง
ด้านล่างชุดเฟอร์เจอร์ไม้หอมอันแฝงด้วยกลิ่นไอโบราณคือพรมสีฉาดปักดิ้นทองเป็นลวดลายสิบสองนักษัตรผนังรอบห้องแขวนตกแต่งด้วยภาพวาดสีน้ำหมึกจีนที่มาจากศิลปินผู้เลื่องชื่อทั้งนั้นไม่รู้ว่าเป็นของปลอมหรือของแท้แต่ขับให้ห้องนี้ดูดีมีระดับยิ่งนัก แม้มีฝุ่นผงเกาะรำไรแต่ก็ไม่รู้ติดขัดแม้แต่น้อย กลับชวนให้รู้สึกเก่าแก่
ภายในห้องขนาดหนึ่งร้อยปิง[1]นี้ ปราศจากความประดักประเดิดใจแม้แต่น้อย
เขากวาดมองเลขาฯด้านหน้าที่กำลังก้มคำนับลงค่อนข้างลึกไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจงใจหรือกระไร เพราะจากมุมที่เขานั่งอยู่ดันมองเห็นเนินอกขาวอวบอิ่มแทบจะเอ่อทะลักออกมาจากชุดสูทสตรีพอดีเส้นโค้งนูนจรดกันเกิดเป็นร่องเบียดเสียดกระตุ้นอารมณ์
“C-มู่ตัน[2]”สวีหยางอี้สวมใส่เชิ้ตสีขาวหิมะเรียบหรู กลิ่นหอมจากน้ำหอมชนิดโคโลญจ์จางๆซ่านกลิ่นอย่างมีเสน่ห์ จับคู่กับกางเกงทหารขายาวสีดำเข้มขรึมเมื่อเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายทั้งหมดอยู่บนเรือนร่างกำยำผนวกกับใบหน้าคมคายหล่อเหลาของเขาแล้ว เสื้อผ้าแสนเรียบง่ายก็ดูดีมีระดับขึ้นมาทันทีเขาเอื้อมมือไปหยิบเสื้อแจ็คเก็ตที่พาดอยู่บนผนักพิงเก้าอี้พลันสะบัดขึ้นมาสวมใส่ด้วยท่วงท่าอันเป็นธรรมชาติขับเสน่ห์ในตัวเขาออกมาอย่างล้นหลามครั้นขยับจัดระเบียบเสื้อผ้าเสร็จสิ้นจึงเอ่ยถาม “คนอื่นล่ะ?”
ได้โปรดให้ฉันช่วยจัดแจ้งเสื้อผ้าบนตัวคุณเถอะค่ะ!
มู่ตันได้แค่คิดเช่นนี้อยู่ในใจ แต่ไม่กล้าพูดออกไปด้วยประสบการณ์การเป็นเลขาฯ มืออาชีพมาโชกโชนเธอแยกแยะได้ทันทีว่าเนื้อชนิดไหนคุณภาพดีน่ากิน วันแรกที่ได้พบเจ้านายตัวเอง...เธอก็รู้ขึ้นมาทันที... เนื้ออ่อนชิ้นนี้ทำเอาเธอน้ำลายสอยิ่งนัก...
แต่ว่า... เธอทำได้มากสุดก็แค่จินตนาการ...
“คนอื่นๆ อยู่ในงานกันครบแล้วค่ะ เหลือแค่หัวหน้าคนเดียว”มู่ตันพยายามกลบแววตาอันกระเหี้ยนกระหือรือของตัวเองและปรับน้ำเสียงพูดขึ้นด้วยความเคารพ
“อืม” ครั้นได้ยินเสียงพื้นรองเท้าหนังกระทบพื้นผ่านหน้าเธอไปจึงหยัดตัวเงยหน้าขึ้นมาถอนหายใจเสียงแผ่ว
เหงื่อเย็นผุดบนหน้าผากเธอรำไร หัวหน้าคนใหม่คนนี้...ต่อให้ไม่มีศักดิ์เป็นผู้ชนะ... แค่ท่าทางการวางมาดของก็ทำเอาเธอไม่สบตาตรงๆ แล้ว
ไม่ใช่เหมือนพวกมือใหม่ที่เพิ่งจบจากเทียนเต้าแต่เป็นผู้ฝึกตนตัวจริงที่มืออาบเลือดมาแล้ว และยิ่งไม่ใช่พวกผู้ฝึกตนที่นั่งทำงานอยู่ในออฟฟิศแต่ว่า...
เขาเป็นผู้ฝึกตนที่ทำหน้าที่ในสนามรบเท่านั้น
ก่อนหน้านี้สามปี เขาผ่านอะไรมาบ้างนะ?
เธอเดินตามหลังเขา โดยพยายามลดแรงกระแทกของส้นเท้าให้ได้มาที่สุดเพราะเกรงจะรบกวนโสตประสาทอกฝ่าย
สวีหยางอี้ไม่ใช่คนพูดเยอะ เขาเดินออกจากห้องอย่างเงียบๆด้านนอกเป็นโถงทางเดิน พื้นปูด้วยพรมสีแดงเป็นทางยาวประมาณยี่สิบเมตรได้ ทุกๆสามเมตรจะมีคนในชุดเครื่องแบบสีดำประจำอยู่จุดละหนึ่งคนบนหน้าอกเป็นด้วยตราองค์กรรูปดาบไขว้ขอบขนนก
บนชุดเครื่องของสวีหยางอี้ก็มีเช่นกัน
ขณะที่เขาเดินอยู่ ทุกคนที่เดินผ่านเขาล้วนโค้งคำนับทำความเคารพกันทุกคนเขาได้แต่พยักหน้าตอบรับและเดินออกจากโถงทางเดิน
ด้านนอกโถงทางเดินคือห้องโถงขนาดใหญ่ประมาณห้าร้อยปิงมีผู้ฝึกตนขั้นเลี่ยนชี่ระดับกลางและระดับต้นหลายสิบคน สวมใส่ชุดเครื่องแบบสีดำเหมือนกันมือสองข้างขนานนาบลำตัวตรงกลางห้องโถงมีโต๊ะประชุมวงรีกว้างเจ็ดถึงแปดเมตรหนึ่งตัว
มีผู้เฒ่านั่งอยู่หัวโต๊ะด้วยสีหน้าเคร่งขรึมชุดเครื่องแบบสีดำขับแววเหี้ยมโหดของเขาออกมาเด่นชัด ใบหน้าเจือรอยยิ้มเบาบาง
มีกล้องถ่ายวิดีโอและกล้องถ่ายภาพนิ่งหลายตัวรายล้อม โดยเลนส์กล้องจ่อไปยังจุดเดียวกัน...ตรงโต๊ะประชุมตัวใหญ่
“เริ่มแล้ว! เริ่มแล้ว!” ด้านหน้าแลปท็อปหลายเครื่องตามสถานที่ต่างๆทั่วหวาซย่า มีผู้ฝึกตนจำนวนมากกำลังชมถ่ายทอดสดด้วยแววตาตื่นเต้นและเปี่ยมล้นไปด้วยความหวังเพราะภาพที่พวกเขาเห็นบนหน้าจอก็คือความใฝ่ฝันของพวกเขาเช่นกัน!สักวันพวกเขาก็อยากไปอยู่ตรงจุดนั้นเหมือนกัน!
ทุกอาชีพบนโลก ล้วนเปี่ยมด้วยความหวังด้วยกันทั้งนั้น อาชีพผู้ฝึกตนเองก็เช่นกัน
ภาพที่เห็นบนหน้าจอนี้ คิดว่าทุกคนสามารถทำได้งั้นเหรอ? การลงนามเซ็นสัญญากับอวี้หลินเว่ยอย่างเป็นทางการและยิ่งใหญ่เอิกเกริกแบบนี้
คิดว่าการก่อตั้งกองกำลัง แล้วผู้อำนวยการสาขาจะเข้าร่วมเป็นสักขีพยานกันทุกคนงั้นเหรอ?
ฝันไปเถอะ!
หากไม่ใช่ผู้ชนะประจำมณฑลที่ห้าปีจะมีคนที่เปี่ยมด้วยคุณสมบัติของวีรบุรุษตัวจริงปรากฏมาแล้วคิดอยากให้ทั่วทั้งโลกผู้ฝึกตนรู้จักตัวเองงั้นเหรอ?
ฝันไปเถอะ!
“สหายสวี” ผู้เฒ่าหัวโต๊ะยืนขึ้นระบายยิ้ม “ฉันคือเชียนเริ่น ผู้อำนวยการอวี้หลินเว่ยสาขาย่อยในมณฑลหมิงสุ่ย”
แกสินะ... ที่เป็นคนรับคำสั่งสังหารมาจากฝู่หยุนเจินเหริน
สวีหยางอี้แอบกวาดมองเชียนเริ่นอย่างเงียบๆภายในใจจดจำรูปร่างหน้าตาของอีกฝ่ายได้ขึ้นใจแล้ว
“คำนับท่านอำนวยการ” สวีหยางอี้คลี่ยิ้มประสานมืออย่างมีมารยาท“หลังจากนี้ ต้องรบกวนท่านผู้อำนวยเชียนเริ่นด้วยครับ”
ด้านหน้าหน้าจอแลปท็อปตอนนี้ผู้ฝึกตนขั้นเลี่ยนชี่ระดับต้นทั้งหลายต่างหวังอยากให้คนที่ยืนอยู่ตรงนั้นเป็นตัวเองกันทุกคน
“ผู้ชนะแห่งมณฑลหนานถง เทียนเต้า รุ่นที่ 16”ในรายการถ่ายทอดสดบนเว็บไซต์ผู้ฝึกตนแห่งหวาซย่าผู้ชายวัยกลางคนในชุดเครื่องแบบสีดำคนหนึ่งค่อยๆ ลุกขึ้นจากนั้นพูดขึ้นอย่างเสียงดังฟังชัด “ขอยืนยันต่อหน้าสาธารนะชน ผู้ชนะของรุ่นที่ 16คือนักเรียนรหัส TD-01จากโรงเรียนเทียนเต้าสาขาย่อยแห่งเมืองอวี้หยาง”
บรรยากาศเงียบสงัดไร้สรรพเสียงมีเพียงเสียงของผู้ชายวัยกลางคนเพียงคนเดียวภาพทั้งหมดที่เกิดขึ้นในเหตุการณ์ถูกเผยแพร่ไปทุกซอกทุกมุมในโลกผู้ฝึกตน
“หลังได้รับการตรวจสอบและยืนยัน เมื่อสามปีที่แล้วอวี้หลินเว่ยได้เสนอเงื่อนไขเข้ารับทำงานให้แก่นายสวีหยางอี้โดยมีเงื่อนไขดังนี้...” นาทีนี้ ผู้ชมจำนวนไม่น้อยแทบนั่งไม่ติดเก้าอี้กันแล้วดวงตาเปล่งประกายราวกับว่าตัวเองคือผู้ชนะ
ไอ้จังหวะการเว้นช่วงลุ้นระทึกแบบนี้... แม่ง! ใครเป็นคนคิดวะ!
“นายสวีหยางอี้มีสิทธิเข้ารับตำแหน่งหัวหน้ากองกำลังโดยมีสิทธิคัดสรรสมาชิกด้วยตัวเอง มีนักบัญชีประจำกองหนึ่งคนที่ปรึกษาทางด้านการตลาดหนึ่งคน ที่ปรึกษาการประเมินงานหนึ่งคนเลือกสมาชิกเข้ากองกำลังได้ยี่สิบคนโดยทางองค์กรอวี้หลินเว่ยขอมอบเงินตั้งต้นให้เป็นจำนวน...”ผู้ชายวัยกลางคนหยุดชะงักลงกลางคัน เพ่งสายตามองสัญญาอย่างถี่ถ้วนก่อนหันไปมองหน้าเชียนเริ่นด้วยแววตาไม่แน่ใจ
“ให้ตายเถอะ! จะเว้นช่วงทำพระแสงอะไรวะ? !” “พูดรวดเดียวจบไม่เป็นเหรอ?!”“อย่าคิดว่าฉันโมโหใครไม่เป็นนะ... ถ้าฉันเป็นบ้าขึ้นมาจะทำไง!”
คำสบถพวกนี้หลุดออกมาจากปากผู้ชมที่รอดูอยู่ทางบ้านอย่างใจจดใจจ่อ!
เชียนเริ่นคลี่ยิ้ม ทว่าภายในใจแทบหลั่งเลือดแต่ก็ต้องพยายามปั้นหน้าใจดีให้ได้เนียนที่สุด สุดท้ายก็พยักหน้า
หัวใจผู้ชายวัยกลางคนเต้นระรัว
มีการปรับเปลี่ยนตัวเลขงั้นเหรอ?
กะทันหันงั้นเหรอ?
ก่อนหน้านี้ตัวเองจำได้ว่าไม่ใช่ตัวเลขนี้หนิ!ทำไมตอนนี้เพิ่มสูงขึ้นแล้วล่ะ?!
แม้ตัวเขาไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์การแข่งขันชิงอันดับในตอนนี้แต่ว่าภายในใจเขาเข้าใจการทำงานขององค์กรตัวเองเป็นอย่างดี เพื่อจูงใจให้ดีคนที่ต้องการมาองค์กรก็พร้อมจะทุ่มสุดตัว!
“เป็นจำนวนทั้งสิ้น...” เขาเอ่ยปากขึ้นอีกครั้งผู้ชมทางบ้านพากันลุ้นตัวโกง
“นายคิดว่าได้เท่าไหร่?” หึ เว้นวรรคไอ้เฮงซวยมากวัยรุ่นด้านหน้าจอแลปท็อปถามเพื่อนที่อยู่ข้างๆ ด้วยแววตาลุ้นระทึก“ฉันคิดว่าน่าจะได้หินวิญญาณไม่ต่ำกว่าสามพันก้อน!”
“สามพันงั้นเหรอ?” เพื่อนที่อยู่ข้างๆกรอกตาพลางจิบน้ำ “เป็นไปไม่ได้หรอก มีดีขนาดนั้นเชียวเหรอ?”
“เขาเป็นถึงผู้ชนะเชียวนะ!แล้วยังเป็นผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์โศกนาฏกรรมของจูหงเสวี่ยในปี 2016 เชียวนะ! ไหนจะสังหารทายาทตระกูลหมิงได้อีก!”
ชายวัยกลางคนสูดลมหายใจเข้าลึกๆ “หินวิญญาณสิบตัน!”
“เชี้ย! !” “ฉันไม่ได้หูฝาดไปใช่ไหม? !” “นะ นะนี่ล้อฉันเล่นอยู่เหรอ?!” “ของฉู่เจาหนานได้แค่แค่หนึ่งหมื่นก้อนเอง!สิบตัน... ก็ตกประมาณหนึ่งหมื่นเจ็ดพันก้อน? !” “นี่น่าจะเป็นอันดับสองในประวัติศาสตร์!ไม่นับของเมี่ยรื่อที่ได้รับสองหมื่นสี่พันก้อน...เขาคือคนที่ได้รับเงินตั้งต้นมากที่สุดถัดจากเมี่ยรื่อแล้ว! !”
--------------------------------------------------------------------------------
[1] ปิง คือหน่วยวัดพื้นที่ของจีน 1 ปิงมีค่าเท่ากับ 3.305 ตารางเมตร
[2] มู่ตัน คือดอกโบตั๋น