“พวกเจ้าอยู่นี่เอง หลี่กงกงกำลังตามหาพวกเจ้าอยู่นะ!” ชุ่ยหลิงสังเกตเห็นว่าข้างจมูกของคนผู้หนึ่งมีไฝดำเม็ดหนึ่งอยู่ข้างจมูก นางจึงหาวิธีพูดจาเพื่อกันตัวคนข้าง ๆ ให้ออกไป
“หลี่กงกงอยู่ที่ไหนหรือ?” ขันทีอีกคนพอได้ยินดังนั้นก็ลุกลนขึ้นมาทันที
หลี่กงกงเป็นหัวหน้าโรงชำระล้าง พวกเขาไหนเลยจะกล้าปล่อยให้หัวหน้ายืนรออยู่ข้างนอกนาน ๆ
“อยู่ตรงหน้าประตูนี่เอง!” สิ้นเสียงของชุ่ยหลิง จ้าวเหนิงก็ลุกขึ้นปัดเศษฝุ่นตามเสื้อผ้าเตรียมตัวออกไป
หลี่เอ้อร์เตรียมจะเดินตามออกไปทันที ทว่าชุ่ยหลิงกลับคว้าแขนของขันทีผู้นั้นเอาไว้ไม่ยอมให้ไป
“พี่ชาย ช่วยข้าหน่อยเถิด ช่วยข้ายกถังอุจจาระนี้ขึ้นรถทีนะ!” ชุ่ยหลิงทำหน้าน่าสงสารอ้อนวอนหลี่เอ้อร์
หลี่เอ้อร์มองชุ่ยหลิงที่มีใบหน้าจิ้มลิ้มพริ้มเพรา ภายในใจก็พลันอ่อนยวบ
แม่นางน้อยคนนี้ช่างงดงามนัก ในเมื่อนางเป็นฝ่ายทอดสะพานมาให้ ไม่แน่ว่าคืนนี้อาจจะได้หาความสำราญกัน
แม้ว่าเขาจะสูญเสียสิ่งที่จะแสดงความเป็นชายชาตรีไปแล้ว แต่การได้ลูบคลำเรือนร่างหอมกรุ่นนุ่มนวล สำหรับพวกเขาแล้วก็เพียงพอจะทำให้พวกเขาสุขสมได้แล้ว
หลี่เอ้อร์พยักหน้า สายตามองนางอย่างกรุ้มกริ่ม มือก็ฉวยโอกาสลูบคลำมือของชุ่ยหลิงขณะที่ช่วยกันยกถังอุจจาระ
“เช่นนั้นข้าล่วงหน้าไปก่อนนะ!” จ้าวเหนิงร้องบอกคำหนึ่งแล้วเดินออกไป
เจาหยวนฮองเฮายืนแอบดูอยู่ที่มุมหนึ่งตลอดเวลา เมื่อเห็นว่าตรงลานซักล้างเหลือเพียงชุ่ยหลิงกับขันทีต้องสงสัยผู้นั้น นางจึงชะโงกหน้าออกไปส่งสายตาให้หวังกงกงที่รออยู่ในตำหนักข้าง ๆ
หวังกงกงซึ่งเป็นหัวหน้าขันทีฝ่ายในพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะโบกมือคราหนึ่ง ขันทีรูปร่างกำยำหลายคนก็รีบกรูกันเข้ามา
ขันทีน้อยเหล่านั้นก้าวฉับ ๆ เข้าไปในโรงชำระล้างแล้วพุ่งเข้าใส่ ยังไม่ทันที่หลี่เอ้อร์จะตั้งตัว พวกเขาก็รีบอุดปากและจับแขนขาของหลี่เอ้อร์ไว้แน่น
“พาตัวไป!” หวังกงกงสั่งเสียงต่ำ ขันทีน้อยหลายคนจึงช่วยกันหิ้วปีกหลี่เอ้อร์ไปยังห้องเล็กด้านข้าง
ใบหน้าของหลี่เอ้อร์เต็มไปด้วยความหวาดกลัว เขาเบิกตากว้างจนลูกตาแทบจะถลนออกมา
เกิดอะไรขึ้น? ทำไมต้องจับเขาด้วย?
เมื่อเห็นว่าหลี่เอ้อร์ไม่ยอมอยู่นิ่ง หวังกงกงจึงซัดหมัดใส่เขาอย่างแรงไปหนึ่งที พร้อมกระซิบขู่ “อยู่นิ่ง ๆ ให้ข้าเดี๋ยวนี้!”
ฮองเฮาเคยรับสั่งไว้ว่าให้ทำเรื่องนี้อย่างเงียบเชียบ ดังนั้นการจับกุมในครั้งนี้จึงไม่ได้ส่งเสียงดังวุ่นวาย และไม่ดึงดูดความสนใจจากผู้อื่น
เดิมทีโรงชำระล้างแห่งนี้ก็มีกลิ่นเหม็นคละคลุ้งอยู่แล้ว คนที่อยู่ข้างในก็มีน้อย อีกทั้งบริเวณรอบ ๆ ก็ไม่มีใครมาเดินเตร็ดเตร่
พวกขันทีคุมตัวหลี่เอ้อร์มาถึงห้องเล็กแล้วจึงปล่อยตัวเขา หลี่เอ้อร์เจ็บจนเหงื่อเย็นผุดพรายเต็มหน้าผาก ตอนแรกเขาดิ้นรนอย่างรุนแรง แต่ตอนนี้กลับไม่มีเรี่ยวแรงเหลือแล้ว
ตอนนั้นเองหลี่เอ้อร์จึงมองเห็นชัดเจนว่าผู้ที่มาคือใคร เบื้องหน้าของเขาคือหัวหน้าขันที หวังซิ่งเต๋อ
พอเห็นว่าเป็นหวังกงกงลงมือมาจับเขาด้วยตนเอง เขาก็ถึงกับขวัญหนีดีฝ่อ ตกลงว่าเป็นเรื่องอันใดกัน ถึงกับต้องรบกวนให้หวังกงกงออกโรงเอง? หรือว่าเรื่องเลวร้ายที่เขาทำไว้จะถูกจับได้แล้ว? แต่ว่าเป็นเรื่องไหนล่ะที่ถูกจับได้?
เขาเริ่มครุ่นคิดทบทวนอยู่ในใจ แอบพบกับนางกำนัล? ขโมยทรัพย์สินในวัง? หรือว่าเรื่องที่หลอกล่อองค์ชายใหญ่? แต่ว่าทุกครั้งที่เขาลงมือล้วนระมัดระวังตัวเป็นอย่างดี เขาเชื่อมั่นว่าตนเองไม่ได้ทิ้งร่องรอยใด ๆ ไว้
“ไอ้บ่าวชาติหมา คุกเข่าให้ดี!” หวังกงกงตวาดเสียงแหลมปรี๊ด พลางเตะเข้าที่ขาของหลี่เอ้อร์ไปหนึ่งที
หลี่เอ้อร์ร้องด้วยความเจ็บปวด เขารีบจัดระเบียบร่างกายแล้วคุกเข่าอย่างเรียบร้อย
“ผู้ที่อยู่เบื้องหน้าเจ้าคือฮองเฮา! อย่ามากลอกตาไปมา เก็บแผนการชั่วร้ายของเจ้าไปเสีย! สีหน้าท่าทางมีพิรุธ ในท้องคงมีแต่เรื่องชั่วช้าสิเนี่ย!” หวังกงกงด่าทอจบก็ถลึงตาใส่หลี่เอ้อร์ที่อยู่บนพื้น ชื่อเสียงของขันทีต้องมาป่นปี้ก็เพราะคนอย่างพวกเจ้านี่แหละ!
หลี่เอ้อร์มองดูสตรีที่นั่งหลังตรงอยู่เบื้องหน้า นางมีใบหน้างดงาม กิริยาท่าทางสง่าผ่าเผย ทว่าสีหน้ากลับแฝงไปด้วยโทสะ
นี่หรือคือฮองเฮา?
เพียงแต่เหตุใดนางถึงแต่งกายได้เชยและซอมซ่อถึงเพียงนี้ บนตัวไม่มีแม้แต่เครื่องประดับที่ดูดีสักชิ้น หน้าตานั้นงดงามอยู่หรอก แต่ดูอย่างไรก็ไม่เหมือนเจาหยวนฮองเฮาผู้ครอบครองทรัพย์สมบัติแห่งวังหลังและสูงส่งสง่างามเลยสักนิด?
หลี่เอ้อร์ไม่เคยเห็นฮองเฮามาก่อน เพียงแต่เคยได้ยินวีรกรรมของพระองค์มาบ้าง ดังนั้นเมื่อมองดูคนตรงหน้า เขาจึงรู้สึกลังเลสงสัย เมื่อมองไปยังสตรีที่ยืนอยู่ข้างกายฮองเฮา เขาก็จำได้ว่าเป็นนางกำนัลที่ขอให้ช่วยเมื่อครู่นี้ สตรีผู้นี้คือคนของฮองเฮางั้นหรือ?
“ถุย!” ชุ่ยหลิงถ่มน้ำลายอย่างรังเกียจ พลางใช้ผ้าเช็ดหน้าถูมือของตนเองอย่างแรง
“พูดมา ใครเป็นคนสั่งให้เจ้าหลอกล่อองค์ชายใหญ่ไปที่ห้องพระ?” เจาหยวนฮองเฮาเข้าเรื่องทันที
หลี่เอ้อร์กะพริบตา
อ้อ ที่แท้ก็เรื่องนี้นี่เอง
เขาชั่งน้ำหนักในใจอย่างรวดเร็ว ผู้ที่อยู่ตำหนักเฝ่ยชุ่ยคือพระสนมเฉินเฟย เป็นสตรีที่มีตำแหน่งสูงส่งในวัง ส่วนฮองเฮาตรงหน้าก็คือผู้กุมอำนาจสูงสุดของเหล่าสตรีในวังหลัง ทั้งสองพระองค์ล้วนไม่ใช่ผู้ที่เขาจะล่วงเกินได้ ไม่ว่าจะล่วงเกินผู้ใด ชีวิตน้อย ๆ ของเขาก็คงรักษาไว้ไม่ได้แล้ว
‘วันนี้ฮองเฮาเสด็จมาอย่างเงียบเชียบ คงเป็นเพราะไม่มีหลักฐาน กลัวว่าจะแหวกหญ้าให้งูตื่นถึงได้ทำเช่นนี้ ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ไม่สู้กัดฟันปากแข็งไม่ยอมพูดอะไรออกไปจะดีกว่า อย่างไรเสียตอนนั้นก็ไม่มีผู้อื่นสังเกตเห็นว่าเขาพูดอะไรกับองค์ชายใหญ่’
หลี่เอ้อร์โขกศีรษะลงกับพื้นอย่างนอบน้อม ใบหน้าแสร้งทำเป็นบริสุทธิ์ใจ “ทูลฮองเฮา บ่าวไม่ทราบว่าพระองค์ทรงหมายถึงเรื่องอันใดพ่ะย่ะค่ะ?”
“บ่าวไม่เคยพบองค์ชายใหญ่เลยนะพ่ะย่ะค่ะ! องค์ชายใหญ่สูงส่งถึงเพียงนั้น บ่าวจะไปเคยพบได้อย่างไร?” หลี่เอ้อร์ทำหน้าราวกับได้รับความอยุติธรรมเสียเต็มประดา
“มารดามันเถอะ! คิดจะเสแสร้งเล่นลิ้นกับข้างั้นหรือ?” เจาหยวนฮองเฮาโกรธจัดจนตบหน้าหลี่เอ้อร์ไปหนึ่งฉาด
หลี่เอ้อร์รู้สึกหูอื้อ ศีรษะมึนงง สตรีผู้นี้เหตุใดถึงได้มีเรี่ยวแรงมหาศาลนัก?
เมื่อได้ยินฮองเฮาสบถด่า หวังกงกงก็ถึงกับชะงักงัน เขาไม่รู้ว่าควรจะแสดงสีหน้าเช่นไรในเวลานี้ ได้แต่กะพริบตาปริบ ๆ และโค้งตัวลงเตรียมจะขอคำชี้แนะจากฮองเฮาว่าควรทำอย่างไรต่อไป ทว่ากลับถูกละอองน้ำลายที่กระเซ็นมาเปื้อนเต็มใบหน้า
“พวกเจ้าตีมันให้ข้าเดี๋ยวนี้! ไม่ตักน้ำใส่กะโหลกชะโงกดูเงาตัวเองเสียบ้าง บังอาจมาคิดร้ายกับลูกชายของข้า! ไอ้สุนัขหน้าด้านไร้ยางอาย!”
“ฮองเฮาโปรดพิจารณาด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ! บ่าวหนังหยาบเนื้อหนา อย่าให้มือของพระองค์ต้องมาแปดเปื้อนเลย บ่าวเป็นบ่าวที่จงรักภักดีนะพ่ะย่ะค่ะ หากตีบ่าวจนตาย พระองค์ก็จะสูญเสียบ่าวชั้นดีที่คอยขัดถังอุจจาระไปคนหนึ่งเลยนะพ่ะย่ะค่ะ!” หลี่เอ้อร์อ้อนวอนขอร้องไม่ให้ฮองเฮาลงไม้ลงมือกับเขา
“พูดจาปลิ้นปล้อนนัก เอาไม้กระดานมา!” เจาหยวนฮองเฮาโกรธจนตัวสั่น ไม่คิดเลยว่าไอ้บ่าวสารเลวคนนี้จะปากแข็งถึงเพียงนี้
“ฮองเฮา พระองค์จะลงทุบตีเพื่อให้บ่าวรับสารภาพไม่ได้นะพ่ะย่ะค่ะ!” หลี่เอ้อร์หมอบราบนอนกับพื้นร้องขอชีวิต
“เหอะ นี่เจ้ากำลังข่มขู่ข้าอยู่งั้นหรือ?” เจาหยวนฮองเฮาปรายตามองเขาอย่างเหยียดหยาม
นางอยู่ในวังหลังมานาน คนแบบไหนบ้างที่ไม่เคยพบเจอ? บ่าวที่ปากแข็งเช่นนี้คงจะได้รับผลประโยชน์มาไม่น้อย ขันทีผู้นี้ดูแล้วไม่ได้เกรงกลัวนางเลยสักนิด คิดว่าคงเป็นเพราะเห็นว่าไม่มีหลักฐาน หรือไม่ก็คิดว่าฮองเฮาอย่างนางไร้อำนาจบารมีในวังหลัง จึงไม่อาจทำอันใดเขาได้
“เป็นเพราะปกติข้าเมตตาปรานีเกินไป มือไม่เคยเปื้อนเลือดกระมัง แต่ข้าก็ไม่รังเกียจที่จะเชือดเจ้าทิ้งเป็นคนแรกหรอกนะ ขันทีไร้ค่าตายไปสักคน ฝ่าบาทไม่มีทางไต่ถามให้มากความหรอก”
สีหน้าของหลี่เอ้อร์พลันเปลี่ยนไป
เจาหยวนฮองเฮาจึงแสร้งเพิ่มระดับเสียงให้ดังขึ้นอีก “บ่าวสารเลวผู้นี้ละเมิดกฎวังหลวง ลบหลู่เบื้องสูง โบยยี่สิบไม้! สุนัขรับใช้คงจะได้ของกำนัลมาไม่น้อย หวังกงกงค้นตัวมันให้ข้า ตั๋วเงินที่ค้นเจอริบเข้าคลังให้หมด!”