“พวกเ้าห้ามเข้าไปใกล้บริเวณหุบเขาร้อยอสูรเด็ดขาด ในหุบเขามันมีแต่ความอันตรายอยู่ทุกที่ ก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุการณ์อุกกาบาตตก ในหุบเขาก็เต็มไปด้วยสัตว์ดุร้ายมากมาย ตอนนี้พวกมันคงกลายพันธุ์เป็พวกสัตว์ร้ายไปหมดแล้ว และที่สำคัญเลย มีเป็เื่เล่าที่เล่าต่อกันมาั้แ่
บรรพบุรุษ ภายในใจกลางหุบเขา มันมีัอาศัยอยู่ มันคือผู้ปกครองเป็าาของหุบเขาร้อยอสูร จงจำไว้ให้ดี ห้าม เข้า ไป ใกล้ ที่นั่น เด็ดขาด”
เลคกล่าวเตือนเื่สำคัญกับพวกลูคัส ลิซนั้นรู้ที่ตั้งของหุบเข้าร้อยอสูรอยู่แล้ว พวกเขาตั้งใจเดินทางโดยเลี่ยงทางหุบเขานี้แต่แรก พอได้ฟังคำเตือนของเลคก็เป็การย้ำเตือนพวกตนอีกที
หลังจากที่ได้รับการรักษาจนครบทุกคน เหล่าชาวบ้านก็พักฟื้นอีก2วันอาการก็หายเป็ปกติทุกคน ในตอนนี้ทุกคนก็กำลังช่วยกันซ่อมแซมหมู่บ้าน
จำเป็ต้องใช้เวลานานกับการฟื้นฟูหมู่บ้านกว่าจะเห็นผล พวกลูคัสไม่ได้มีแผนจะอยู่ที่นี่นานนัก พวกเขาจะอยู่ที่หมู่บ้านนี้อีก2วัน ก็จะออกเดินทางอีกครั้ง ตอนนี้เลคเองเป็ผู้นำของหมู่บ้านชั่วคราว
วันต่อมา่สายๆทุกคนก็เริ่มออกจากบ้านมาทำกิจวัตรประจำวัน หลังจากนั้นไม่นาน แต่ละคนก็แยกย้ายไปทำงานของตนที่ได้รับมอบหมาย
พวกลูคัสเองก็ช่วยในการฟื้นฟูหมู่บ้านอย่างเต็มที่ โดยลิซได้ช่วยให้คำแนะนำกับเลคในการจัดการระบบงานต่างๆในหมู่บ้าน บิลลี่ช่วยงานที่ต้องใช้แรงต่างๆ ส่วนลูคัสก็ช่วยดูแลเื่ความปลอดภัยของชาวบ้าน และยังช่วยปลูกต้นผลไม้ไว้อีกหลายต้นรอบๆหมู่บ้าน
ทุกคนต่างทำงานที่ได้รับอย่างเต็มที่ ถึงเวลาพักกลางวันก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน ลูคัสก็กำลังเดินไปหาลิซกับบิลลี่ที่นั่งพักอยู่ใต้ต้นไม้ใกล้ๆบ้านของเลค
“่บ่าย ฉันจะออกไปล่าสัตว์อสูรกับเลคซะหน่อย ตอนเดินทางเราจะได้มีเนื้อกินกัน ฉันเบื่อผลไม้จะแย่แล้ว”
“ฉันไปด้วยได้ไหมบิล”
“เธอไม่ต้องอยู่คอยดูงานเหรอลิซ”
“งานอะไร!! ฉันไม่ใช่หัวหน้าหมู่บ้านซะหน่อย”
“ก็ได้ก็ได้ ไปก็ไป แล้วนายจะไปด้วยไหมลูคัส”
“พวกนายไปเถอะ ่บ่ายว่าจะไปปลูกผลไม้เพิ่มอีกหน่อยนะ”
ระหว่างที่กำลังพูดคุยเื่ล่าสัตว์อสูรอยู่นั้น ด้านหลังของลูคัสมีเด็กผู้หญิงกำลังยืนก้มหน้ามีท่าทีที่เคอะเขิน เด็กน้อยมีผมสีทองยาวสลวย ริมฝีปากอันเรียวเล็กเข้ากับแก้มอมชมพูอย่างไร้ที่ติ แต่ที่เป็จุดเด่นของเธอก็คือดวงตาที่มีสีขาวทั้งสองข้าง เด็กหญิงยังคงจับมือของตนก้มหน้าด้วยความเขินอายยืนอยู่แบบนั้น
“ห.. หนูอยากขอบคุณพวกพี่ที่ช่วยชีวิตหนูกับแม่ ขอบคุณมากค่ะ”
“ไม่เป็ไรหรอก มานั่งข้างๆพี่สาวสิ” ลิซกล่าวชวน
เด็กหญิงตัวน้อยค่อยๆเดินมาทางที่ลิซนั่งอยู่ เธอนั่งลงข้างๆกับลิซ เมื่อมองดูใกล้ๆ ทั้งสามก็พบว่าเธอมีหน้าตาที่ดีมาก ลิซตาเป็ประกายในตอนที่จ้องเด็กหญิง
“หนูชื่ออะไรเหรอจ๊ะ บอกพี่สาวหน่อยได้ไหม”
“หนูชื่อฟลอร่า”
“เป็ชื่อที่เพราะมากเลย”
ในตอนแรกด้วยความอายฟลอร่าเพียงแค่ตอบคำถามที่พวกลูคัสถามมา ผ่านไปไม่นานฟลอร่าก็พูดคุยกับทั้งสามโดยไม่มีท่าทีเขินอายอีก
“ฟลอร่า ตาของหนูเป็แบบนี้เพราะการกลายพันธุ์สินะ”
“ใช่แล้วค่ะพี่บิลลี่ ตอนแรกหนูใมากเลย คิดว่าตาจะบอดไปแล้วซะอีก”
“แล้วมันสามารถทำอะไรได้ไหมหรือแค่เปลี่ยนเป็สีขาวเฉยๆ”ลิซถาม
“มันแค่ทำให้หนูสายตาดีขึ้น มองอะไรได้ชัดมากกว่าเดิมแค่นั้นเอง ถ้าเป็ไปได้หนูเองก็อยากมีพลังที่เก่งๆ จะได้ปกป้องคุณแม่ได้”
“ไม่เป็ไรนะฟลอร่า ทุกอย่างมันมีข้อดีของมันเสมอ อยู่ที่เราจะหามันเจอรึเปล่า ระหว่างที่พี่สาวอยู่ด้วย พี่จะปกป้องฟลอร่ากับคุณแม่เองนะ”
“ขอบคุณมากนะคะพี่ลิซที่ใจดีกับหนู พี่ลูคัสกับพี่บิลลี่ก็ด้วย ใกล้จะเริ่มงาน่บ่ายแล้ว หนูขอตัวกลับไปหาแม่ก่อนนะคะ”
“งั้นหนูไปเถอะ พี่ๆก็จะไปล่าสัตว์อสูรเหมือนกัน ตอนเย็นไว้เจอกันนะ”
“หนูขอตัวก่อนนะคะ”
ฟลอร่าลุกขึ้นเดินจากไปไม่นาน ทั้งสามก็เห็นเลคเดินมาหาพอดี บิลลี่กับ ลิซก็ลุกขึ้นเตรียมตัว บิลลี่ถือดาบยาวไว้ในมือขวา ส่วนลิซก็แบกน้ำกับเสบียงส่วนหนึ่งไว้ ก่อนที่เลคจะเดินมาถึงลูคัสก็ขอแยกตัวกลับไปทำงานของตนต่อ
“เตรียมพร้อมหรือยังบิลลี่”
“พร้อมแล้วๆ ลิซก็จะไปกับเราด้วยนะ”
“ได้เลย เราจะไปกันเลยไหม”
“ลุยกันเลย”
ทั้งสามเดินทางไปยังป่าหลังหมู่บ้านทันที เข้ามาในป่าประมาณครึ่งชั่วโมงทั้งสามก็พบเป้าหมาย เป็กระต่ายเขาแดงกำลังกินอาหารอยู่ บิลลี่เตรียมตัวกำลังจะพุ่งออกไปเพื่อจับกระต่ายน้อย เลคก็ยกมือขึ้นห้ามบิลลี่เอาไว้ก่อน
“ข้าจัดการเอง เ้าลืมความสามารถของข้าไปแล้วเหรอ”
“จริงด้วยสิ!!ลืมไปซะสนิทเลย”
เลคขยับตัวพอเหมาะครู่หนึ่ง เขาจ้องไปยังกระต่ายอย่างไม่กระพริบตา ในมือขวาถือมีดสั้นอยู่ *ฟึบบ* มีดสั้นพุ่งออกจากมือของเลคอย่างรวดเร็ว ก่อนที่กระต่ายน้อยจะรู้ตัว มีดก็ได้ปักลงที่คอมันเสียแล้ว มีดสั้นพุ่งเข้าตัดเส้นเืใหญ่ตรงคออย่างแม่นยำ เมื่อเห็นว่าจัดการกระต่ายได้แล้ว ทั้งสามก็เดินมาเก็บงานทันที
หลังจากที่ได้กระต่ายมาหนึ่งตัว ทำให้ลิซกับบิลลี่พากันตื่นเต้นขึ้นไปอีก ทั้งสามพากันเดินเข้าไปอีกสักพักก็พบเป้าหมายใหม่อีกตัว
เป็หมูป่าตัวใหญ่มันตัวใหญ่กว่าเดิมถึง3เท่า บริเวณหัวของมันมีเขางอกออกมา2เขา ทำให้มันดูคล้ายกระทิงซะมากกว่าหมูซะอีก ทั้งสามนั่งซุ่มดูเหยื่อของตนหลังพุ่มไม้ห่างจากเ้าหมูป่าั์พอสมควร ทำให้มันยังไม่รู้ตัว
“เ้าหมูป่านี่ตัวมันใหญ่มาก มีดของข้าคงจัดการมันไม่ได้ในทีเดียว เราจะจัดการมันยังไงดีล่ะ”
“แผนนี้ดีไหม เลคนายปามีดไปตรงขาหน้าของมันทั้งสองข้าง เราจะจำกัดการเคลื่อนไหวมันก่อน หลังจากนั้นให้บิลใช้ความสามารถพุ่งเข้าไปจัดการมันด้วยดาบอีกครั้ง”
“ลองดู ตกลงตามนี้ เตรียมตัวให้พร้อมบิลลี่ ข้าจะปามีดแล้วนะ”
*ฟึบ ฟึบ*
มีดสองเล่มพุ่งตามกันมาติดๆ บิลลี่เพิ่มมัดกล้ามเนื้อเต็มที่พร้อมรบ ในมือกำชับด้ามดาบไว้แน่น เลคปามีดออกไปไม่นานมีดทั้งสองก็เข้าเป้าอย่างแม่นยำ *ฉึก ฉึก* เ้าหมูป่าเสียการความคุมร่างกายทันทีที่มีดปักลง
บิลลี่ไม่พลาดโอกาสทองรีบพุ่งตัวออกไปอย่างรวดเร็ว พริบตาเดียวตัวบิลลี่ก็มาถึงตัวเ้าหมูป่า ไม่รอช้าบิลลี่ฟาดดาบอย่างรวดเร็วไปยังคอหอย *ฉึบ* ดาบยาวเฉือนเข้าคอหอยเ้าหมู่ป่าทันที เืสีฟ้าพุ่งกระฉูดออกมาจากปากแผลราวกับน้ำพุ เพียงอึดใจเดียวเ้าหมู่ป่าผู้โชคร้ายก็ล้มลงนอนสิ้นใจอย่างสงบ
หลังจากที่เ้าหมูป่าถูกจัดการลง เลคกับลิซก็รีบวิ่งมาหาบิลลี่ด้วยความตื่นเต้น บิลลี่ลองยกเ้าหมูป่าขึ้นแต่ก็ยกไม่ไหว เนื่องจากร่างของเ้าหมู่ป่ามีขนาดที่ใหญ่เป็อย่างมาก พวกเขามีกัน3คน เลคจึงตัดสินใจที่จะแล่เ้าหมูป่าออกเป็ส่วนๆแล้วแบ่งกันยกกลับหมู่บ้านดีกว่า
“เท่านี้ก็น่าจะพอแล้วนะเลค ฉันเอากลับได้เท่านี้แหละ” ลิซพูดขึ้น
“แค่นี้ก็มากพอแล้วล่ะ ต้องขอบคุณบิลลี่เลยงานนี้ หากข้ามาคนเดียวไม่มีทางจัดการเ้าหมู่ป่าั์ได้แน่ๆ คืนนี้ข้าจะกินให้พุ่งกางไปเลยคอยดู ฮ่าๆๆๆๆ”
“นี่ก็เย็นมากแล้ว พวกเรารีบกลับหมู่บ้านกันเถอะ” เสียงเล็กกล่าวขึ้นอีกครั้ง
ทั้งสามจึงรีบเดินทางกลับหมู่บ้านทันที เลคกับลิซแบกเนื้อกลับมาเท่าที่ทั้งสองจะแบกไหว ส่วนบิลลี่คนเดียวแบกเนื้อเ้าหมูป่าเกือบจะครึ่งตัวได้ บิลลี่ ลิซและเลคเดินกลับหมู่บ้านด้วยรอยยิ้มบนหน้า