ตอนที่ 130
ภารกิจในป่า
ไป๋เหอเรียกดาบออกมาเล่มหนึ่งแล้วฟาดใส่ชาย2 คนซ้ายมือตนเองก่อน สองคนนั้นไร้สัญญาณชีพตายด้วยดาบเดียวฟันคอขาดก่อนเถาวัลย์จะหายไปทิ้งร่างอันไร้วิญญาณไว้ให้เลือดไหลเต็มพื้นเกิดภาพน่าสยดสยองที่ไม่ชวนมอง
คนที่เหลืออีก3 คนถึงกับเบิกตากว้างหวาดผวาไม่อยากจะเชื่อว่าสหายที่ร่วมเดินทางมาด้วยกันจะมาพบจุดจบอันเลวร้ายแบบนี้ได้ พวกเขายังไม่ได้ต่อสู้แต่มาตายด้วยหนึ่งลมหายใจเพียงแค่ฟันดาบเดียวมันช่างน่ากลัวยิ่งนัก
“นี่ๆกลัวแล้วอย่าฆ่าพวกเราเลย ข้ายอมเป็นวัวเป็นควายให้ท่านได้ใช้ข้าจะตามรับใช้ท่านจนตลอดชีวิตของข้า”
เสียงขอความเมตตาจากปากชายคนหนึ่งที่เขาไม่อาจจะทนได้อีกแล้วเขาไม่ได้ต้องการมาตายง่ายๆแบบนี้ชีวิตของเขายังมีอะไรที่ต้องทำอีกเยอะการร้องอ้อนวอนขอก็เป็นตัวเลือกอย่างหนึ่งที่เขาทำได้ในตอนนี้
“ก่อนที่พวกเจ้าจะมารับงานนี้ไม่คิดเหรอว่าตัวเองย่อมที่จะตายได้เช่นกันหากเจอศัตรูที่เหนือกว่าก่อนจะรับงานทำไมไม่ดูไตร่ตรองให้ดีแล้วมาอ้อนวอนขอร้องแบบนี้มันใช่เหรอ”
สายตาไป๋เหอจ้องมองคนที่นึกหวาดกลัวตนด้วยความไร้ปรานีเขาไม่ได้สนใจพอที่จะยกเลิกฆ่าฟันได้การตัดไฟตั้งแต่ต้นลมถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับเขาในตอนนี้
“ข้าไม่รู้ว่าท่านจะเก่งกาจเพียงนี้หากข้ารู้ข้าจะไม่รับงานนี้เด็ดขาดโปรดไว้ชีวิตด้วยข้าขอร้องข้ายอมตามรับใช้ท่านตลอดชีวิตของข้าขอเพียงท่านปล่อยตัว”
ชายอีกคนกล่าวด้วยท่าทางที่น่าสงสารบัดนี้มีกลิ่นตุตุลอยออกมาจากเป้ากางเกงเป็นภาพที่น่ารังเกียจมาก เขาไม่เคยหมดท่าแบบนี้และไม่เคยหวาดกลัวแบบนี้มาก่อนในชีวิตไม่คิดว่าตัวเองจะเจอของแข็งเข้าแล้ว
“พวกเจ้าจงบอกข้ามาสิว่าใครเป็นคนจ้างพวกเจ้ามาสังหารข้าช่วยบอกข้าให้ชื่นใจหน่อยเผื่อข้าคิดอยากไว้ชีวิตพวกเจ้า”
“ท่านอาวุโสหลี่เจิ้งกับหลานของมันหลี่ถังมันเป็นคนสั่งพวกข้าให้มาสังหารท่านและจ่ายด้วยเงินจำนวนมากพร้อมให้คะแนนที่มากพอจะเข้าไปฝึกในหอดาราสวรรค์ได้”
ชายคนหนึ่งรีบพูดขึ้นด้วยความกระตือรือร้นถึงการมาครั้งนี้หวังว่าคนตรงหน้าจะไว้ชีวิตตนหากได้เล่าความจริงออกมา
“หากท่านจะเอาผิดท่านก็ต้องเอาผิดกับพวกเขาอย่าได้เอาชีวิตพวกเราเลยพวกเราบอกความจริงแล้ว”
ชายข้างๆก็พูดขึ้นบ้างหวังว่าคนตรงหน้าจะลดความโกรธลงไม่คิดสังหาร
ไป๋เหอไม่อยากจะเสียเวลาอีกไม่ได้สนใจคนพวกนี้เพียงแค่หลอกให้พูดเท่านั้นเขาไม่คิดไว้ชีวิตอยู่แล้วเขาจะรีบทำภารกิจให้สำเร็จอีกอย่างตอนนี้ก็รู้ตัวคนบงการแล้ว และพวก 3 คนนี้ก็รู้ความลับของเขาแล้วก็ปล่อยไม่ได้เช่นกันก่อนจะยกดาบขึ้นแล้วฟันลงมาดาบเดียวสังหารคนได้ในพริบตาเดียวการใช้ดาบของไป๋เหอช่างแม่นยำคล้ายจะเริ่มใกล้เคียงปรมาจารย์ดาบขึ้นทุกที
เมื่อรู้ว่าคนที่ต้องการสังหารตนเองเป็นคนตระกูลหลี่ก็ทำให้ไป๋เหอต้องรู้ข้อมูลของสองคนนี้จะมีใครอีกไหมที่เจ้าพวกนี้จ้างมาอีกแต่ทางที่ดีเขาจำเป็นจะต้องจัดการต้นตอให้สิ้นซากก่อนที่ตนเองจะดึงขั้นพลังให้กลับมาอยู่ที่ขั้นโลหิตระดับ1 เหมือนเดิม แล้วค้นหาสิ่งของจำเป็นจากเจ้าพวกนี้และมีคะแนนที่ได้รวบรวมมีถึง 10,000 คะแนน นั่นทำให้ไป๋เหอมีความสุขมากเพราะเขาจะได้เข้าไปฝึกฝนอีกครั้งจะต้องรีบเติบโตเขารู้เพียงเท่านี้ก่อนจะขึ้นขี่กระบี่เหาะตามไปยังศิษย์พี่ที่รออยู่ไม่ไกลจากตรงนี้
พวกเขาทั้ง7 คน นั่งเฝ้ารอไป๋เหอด้วยใจจดจ่อได้แต่ภาวนาว่าขอให้ไป๋เหอปลอดภัยกลับมา พวกเขาตั้งตารออย่างมีความหวัง
“พวกเราไปตามเขาดีเหรอไม่ข้ากลัวเหลือเกินกลัวว่าเขาจะได้รับอันตราย”
เนี่ยเฟิงกล่าวด้วยใจร้อนรนเมื่อไม่เห็นไป๋เหอกลับมาเสียที แม้ไป๋เหอจะเก่งกาจกว่าพวกเขาแต่ความเป็นห่วงความกังวลก็ไม่อาจห้ามความรู้สึกนี้ได้
“นั่นนะสิศิษย์พี่เซียวฟานเราไปตามศิษย์น้องดีเหรอไม่”เซียวเทียนไม่อาจจะทนรอแบบนี้ได้อีกแล้ว เขามีความกังวลอย่างมาก
“เมื่อไป๋เหอให้เรารอเราก็ต้องรอข้าเชื่อว่าไป๋เหอจะปลอดภัยกลับมา” เซียวฟานยังคงเชื่อมั่นว่าไป๋เหอสามารถหลบหนีปลอดภัยกลับมาได้ คนดีดีอย่างศิษย์น้องสวรรค์จะต้องคุ้มครอง
“ศิษย์น้องยอมเสียสละเพื่อป้องกันไม่ให้พวกเราเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้แม้พวกเราจะเป็นห่วงแต่เราก็ต้องเชื่อมั่นเหมือนอย่างศิษย์พี่พูดต้องเชื่อมั่นว่าไป๋เหอจะสามารถเอาตัวรอดได้” ถังซานพูดขึ้นบ้างแม้จะเป็นห่วงศิษย์น้องแค่ไหนก็ต้องเชื่อใจเขา
ในขณะนั้นไป๋เหอก็เหาะมาพอดี
“นั่นๆศิษย์น้องกลับมาแล้ว” เมื่อได้เห็นว่าไป๋เหอกลับมาเสื้อผ้ายังคงอยู่เหมือนเดิมก็รู้สึกสบายใจขึ้น
“เจ้าบาดเจ็บเหรอไม่ บอกข้ามา” เซียวฟานรีบเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงเขาเดินรอบไป๋เหอเพื่อสำรวจดูอาการบาดเจ็บ
คนอื่นก็มาล้อมรอบไป๋เหอด้วยความเป็นห่วงเช่นกันใบหน้าของพวกเขามีความตื้นตันที่เห็นไป๋เหอกลับมาอย่างปลอดภัยพวกเขาดีใจกันมาก
“ข้าไม่ได้เป็นอะไรเลยดูข้าสิสบายดี” ไป๋เหอกล่าวยิ้มๆยกแขนขึ้นหมุนตัวให้พวกเขาดูว่าตนไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรเลยแล้วคาดว่าพวกศิษย์พี่น่าจะรู้ว่าเขาออกไปทำอะไรมา
“ว่าแต่เจ้าพวกนั้นละ” เซียวฟานเมื่อไม่เห็นไป๋เหอบาดเจ็บและคนพวกนั้นก็หายไปมันทำให้เขานึกแปลกใจ
“พวกมันตายหมดแล้ว”
“ตายหมดแล้ว!!”
ทุกคนต่างตกใจเมื่อไป๋เหอพูดแบบนั้นไม่อยากจะเชื่อว่าเจ้าพวกนั้นจะตายทั้งหมดนี่ช่างเหลือเชื่อมากตกลงแล้วการต่อสู้ของไป๋เหอเป็นเช่นไรพวกเขาใคร่อยากรู้เต็มทนแต่คงไม่กล้าเอ่ยถามเพราะจะดูเป็นการเสียมารยาทต้องรอให้เขาเล่าเองหรือไม่ต้องรอให้เห็นเองกับตา
“ถ้าอย่างนั้นพวกเราไปกันเถอะจะต้องรีบทำภารกิจแล้วก็เพิ่มความแข็งแกร่ง” ไป๋เหอคิดว่าเสียเวลาไปมากแล้วควรจะรีบไปทำภารกิจเสียทีและจะต้องฝึกพวกเขาให้แข็งแกร่งด้วย
พอคิดว่าจะเพิ่มความแข็งแกร่งพวกเขาก็มีความหึกเหิมเพราะต้องการอยากแข็งแกร่งเหมือนไป๋เหอพวกเขาไม่อยากจะเป็นตัวถ่วงให้ไป๋เหอต้องเป็นห่วง พวกเขาไม่อยากจะเป็นแบบนี้อีกที่ปล่อยให้ไป๋เหอต่อสู้คนเดียวเพียงลำพัง
พวกเขามุ่งหน้าเข้าไปในส่วนที่ลึกขึ้นและได้ฆ่าสัตว์อสูรระดับ4 ไปแล้ว 4 ตัว ต่ำกว่านอกนั้นก็ได้หลายตัว
“เดี๋ยวเราจะพักกันข้างหน้ากันก่อนนะอาจจะค้างคืนที่นี่” ไป๋เหอมองเห็นว่าในตอนนี้บรรยากาศก็เริ่มจะเย็นแล้วควรจะพักผ่อนกันก่อนศิษย์พี่แต่ละคนก็เหนื่อยมานานน่าจะต้องได้พัก
เมื่อพวกเขามายืนอยู่บริเวณใต้ภูเขาไป๋เหอใช้จิตสัมผัสมองดูทุกซอกทุกมุมคืนนี้จะต้องพักที่นี่จะต้องอยู่ให้รอดพ้นจากสัตว์อสูรที่หากินยามค่ำคืนก่อนจะสัมผัสได้ว่าหลังเถาวัลย์ที่ปกปิดด้านหลังนี้เป็นทางเข้าถ้ำที่ไม่เคยถูกค้นพบเพราะมีเถาวัลย์บังไว้ก่อนที่ไป๋เหอจะเอ่ยกล่าวขึ้นด้วยความตื่นเต้น
“ศิษย์พี่ข้างหลังเถาวัลย์นี้มีถ้ำอยู่พวกเราเข้าไปอยู่ในถ้ำนี้เถอะคืนนี้เราจะพักที่นี่”
พวกเขาทั้ง7 มองไปตามนิ้วที่ไป๋เหอชี้ถังซานกับหลัวเฟิงเป็นคนเดินไปดูตรงเถาวัลย์แล้วก็ได้พบทางเข้าจริงๆ ทางเข้าไม่ได้ใหญ่มากแต่พอจะมองออกว่าในนั้นเป็นถ้ำ
“ตรงนี้มีถ้ำจริงๆด้วย” หลัวเฟิงเอ่ยกล่าวอย่างตื่นเต้นหากไม่ได้ศิษย์น้องบอกพวกเขาก็ไม่รู้เพราะมันถูกปิดด้วยเถาวัลย์จนมองไม่เห็นว่าเป็นทางเข้าถ้ำ
พวกเขาทั้งหมดรีบเดินเข้าไปดูเหมือนกันท่าทางมีความตื่นเต้นหากไม่ได้ศิษย์น้องบอกพวกเขาก็คงไม่รู้มองด้วยตาเปล่าไม่มีทางรู้ได้เลยว่าหลังเถาวัลย์นี้มีทางเข้าด้วยศิษย์น้องของพวกเขาช่างมีความเก่งกาจแม้ไม่รู้ว่าไป๋เหอจะรู้ได้ด้วยวิธียังไงก็ตาม
ทางเข้ามีแต่ใยแมงมุมต้นไม้เล็กขึ้นปิดทางแต่ไม่ใช่อุปสรรคในการเข้าไปมีศิษย์พี่ทั้ง3 คนถือคบไฟเดินนำหน้าไป๋เหอเดินอยู่ด้านหลังถ้ำแห่งนี้ค่อนข้างลึกเหมือนกัน
ไป๋เหอใช้จิตสัมผัสดูว่าด้านในมีอะไรอยู่เหรอไม่จะได้คิดหาทางป้องกันแต่สิ่งที่ทำให้เขาเห็นก็คือภายในถ้ำด้านในลึกที่สุดกลับมีต้นสมุนไพรหลากหลายชนิดขึ้นอยู่และมันเป็นสมุนไพรที่หาได้ยากมากไม่คิดว่าจะได้เจอที่นี่ หากทำยานี้ขึ้นมามันมีผลต่อร่างกายของเขาและศิษย์พี่ที่จะเสริมสร้างความแข็งแกร่งเพียงชำระร่างกายด้วยยาสมุนไพรตัวนี้
“ศิษย์พี่แค่นี้ก็ลึกมากแล้วเราอยู่แค่ตรงนี้เถอะอย่าเข้าไปด้านในเลย” ด้วยความที่ว่าในถ้ำแห่งนี้ลึกเกินไปไม่รู้ว่าข้างหน้าไปโผล่ที่ไหนแล้วอีกอย่างเขาจำเป็นจะต้องเข้าไปสำรวจคนเดียวก่อนถือโอกาสไปเด็ดต้นสมุนไพรเหล่านั้นด้วย
“ได้ถ้าอย่างนั้นพวกเราก็พักกันที่นี่เถอะ”
เซียวฟานที่เป็นพี่ใหญ่กล่าวขึ้นด้วยความเชื่อใจในคำพูดของไป๋เหอ ในความเป็นจริงถ้าหากพวกเขาจะเดินเข้าไปอีกก็ได้แต่ไป๋เหอเลือกที่จะให้พวกเขาหยุดพักอยู่ในส่วนตรงจุดนี้ก็พอทำให้เขามองสถานการณ์ออก
“ศิษย์พี่พวกท่านรออยู่ที่นี่นะพักผ่อนให้เพียงพอเดี๋ยวข้าจะเดินเข้าไปสำรวจข้างในหน่อยเดี๋ยวข้าจะกลับมา”
“อืม ระวังตัวด้วยนะ”
“เข้าใจแล้วขอรับข้าจะระวังตัว”ไป๋เหอมองเห็นว่าศิษย์พี่เป็นห่วงตนมากแค่นี้เขาก็ดีใจมากแล้วช่างอบอุ่นใจราวกับครอบครัว
ไป๋เหอเดินเข้าไปลึกขึ้นเรื่อยๆแต่ความรู้สึกเมื่อเดินเข้าไปกลับไม่ได้รู้สึกปลอดภัยราวกับว่ามีอะไรจ้องมองตนอยู่ขณะย่างก้าวเดินลึกๆเข้ามาเขาต้องเสี่ยงดูข้างหน้าว่าตนเองจะต้องพบเจออะไรและก็ได้เตรียมความพร้อมอยู่ตลอดเวลา
“นี่มันอะไรกันเนี่ยเหตุใดเป็นเช่นนี้ดูลึกลับเหลือเกินมันวังเวงน่ากลัวเกินไปแล้ว” ยิ่งเดินเข้ามายิ่งมีความกว้างของถ้ำใหญ่ขึ้นเรื่อยๆขนในกายเขาเกิดลุกชันอย่างไม่ทราบสาเหตุ