“อื้อออออออ......”
บุรัสกรงัวเงียตื่นขึ้นมาในตอนสายๆ เธอรู้สึกว่าร่างกายผิดปกติอย่างรับรู้ได้ชัด ยิ่งจุดแกนกลางอันอ่อนนุ่มของร่างกายด้วยแล้ว ยิ่งรับรู้เลยว่าเจ็บระบม บวมเบ่ง คิ้วโก้งโค้งคู่สวยขมวดเข้าหากัน ขณะที่สมองครุ่นคิด เกี่ยวกับเมื่อคืนที่ผ่านมาได้มีอะไรเกิดกับเธอบ้าง
“นะ นี่เรา!!!!!!......”
O_O
ดวงตากลมโตคู่สวยเบิกกว้าง มือเรียวเล็กยกขึ้นปิดปากบางจิ้มลิ้มของตัวเองเอาไว้ด้วยความใ และให้รู้สึกอายแสนอาย เมื่อเื่ราวคืนวันที่ผ่านมาพรั่งพรูเข้ามาในความจำ มันช่างเป็อะไรที่ไร้ยางอายเอาเสียเลย เมามายขนาดที่ไปมอบความสาวของตัวเองให้กับเขาได้
บุรัสกรหันไปมองข้างๆตัว ไม่เห็นกายแกร่งนอนอยู่แล้ว จะมีก็เพียงแค่ร่องรอยยับยู่ยี่ของผ้าปูที่นอน ที่เป็หลักฐานให้รู้ว่าเขานอนอยู่ด้วยกันกับเธอตลอดทั้งคืน
น้ำใสๆพลันไหลเอ่อขึ้นมาคลอดวงตากลมโตคู่สวย แล้วค่อยๆ ไหลร่วงลงมาตามหางตา ที่ร้องไห้ไม่ใช่เพราะความเสียดายความสาวแต่อย่างใด แต่ด้วยความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ และเสียใจกับการกระทำของตัวเอง
“เราทำบ้าอะไรเนี้ย รู้ทั้งรู้ว่าเขามีแฟนเป็ตัวเป็ตนอยู่แล้ว ยังจะปล่อยเนื้อปล่อยตัวให้เขาไปอีก เธอช่างใจง่ายจริงๆ อลิส”
บุรัสกรพร่ำต่อว่าตัวเองออกมา แต่พอต่อว่าตัวเองจบลง มือเรียวเล็กปาดน้ำตาออกลวกๆ แล้วค่อยๆ พยุงตัวลุกขึ้น ถึงแม้จะรู้สึกปลาบแปลบที่แกนกลางอันอันอ่อนนุ่ม จนต้องหยุดชะงักไปสักพัก แต่พออาการดีขึ้น เธอค่อยๆลุกขึ้น หยิบเสื้อผ้าที่ตกกระจัดกระจายที่พื้นขึ้นมาสวมใส่ รีบออกจากเพ้นท์เฮาส์ของบาร์ธาซ่าร์ทันที
บุรัสกรลงมาที่ห้องพักของตัวเอง เธอนั่งถอดถอนใจ พลางครุ่นคิดว่าจะเอายังไงต่อไปดี ถึงเธอจะเมา แต่เธอจดจำทุกถ้อยคำของตัวเองได้ เธอเป็ฝ่ายเชิญชวนบาร์ธาซ่าร์ก่อน แถมยังบอกว่า้าเขาด้วย คิดมาถึงตรงนี้ก็ให้รู้สึกอายมาก อายจนไม่อยากจะเจอเขา อยากจะหนีไปให้ไกลๆ
“ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเพราะตัวเราเอง เขาไม่ชอบเราก็รู้ๆอยู่ เขามีแฟนแล้วก็เห็นๆอยู่ แล้วจะไปเรียกร้องอะไรจากเขาได้ เราก็ต้องไปตามทางของเราสิ จะมัวมาวุ่นวายกับเขาอยู่อีกทำไมกัน สิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้ว ปล่อยมันไป ช่างมัน”
บุรัสกรพร่ำพูดกับตัวเองออกมาอย่างตัดสินใจแน่วแน่ หากเป็แต่ก่อน ตอนที่ยังไม่รู้ไม่เห็นว่าบาร์ธาซ่าร์มีแฟนแล้ว เธอคงจะดีใจที่ได้เป็ของเขา แต่นี่ตอนนี้ ในเวลานี้ เธอรู้สึกเศร้าใจ เสียใจ และเ็ปรวดร้าวในหัวใจ ที่เธอยอมเขาง่ายๆ ทั้งที่เขาไม่ได้รักไม่ได้แคร์เธอเลย แถมเขายังมีแฟนแล้วอีกต่างหาก
บุรัสกรนั่งนิ่งรวบรวมเรี่ยวแรงพลัง และความเข้มแข็งอยู่ชั่วขณะหนึ่ง จึงค่อยเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ อาบน้ำชำระร่างกายให้สดชื่น จากนั้นออกมาแต่งเนื้อแต่งตัว เก็บเสื้อผ้า สิ่งของใส่กลับลงไปในกระเป๋าเดินทาง จากนั้นลากกระเป๋าเดินทางออกจากห้องพัก ไปยังลิฟต์
‘เราจะต้องกลับสักที พอแล้วกับการวิ่งไล่ตามผู้ชายเช่นนี้ แต่เราจะกลับบ้านตอนนี้ไม่ได้ เพราะยังไม่ถึงกำหนดเวลากลับที่ได้บอกกับทางบ้านเอาไว้ เราต้องไปอยู่ที่ไหนสักแห่งก่อน เซนอลจะได้ไม่สงสัย’
บุรัสกรเดินออกจากลิฟต์ไปพลางครุ่นคิดไปด้วย ว่าจะไปปักหลักที่ไหนดี และแล้วเธอพลันคิดถึงเจสก้า เพื่อนรักของเธอขึ้นมา ก็ในเมื่อไม่มีที่ไหนให้เธอไปพักใจได้ เธอก็จะไปอยู่กับเจสก้านี่แหละ
“เช็คเอาท์ค่ะ เอ่อ!... ฉันขอรถไปส่งที่สนามบินด้วยนะคะ”
“เดี๋ยวนั่งรอสักครู่นะคะ”
บุรัสกรเดินเข้าไปหาพนักงานโรงแรมที่ทำงานอยู่ที่เคาน์เตอร์ เธอยื่นคีย์การ์ดห้องพัก พร้อมกับแจ้งให้พนักงานทราบ จากนั้นเดินไปนั่งรอ โดยในขณะที่นั่งรอ เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูข้อมูลเที่ยวบิน เพื่อจะได้บินไปเจอเจสก้า
บุรัสกรกดซื้อตั๋วเครื่องบินเสร็จ เป็จังหวะที่พนักงานโรงแรมทำการเช็คเอาท์เรียบร้อยแล้ว และรถโรงแรมก็ได้มาจอดรออยู่ที่หน้าโรงแรมเรียบร้อยแล้วเช่นกัน บุรัสกรจึงเดินออกไปขึ้นรถ
เอ๊ะ!!!!!!......
บาร์ธาซ่าร์เดินออกจากลิฟต์ มาพร้อมกับผู้บริหารของโรงแรม หันไปเห็นร่างบางเดินไวๆไปขึ้นรถ ก็จำได้อย่างขึ้นใจว่าเป็บุรัสกร คิ้วเข้มหนาขมวดคิ้วเข้าหากัน ก่อนจะเดินออกจากกลุ่มผู้บริหารของโรงแรม มาที่เคาน์เตอร์เช็คอินเช็คเอาท์
“ผู้หญิงเมื่อกี้เช็คเอาท์แล้วเหรอ?”
“ผู้หญิงที่ว่านั้นคือ คุณบุรัสกร อลิส ฟาเรนเซียส ใช่ไหมคะ?”
พนักงานโรงแรมเอ่ยถามบาร์ธาซ่าร์กลับ เพราะไม่แน่ใจว่าเขากำลังหมายถึงผู้หญิงคนไหน เพราะใน่เวลานั้นมีลูกค้าทำการเช็คเอาท์อยู่หลายคนเหมือนกัน แต่พนักงานสุ่มถามชื่อไปสักคนเผื่อว่าจะใช่คนที่บาร์ธาซ่าร์ถาม
๓๔๓๔๓๔๓๔๓๔๓๔๓๔๓๔๓๔๓๔๓๔๓๔๓๔๓๔๓๔๓๔๓๔๓๔๓๔๓๔