เรื่องนี้ไม่อาจรีบร้อนได้ โดยเฉพาะตัวเขาที่เป็นผู้ฝึกตนแล้ว จิตใจของเขาจะต้องสงบอยู่เสมอ ถ้าไม่อาจรีบเร่งทำให้ประสบความสำเร็จได้เร็ววัน คงต้องปล่อยให้ค่อยๆเป็นค่อยๆไป ตอนนี้เขาพึ่งอายุสิบแปด ยังมีเวลาให้มากพอในการบรรลุสู่เป้าหมาย
กลับเข้ามาในห้อง เฉิงหยู่ ก็เริ่มฝึกฝนบำเพ็ญเพียรต่อ
ณ สำนักงานใหญ่แก็งหมาป่าโลหิต
“พี่ฉิน ผมได้ตรวจสอบมาบ้างแล้ว เด็กคนนี้ไม่ค่อยมีปฏิสัมพันธ์กับใครเท่าไหร่ แต่เหมือนว่าเขาจะรู้จักกับ หยางลั่วเซวียะ แห่ง เหม่ยหว่านกรุ๊ป วันนี้ก็ไปที่บ้านของเธอ หลังจากนั้นก็ไปที่ออฟฟิศ จากที่ตรวจสอบดูมีแค่เด็กนักเรียนหญิงที่ชื่อ หลินยวี่ฮั่น เท่านั้นที่ไม่มีภูมิหลังอะไร แล้วเจ้าหนุ่มนี่ก็ดูเหมือนจะถูกใจหล่อนซะด้วยนะครับ ” ชายผ้าพันแผลบอกเล่าเรื่องที่ตนเองสอดแนมมาได้ในระหว่าง 2 วันที่ผ่านมา ให้กับ ฉินชางไห่ ฟัง
“ในเมื่อเป็นแบบนี้ คงต้องจัดการเธอ เตรียมตัวให้พร้อม คืนนี้ไปจับตัวเธอมาซะ แล้วมาดูกันว่าเจ้าเด็กจอมโอหังจะทำหน้ายังไง!” ฉินชางไห่ กล่าวขึ้นด้วยสีหน้าเยือกเย็น นั้บตั้งแต่แก๊งหมาป่าโลหิตเริ่มมีชื่อเสียงขึ้นมา ก็นานมากแล้วที่มีไม่โดนใครมาลูบคม มันจึงคิดใช้โอกาสในนี้เชือดไก่ให้ลิงดู ไม่อย่างนั้นหมาแมวตัวอื่นก็คงไม่เกรงกลัวตนเองในฐานะหัวหน้าแก๊งหมาป่าโลหิต
เช้าวันต่อมา เฉิงหยู่ กับ จ้าวหยุนฟาง ออกไปโรงเรียนพร้อมกัน เมื่อมาถึงห้องเรียน เจ้าอ้วนก็รีบปรี่เข้ามาต้อนรับทันที “ลูกพี่ ทำไมเมื่อวานไม่ยอมมา ทำให้ผมเกือบจะไม่มีกะจิตกะใจจะสอบเลยเนี่ย”
“เฮอะ น้อยๆหน่อยเจ้าอ้วน คิดว่าลูกพี่คนนี้จะเป็นเหมือนนายรึไง หนังสือแค่เล่มสองเล่มกลับนั่งท่องอยู่ทั้งวัน ” เฉิงหยู่ พูดดูถูก เจ้าอ้วน
“ฉันก็อยากรู้เหมือนกัน ว่าหนังสือแค่เล่มสองเล่มเธอจะอ่านจบไหม?” ในเวลานั้น ก็มีเสียงดังมาจากด้านหลังของ เฉิงหยู่
เฉิงหยู่ หันตัวหลับ ก็เห็นสาวสวยหุ่นน่าฟัดคนหนึ่งกำลังทำหน้าดูถูกอยู่ เมื่อเห็นแบบนั้นเขาก็ยิ้มแล้วตอบกลับไปว่า “ฮ่า นึกว่าใครที่ไหนที่แท้ก็คุณครูสุดสวยนั้นเอง! โชคดีจริงๆที่ได้เจอกัน ไม่เห็นแค่วันสองวัน คุณครูสวยวันสวยคืนเลยนะครับ”
“งั้นเหรอ? ไม่ได้เจอกันสองวัน แต่หน้าของเธอก็ยังหนาเหมือนเดิมนะ เมื่อวานไปไหนมาล่ะ? ทำไมไม่มาสอบวิชาภาษาอังกฤษ?” เหยานา พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“แหะแหะ เมื่อผมไม่ค่อยสบาย ตอนแรกผมก็จะขอลากับคุณครูแหละครับ แต่ผมหาเบอร์ของครูไม่เจอ เอาแบบนี้ไหม คุณครูบอกเบอร์ผมมา ครั้งหน้าผมจะได้ลากับครูเป็นการส่วนตัว” เฉิงหยู่ ยังคงพูดจาแทะโลมอย่างหน้าไม่อายต่อไป
“เบอร์โทรน่ะให้ก็ได้ แต่ฉันไม่รับลาหยุดหรอกนะ คราวหน้าถ้าจะลาก็ต้องมาลาต่อหน้าฉันนี่ เอาล่ะนั่งที่ได้แล้ว ฉันมีเรื่องจะพูด ” หลังพูดจบเหยานาก็เดินขึ้นมายืนบนโพเดียม
“การสอบครั้งนี้! มีนักเรียนบางคนทำได้ไม่เลว แล้วมีบางคนที่คะแนนไม่ผ่านเกณฑ์ แต่ทุกคนก็อย่าเพิ่งคิดมากไป ครั้งนี้เป็นแค่การทดสอบ จุดประสงค์คือต้องการให้นักเรียนพบข้อบกพร่องของตัวเอง เพราะฉะนั้นการสอบครั้งนี้ ทุกคนต้องหาข้อบกพร่องของตัวเองให้เจอ และพยายามแก้ไขมัน ตราบใดที่เธอมีความมั่นใจตัวเอง เธอจะเปล่งประกายในการสอบเข้ามหาลัยได้อย่างแน่นอน ”
“นอกจากนี้ ยังมีนักเรียนที่ได้ผลการสอบยอดเยี่ยมในครั้งนี้ด้วย พวกเราต้องแสดงความยินดีและเอาเขาเป็นตัวอย่าง ก่อนอื่นพวกเรามีเพื่อนร่วมชั้นสามคนที่มีคะแนนติด 10 อันดับแรกของโรงเรียน นั่นก็คือ หลินยวี่ฮั่น กับ จางหลิง เป็นที่สองและที่สามของชั้น แล้วคนสุดท้ายก็คือ เห้อหลัน ได้อันดับที่ห้า ทุกคนปรบมือแสดงความยินดีกับพวกเขาหน่อย!” พอพูดจบ เหยานา ก็เริ่มตบมือ จากนั้นนักเรียนทุกคนก็พากันปรบมือเสียงดังสนั่น
เฉิงหยู่ มีความสุขมาก คิดไม่ถึงว่า ฮั่นฮั่น ของตัวเองจะเก่งกาจถึงเพียงนี้ ถึงขนาดสอบได้อันดับ 2 ของชั้นเลยทีเดียว ถ้าเธอฉลาดถึงขั้นนี้ มั่นใจได้เลยว่าเธอจะต้องสอบเข้ามหาลัยได้อย่างแน่นอน
“ฮั่นฮั่นน้อย เธอเก่งมากเลยนะ เย็นนี้ไปฉลองกันหน่อยดีไหม?” เฉิงหยู่ เอียงหัวเข้าไปใกล้กับ หลินยวี่ฮั่น แล้วพูดขึ้น
“ฉันไปไม่ได้หรอก ถ้าไปแล้วใครจะอยู่ช่วยแม่ของฉันล่ะ?” พอได้ยิน เฉิงหยู่ ชื่นชมสรรเสริญขนาดนี้ หลินยวี่ฮั่น ก็หน้าแดงขึ้นมา
พอเห็น เฉิงหยู่ ทำท่าทางดีอกดีใจกับ หลินยวี่ฮั่น ขนาดนั้น เหยานา มั่นใจได้ว่าเขากำลังชอบเธออยู่ จากนั้นก็ยกมือขึ้น ให้ทุกคนเงียบลง
“ถึงแม้ว่าชั้นเรียนของเราจะมีนักเรียนที่ประสบความสำเร็จในการสอบ ด้วยผลการเรียนอันยอดเยี่ยม จนทำให้ห้องเรียนของเราพลอยมีหน้ามีตาไปด้วย แต่ก็ยังมีนักเรียนบางคน ทำให้ชั้นเรียนของพวกเราตกต่ำลง เพื่อนร่วมชั้นคนนี้ ไม่ใช่ว่าไม่รู้ตัว โดดเรียนเป็นประจำ ชอบออกจากห้องก่อนเวลา ในขณะเวลาสอบก็ไม่ใส่ใจ แล้วก็โกงการสอบ! คนแบบนี้นั้นจะทำให้ภาพลักษณ์ของพวกเราย่ำแย่ลง ”
พอได้ยิน เหยานา พูดอย่างนั้นแล้ว เฉิงหยู่ ก็เอามือถูจมูก ผู้หญิงคนนี้คงกำลังพาดพิงถึงตัวเองแน่ๆ แต่พอบอกว่าตัวเองโกงข้อสอบ เพื่อนนักเรียนในชั้นก็หันมามองเขาเป็นตาเดียว อย่างไรก็ตาม เฉิงหยู่ ไม่ได้สนใจสายตาเหล่านั้นแม้แต่น้อย
“เฉิงหยู่ เธอคิดว่าทัศนคติในการเรียนของเธอเป็นยังไง?” ครั้ง เหยานา ถามแบบระบุชื่อ
“ก็ใช้ได้นะครับ! แต่ผมจะพูดอะไรบางอย่างได้ไหมครับ?”
“หือ? ลองพูดมาสิ?” เหยานา ลองดูว่าเขาจะพูดยังไง
“ผมยอมรับว่าผมอาจจะไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้เท่าที่ควร แต่ที่ครูบอกว่าผมโกงมันก็ดูมากไปหน่อย ผมไปโกงตอนไหน? ” ถึงแม้ว่า เฉิงหยู่ จะไม่สนใจการเรียนเท่าไหร่ แต่ก็ไม่พอใจที่โดนว่าแบบนี้
“เธอไม่ยอมรับ?”
“แน่นอนครับ”
“งั้นก็ดี งั้นฉันจะพูดต่อหน้าทุกๆคน วิชาเลข และภาษาศาสตร์ของเธอไม่ได้ใส่คำตอบ ภาษาต่างประเทศก็ขาดสอบ ฉันเชื่อว่านี่คือตัวตนของเธอจริงๆ ดังนั้นจะไม่พูดอะไร ”
“เพียงแต่วิชารัฐศาสตร์ ภูมิศาสตร์ และประวัติศาสตร์นั้น คำตอบที่มีในหนังสือเธอตอบได้ถูกต้องหมด แต่ข้อที่ไม่มีในหนังสือเธอจะไม่ตอบมัน หรือจะพูดอีกอย่างว่า ยกเว้นข้อที่ไม่ได้ตอบ ทุกคำตอบที่เธอตอบลงไปล้วนถูกต้องทั้งหมด เธอคิดว่าตัวเองฉลาดขนาดนั้นจริงๆงั้นหรือ?”
“จุดนี้ทำให้ฉันไม่เชื่อ และฉันก็คิดว่านักเรียนที่นั่งอยู่ในห้องนี้ก็คิดเช่นเดียวกัน ขนาดคนที่พยายามตั้งใจเรียนอย่างหนักยังทำไม่ได้เลย แต่คนอย่างเธอกลับทำได้ แล้วนี่ไม่ได้เรียกว่าโกงหรือไง?” จากทัศนคติและการวิเคราะห์ของ เหยานา เห็นได้ชัดว่านี่คือการโกงข้อสอบ ตราบใดที่มันอยู่ในหนังสือเรียนเขาก็จะตอบได้ แต่ถ้าไม่มีเขาก็จะไม่ตอบ เจ้าหนุ่มนี่คงกู่ไม่กลับแล้ว ถึงขนาดโกงข้อสอบอย่างโจ่งแจ้งเลยทีเดียว
เฉิงหยู่ ยังคงนิ่งเงียบ ดูมันทุกคนจะมองมาที่ตนเองด้วยสายตาที่ไม่ค่อยโอเคนัก นอกจากนี้ยังมีสายตาที่เต็มไปด้วยความเชื่อใจและรู้สึกเป็นห่วงเขาจากหลินยวี่ฮั่น กับเจ้าอ้วนด้านหน้าพี่หันมาให้กำลังใจเขา เฉิงหยู่ รู้สึกว่าแค่สองคนนี้เชื่อเขาก็มากพอแล้ว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะปล่อยให้ทุกคนเข้าใจผิด
“คนอื่นทำไม่ได้ แล้วผมไม่ต้องทำไม่ได้ด้วยงั้นเหรอ?” เฉิงหยู่ เอนหลังพิงเก้าอี้แล้วพูดกับ เหยานา
“ถ้าหากเป็นคนอื่น ฉันก็อาจจะเชื่อว่าทำได้ แต่ถ้าเป็นเธอฉันไม่มีทางเชื่อ ” เหยานา มองไปที่ เฉิงหยู่ หลังจากนั้นก็พูดอย่างมั่นอกมั่นใจ
“หือ? งั้นก็ดี! ถ้าหากว่าผมทำได้จริง แล้วครูจะว่าไง?”
“ถ้าหากว่าเธอทำได้ล่ะก็นะ ฉันจะยอมขอโทษเธอต่อหน้าชั้นเรียนนี้เลย?” เหยานา ทำท่าครุ่นคิดจากนั้นก็พูดขึ้น อย่างไรก็ตามเธอไม่คิดว่า เฉิงหยู่จะพิสูจน์อะไรได้
เฉิงหยู่ ส่ายหัว “ถ้าหากขอโทษแล้วจบ แล้วจะมีศักดิ์ศรีไว้ทำไมล่ะครับ?”
“แล้วเธอต้องการอะไร?” เหยานา ขมวดคิ้ว
“ถ้าผมพิสูจน์ได้ว่านี่คือความสามารถจริงๆ ของผม ครูต้องยอมให้ผมจูบ ” เฉิงหยู่ พูดในสิ่งที่น่าเหลือเชื่อเป็นอย่างยิ่ง
ห๊ะ! นักเรียนทั้งชั้นต่างตกตะลึง เฉิงหยู่ ช่างกล้าเกินไปแล้ว ขนาดอยู่ต่อหน้านักเรียนทั้งชั้นยังกล้าขอคุณครูจูบ เขานี่มันสัตว์ร้ายจริงๆ! แม้ว่าทุกคนจะไม่กล้าพูดแบบนี้กับคุณครู แต่เชื่อเถอะมีครูที่ยังสาวยังสวยแบบนี้ ชายคนไหนบ้างที่ไม่อยากจะลองจูบดู โดยเฉพาะในหมู่หนุ่มน้อยวัยฉกรรจ์ทั้งหลาย พวกเขาเทิดทูนครูเหยาเป็นเหมือนเทพธิดาเลยทีเดียว!
หลินยวี่ฮั่น ที่นั่งอยู่ข้างๆใช้มือหยิกต้นขาของ เฉิงหยู่ จากนั้นก็พูดขึ้นด้วยความโกรธว่า “ นายบ้ารึเปล่า นั่นมันครูประจำชั้นของเรานะ ไม่อายบ้างเลยหรือไง ”
เหยานา ที่ยืนอยู่บนโพเดียมโกรธจนหน้าดำหน้าแดงเลยทีเดียว เธอก็เคยเจอนักเรียนเกเรมาเยอะ แต่ไม่เคยเจอนักเรียนที่หน้าด้านถึงขนาดนี้มาก่อน ถึงแม้จะมีนักเรียนหลายคนอยากจูบเธอ แต่ก็ไม่มีใครกล้าขอโต้งๆต่อหน้าฝูงชนแบบนี้
“ไม่ได้ ต่อให้เธอจะพิสูจน์ได้จริงว่าเป็นความสามารถของเธอ ฉันก็ทำได้แค่ขอโทษนายต่อหน้าคนอื่นๆเท่านั้น แต่ถ้าอย่างอื่นละก็ อย่าได้หวัง”
โธ่เอ๊ย นี่มันเรื่องอะไรวะเนี่ย ก่อนหน้านี้ตอนที่ขอ หยางลั่วเซวียะ จูบเขาก็แห้วไปแล้วรอบหนึ่ง แต่อย่างน้อยเธอก็ให้สัญญากับตนเอง เขาอุตส่าห์คิดแผนการไว้อย่างดี แต่เธอดันปฏิเสธ โดยไม่มีทีท่าว่าจะตะครุบเหยื่อแม้แต่น้อย
เฉิงหยู่ ก็แค่พูดๆดู เพื่อคนอื่นจะชื่นชมสรรเสริญมองตัวเองว่าหล่อเหลามากยิ่งขึ้น ถึงแม้ว่ามันไม่เป็นอย่างที่คิดก็ตาม แน่นอนว่าเขาคงทำมากไปกว่านี้ไม่ได้ การเคารพคุณครูยังไงก็เป็นเรื่องที่สมควรกระทำ แม้ว่า เฉิงหยู่ จะไม่ค่อยสนใจ แต่ก็มีบางคนที่สนใจในเรื่องแบบนี้
“เอาตามนั้นก็ได้ ว่าแต่ครูจะพิสูจน์ยังไงล่ะ?”
“งั้นก็เริ่มจากรัฐศาสตร์ ภูมิศาสตร์ และก็ประวัติศาสตร์ ถ้าเธอตอบได้ถูกต้อง ก็จะพิสูจน์ได้ว่านี่คือความสามารถของเธอเอง” เหยานาตอบกลับไป เมื่อเห็นว่าเฉิงหยู่ไม่พูดเรื่องจูบกับตนเองอีก เหยานา ก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ถ้าต้องทำเรื่องบัดสีบัดเถลิงแบบนั้นต่อหน้านักเรียนทุกคนแล้วล่ะก็ เธอคงไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน
“ไม่ต้องลำบากขนาดนั้นหรอกครับ ครูก็แค่เลือกหนังสือมาซักเล่ม แล้วก็เปิดสุ่มๆมาซักหน้า จากนั้นก็บอกว่าเป็นหน้าไหน เดี๋ยวผมจะตอบครูเอง ” เฉิงหยู่ พูดอย่างหยิ่งผยอง ในเมื่อคิดจะพิสูจน์แล้ว เขาก็จะแสดงให้ดูเอง พวกที่คิดหาเรื่อง จะได้รู้ว่าเทพเซียนนั้นเป็นยังไง
เมื่อทุกคนเห็น เฉิงหยู่ พูดขึ้นอย่างหยิ่งผยอง พวกก็เขาก็รู้สึกว่าไม่เคยเห็นใครอวดเบ่งขนาดนี้มาก่อน พูดมาได้ว่าจะท่องให้ดู ? ขนาดครูที่สอนมาหลายปียังทำไม่ได้เลย แต่ เฉิงหยู่ กลับทำท่าเหมือนพร้อมทุกเมื่อ? เขาคิดว่าตัวเองเป็นยอดมนุษย์หรือยังไง?
เหยานาตกตะลึง เมื่อเห็น เฉิงหยู่ ทำท่ามั่นใจขนาดนั้น หรือเขาได้ท่องหนังสือเล่มนี้ได้จริง? แต่เธอก็รีบหยุดความคิดนั้นอย่างรวดเร็ว จากนั้นเธอก็หยิบหนังสือประวัติศาสตร์ มาจากนักเรียนคนหนึ่ง พร้อมกับพูดขึ้นว่า “ หน้า 23 ”
จบตอน