โลกหมื่นมิติ

    94.เมืองมหานคร

       ที่ลานกว้างขนาดใหญ่ที่นี่มีค่ายกลเคลื่อนย้ายมากมายอยู่รอบ ๆ ที่บริเวณค่ายกลแห่งนี้ปรากฎชายหนุ่มผมยาวสั้น เสื้อแขนยาวสีขาวกางเกงสีดำสวมทับด้วยเสื้อคลุมสีเขียวอ่อนเดินออกมาจากค่ายกลเคลื่อนย้าย

       เมืองมหานครเป็นเมืองหลวงหรือเมืองหลักของประเทศไทยเป็นเมืองที่ตั้งอยู่จุดศูนย์กลางของประเทศ เมืองมหานครแห่งนี้ใหญ่กว่าเมืองทะเลครามหลายสิบเท่าและมีประชากรอยู่นับพันล้านคน

       แม้ในตอนที่โลกเกิดการเปลี่ยนแปลงจะทำให้ผู้คนถูกสังหารไปมากมาย แต่หลังจากที่มนุษย์หาวิธีตอบโต้และสู้กับสัตว์อสูรได้ทำให้ตลอดเก้าพันปีที่ผ่านมาจำนวนประชากรมนุษย์เพิ่มขึ้นอย่างมาก

       จึงไม่แปลกที่จำนวนประชากรที่อยู่ในเมืองมากมายขนาดนี้ ถึงแม้จำนวนประชากรจะมีมากขนาดนี้แต่เมืองมหานครก็ยังสามารถรองรับได้อย่างไม่มีปัญหานั้นแสดงให้เห็นแล้วว่าเมืองแห่งนี้ใหญ่มากขนาดไหน

       แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่เมืองมหานครจะยิ่งใหญ่และกลายเป็นเมืองหลักของประเทศเพราะก่อนที่โลกจะเกิดการเปลี่ยนแปลงนั้นผู้คนอาศัยที่อยู่ที่นี่มากที่สุดและที่สำคัญคือรัฐบาลและตระกูลใหญ่ต่างก็อยู่ที่นี่กันหมด

      ทำให้เมื่อโลกเกิดการเปลี่ยนแปลงพวกเขาสามารถจัดการและเข้าถึงความรู้ได้ก่อนที่อื่น ความแข็งแกร่งของพวกเขาจึงพัฒนาได้ก่อนที่อื่นเมืองแห่งนี้จึงถูกสร้างขึ้นมาเป็นเมืองแรกของประเทศจากนั้นจึงค่อย ๆ มีเมืองอื่น ๆ ปรากฏขึ้นตามมา

       จากความรู้ที่ได้ศึกษามาเมืองมหานครแห่งนี้ไม่มีพื้นที่ขุมนรกแบบที่ไผ่เคยอยู่ตอนเด็ก สาเหตุเพราะที่นี่คือเมืองหลักของประเทศคนธรรมดาที่ไม่มีเงินซื้อหรือเช่าบ้านอยู่พวกเขาจะถูกส่งไปอยู่ที่อยู่ตามเมืองต่าง ๆ ทำให้เมืองมหานครแห่งนี้ไม่ต่างจากสวรรค์ของคนมีเงินเลย

       หลังจากออกมาจากค่ายกลไผ่ได้กวาดตามองไปรอบ ๆ ด้วยแววตาตกตะลึงก่อนจะพึมพำออกมาเบา ๆ ด้วยความชื่นชม “ยิ่งใหญ่สมคำรำลือเลยนะ ในชีวิตก่อนเพราะอ่อนแอเกินไปจึงไม่มีโอกาสได้มาที่นี่เลยแม้แต่ครั้งเดียว”

       ไผ่เดินไปเรื่อย ๆ มองทุกอย่างรอบตัวด้วยความสนใจเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เขามากเมืองมหานครแห่งนี้ สาเหตุเพราะในชีวิตก่อนเขาอยู่แต่ในเมืองทะเลครามและยังไม่เคยไปเมืองอื่นเลยสักครั้ง

       ไผ่มองผู้ปลุกพลังที่เดินผ่านไปมาอย่างสนใจเพราะสามารถพบเห็นผู้ปลุกพลังระดับเพชรและระดับทับทิมได้ทั่วไป ตลอดทางที่ไผ่เดินมาไผ่ยังเห็นระดับจันทราไม่น้อยเลย

       “แม้จะเคยได้ยินและได้ศึกษาข้อมูลมาบ้างว่าเมืองมหานครนั้นงดงามและยิ่งใหญ่ ในตอนนั้นเราก็คิดว่ามันคงไม่แตกต่างจากเมืองทะเลครามมากนักแต่พอได้มาเห็นด้วยตาตัวเองแล้วทำให้รู้เลยว่าตัวเรานั้นมันโง่เขลาแค่ไหน”

       “เราน่มันชั่งเป็นกบในกะลาที่ไม่เคยเห็นโลกกว้าง ที่หลงคิดว่าเมืองทะเลครามนั้นเป็นเมืองที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ระดับจันทราที่แข็งแกร่งในเมืองทะเลครามก็ดูจะแข็งแกร่งขึ้นมาเล็กน้อยในเมืองมหานครแห่งนี้”

       “ดูท่าแล้วการที่เราคิดว่ามีระดับตะวันสองคนและระดับดารากับจันทราอีกหลายคนในตระกูลจะทำให้เรากลายเป็นผู้แข็งแกร่งนั้นมันช่างอวดดีจริง ๆ”ไผ่พึมพำออกมาด้วยสีหน้าจริงจังเพราะหลงคิดว่าตัวเองแข็งแกร่ง

       “เห็นทีว่าจะต้องสร้างหอประมูลขึ้นที่นี่อีกแห่งและทำให้เป็นสาขาหลักแล้วสิ เพราะทรัพยากรที่นี่คงจะมีมากกว่าเมืองทะเลครามอย่างแน่นอนแม้ที่นั้นจะติดทะเลก็ตาม” ไผ่พึมพำด้วยแววตาเป็นประกายเมื่อคิดถึงทรัพยากรเหล่านั้น

       การที่เมืองมหานครยิ่งใหญ่และแข็งแกร่งเป็นเพราะรอบ ๆ เมืองแห่งนี้นั้นมีป่าขนาดใหญ่ตั้งอยู่ทุกทิศทางทำให้มีทรัพยากรมากมายให้ค้นหา

       “แต่คงจะต้องรออีกหลายปีรอให้มีความแข็งแกร่งที่มากพอก่อนค่อยว่ากัน ไม่เช่นนั้นถ้าเกิดรีบร้อนเกินไปได้ถูกขุมอำนาจใหญ่ที่นี่กลืนกินแน่นอน” ไผ่ขบคิดอย่างรอบคอบเมื่อคิดถึงเรื่องนี้ หลังจากมาเห็นเมืองแห่งนี้ไผ่ก็รู้เลยว่าตัวเองยังคงอ่อนแอ

       ไผ่สลัดความคิดมากมายออกจากหัวก่อนจะมุ่งหน้าไปยังสถานที่ซื้อขายที่ดิน เขาต้องการจะซื้อบ้านสักหลังเอาไว้เผื่อวันไหนมีเวลาจะได้พาน้อง ๆ ของเขามาเที่ยวที่นี่ “เจ้าเด็กแสบทั้งสองจะต้องชอบที่นี่อย่างแน่นอน”

       ใช้เวลาไม่นานไผ่ก็เลือกบ้านได้หลังหนึ่งที่ไม่ใหญ่มากนักเหมาะที่จะอยู่ไม่เกินสิบคน สาเหตุที่ซื้อเพียงแค่นี้ก็เพราะว่าในอนาคตเขาจะต้องซื้อใหม่อยู่แล้วจึงไม่อยากเปลืองเงินโดยไม่จำเป็น

       หลังจากเดินเที่ยวชมเมืองอยู่นานไผ่จึงแวะไปนั่งที่ร้านอาหารหรูแห่งนี้เผื่อที่จะฟังข่าวสารจากการพูดคุยกันของคนที่มากินข้าว อย่างที่เขาว่าโรงเตี้ยมหรือร้านอาหารเป็นสถานที่ที่หาข้อมูลได้ง่ายที่สุด

       “แกได้ยินข่าวเรื่องที่คุณชายอเล็กจากตระกูลรุ่งโรจน์และคุณชายเดเนียลจากตระกูลซิลเวอร์จะสู้กันไหม” เสียงของชายที่นั่งโต๊ะห่างจากไผ่ไม่ไกลดังขึ้น

       “ได้ยินสิเห็นว่าอีกสองวันจะสู้กันที่ลานประลองกลางเมืองใช่ไหม”ชายคนนั้นตอบกลับด้วยความตื่นเต้น เพราะเขาเองก็อยากไปดู

       “ถูกต้องอีกสองวันก็จะถึงแล้วถึงตอนนั้นฉันจะไปดู ฉันไม่อยากพลาดการต่อสู้ของอัจฉริยะ”ชายที่พูดคนแรกตอบกลับด้วยความตื่นเต้นไม่ต่างกัน

       “รู้ไหมว่าพวกเขาสู้กันเพราะอะไร”ชายอีกคนถามขึ้น

       “ฉันก็ไม่แน่ใจแต่เห็นมีคนพูดว่าที่พวกเขาสู้กันสาเหตุเพราะพวกเขาไปชอบผู้หญิงคนเดียวกัน”ชายที่เปิดประเด็นคนแรกพูดขึ้น

       “น่าสนใจจริง ๆ ผู้หญิงแบบไหนถึงกับให้พวกเขาต่อสู้เพื่อแย่งชิงกันได้”ไผ่พึมพำพร้อมกับเผยรอยยิ้มออกมาด้วยความสนใจ