ครานั้นสุราสักจอกท่ามกลางสวนท้อในฤดูใบไม้ผลิ ครานี้เพียงแม่น้ำในฤดูฝนโปรยกับแสงไฟมานานปี
เพียงว่าสองเรานมนานไม่ได้พบหน้า พลันคิดถึงขึ้นมาเวลากลับล่วงเลยไปหลายสิบปี
…..
3 เดือนต่อมา
ใน่กลางฤดูร้อน ณ เมืองซูโจว รอบทะเลสาบไท่หู
ลูกเบ็ดตกปลาลอยระล่องอยู่บนผืนน้ำ เคลื่อนที่ขึ้นลงอยู่อย่างนั้น แต่ในไม่ช้าก็กลับมานิ่งสงบ ในขณะนั้นเองบริเวณริมถนนด้านหลัง ก็เกิดเสียงของเครื่องยนต์คำรามลั่น พบว่าเป็เสียงของรถสปอร์ตปอร์เช่สีขาวบริสุทธิ์คันหนึ่ง
ผมขมวดคิ้วยุ่ง พร้อมกับยกคันเบ็ดตกปลาขึ้น ทว่ากลับพบว่าเหยื่อถูกกัดเป็ชิ้นๆหมดแล้ว ผมอดไม่ได้ที่จะหันกลับไปจ้องรถคันนั้น
ขณะนั้นเอง ประตูรถสปอร์ตได้เปิดออก หญิงสาวสวมชุดเดรสสีขาวนวลคนหนึ่งก้าวลงมาจากรถ ในมือของเธอถือสมุดบันทึกเล่มหนึ่ง สองเท้าสวมรองเท้าส้นสูงที่สวยประณีตเดินเหยียบย่างตรงมาจากกลุ่มต้นอ้ออย่างระมัดระวัง ทันทีที่เธอปรากฎตัวต่อหน้าผม ทันใดนั้นก็รู้สึกสายตาถูกดึงดูดพร้อมกับจิตใจที่วูบไหว ใบหน้ารูปไข่อมชมพูสวยงามราวกับถูกแกะสลักอย่างประณีต คิ้วที่โก่งดั่งวงพระจันทร์ ดวงตากลมโตที่เปล่งประกายสดใส อีกทั้งผมสีดำขลับที่ปล่อยสยายยาวตกลงมาคลอเคลียกับไหล่ราวกับน้ำตก ชุดเดรสที่สวมใส่ก็อวดเอวคอดกิ่วกำลังดี ภาพของเธอราวกับหลุดออกมาจากภาพวาดยังไงอย่างงั้น
เทพธิดาผู้ขับซุปเปอร์คาร์ได้ปรากฎตัวขึ้นที่นี่ หลงทางมาอย่างงั้นหรือ?
ผมแอบสงสัยเล็กน้อย แม้แต่เหยื่อในมือไม่รู้ว่าควรจะยกมันขึ้นมาไหม
เธอเดินตรงเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ ร่างนั้นบอบบางทว่ายังคงความสง่างามทุกย่างก้าว ทุกส่วนบนร่างกายของเธอสมบูรณ์แบบมาก ดวงตาคู่สวยที่จ้องมองมาที่ผมดูเหมือนกำลังสับสน ดังนั้นเธอจึงได้ก้มลงมองไปที่สมุดบันทึกที่อยู่ในมืออีกครั้ง ดูเหมือนว่าต้องรวบรวมความกล้าเป็อย่างมาก ก่อนที่จะก้าวเดินเข้ามาหยุดยืนอยู่บนที่ว่างข้างๆผม
จากนั้นเธอเอ่ยถามผมอย่างแ่เบา “ขอโทษนะคะ คุณใช่ คุณติงมู่เฉิน หรือเปล่าคะ?”
ราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงบนศีรษะ ในหัวพบแต่ความว่างเปล่าในฉับพลัน ์คงเมตตาผมแล้ว เป็ไปได้ไหมในที่สุดพระเ้าทรงเปิดตามองดูผมที่โสดมานานหลายปี ก่อนที่ต้นไม้เก่าต้นนี้จะหยั่งรากยืนต้นตายก่อนที่ฤดูใบไม้ผลิจะมาอีกครั้ง ์จึงได้ส่งสาวงามลงมาเพื่อช่วยเหลือผู้ทุกข์ยากอย่างผมแล้วใช่มั้ย?
“ใช่แล้ว มีเื่อะไรหรือเปล่าครับ?”
ผมยังคงตกปลาต่อ แสร้งทำเป็สงบ ทว่าในใจของผมกลับไม่ได้อยู่กับการตกปลาเลยซักนิด วันนี้ปลาที่ตกได้ก็มีไม่น้อย แต่ปลาที่สวยที่สุดคงหนีไม่พ้นนางเงือกสาวคนนี้เป็แน่
เธอดูอึกอักเล็กน้อย จากนั้นพูดว่า “ฉันชื่อถังหยุน ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ......”
“ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกัน”
ผมหันกลับไปมองเธอ พร้อมทั้งถามว่า“คนสวย มาหาผมมีธุระอะไรเหรอ? ”
ถังหยุนจับสมุดบันทึกในมือแน่นจนแทบจะผิดรูป กลิ่นหอมจางๆ จากผมยาวสวยของเธอก็ลอยโชยมาแตะปลายจมูกของผม กระโปรงเองก็พลิ้วไหวไปตามแรงลมอ่อนๆ จากนั้นก็เอ่ยกับผมว่า “เมื่อไม่นานมานี้ ฉันได้ยินว่าคุณประกาศวางมือ ดังนั้นที่ฉันมาในครั้งนี้ ก็เพื่อ้ามาเชิญคุณ ไม่ทราบว่าคุณ้าเข้าร่วมสโมสรของฉันมั้ย ในอีกสามเดือนข้างหน้า หลังจากที่《สกายโร้ด》เปิดตัว พวกเรามาร่วมมือกันสู้ในการแข่งขันโกลเด้นลีกด้วยกันเถอะ?”
ผมทอดถอนใจพร้อมทั้งรู้สึกอดไม่ได้ที่จะรู้สึกผิดหวัง สุดท้ายมันก็กลายเป็การเชิญจากสโมสรแห่งหนึ่งเท่านั้นเอง
“ขอโทษนะ ในตอนนี้ผมยังไม่มีแผนที่จะเข้าร่วมกับสโมสรไหนทั้งนั้น”
ร่องรอยแห่งความผิดหวังแล่นผ่านในดวงตาคู่สวย ถังหยุนเม้มริมฝีปากสีแดงของเธอ จากนั้นจึงพูดว่า “หลังจากวางมือแล้ว คุณ .... ตกปลาอยู่ที่นี่ทุกวันเลยเหรอ?”
“ใช่......”
ผมเพียงส่งยิ้มเล็กน้อยและถามเธอกลับ “แล้วเธอหาผมเจอได้ยังไง หากจำไม่ผิด ดูเหมือนผมจะไม่ได้ทิ้งที่อยู่เอาไว้นะ”
ถังหยุนยิ้มมุมปาก ดวงตาคู่สวยคู่นั้นเหลือบมองไปที่แก้วชานมสองใบที่วางอยู่บนรั้วหิน ก่อนจะพูดว่า “อันที่จริงฉันสืบจากข้อมูลการสั่งซื้อของคุณน่ะ ทุกวันนายจะสั่งชานมเย็นสองแก้วแล้วให้มาส่งที่นี่ อืม....ที่อยู่ คือ ปากทางที่ 3 เสาหินที่ 2 ใกล้ทะเลสาบ ส่งให้คนที่หล่อที่สุดในบรรดานักตกปลาทั้งหมด ใช่มั้ยล่ะ?”
จู่ๆผมก็รู้สึกหน้าแดง ทำได้เพียงหัวเราะกับสิ่งที่เกิดขึ้น “ฮ่าๆๆ!”
ถังหยุนดูเหมือนจะไม่ยอมแพ้ง่ายๆ เธอกัดริมฝีปากสีแดง ทว่าท่าทางแบบนี้กลับดูน่ารักในสายตาของผม จากนั้นเธอก็พูดขึ้นว่า “ติงมู่เฉิน ฉันรู้เื่ราวบางอย่างเกี่ยวกับนายในหยินหูแล้ว แม้ว่านายเป็หนึ่งในห้าแกนหลักสำคัญระดับประเทศที่อายุน้อยที่สุด แต่ก็เป็คนที่มีศักยภาพมากที่สุด ถึงได้เป็อัศวินคนสุดท้ายที่สง่างามของเซิร์ฟเวอร์ระดับประเทศ และยังเป็อัศวินที่แข็งแกร่งที่สุดไงล่ะ ถึงแม้หยินหูจะไม่้าคุณ แต่ฉัน้านะ ขอเพียงแค่คุณตอบรับ ฉันจะให้เงินเดือนตามข้อเสนอตามที่คุณเรียกร้องอย่างเต็มที่แน่นอน”
“ไม่ต้องหรอก”
ผมโบกมือปฏิเสธพร้อมยิ้มให้กับเธอ “ผมต้องขอโทษจริง ๆ ตอนนี้ผมไม่มีแผนที่จะเข้าร่วมสโมสรไหนเลย และอาจไม่เข้าร่วมเล่น《สกายโร้ด》ด้วยซ้ำ”
เธอกัดฟันแน่น พลางครุ่นคิดอย่างหนัก “ฉันเต็มใจที่จะ .... ให้เงินเดือนเป็สามเท่าของหยินหูนะ ...... คุณจะลองคิดดูอีกครั้งได้มั้ย?”
“ไม่ล่ะ เงินไม่ได้มีผลอะไรกับผมขนาดนั้น”
ผมเหลือบมองไปที่เธอ ทว่ากลับเห็นขาเรียวขาวราวกับหิมะคู่หนึ่งโผล่พ้นมาจากกระโปรง เช่นเดียวกับเสื้อผ้าตรงหน้าอกของเธอที่เกือบทำให้เห็นยอดเขาทั้งสองข้างนั้นอย่างหน้าหวาดเสียว พลันหัวใจผมมันก็เต้นเร็วขึ้น และเกือบจะพยักหน้าอย่างไม่รู้ตัวแล้ว แต่ทั้งร่างราวกับโดนไฟช็อตได้อย่างทันท่วงที หลังจากที่หายใจเข้าลึก ๆ หลายต่อหลายครั้ง จากนั้นก็บอกกับเธอว่า “ถังหยุน ขอบคุณที่มาเชิญนะ แต่มันคงเสียเวลาเปล่า หากเป็เมื่อสองปีที่แล้ว ผมคงตอบรับคำเชิญของเธอไปแล้ว”
ดวงตาสวยคู่นั้นของถังหยุนปรากฏความผิดหวังออกมาเล็กน้อย จากนั้นจึงพูดว่า “ถ้าอย่างนั้น เราก็ยังเป็เพื่อนกันได้ใช่มั้ย ถ้าหากคุณเปลี่ยนใจเมื่อไหร่ล่ะก็ บอกฉันได้ทุกเมื่อเลยนะ สตูดิโอและสโมสรของฉันยินดีต้อนรับคุณทุกเมื่อเลย”
“โอเค”
ผมหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาพร้อมทั้งเปิดแอพวีแชท หลังจากที่เพิ่มเพื่อนกันเสร็จแล้ว รูปโปรไฟล์แมวหน้าตาน่ารักก็ปรากฎขึ้นบนรายชื่อเพื่อนใหม่ และชื่อของเพื่อนใหม่คนนี้คือ “ทีรามิสุ”เป็ชื่อที่คุ้นเคยมาก...
“เช่นนั้น ฉันขอให้นายตกปลาได้เยอะๆนะคะ”
ก่อนจะจากไป ถังหยุนเดินเข้ามาใกล้ผมเล็กน้อย พร้อมทั้งเหยียดลำคอยาวสวยมองลงไปในถังใส่ปลาของผม ก่อนที่จะคลี่ยิ้มจนหยีตาเป็รูปพระจันทร์เสี้ยวแล้วพูดว่า “ตกได้ปลาดุกเหลืองอย่างนั้นเหรอ....ไม่เลวเลยนี่”
“ก็พอมีฝีมืออยู่บ้างละน่า” ผมยิ้มออกมาอย่างประหม่า
จากนั้นถังหยุนจึงโบกมือให้ผม “งั้นก็ ไว้พบกันใหม่นะ”
“อื้อ แล้วเจอกัน”
……
ครั้นมองดูปอร์เช่คันนั้นค่อยๆไกลออกไปเรื่อยๆ พลันก็รู้สึกเหงาขึ้นมานิดหน่อย อยู่ๆกลับมีความรู้สึกเหมือนสูญเสียอะไรบางอย่างขึ้นมาเสียอย่างนั้น โอกาสดีๆแบบนี้ก็ทำพลาดไปเสียได้
ทว่าไม่กี่วินาทีต่อจากนั้น ความรู้สึกสูญเสียก่อนหน้านี้ก็ถูกกลบด้วยเสียงของรถมอเตอร์ไซต์แบตเตอรี่ที่ดังเป็ระยะๆจนมิดไปหมด ที่จอดรถของถังหยุนก่อนหน้านี้ก็ถูกแทนที่ด้วยรถมอเตอร์ไซต์ไฟฟ้าสีเทาลายลูกแกะสนิมเขรอะ คนขับสวมหมวกกันน็อคสีทองซีด ภายใต้หมวกกันน็อคปรากฏใบหน้าหล่อเหลาของชายคนหนึ่ง เขาส่งยิ้มให้ผม พร้อมทั้งะโดังมาว่า
“พี่เฉิน!”
“เสี่ยวเฉอ!”
ผมหัวเราะให้กับความบังเอิญนี้ หลินเฉอเป็รุ่นน้องคนสนิทของผมเอง เราโตมาด้วยกัน เรียนประถมด้วยกัน เรียนมัธยมด้วยกัน เรียนตำรวจด้วยกัน เข้างานด้วยกัน ออกจากงานก็พร้อมกัน ทั้งยังได้ร่วมงานกับหยินหูด้วยกันอีก ทว่าเขาออกจากหยินหูเร็วกว่าผมครึ่งปี
หลินเฉอจอดรถเสร็จก็ลงมานั่งบนพื้นหญ้า สายตามองไปตามทางที่ถังหยุนเพิ่งขับออกไป ก่อนจะถามผมว่า “คนสวยเมื่อกี้ใครน่ะ เขามาหาพี่งั้นเหรอ?”
“อื้อ”
“แล้วเป็ใครกัน?” สายตาของหลินเฉอส่องประกายระยิบระยับขึ้นมาทันที พร้อมทั้งเอ่ยด้วยรอยยิ้มเ้าเล่ห์ว่า“หรือจะเป็...ว่าที่พี่สะใภ้ในอนาคตงั้นหรือ?โครตสวย ผมกล้าพูดได้เลยนะว่าสวยขนาดนี้ไม่ต้องพูดถึงซูโจวเลย ขนาดเซี่ยงไฮ้ยังหายาก พี่นี่มีฝีมือจริงๆ”
“อย่าพูดเหลวไหลน่า”
ผมพูดต่อด้วยความโกรธ “เธอก็แค่มาเชิญฉันเข้าสโมสรของเธอเท่านั้นเอง”
“อ้อ” หลินเฉอหัวเราะเริงร่าแล้วพูดต่อว่า “ด้วยความสามารถระดับพี่ หลังจากประกาศออกจากสโมสรแล้ว โทรศัพท์คงใกล้จะะเิแล้วล่ะสิ สโมสรและทีมมากมายต่างก็อยากเข้าร่วมการแข่งขันระดับลีก ดังนั้นแล้วเขาก็ต้องเลือกพี่เป็ตัวเลือกแรกอยู่แล้ว”
“อย่ามาพูดเวอร์หน่อยเลย”
ผมเหล่ตามองไปทางเขา ก่อนเอ่ยแซวว่า “เสี่ยวเฉอ ไม่เลวเลยนี่ ่นี้ มีรถขับแล้วด้วย”
หลินเฉอชำเลืองมองเ้าลูกแกะของตัวเองที่จอดอยู่ริมถนนแล้วก็อดหน้าแดงไม่ได้ “แหะๆ รถมือสองนะพี่ กำลังรถไม่แรงแถมสภาพก็ดูไม่จืดเลย ใช้ไปตามสภาพน่ะ”
“นายมาหาฉันถึงที่นี่ต้องมีเื่อะไรใช่มั้ย ว่ามาสิ?”
“อื้ม”
หลินเฉอพยักหน้า ก่อนพูดว่า “พี่เฉิน พี่วางมือออกมาอย่างนี้แล้ว ก็ไม่ได้มีแผนสำรองอื่นเลยใช่มั้ย?”
“อื้อ ไม่มี ฉันก็ไปของฉันเรื่อยๆอย่างนี้แหล่ะ”
“แต่ผมมีข้อเสนอ”
“ว่ามาสิ”
“《สกายโร้ด》จะเปิดออนไลน์ในอีก 3 เดือนข้างหน้า ในฐานะที่เกมนี้เป็ที่รู้กันว่าเป็ผลงานชิ้นโบว์แดงของเยว่เหิงกรุ๊ป และเป็เกมที่มีการลงทุนมากที่สุด และไม่มีเกมไหนสุดยอดไปกว่านี้ อีกอย่างนะพี่เกมนี้ก็เป็เกมที่เสมือนจริงอย่างไร้ขีดจำกัดด้วย นี่พี่ไม่อยากจะลองดูบ้างเลยจริงเหรอ?”
ขณะพูดไป เขาก็นำมือถูจมูกไป
“หลังออกจากหยินหู ตอนนี้ก็พักมาครึ่งปีแล้ว ผมก็คิดดูมาหลายๆเื่แล้ว ครั้งหนึ่งผมคิดถึงเื่ชีวิต คิดว่า ถ้าพี่ๆน้องๆได้มาเล่นเกมด้วยกันคงจะสนุกมากแน่ๆ พี่ว่างั้นมั้ย?”
ในใจของผมกระตุกวูบ “อื้อ ก็จริง”
หลินเฉอรู้สึกตื่นเต้น ก่อนจะรีบเอ่ยต่อว่า “พวกเรา......มาสร้างกลุ่มกันใหม่เถอะพี่ มาสร้างสตูดิโอเกมใหม่กันสักห้อง ไปพิชิตโลกกัน พี่ว่าไง? ความสามารถอย่างพวกเรา ต้องพุ่งชนโลกได้ทั้งใบแน่นอน”
ผมมองปลาที่ว่ายอยู่ในน้ำ จากนั้นก็เงียบไป
“พี่เฉิน พี่กำลังกังวลใช่มั้ยล่ะ?”
“อื้อ”
ผมพยักหน้ารับ “เื่ที่หยินหูนายเองก็มีประสบการณ์มาแล้ว ครั้งหนึ่งเคยมีนักแข่งเกมมืออาชีพถูกลักพาตัวไป สุดท้ายผลเป็ยังไงล่ะ พวกเราต่างก็รู้ดีอยู่แก่ใจนี้ มันไม่มีความฝันอะไรทั้งนั้น มีก็แต่การไม่ยอมอ่อนข้อและถอยให้ที่ไม่มีสิ้นสุด”
“งั้นก็....” หลินเฉอชูหมัดขึ้น พร้อมทั้งพูดว่า “พวกเราสร้างแค่สตูดิโอก็พอ มุ่งมั่นหาเงินสร้างรายได้ ไม่รับสปอนเซอร์ ไม่มีการแข่งขันลีก ก็แค่มาเล่นกัน เป็ไง แบบนี้ดีมั้ย?”
“ดี” ผมพยักหน้าเห็นด้วย
หลินเฉอดีใจมาก ใบหน้ายกยิ้มพร้อมพูดว่า “งั้นก็ตกลงตามนี้นะ”
“อื้อ แต่มีกันแค่ 2 คน มันจะยากในการช่วยกันใน่แรกของเกมส์นะ” ผมขมวดคิ้วยุ่ง
“อีกอย่างในการลงทะเบียนสตูดิโอจะต้องมีสมาชิกอย่างน้อย 4 คน”
“ผมมีตัวเลือก”
“ใคร?”
“พี่เหว่ย” ดวงตาของหลินเฉอส่องประกายวิบวับ
ผมแทบจะกระอักเื “จางเหว่ยงั้นเหรอ? นายแน่ใจนะ เขาเคยเล่น LOL มาก่อนแล้วเอาแต่คิลฝั่งตรงข้าม ป่วนทั่วแมพ อีกอย่างเขาก็ไม่เคยเล่นเกมเสมือนจริงมาก่อน ยิ่ง《สกายโร้ด》ที่เป็เกมเสมือนจริงแบบไร้ขีดจำกัดนั่นอีก แล้วเขาจะไหวหรือ?”
“ก็ลองดูก่อนเถอะพี่ ถ้าไม่ได้จริงๆก็ให้เขาทำงานในสตูดิโอแทนก็ได้นะ”
“อื้อ แล้วนายรู้มั้ยว่าตอนนี้เขาอยู่ไหน?”
“รู้สิ พวกเราจะไปหาเขาตอนบ่ายนี้เลย”
“ดี”
หลินเฉอถูจมูกไปมา พร้อมทั้งพูดว่า “พี่เฉิน ค่าเช่าห้องผมเพิ่งจะถึงกำหนดจ่ายแล้ว ห้องพี่มีที่ให้ผมนอนไหม ผมไปอยู่กับพี่ก่อนได้มั้ยอ่ะ?”
“นายนี้มัน อีกแล้วนะ”
ถึงจะบ่นออกไปเช่นนั้น แต่ผมก็ชี้นิ้วไปที่อาคารเล็ก ๆ ตรงริมทะเลสาบในระยะไกล พร้อมทั้งพูดว่า “นั่นคือบ้านที่ฉันเช่าอยู่มีหลายห้อง นายย้ายเข้ามาได้ตลอด”
หลินเฉอทำหน้าใ “นะนี่พี่เช่าวิลล่าอยู่เลยเหรอ”
“หลังจากวางมือแล้ว ฉันก็วางแผนจะใช้ที่นี่เป็ที่อยู่ในระยะยาว ก็เลยเช่าที่นี่ไว้ปีหนึ่ง ค่าเช่ารายเดือน 8,000 หยวน เป็ไง พอจะเป็สตูดิโอในอนาคตของพวกเราได้มั้ย? ”
“ได้พี่ สุดยอดไปเลย!”
……
ตกบ่าย
“บรื้นๆๆๆๆ~~~”
ตอนนี้ลูกแกะน้อยต้องรับน้ำหนักของชายอกสามศอกถึง 2 คน ลูกแกะน้อยจึงต้องใช้พลังอย่างบ้าคลั่งในการพาพวกเราทั้งสองแล่นขึ้นบนเนินสูง ในสถานการณ์ที่ลูกแกะน้อยสามารถแตกสลายได้ทุกเมื่อนั้น รถพวกเราก็วิ่งมาเป็ระยะทาง 10 ไมล์จนกระทั่งถึงบ้านพักเก่าของจางเหว่ย จางเหว่ยเป็เพื่อนร่วมชั้นสมัยมัธยมปลายของผมและหลินเฉอ และก็เป็หนึ่งในเพื่อนร่วมหัวจมท้ายด้วยกันด้วย ว่าไปแล้วก็ไม่ได้เจอกับผู้ชายคนนั่นนานแล้วเหมือนกันนะ
ผมแหงนมองขึ้นไป ก็พบว่าผนังของบ้านหลังนี้ต่างหลุดลอกออก ทั้งยังถูกปกคลุมด้วยเถาวัลย์ไปหมด ดูเหมือนจะไม่มีใครมาดูแลที่นี่เลย ครั้นเมื่อเดินเข้าไปใกล้ทางเดินก็มีกลิ่นไม่พึงประสงค์โชยมา บนผนังเต็มไปด้วยโฆษณาต่างๆ มันช่างเป็ภาพที่น่าหดหู่ยิ่งนัก ไม่รู้ว่าจางเหว่ยใช้ชีวิตอยู่ที่นี่จะเป็ยังไงบ้าง
“ถึงแล้ว”
ผมและหลินเฉอยืนอยู่หน้าประตูที่มีคำเขียนด้วยลายมือว่า "เงินทองไหลมาเทมา" ที่แปะไว้ที่ประตูจนเต็มไปหมดด้วยความขมขื่น
******************************
โปรดติดตามตอนต่อไป.......