ฉันมีเทเลพอร์ตสุดเจ๋ง(ทั้งเรื่องติดหัวใจแค่4ตอน)

    ตอนที่ 52 เข็มทองในตำนาน

    ตอนที่52 เข็มทองในตำนาน


    “พรุ่งนี้ตอนบ่ายฉันจะไปหาคุณและสามารถช่วยเรื่องนี้ได้ คุณสะดวกไหม?”หลิวเย่ต้องการเข็มทองนั่นจึงเสนอความช่วยเหลือให้กับเขา


    “โอ้หมอหลิวสามารถช่วยได้เหรอ? เยี่ยมมาก! ดี!ดี! มาเลย!ฉันว่างเสมอ” เล่อผิงมีน้ำเสียงตื่นเต้นยินดีทันใด


    อาจารย์กู่ที่นั่งฟังอยู่ตกใจที่พบว่าหลิวเย่จะสร้างปาฏิหาริย์อะไรขึ้นมาอีก?


    ตั้งแต่เขาได้รู้จักกับหลิวเย่


    ทำให้ความมั่นใจและความคิดแบบเดิมๆพังทลายหลายต่อหลายครั้ง


    ไม่ว่าจะเป็นการเรียนรู้ที่รวดเร็วราวกับไม่ใช่มนุษย์!


    ทักษะการรักษาโรคทางกระดูกที่ทำได้เหนือมนุษย์!


    การตรวจรักษาโรคที่ไม่มีข้อผิดพลาดเลยแม้แต่ครั้งเดียว!


    และนี่ยังจะสามารถปรุงยาอายุวัฒนะได้อีก!


    มันจริงเหรอ?


    “เอ่อ เสี่ยวเย่คุณสามารถปรุงยาอายุวัฒนะได้?”เขาถามสิ่งที่ค้างคาใจทันที


    “อืม ใช่!” หลิวเย่พยักหน้าตอบอย่างเป็นธรรมชาติ


    “แล้วยาอายุวัฒนะของบริษัทเม่ยลี่ที่นำออกมาขายล่ะ?”


    “อืมฉันเป็นคนปรุงให้หานจงเอง!”


    “ห๊ะ!” “เอี๊ยด!”อาจารย์กู่ตกใจจนเหยียบเบรกกะทันหัน


    เขาหันมามองหน้าหลิวเย่ด้วยความประหลาดใจเหมือนหลิวเย่เป็นตัวประหลาด


    “เอื้อก”อาจารย์กู่กลืนน้ำลายลงคออย่างฝืด


    “.....”หลิวเย่ไม่ได้พูดอะไรอีก


    พวกเขาให้บริการตรวจและรักษาโรคแก่ชาวบ้านที่ยากจนในชุมชนเหมือนเดิม


    บางวันอาจารย์กู่ก็จะพาหลิวเย่ไปพบคนป่วยโรคแปลกๆที่โรงพยาบาลประชาชน


    เพื่อให้เขาได้ฝึกทักษะการตรวจรักษาโรค


    อันที่จริงไม่ใช่ฝึกทักษะการรักษาโรคแต่ไปทำหน้าที่ช่วยพวกเขารักษาคนป่วยเสียมากกว่า


    ……….


    เวลา 14.00 น. ณวิลล่าตระกูลเล่อ


    หลิวเย่นั่งตรงข้ามกับเล่อผิงในห้องทำงานของเขาโดยมีพ่อบ้านเหลายืนอยู่ทางประตูห้องคล้ายเฝ้ายาม


    “หมอหลิวคงต้องการเครื่องมือไว้รักษาคนป่วย!” เล่อผิงถามอย่างคาดเดา


    “ใช่ฉันจำเป็นต้องใช้มัน!” หลิวเย่พยักหน้ายอมรับ


    “อันที่จริงเข็มทองเป็นสมบัติที่พ่อมอบให้กับฉันไม่ใช่พี่ชาย แต่เขาต้องการนำมันไปมอบให้กับหลานชายคนโปรดของเขา เล่อคัง เห็นว่าหลานชายจะนำมันไปเป็นของหมั้นหมายกับใครสักคน”เล่อผิงอธิบายที่มาที่มาให้เขาฟัง


    “หือ ของหมั้น?” เขาพึมพำกับตัวเองเมื่อได้ยินชื่อของเล่อคัง


    ชายหนุ่มหน้าตาดีที่มาท้าทายการแข่งขันกับเขาเพื่อแย่งชิงสิทธิในการใกล้ชิดกับเจียงผิงผิง!


    หลิวเย่ลูบคางเบาๆด้วยความสนใจ


    “แสดงว่าตระกูลของคุณกับพี่ชายล้วนสืบทอดศาสตร์การแพทย์จากบรรพบุรุษทั้งคู่”เขาถามข้อมูลเพิ่มเติม


    “ใช่แต่พวกเรามีความถนัดความชอบที่แตกต่างกัน ในส่วนของฉันนั้นฉันชอบสมุนไพรและการปรุงยารักษาโรคหายยาก

    แต่สำหรับพี่ชายเขาชอบด้านการฝังเข็มและศิลายาเป็นพิเศษ”เล่อผิงอธิบายเพิ่มเติมให้เขาฟัง


    “อืมแล้วเขาต้องการยาอายุวัฒนะไปทำไม?” หลิวเย่ถามประเด็นสำคัญ


    “เขาต้องการนำมันไปช่วยยืดอายุให้กับเฒ่าชราตระกูลเจียงเพื่อเร่งรัดการหมั้นหมายของหลานชายกับคู่หมั้น”คำตอบของเขาทำให้หลิวเย่นึกถึงข้อความที่เพื่อนเคยบอกไว้ถึงการทะเลาะกันของเจียงผิงผิงกับเล่อคัง


    เขานิ่งเงียบครุ่นคิดในใจครู่หนึ่ง


    หากเขานำยาอายุวัฒนะออกไปช่วยเพื่อแลกกับเข็มทองนั่น!


    เจียงผิงผิงก็ต้องหมั้นหมายกับเล่อคังใช่ไหม?


    แล้วถ้าหากเธอไม่เต็มใจล่ะ!


    เขาควรทำอย่างไรดี?!


    “ผู้เฒ่าตระกูลเจียงป่วยเป็นโรคอะไร? คุณรู้ไหม?” หลิวเย่ถามนอกเรื่อง


    “อืม ได้ข่าวว่าเป็นโรคมะเร็งตับ! ตอนนี้ท้องบวมโตและตัวเหลืองมากทีเดียว”น้ำเสียงคล้ายเห็นใจมาจากเล่อผิง


    “ถ้าเช่นนั้นคุณช่วยติดต่อเขาได้ไหมว่าฉันสามารถรักษาเขาได้ แต่ฉันมีเงื่อนไขสำหรับผู้เฒ่าตระกูลเจียง”


    หลิวเย่เสนอทางออกให้กับเขา


    “หือเงื่อนไขอะไร? คุณลองว่ามา!”เล่อผิงหูผึ่งที่ได้ยินเขาบอกว่ามีหนทางอื่น


    “ฉันต้องการเข็มทองนั่นแต่การหมั้นหมายของหลานชายเขาต้องเกิดจากความสมัครใจของฝ่ายหญิงห้ามบังคับ!”


    น้ำเสียงจริงจังและหนักแน่นยืนยันในคำพูดนั้นของเขา


    “เอ่อ ได้ ได้ฉันจะลองติดต่อผู้เฒ่าตระกูลเจียงกับพี่ชายของฉันก่อน”เล่อผิงที่มองไม่เห็นผลเสียกับเงื่อนไข


    เขาจึงยินดีที่จะช่วยติดต่อกับพวกเขาเหล่านั้นให้


    “ถ้าเช่นนั้นหากพวกเขาตกลงได้เมื่อไหร่? ค่อยโทรหาฉันอีกครั้ง”หลิวเย่ลุกขึ้นยืนเมื่อเรื่องได้รับการแก้ไขบางส่วนแล้ว


    “หมอหลิวคุณทานข้าวเย็นกับพวกเราก่อนดีไหม?”เล่อผิงเอ่ยชวนอย่างมีน้ำใจ


    “ไม่เป็นไรขอบคุณ”


    จากนั้นเขาก้าวเดินออกจากห้องทำงานและขับรถยนต์ออกจากวิลล่าตระกูลเล่อ


    ..........


    ระหว่างทางกลับอพาร์ตเมนท์


    หลิวเย่โทรหาหานจงให้จัดส่งสมุนไพรสำหรับปรุงยาอายุวัฒนะสำหรับรอบเดือนตุลาคมนี้


    “สวัสดี หมอหลิวคุณจะให้ฉันจัดส่งสมุนไพรที่เดิมไหม?” น้ำเสียงตื่นเต้นดังขึ้นจากปลายสาย


    “ใช่ ที่เดิม!” หลิวเย่ตอบยืนยัน


    “อะแฮ่ม หมอหลิวคุณสามารถปรุงยาเพิ่มอีกได้ไหม?”หานจงที่ได้ลิ้มรสชาดอันหอมหวานของการขายที่ยอดขายถล่มทลายเริ่มมีความโลภมากขึ้น


    “อืม ยังปรุงเท่าเดิมไปก่อน” หลิวเย่ยังไม่ต้องการทำให้ยาอายุวัฒนะนี้หาได้ง่ายและมีมากเกินไป


    ถึงแม้ว่าจะมีหลายคนที่ต้องการมันก็ตาม!


    เขารู้ว่าราคาใต้ดินอาจสูงมากกว่าที่ตั้งราคาไว้แค่ขวดละ1 ล้านหยวน


    คืนนี้หลิวเย่รู้สึกกระวนกระวายใจและหงุดหงิดเมื่อได้รับรู้ข้อมูลการหมั้นหมายของเจียงผิงผิง


    ถึงแม้เขายังมีหวังลึกๆในใจว่าเธอจะปฏิเสธการหมั้นนี้!


    แต่เขาก็ไม่มั่นใจว่าเธอจะต้านทานคำสั่งของครอบครัวได้หรือไม่?


    เขาไม่ต้องการบังคับพวกเขา!


    ความรักระหว่างคนสองคนต้องเกิดจากความสมัครใจ!


    ถึงจะรักกันได้อย่างยืนยงตลอดกาล!


    หลิวเย่ยืนเหม่อลอยจ้องดวงจันทร์ที่ส่องแสงสว่างห่างไกล!


    พลันเกิดความรู้สึกต้องการฟังเพลงเพื่อผ่อนคลาย


    เขานึกถึงบทเพลงที่ซื้อมาจากเจ้าอ้วนแกรี่7!


    “อ๊ะ ฉันซื้อเพลงมาตั้ง5 ชีท ลองฟังดูสักนิดว่าแพงขนาดนั้นจะไพเราะมากแค่ไหน?”


    เขาหยิบชีทเพลงแรกขนาดเท่าเล็บมือ


    แล้วเสียบมันใส่ช่องอุปกรณ์ที่เขาดัดแปลงบนดาวขยะเพื่อให้ใช้กับคอมพิวเตอร์ได้


    จากนั้นเปิดคอมพิวเตอร์และลำโพง


    พลันเสียงหวานแผ่วเบาค่อยๆดังขึ้น ดึงความรู้สึกของเขาให้จมอยู่ในภวังค์และเขาลุกเดินไปยืนชมจันทร์ที่หน้าต่างโดยไม่รู้สึกตัว


    บทเพลงหวานไพเราะคล้ายดังรอบตัวเขาด้วยความรู้สึกเหมือนมีมืออันอ่อนโยนลูบไล้!


    เติมเต็มความเงียบเหงาอ้างว้างและเจ็บปวดที่อยู่ส่วนลึกในใจ!


    มันทำให้เขารู้สึกถึงความผ่อนคลายมากขึ้นเรื่อยๆ!


    จนทำให้เขารู้สึกสดชื่นมีพลังพร้อมกำลังใจที่เปี่ยมล้น+


    จวบจนบทเพลงจบลง


    ความรู้สึกสดชื่นสบายใจแผ่ซ่านทั้งตัว!


    นี่มันบทเพลงแห่งสวรรค์!


    เพลงแห่งสวรรค์อย่างแท้จริง!


    โอ้เขาไม่เคยฟังเพลงที่สามารถเยียวยาบำบัดร่างกายและจิตใจได้ดีขนาดนี้มาก่อน!


    หลิวเย่ไม่คิดอะไรมาก


    เขาแค่อยากแบ่งปันความรู้สึกพลังบวกเช่นนี้ให้กับใครอีกหลายคน?!


    จึงสร้างบัญชีในชื่อZ เพื่อโพสต์บทเพลงในอินเตอร์เน็ตโดยตรง


    ในตอนนี้เขามีพลังกายใจและสบายใจแล้ว


    จึงเริ่มทำการฝึกฝนในห้องนอนต่อไป


    แต่อนิจจา!!!


    หลิวเย่ไม่รู้เลยว่าบทเพลงที่เขาโพสต์ไปแบบไม่คิดอะไรมากนั้น


    สร้างความโกลาหลและตกตะลึงให้กับฝูงชนและปรมาจารย์ด้านดนตรีที่เข้ามาชื่นชมยกย่องจนโพสต์ของเขา


    มีข้อความตอบกลับใต้โพสต์เป็นล้านข้อความในเวลาแค่คืนเดียว


    “โอ้นี่มันบทเพลงอะไรกัน? ฉันไม่เคยได้ยินมาก่อนมันสร้างพลังให้กับฉัน!”


    “บทเพลงแห่งสวรรค์มันคือบทเพลงแห่งสวรรค์!”


    “ฉันนอนหลับสบายเมื่อได้ฟังเพลงนี้”


    “นี่คือบทเพลงจากปรมาจารย์ท่านใด?”


    “ฉันพยายามแกะตัวโน้ตออกมาแต่ฉันทำไม่ได้! มันเกิดอะไรขึ้น?”


    “ฉันกำลังทะเลาะกับแฟนของฉันแต่เมื่อฉันฟังเพลงนี้ พวกเรากลับมาคืนดีกันแล้ว”


    “ฉันกำลังจะขอแฟนแต่งงานเมื่อเพื่อนฉันเปิดเพลงนี้โดยไม่ตั้งใจ แฟนของฉันเธอตอบตกลงทันที!”


    “ฉันคิดถึงพ่อกับแม่มากที่สุดในโลก!”


    “ฉันรักคนที่โพสต์เพลงนี้ที่สุด!”


    “คนที่โพสต์เพลงนี้คือใคร?”


    “ตามหาคนโพสต์เพลงนี้”


    “ตามหาคนโพสต์เพลงนี้+1”


    “ตามหาคนโพสต์เพลงนี้+1.....”


    ……….


    รุ่งเช้าหลิวเย่ไปเรียนตามปกติ


    แต่วันนี้มีความโกลาหลและวุ่นวายชอบกล


    เขาพบว่าเกือบทุกคนจะเปิดโทรศัพท์มือถือฟังเพลงหรือดูวิดีโอจากโพสต์อะไรบางอย่าง?


    ส่วนใหญ่จับกลุ่มกันหลายคนและแต่ละคนมีสีหน้าเคลิบเคลิ้มเหมือนตกอยู่ในภวังค์!


    หลายคนน้ำตาไหลขณะฟังเพลงไปด้วย!


    ด้วยความสงสัยเขาจึงเปิดใช้สัมผัสสวรรค์


    ปรากฏว่าพฤติกรรมของพวกเขานั้นมาจากบทเพลงที่เขาโพสต์เมื่อคืนนี้เอง


    เขาส่ายหัวให้กับความไม่ตั้งใจของเขา


    แต่เมื่อเห็นผลตอบรับที่ทำให้ทุกคนสบายใจขึ้น


    เขาจึงอมยิ้มเล็กน้อยอย่างพอใจ


    เมื่อถึงห้องเรียนและกำลังนั่งลงในที่ประจำหลังห้อง


    “นี่น้องสี่นายได้ฟังเพลงแห่งสวรรค์แล้วหรือยัง?”ซุนเอ้อถามเขาด้วยความสงสัยเพราะน้องสี่มักจะไม่สนใจโซเชียล


    “อืม ฟังแล้ว!” หลิวเย่ตอบรับคำในลำคอ


    “ในความรู้สึกของนายเป็นอย่างไรบ้าง?” ซุนเอ้อถามต่อคล้ายหาแนวร่วม


    “อืม ไพเราะดี!” เขาพยักหน้าเห็นด้วยพลางมองไปที่เพื่อนอีกสองคนที่ใส่หูฟังอย่างไม่สนใจคนรอบข้าง


    ส่วนใหญ่นักศึกษาได้พลังบวกจากบทเพลงแห่งสวรรค์


    ทำให้วันนี้อาจารย์ที่มาสอนในห้องเรียนมีความสุขที่พบว่านักศึกษาให้ความสนใจกับการเรียนเป็นอย่างดี


    เขายิ้มแย้มอารมณ์ดีและสอนเทคนิคการจำและการฝึกปฏิบัติการแพทย์แผนจีนให้นักศึกษาอย่างไม่หวงวิชา


    บรรยากาศการเรียนเป็นไปด้วยดีตลอดภาคเช้า


    ในขณะที่หลิวเย่กำลังทานอาหารกลางวันกับเพื่อนๆ


    พลันมีเสียงโทรศัพท์มือถือของเขาดังขึ้น!


    เมื่อหยิบมาดูพบว่าเป็นเบอร์โทรของเล่อผิง


    หลิวเย่ยกยิ้มมุมปากเล็กน้อยและรับสาย“สวัสดี ฉันหลิวเย่”


    “โอ้หมอหลิวรับสายแล้ว ทางผู้เฒ่าตระกูลเจียงตอบตกลงแล้วแต่ทางพี่ชายของฉันเขาขอดูผลการรักษาก่อน หากตรวจร่างกายแล้วพบว่าหายดีจริงเขาถึงจะส่งมอบเข็มทองให้ ส่วนเรื่องอื่นๆ ก็เป็นไปตามเงื่อนไข”


    “อืม ดีมาก!”


    “หมอหลิวจะให้ฉันไปรับที่มหาวิทยาลัยเวลาไหน?” เล่อผิงถามอย่างเกรงใจ


    “อีกสักครู่ค่อยมาฉันทานข้าวใกล้จะอิ่มแล้ว”


    “ถ้าเช่นนั้นอีก15 นาที ฉันจะจอดรถรอหมอหลิวที่ประตูหน้ามหาวิทยาลัย”


    “ตกลง!” หลิวเย่พยักหน้าตกลงอย่างง่ายดาย


    ..........


    ณวิลล่าตระกูลเจียงแห่งเมืองเทียนจิน


    “ชายชราเจียงโฮ่วอยู่กับลูกชายคนโต เจียงฮ้วยกับลูกสะใภ้ เพ่ยม่านซี พวกเขามีลูกสาวหนึ่งคนชื่อ เจียงหมาน


    เขาป่วยเป็นโรคตับได้สองปีแล้วรักษาทั้งแผนตะวันตกและแผนจีน แต่ไม่ดีขึ้น สามเดือนมานี้อาการทรุดลงมากพวกเขาวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งตับระยะสุดท้ายแล้ว เหลือเวลาอีกไม่ถึงเดือน” คำอธิบายการเจ็บป่วยและสภาพครอบครัวของผู้เฒ่าเจียงดังจากปากของเล่อผิงขณะที่พวกเขานั่งรถไปด้วยกัน


    “อืม” หลิวเย่คิดไว้ในใจก่อนนี้แล้วว่าคงจะเป็นมะเร็งตับแต่อาการจะหนักมากแค่ไหน?คงต้องตรวจดูอีกที

    ในห้องโถงรับรองแขกของวิลล่า


    หลิวเย่ได้รับการแนะนำตัวจากชายชราเล่อผิง


    กับสมาชิกของตระกูลที่มาวันนี้เจียงหรูเหยา ลูกสาวคนโตที่แต่งงานกับ ฮั่นกวนเซ่อ พวกเขามาด้วยกัน


    ลูกชายคนโตเจียงฮ้วย ยืนเคียงข้างกับภรรยาของเขา เพ่ยม่านซี


    ลูกชายคนเล็กเจียงฟ่ง จับมือกับหยูเพ่ยหยา พวกเขาเป็นพ่อแม่ของเจียงผิงผิง


    ชายวัยกลางคนเล่อหยง ลูกชายคนเดียวของเล่อซาน ซึ่งเขานำเข็มทองมาพร้อมด้วย


    “สวัสดีหมอหลิว”ทุกคนกล่าวทักทายเขาอย่างเป็นธรรมชาติ


    มีเพียงพ่อแม่ของเจียงผิงผิงที่ขมวดคิ้วมองหลิวเย่อย่างพิจารณา


    เขารับรู้เงื่อนไขการรักษาพ่อของตนจากเล่อผิงแล้วและแปลกใจที่หลิวเย่เสนอเงื่อนไขกับเจียงผิงผิง


    และที่สำคัญหลิวเย่เป็นแค่นักศึกษาปีหนึ่งเท่านั้นแต่พวกเขาซึ่งเป็นหนึ่งในตระกูลด้านการแพทย์แผนจีน


    และโดดเด่นมานานกับการรักษาด้วยการฝังเข็ม


    “สวัสดี ฉันชื่อหลิวเย่”เขาแนะนำตัวและกวาดสายตามองพวกเขา


    จากนั้นพูดเพิ่มเติมว่า“ฉันอยากอธิบายให้ทุกคนฟังอีกครั้งว่า ฉันเป็นแค่นักศึกษาปีหนึ่งจากมหาวิทยาลัยการแพทย์แผนจีนเทียนจิน”


    “ฉันจะไม่โกหกพวกคุณและฉันยังไม่มีใบรับรองแต่อย่างใดนั่นหมายความว่ามันไม่ถูกต้องตามกฎหมาย”


    “ดังนั้นการรักษาผู้เฒ่าเจียงในครั้งนี้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของพวกคุณหากผลการตัดสินใจเป็นอย่างไร ฉันยินดียอมรับผลนั้น”


    หลิวเย่รู้สถานะของตนเองเป็นอย่างดีดังนั้นการรักษาโรคหายยากเช่นนี้จึงขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของพวกเขาทั้งหมด


    “คุณบอกว่าสามารถรักษาพ่อของฉันได้?” เจียงฟ่งหรี่ตาลงและถามหลิวเย่เสียงเข้มต่ำ


    “ใช่ฉันสามารถรักษาได้!”หลิวเย่ตอบกลับอย่างเป็นธรรมชาติ


    “ถ้าหากรักษาไม่ได้ล่ะ!” เสียงของเจียงฮ้วยดังขึ้น


    “ฉันคงไม่มายืนอยู่ที่นี่”หลิวเย่ตอบกลับอย่างผ่อนคลาย


    “ทำไมคุณถึงสร้างเงื่อนไขกับการหมั้นหมายของลูกชายฉัน”เสียงของเล่อหยงดังขึ้นด้วยความสงสัยและไม่พอใจ


    “ฉันไม่ได้ห้ามพวกคุณแต่ฉันแค่อยากให้การหมั้นหมายและแต่งงานเกิดจากความสมัครใจของทั้งสองฝ่าย

    หรือพวกคุณชมชอบการบังคับใจกัน”หลิวเย่ถามกลับคืนด้วยสีหน้าเรียบเฉย


    ท่าทางมั่นใจของหลิวเย่ทำให้พวกเขาทุกคนหันหน้ามาปรึกษากันอีกครั้ง


    หลิวเย่ให้เวลาพวกเขาอย่างเต็มที่


    ถึงแม้ว่าตัวชายชราจะเต็มใจให้เขารักษา!


    แต่ลูกหลานที่คอยดูแลและเป็นคนใกล้ชิดชายชรา!


    ย่อมมีส่วนสำคัญในการตัดสินใจรักษาด้วยเช่นกัน!


    เขาไม่ต้องการให้มีปัญหาตามมาจากความไม่เข้าใจหรือไม่ได้อธิบายตั้งแต่แรก!


    รวมถึงเงื่อนไขการหมั้นหมายและแต่งงานซึ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อนสำหรับพวกเขา!


    “ตกลง!” เสียงตอบตกลงดังมาจากเจียงฮ้วย หลังจากที่พวกเขาปรึกษากันนานกว่าสิบนาที


    หลิวเย่กวาดสายตามองทุกคนและพบว่าพวกเขาพยักหน้าตกลงกันทุกคน


    “งั้นนำทางฉันไปที”หลิวเย่บอกกับพวกเขาเสียงเรียบ


    ในห้องนอนของผู้เฒ่าเจียงโฮ่ว


    เวลานี้มีอุปกรณ์ช่วยชีวิตหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นสายออกซิเจน สายยางให้อาหารทางจมูก สายยางปัสสาวะด้านล่าง และอื่นๆ


    หลิวเย่จับข้อมือและชีพจรของชายชราอย่างแผ่วเบา


    เขาพยักหน้าเบาๆเมื่อพบว่าเป็นโรคมะเร็งตับระยะสุดท้ายอย่างชัดเจน


    “พวกคุณออกไปข้างนอกให้หมดเสร็จแล้วฉันจะเรียกอีกที” หลิวเย่หันมาสั่งทุกคนที่เดินมากับเขาให้ออกไป


    เมื่อทุกคนออกจากห้อง


    เขาเปิดใช้สัมผัสสวรรค์ตรวจสอบกล้องวงจรปิดหรืออุปกรณ์สอดแนมอื่นๆ


    เมื่อไม่พบความผิดปกติใดๆเขาหยิบน้ำอมฤตสีเหลืองรักษาโรคและน้ำอมฤตสีดำฟื้นคืนชีพออกมา


    ปล่อยพลังปราณนำน้ำอมฤตสีดำเข้าไปช่วยฟื้นฟูอวัยวะภายในที่พิการ


    จากนั้นนำน้ำอมฤตสีเหลืองไปซ่อมแซมรักษาโรคตับ


    แต่เนื่องจากเป็นระยะสุดท้ายที่ร้ายแรงดังนั้นชายชราจำเป็นต้องกินยาเม็ดสมุนไพรรักษาโรคตับอีก 10 วัน


    หากใช้แค่น้ำอมฤตโดยปราศพลังปราณอาจใช้เวลารักษาเป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือน


    เหงื่อซึมเต็มหน้าผากและแผ่นหลังของหลิวเย่


    เขาใช้พลังปราณไปมากเนื่องจากสภาพร่างกายและอวัยวะที่เสียหายของชายชรามีมากเกินไป


    กระบวนการทั้งหมดใช้เวลาเกือบหนึ่งชั่วโมง


    “วู้! นี่ขนาดมีพลังที่ขอบเขตแกนทองคำแล้วนะถ้าเป็นแกนเสมือนคงใช้เวลานานกว่านี้” หลิวเย่ถอนหายใจและพึมพำอย่างอ่อนล้ากับตนเอง


    “พวกคุณเข้ามาได้แล้ว”หลิวเย่ส่งเสียงดังให้พวกเขาที่รออยู่นอกห้องได้ยิน


    ปรากฏว่าพวกเขาเข้ามาในห้องกันเกือบทุกคนจนทำให้ห้องแคบไปถนัดตา


    “พวกเราทยอยกันเข้ามาทีละสองคนเถอะ”เจียงฮ้วยเอ่ยจัดระเบียบภายในห้องขึ้น


    “ห๊ะ!” น้ำเสียงแปลกใจดังขึ้นจากเล่อหยงซึ่งพวกเขาเป็นตระกูลแพทย์สาขาศิลายาเช่นกัน


    “โอ๊ะ!” เสียงประหลาดใจดังขึ้นจากเจียงฮ้วย


    น้ำเสียงที่แปลกประหลาดใจของพวกเขา!


    ทำให้กระตุ้นคนอื่นๆที่อยู่นอกห้องให้หมุนเวียนกันเข้ามาตรวจสอบชีพจรและร่างกายของชายชรา


    “พวกคุณสามารถส่งชายชราไปตรวจสอบร่างกายที่โรงพยาบาลได้อีกครั้ง”


    “ตกลง หากผลการตรวจปกติดีทุกอย่างพวกเราทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับคุณแน่นอน” เสียงยืนยันดังขึ้นจากเจียงฟ่งพ่อของเจียงผิงผิง