การพบปะครั้งนี้ตัวแทนของกลุ่มอำนาจมากันถึงสี่กลุ่มใหญ่ กลุ่มโจรสลัดอวกาศหมายเลข 99 กลุ่มดาวจรัสฟ้า กลุ่มอสูรจันทรา กลุ่มปีศาจตาแดง และกลุ่มระดับสูงอีกหลายกลุ่ม
“อธิบายมาซะเบนจามิน เจ้านั่นมันเป็นใครผู้หญิงพวกนั้นด้วย แผนการของพวกเราที่รอมาเป็นหมื่นๆปีจะล่มเอาก็เพราะพวกมันและเป้าหมายต่อไปของพวกมันก็คือชั้นล่างสุดที่ที่ต้นไม้โลกอยู่แล้วนะ”
การพบปะครั้งนี้เบนจามินเขาคิดว่าจะใช้ประโยชน์จากหลายๆอย่างและก็ขึ้นไปยังโลกที่สูงกว่าได้แบบภาคภูมิแต่ก็เกิดการระส่ำระสายเพราะผู้ชายแปลกๆคนนั้นกับผู้หญิงพวกนั้นโดยเฉพาะผู้หญิงคนที่มีผมสีแดงมันทำให้เขาคุ้นเคยแต่ก็นึกไม่ออก
“กระผมรู้จักแค่เพียงไม่กี่คนเท่านั้นเองโปรดอภัยให้ด้วย”
เบนจามินชี้ไปที่ภาพฉายตรงหน้าไปยัง ลูเชียโน่ อิซาเบลล่า ชาร์ลอตต์ เซล่า
“เขาคือ ลูเชียโน่ โคลด์ อัจฉริยะวัยยี่สิบต้นๆที่มีความสามารถสูงไต่เต้ามาด้วยตนเองจนถึงแรงค์ S ได้ในเวลาไม่กี่ปีและตอนนี้ก็กำลังจะเลื่อนเป็นแรงค์ SS แล้ว ตามมาด้วยเธอ อิซาเบลล่า ไวโอเล็ท หญิงสาวที่มีความสามารถไต่เต้าจากคนปกติธรรมดากลายเป็นคนที่มีความสามารถในแรงค์ SS ด้วยตนเอง”
“ส่วนเธอคนนั้น ชาร์ลอตต์ นาเดีย ดาร์เลเน่ จักรพรรดินีแห่งจักรวรรดิเอสโทเนียผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นหญิงที่แข็งแกร่งที่สุดบนโลกแห่งนี้ และคนสุดท้าย เซล่า แคลร์ หญิงสาวเผ่าเอลฟ์ที่มีฝีมือด้านธนูในระดับสูงที่สุดและไม่มีใครจะเก่งไปมากกว่าเธออีกแล้ว”
ทุกคนที่เข้าร่วมการพบปะครั้งนี้หัวใจของพวกเขาก็เต้นแรงขึ้นด้วยอาการตื่นเต้นผู้ชายก็มีความสามารถมาก ส่วนผู้หญิงที่แนะนำมาก็มีแต่คนไม่ธรรมดาพร้อมรูปโฉมที่กระชากใจคนที่อยู่ที่นี่ไปได้หลายคนโดยเฉพาะชาร์ลอตต์ที่โดดเด่นที่สุดในนั้น แต่สายตาของทุกคนก็ไม่ลืมที่จะจ้องมองไปยังไอวี่ที่แตกต่างไปจากคนอื่นอย่างชัดเจน
ขณะที่คนอื่นๆกำลังพูดคุยปรึกษากันอยู่ ไอวี่ก็หันหน้าไปยังจุดที่บันทึการแสดงภาพฉายให้กับการพบปะครั้งนี้ได้เห็นก่อนที่จะพูดอะไรออกมาสื่อประมาณว่า “เดี๋ยวไปหานะ” ทำให้ใครต่อใครหลายๆคนขุนลุกขึ้นมาทันทีพร้อมกับเหงื่อออกกันแบบไม่มีเหตุผล
พวกเขาเห็นการโจมตีของเธอไปก็จริงแต่มันก็ไม่ได้รุนแรงอะไรขนาดนั้นแล้วทำไมพวกเขาต้องเกรงกลัวเธอด้วยละ มันเป็นความกลัวที่ออกมาแบบไม่มีเหตุผล
“ทุกท่านอย่าคิดมากไปเลยครับ กระผมคิดว่าเธอคงไม่ได้รับรู้ถึงตำแหน่งจริงๆของพวกเราก็ได้อย่าลืมสิครับว่าสิ่งที่ใช้ฉายภาพมาให้พวกเราดูนั้นมันเป็นของโลกที่สูงกว่าของพวกท่าน”
“เบนจามินพูดมาแบบนั้นก็ถูกพวกเราอาจคิดไปเองว่าเธอมองมาก็ได้ เพราะฉะนั้นอย่าได้คิดมากกันเลย”
“พูดแบบนั้นออกมามันก็มีเหตุผล ไม่จำเป็นต้องกังวลอะไรทั้งนั้น”
“อย่าลืมสิว่าไม่มีพวกไหนรับมือกับคนจากโลกที่สูงกว่าแบบพวกเราได้หรอก”
…
ทุกคนพูดคุยกันอย่างเข้าใจก่อนที่จะเริ่มปล่อยวางความกดดันที่พวกเขาได้รับมาโดยธรรมชาติในตอนที่ไอวี่จ้องมองมา ถึงจะวางมันลงไปแล้วแต่ก็ยังคงรู้สึกไม่ดีกลับสายตาของไอวี่ที่จ้องมาอยู่ดีเพราะมันราวกับเธอรู้ตำแหน่งของพวกเขาทั้งหมดอยู่แล้ว
“แผนการของพวกเราจะยังดำเนินต่อไป อย่าบอกนะว่าพวกท่านลืมไปแล้วว่ายิ่งลงมาลึกเท่าไหร่ยิ่งอันตรายมากเท่านั้นในสิบชั้นล่างสุดก่อนที่จะถึงชั้นที่เก็บต้นไม้โลกเอาไว้มันมีคนที่มีความสามารถราวกับสัตว์ประหลาดที่พวกเราทดลองกันเอาไว้อยู่”
ทุกคนได้ฟังเบนจามินพูดออกมาแล้วก็หันมาพูดกันเล็กน้อยก่อนที่จะผงกหัวให้กับเบนจามิน
“ถ้าไม่มีประเด็นไหนจะพูดแล้ว ถ้าอย่างนั้นก็ดำเนินตามเดิมก็แล้วกันครับ เดี๋ยวผมจะจัดการต้อนรับพวกมันอย่างอบอุ่นเองและพวกผู้หญิงที่เข้ามาในครั้งนี้ก็จะมอบให้ทุกท่านค่าเหนื่อยกันด้วย”
เมื่อรับทราบกันแล้วทุกคนก็ค่อยๆทยอยกันกลับไปยังฐานที่มั่นของกลุ่มพวกเขาที่อยู่โลกที่สูงขึ้นไปเพื่อไปรายงานสิ่งที่ได้มาพบปะกันให้คนที่อยู่ระดับสูงขึ้นไปอีกได้รับทราบ
เบนจามินสื่อสารทางไกลผ่านจิตไปยังลูกน้องของเขาที่กำลังเฝ้าควบคุมคนที่มีความสามารถราวกับสัตว์ประหลาดเหล่านั้นที่ชั้นล่าง
“ปล่อยพวกมันออกไปแล้วส่งขึ้นไปต้อนรับพวกนั้นที่ลงมาเร็วเข้า จัดการให้จบแล้วฉันจะให้รางวัลใหญ่กับแกเอง”
เบนจามินเผยรอยยิ้มชั่วร้ายออกมาก่อนที่จะตามไปจับตาดูกับผลงานครั้งนี้ด้วยตนเอง
.........
ดาบเล่มสีดำกวัดแกว่งไปมาก่อนที่จะผ่าพวกคนที่ออกมาต้อนรับอย่างอบอุ่น และพวกมอนสเตอร์ที่พวกมันเลี้ยงเอาไว้ทำให้การเดินทางลงมาค่อนข้างยากลำบาก
“ทำไมมันถึงมีมากขนาดนี้นะ ไม่หมดไม่สิ้นสักที”
“ฉันก็ว่ามันแปลกๆหรือพวกมันคิดจะทำอะไรบางอย่างอีกแล้ว”
ขนาดชาร์ลอตต์ยังคิดแบบเดียวกับผมทุกคนเองก็น่าจะคิดตามนั้น มีแต่ไอวี่ที่เดินตามหลังผมโดยไม่ได้สนใจอะไรนอกจากเดินตามผมไปเรื่อยๆ และก็ทำราวกับว่าไม่รู้ร้อนรู้หนาวอะไร เธอไม่ได้ช่วยคนอื่นโจมตีก็เพราะเธอบอกว่าเรื่องแค่นี้ก็จัดการกันเอาเองเพราะเธอจะปกป้องแค่ผมเท่านั้น
ทุกคนเองก็ทราบดีและไม่คิดที่จะบอกให้มาช่วย จะมีใครกล้าขัดไอวี่ขึ้นมากันละ คนอย่างไอวี่ยิ่งไม่ฟังเหตุผลของใครทั้งนั้นแต่ตอนนี้อาจยกเว้นแค่ผมคนหนึ่งเอาไว้ เธอแค่อยากทำตามที่ใจต้องการแค่นั้น
ยิ่งลึกลงไปทางเชื่อมต่างๆก็ยิ่งมากขึ้นซับซ้อนขึ้นชนิดที่ว่าจำทางกลับขึ้นไปไม่ได้กันเลยทีเดียว มอนสเตอร์กับพวกคนเฝ้าแต่ละจุดของกลุ่มมนุษย์ชุดดำก็หลั่งไหลกันเข้ามาไม่หยุดเพื่อหยุดการไปต่อกลุ่มของผมให้ได้
เซล่ากับชาร์ลอตต์เดินออกไปยืนหน้ากลุ่มก่อนที่จะปลดปล่อยพลังโจมตีแบบกลุ่มที่กวาดล้างบางพวกที่เข้ามาไม่ว่าจะเป็นมอนสเตอร์หรือคนของกลุ่มมนุษย์ชุดดำให้หายไปในพริบตาเดียว แต่ก็ไม่มีวี่แววว่าพวกมันจะหยุดการมาขัดขวางหรือสะดุดการเข้ามาของกองกำลังเลย มันก็ชัดเจนแล้วว่าพวกมันมีสมบัติที่คล้ายกับเจ้าตัวประหลาดที่อยู่ในดันเจี้ยนไม่มีผิด
ไอวี่ที่เงียบอยู่นานก็สะกิดผมก่อนที่จะพูดออกมา
“โรเบิร์ตพวกมันมาแล้ว”
“พวกไหน?”
“ตัวทดลองของพวกมัน นั่นไง”
ไอวี่ชี้ไปที่อากาศธาตุตรงหน้าที่มีแต่ความว่างเปล่า ผ่านไปไม่นานนักตรงจุดที่เธอชี้ไปอากาศธาตุตรงนั้นก็เกิดบิดเบี้ยวอย่างรุนแรงจากนั้นก็ปรากฏตัวของสิ่งมีชีวิตที่คล้ายมนุษย์ขึ้นมาจำนวนสิบตัวแต่ถ้าใช้สัมผัสพิเศษตรวจสอบแล้วก็จะระบุได้ทันทีว่าพวกมันไม่ใช่มนุษย์ โดยแต่ละตัวนั้นมีลักษณะพิเศษของตนเองนั่นก็คือพลังที่แผ่ออกมามากน้อยต่างกันไป
พวกคลื่นมนุษย์ชุดดำที่เป็นร่างลวงจำนวนมากและมอนสเตอร์ต่างสลายหายไปอย่างช้าๆเพราะการมาถึงของสิบตัวทดลองพลังความกดดันถูกส่งมายังกลุ่มของผมแต่ก็ไม่สามารถทำอะไรพวกผมได้แน่นอนว่าก็มียกเว้นอยู่นั่นก็คือลูเชียโน่กับอิซาเบลล่าเพราะพวกเขาเป็นแค่มนุษย์
ตัวทดลองที่ปล่อยออกมาแต่ละตัวมีพลังความสามารถในระดับที่เกินโลกใบนี้ไปแล้วทั้งนั้น ทำให้ไอวี่ดูมีความคาดหวังขึ้นก่อนที่เธอจะเผยรอยยิ้มแล้วพูดออกมา
“ดีมาก แบบนี้สินะถึงจะคุ้มค่ากับการออกแรง”
ไอวี่ไม่สนใจอะไรอีกต่อไปเธอดีดนิ้วหนึ่งครั้งก่อนที่ตัวเธอกับพวกตัวทดลองห้าตัวจะหายตัวไป เหลือไว้ตรงนี้ให้เผชิญหน้ากับผมและสี่สาวอีกครึ่ง ส่วนลูเชียโน่กับอิซาเบลล่าคงร่วมการต่อสู้ครั้งนี้ไม่ไหว แน่นอนว่าความสามารถที่ไอวี่ใช้ออกมานั้นคือ ความสามารถย้ายมิติ ที่ครั้งก่อนผมกับชาร์ลอตต์ก็ยังโดนเจ้าธีโอดอร์และเจ้าแวมไพร์เลือดผสมนั่นย้ายมิติเลย แต่ว่าเธอมีมันได้ยังไงเรื่องนี้ผมไม่คิดจะถามไถ่อะไรอยู่แล้วผมรอให้เธอบอกกับผมด้วยตนเองดีกว่า
“จะ...เจ้า...พวก...มนุษย์...น่ารังเกียจ”
ทันทีที่พูดเสร็จพวกมันห้าตัวก็แยะกันไปตามคนที่ต้องการต่อสู้ถึงพวกมันจะลักษณะร่างกายเหมือนกันไปหมดแต่ก็มีพลังกดดันที่แตกต่างกันไปโดยเฉพาะห้าตัวที่ไอวี่ดึงไปคนเดียวนั้นก็เป็นตัวที่แข็งแกร่งที่สุดแน่นอนว่าพวกผมรับมือไม่ได้อยู่แล้วเธอจึงได้เลือกทำแบบนั้นไป
ทุกตัวนั้นมีรูปแบบการโจมตีเหมือนกันทั้งหมดแต่ใช้คนละธาตุการโจมตีแตกต่างกันไป ชาร์ลอตต์ได้รับมือกับตัวที่มีทักษะธาตุไฟ ไอริสได้รับมือกับตัวที่มีทักษะธาตุลม เซล่าได้รับมือกับตัวที่มีทักษะธาตุน้ำ เพย์ตันได้รับมือกับตัวที่มีทักษะธาตุดิน และสุดท้ายเป็นตัวผมที่ได้รับมือกับธาตุพิเศษนั่นก็คือธาตุสายฟ้า
ผมจับดาบเล่มสีดำตั้งกระบวนท่าโจมตีก่อนที่จะใช้ทักษะออกไป
คลื่นทำลาย
การโจมตีแน่นอนว่ามันมีความสามารถหนึ่งที่ผมยังไม่เคยได้ใช้มันออกมานั่นก็คือการการใช้ทักษะร่วมกันของคนในวงศ์วานแน่นอนว่าตอนที่ผมเป็นแวมไพร์ขั้น 4 นั้นใช้ได้แค่สำหรับคนในวงศ์วานและไม่สามารถใช้ของผมโดยตรงได้แต่ตอนนี้ผมเป็นแวมไพร์ขั้น 7 มันก็เลยพัฒนากลายมาเป็นพวกเธอทั้งหมดสามารถใช้ทักษะของผมได้แล้ว แบบนี้ก็พอดีเลยจะได้ลองมันสักที
มวลพลังแห่งความมืดมากมายที่หลั่งไหลมารวมกันการโจมตีของผมกับสี่สาวเป็นลักษณะเดียวกันความมืดมหาศาลพวกนั้นก็รวมเข้ากลายเป็นการโจมตีโดยที่พลังงานสีแดงอันเข้มข้นก็แผ่ออกมาปกคลุมการโจมตีของผมกับพวกเธอไปด้วย
การโจมตีที่มาถึงของตัวทดลองก็ปะทะเข้ากับพลังของทักษะคลื่นทำลายของผมทำให้เกิดการระเบิดอย่างรุนแรงแน่นอนว่าผมกับสี่สาวไม่ปล่อยโอกาสที่พวกมันกำลังสับสนกับพลังโจมตีของตนเองที่โดนหักล้างไป ใช้การโจมตีสุดยอดของแต่ละคนออกมา แต่ครั้งนี้ไม่ใช่ไพ่ตายที่ใช้ออกมาแต่เป็นพลังแห่งความมืดที่เป็นพลังพื้นฐานของแวมไพร์
ตัวทดลองที่มีความพิเศษเหล่านั้นเองก็มีสัมผัสที่รวดเร็วต่อพลังเวทย์มากทำให้จับทางการโจมตีของพวกผมออก พวกมันก็สามารถหยิบยกทักษะสุดยอดของตนเองออกมาเหมือนกันโดยการโจมตีของพวกมันก็เป็นรูปแบบเดียวกันอีกแล้วเพียงแต่ว่าพวกมันไม่ได้เข้ามาหนึ่งต่อหนึ่ง กลับกลายเป็นว่าพวกมันรวมพลังของธาตุแต่ละธาตุเข้าด้วยกันก่อนที่จะปลดปล่อยพลังพวกนั้นที่เป็นลักษณะคลื่นพลังที่มีรูปแบบจันทร์เสี้ยวห้าอันออกมาเข้ารับมือกับพวกผมที่กำลังเข้ามา
ในเมื่อพวกมันเล่นกันแบบนี้ทางฝั่งผมก็สนองให้พวกมันเหมือนกันโดยเปลี่ยนการโจมตีทั้งหมดกลายเป็นการโจมตีด้วยทักษะของผมนั่นก็คือทักษะคลื่นทำลายรวมเข้ากับพลังแห่งความมืดของแวมไพร์ที่คิดจะโจมตีไปในตอนแรกทำให้มันเป็นการรวมของสุดยอดพลัง ผมกับสี่สาวตั้งกระบวนท่าจากนั้นก็ออกกระบวนท่าเป็นลักษณะคลื่นพลังความมืดทรงกลมขนาดใหญ่ออกมาห้าลูกเหมือนกัน จากนั้นการโจมตีของผมกับสี่สาวก็เข้าปะทะกันกับการโจมตีของตัวทดลองทั้งห้าในทันที
ตูม! ตูม! .....
แรงระเบิดรุนแรงชนิดที่ว่าสั่นสะเทือนพื้นดินโดยรอบจนเกิดแผนดินไหวครั้งใหญ่ขึ้นแผ่นเปลือกโลกแยกตัวออกจากกันจนกลายเป็นเหวลึกลงไปถึงเบื้องล่างที่มืดมิดจนมองไม่เห็นก้นบึ้งฐานที่มั่นถูกแยกส่วนออกจากกันถึงห้าส่วน
ทางด้านกลุ่มของผมไม่ได้รับอันตรายอะไร เพราะผมมีทักษะที่สุดยอดของตนเองนั่นคือเกราะแห่งความมืดรวมกับเกราะโลหิตที่ใช้ออกมาพร้อมกันทำให้แรงระเบิดไม่สามารถสร้างความเสียหายใดๆให้ได้ ส่วนตัวทดลองพวกนั้นตัวแตกสลายไปกับแรงระเบิดแล้ว ผมเองก็ยังตกใจกับปรากฏการณ์แบบนี้และไม่คิดว่าทักษะคลื่นทำลายที่รวมกับพลังแห่งความมืดของแวมไพร์จากสี่สาวไปด้วยมันจะรุนแรงขนาดนี้
ผ่านไปไม่นานนักไอวี่ก็ย้ายมิติกลับมาพร้อมกับเส้นใยสีแดงมากมายที่กำลังสูบกินตัวทดลองพวกนั้นที่เธอพาไปด้วย เห็นได้ชัดว่าตัวทดลองพวกนั้นก็ยังไม่มีความสามารถพอที่จะตอบรับความคาดหวังของเธอได้
“จบเร็วกว่าที่ฉันคิดไว้อีกนะ ถ้าอย่างนั้นก็ไปต่อกันเถอะ ตัวบงการก็อยู่ไม่ไกลแล้ว” . . .