ลิขิตฟ้าให้ข้าเป็นจอมเวท

    ตอนที่ 64 วิหารเทพสงคราม

            “เกือบจะตายกันอยู่แล้วเจ้ายังคิดถึงเรื่องกินได้อีกนะ เฟยหลง ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

            “ว่าแต่พวกท่านพกสุรามากันหรือเปล่า ?”

            “แน่นอนพวกเราจะพลาดได้อย่างไรยังไงเสียก็ต้องพกมาอยู่แล้ว เอาหละไหนข้าลองดูแก่นธาตุสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิที่เจ้าได้มาหน่อยสิ”

            เฟยหลงโยนแก่นธาตุสัตว์อสูรของปลายักษ์ตัวนั้นให้กับองค์ชายใหญ่ดูองค์ชายใหญ่พิจารณาอยู่ครู่หนึ่ง

            “นี่มันแก่นธาตุสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิชั้นยอดเลยนี่ไม่เลวเลย ไม่เลวเลยช่างเป็นโชคของเจ้าจริง ๆแก่นธาตุสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิชั้นยอดสามารถนำไปหลอมรวมกับอาวุธได้ยิ่งเป็นแก่นธาตุสัตว์อสูรระดับชั้นยอด ก็อาจจะทำให้อาวุธนั้นมีจิตวิญญาณได้ด้วย”

            องค์ชายใหญ่โยนแก่นธาตุสัตว์อสูรกลับคืนให้กับเฟยหลงจากนั้นพวกเราจึงได้นั่งรอให้คนงานในเรือนำครีบปลายักษ์นั้นไปทำอาหารเมื่อครีบปลาขนาดยักษ์กลายเป็นอาหารทุกคนในเรือต่างได้ลิ้มลองรสชาติของปลายักษ์ตัวนั้น

            “มันอร่อยอย่างบอกไม่ถูกจริงๆยิ่งได้กินกับสุราชั้นดี ทำให้ข้าคิดถึงท่านพ่อไม่ได้เมื่อก่อนท่านพ่อก็เคยทำให้พวกเรากินครั้งหนึ่ง แต่ในครั้งนั้นครีบปลานั้นไม่ได้ใหญ่ถึงกับเลี้ยงคนได้เกือบสามสิบคนแบบนี้”

            “จริงด้วยท่านพี่เจ้าของเรือพวกท่านเอาครีบปลานั้นไปทำอาหารหมดหรือยัง”

            “เรียนนายท่านที่เอาไปทำนั้นเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นน ยังเหลืออีกสามส่วนขอรับหากนายท่านต้องการเก็บไว้ พวกเราก็ยินดี”

            “เช่นนั้นพวกท่านช่วยแบ่งมาให้พวกเราส่วนหนึ่งที่เหลือก็ใช้ทำอาหารอื่น เพื่อกินกันก็แล้วกัน”

            “ขอรับนายท่าน”

            องค์ชายใหญ่รับครีบปลามาส่วนหนึ่งเขาเก็บไว้ในแหวนมิติทันทีเพราะเมื่อเก็บไว้ในแหวนมิติ ของที่อยู่ด้านในจะยังคงความสดอยู่ได้ตราบใดที่ไม่นำมันออกมาพวกเขาก็สามารถทานครีบปลาที่สดใหม่ได้อยู่ตลอดเวลา

            สองชั่วโมงต่อมาพวกเขาก็เดินทางถึงเกาะร้างคนงานบนเรือทั้งหมดยังประจำอยู่บนเรือมีเพียงเฟยหลง และองค์ชายทั้งสองเท่านั้นที่ลงไปสำรวจ เพราะเกาะแห่งนี้เรียกได้ว่ามีอันตรายอยู่รอบตัวดังนั้นคนงานบนเรือที่ไม่มีพลังเวทหรือพลังยุทธ์พวกเขาจะไม่กล้าเข้าใกล้เกาะแห่งนี้โดยเด็ดขาด

            “พวกเราระวังตัวกันให้มากไม่รู้ว่าพวกเราจะเจออะไรกันตอนไหน ทางที่ดีพวกเราไปสำรวจกันเป็นกลุ่มไม่ควรแยกกัน เพราะหากมีอันตรายเกิดขึ้นยังสามารถช่วยเหลือกันและกันได้”

            “แล้วแต่พวกท่านไปกันเถอะอีกไม่นานตะวันก็จะตกดินแล้ว พวกเรารีบไปกันก่อน เกาะนี้ดู ๆแล้วคงจะกว้างมากพอสมควรน่าจะให้เวลาหลายวันในการสำรวจอยู่”

            ทั้งสามคนเดินขึ้นไปบนเกาะพวกเขามุ่งตรงไปยังป่าที่อยู่ด้านหน้าพวกเขาเดินสำรวจได้เพียงแค่สามชั่วโมงฟ้าก็เริ่มมืดแล้ว

            “พวกเราคงต้องหาที่พักแรมกันแถวๆ นี้ น้องรองเจ้าช่วยไปหาไม้มาก่อไฟส่วนเฟยหลงเจ้าช่วยข้าร่ายเวทป้องกันบริเวณนี้ให้ทั่วพวกเราต้องป้องกันเอาไว้ก่อน”

            “ได้เลยพี่ใหญ่ข้าจะไปหาไม้มาก่อไฟ พวกท่านช่วยกันร่ายเวทป้องกันเถอะไม่ต้องห่วงข้า”

            คืนนั้นพวกเขาได้ยินเสียงของสัตว์ปีศาจดังเป็นระยะๆ แต่พวกมันก็ไม่ได้เข้ามาใกล้กับทั้งสามคนเลยแม้แต่น้อยจนกระทั่งเช้าพวกเขาจึงเริ่มออกสำรวจต่อ ทั้งสามคนเดินเข้าไปลึกเรื่อย ๆสัตว์ปีศาจระดับหนึ่งและระดับสองมีให้พบเห็นอยู่ประปราย

            พวกเขาเดินสำรวจไปราว  ๆ เที่ยงวันจึงไปพบกับวิหารเก่าแก่หลังหนึ่งตั้งอยู่ใจกลางของเกาะ

            “น่าแปลกทำไมถึงมีวิหารเก่าแก่ตั้งอยู่บนเกาะร้างเช่นนี้ได้แสดงว่าที่นี่จะต้องเป็นดินแดนที่เคยมีคนอยู่อาศัยมาก่อนอย่างแน่นอน”

            “พวกเราเข้าไปสำรวจในวิหารกันเถอะหากโชคดีพวกเราอาจจะเจออะไรดีๆ ก็ได้”

            ทั้งสามเดินเข้าไปยังวิหารเก่าแก่นั้นด้วยความระมัดระวังเมื่อเข้าไปในวิหารเก่าแก่หลังนั้น พวกเขาพบกับประตูขนาดใหญ่ตั้งตระหง่าอยู่เบื้องหน้า ด้านบนประตูเขียนด้วยตัวอักษรสีแดงเข้มภายใต้ป้ายสีทอง ขนาดใหญ่ “วิหารเทพสงคราม”

            “ประตูใหญ่ขนาดนี้พวกเราจะสามารถเข้าไปด้านในได้อย่างไรพวกเราลองมองหาดูว่ามีกลไกที่สามารถเปิดประตูนี้ได้หรือไม่”

            ทั้งสามคนแยกกันตรวจสอบโดยรอบราว  ๆหนึ่งชั่วโมงพวกเขาไม่พบอะไรเลยแม้แต่น้อยไม่มีกลไกใด ๆ ทั้งสิ้นในบริเวณนี้

            “สงสัยพวกเราต้องใช้กำลังของพวกเราในการเปิดประตูนี้เข้าไป  แต่พวกเราฝึกแต่พลังเวท ไม่ได้ฝึกพลังยุทธ์เช่นนั้นคงต้องเป็นเจ้าแล้วเฟยหลงที่ต้องเปิดประตูนี้”

            “ได้องค์ชายทั้งสองหลบไปก่อนข้าจะลองเปิดประตูนี้ดู”

            เฟยหลงระเบิดพลังปราณของเขาออกมาพร้อมกับเริ่มพลักประตูขนาดใหญ่นั้นเมื่อเฟยหลงพลักประตูนั้นในตอนแรกประตูปิดสนิทไม่มีท่าทีว่าจะสามารถเปิดได้เลยเฟยหลงจึงรวบรวมพลังทั้งหมดอีกครั้ง คราวนี้ประตูค่อย ๆ เปิดออกทีละน้อย  ๆ จะกระทั่งประตูเปิดเป็นช่องว่างพอที่จะให้พวกเขาเข้าไปด้านในได้

            “องค์ชายทั้งสองพวกท่านรีบเข้าไปก่อน” องค์ชายใหญ่และองค์ชายรองไม่รอช้าพวกเขารีบเข้าไปด้านในอย่างรวดเร็ว เมื่อองค์ชายทั้งสองเข้าไปแล้วเฟยหลงจึงรีบตามเข้าไปในทันทีเมื่อเฟยหลงเข้าไปด้านในได้แล้ว ประตูพลันปิดตัวลงอย่างรวดเร็ว

            เมื่อเข้ามาในวิหารได้แล้วพวกเขาทั้งสามคนต้องตะลึงกับความกว้างขวางและใหญ่โตด้านในมีภาพวาดและรูปปั้นรูปสัตว์ต่างๆ มากมาย เฟยหลงเดินดูรูปปั้นรูปต่าง ๆ อย่างช้า ๆเช่นเดียวกับองค์ชายทั้งสองคนที่สำรวจรูปภาพต่าง ๆ ตามผนัง

            “องค์ชายพวกท่านมาดูที่นี่เร็วตรงนี้มีอักษรจารึกเอาไว้ด้วย พวกท่านทั้งสองรีบมาดูเร็ว”

            องค์ชายใหญ่และองค์ชายรองรีบมาหาเฟยหลงในทันทีเมื่อพวกเขาทั้งสองมาถึงตรงตำแหน่งของเฟยหลงพวกเขาเองจ้องมองรูปปั้นรูปมังกรขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่พร้อมกับศิลาจารึกที่ตั้งอยู่ด้านข้าง

            “มันเป็นภาษาโบราณมีใครพอจะอ่านออกบ้าง”เฟยหลงเอ่ยขึ้นมา

            “ท่านพี่ท่านพี่เคยเรียนมา ท่านพี่ลองอ่านดูหน่อยว่าศิลาจารึกนั้นบอกว่าอย่างไร”

            “ผู้ที่มีวาสนาสามารถครอบครองมรดกของเทพสงครามที่หลงเหลือไว้ให้ชนรุ่นหลัง เพียงแค่ผ่านการทดสอบของเทพสงครามได้ก็สามารถรับมรดกของเทพสงครามได้............”เมื่อองค์ชายใหญ่อ่านจบรอบหนึ่งพลันเอ่ยขึ้นมา

            “พวกเราลองเข้ารับการทดสอบของเทพสงครามกันดูไหมเผื่อบางทีพวกเราอาจจะโชคดีได้รับอะไรมาบ้าง”องค์ชายใหญ่กล่าวขึ้นมา

            “แล้วการทดสอบของเทพสงครามคืออะไรแล้วพวกเราต้องทำยังไงกันบ้าง?”เฟยหลงเอ่ย

            “พวกเราต้องเลือกหนึ่งในรูปปั้นสัตว์พวกนี้แล้วหยดเลือดลงไป  ความแข็งแกร่งของสัตว์แต่ละตัวจะไม่เท่ากันหากเจอกับสัตว์ตัวที่แข็งแกร่งกว่าแล้วพ่ายแพ้พวกเราก็ไม่สามารถได้รับอะไรกลับมาแต่หากเอาชนะหรือว่าเสมอกับสัตว์ตัวนั้นได้ ก็ขึ้นอยู่กับวาสนาของพวกเจ้าว่าจะได้รับอะไรกลับมาบ้าง”็H

            “รูปปั้นพวกนี้นะหรือแล้ว

            พวกท่านคิดว่าเราควรจะเลือกรูปปั้นตัวไหนดีละ?”

            “เช่นนั้นข้าลองดูก่อนก็แล้วกัน”

            องค์ชายใหญ่เลือกรูปปั้นสัตว์รูปเสือดาวตัวใหญ่ทันทีที่องค์ชายใหญ่หยดเลือดลงไป ร่างของเขาพลันหายไปจากตรงนั้นทันที

            “แบบนี้นี่เองพวกเราเองก็เลือกสัตว์สักตัวหนึ่งเถอะไม่ผ่านก็ถือว่าเป็นการฝึกฝนอย่างหนึ่งเหมือนกัน”

            “เช่นนั้นข้าขอเลือกตัวนี้ก็แล้วกัน”องค์ชายรองเอ่ยขึ้นมาพร้อมกับหยดเลือดลงไปยังรูปปั้นสัตว์รูปหมาป่ายังคงเหลือเพียงแค่เฟยหลงเพียงคนเดียวที่ยังคงเดินเลือกรูปปั้นอยู่ตามลำพังในระหว่างที่เขากำลังคิดว่าจะเลือกรูปปั้นไหนดี รูปปั้นมังกรที่อยู่ข้าง ๆแท่นศิลาจารึกพลันขยับขึ้นมาด้วยตัวเอง 

            เฟยหลงเห็นดังนั้นถึงกับตกใจก้าวถอยหลังในทันทีเท้าของเขาสะดุดล้มลง กรงเล็บของมังกรค่อย ๆ ยื่นออกมาแตะที่ปลายนิ้วของเฟยหลงเลือดหยดหนึ่งของเฟยหลงลอยขึ้นมาเฟยหลงตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมากเมื่อเลือดหยดนั้นของเขาลอยไปบนแท่นรูปปั้นมังกรตัวนั้นเมื่อมันหยดลงบนแท่นร่างของเฟยหลงค่อย ๆ จางหายไปในทันที

            ร่างขององค์ชายใหญ่เริ่มปรากฏขึ้นในทุ่งหญ้ากว้างสิ่งที่เขาต้องเผชิญหน้านั่นคือเสือดาวตัวขนาดหนึ่งเมตรครึ่งองค์ชายใหญ่เห็นดังนั้นเขาจึงคารวะเสือดาวตัวนั้นทันที

            “ข้าไม่เคยเจอเด็กหนุ่มที่อ่อนน้อมเช่นนี้มานานแล้วหากเจ้าสามารถเอาชนะข้าได้ สิ่งที่เจ้าจะได้รับตอบแทนกลับไปคือความเร็วพร้อมกับอาวุธหนึ่งชิ้น เจ้ามีเวลาเพียงแค่สามวันเท่านั้นเจ้าพร้อมสำหรับการทดสอบหรือยัง”

            “ข้าน้อยพร้อมแล้วขอรับ”

            “เช่นนั้นก็เริ่มกันเถอะขอเพียงแค่เจ้าทำให้ข้าบาดเจ็บหรือแตะต้องตัวของข้าได้แม้แต่นิดถือว่าเจ้าผ่านการทดสอบในครั้งนี้”

            “ง่ายๆ อย่างนี้เลยอย่างนั้นหรือ?”

            “เจ้าคิดว่าเจ้าสามารถแตะต้องตัวข้าได้ง่ายๆ เช่นนั้นหรือ? ข้าเองก็เป็นเจ้าแห่งความเร็วเช่นกัน อย่าได้คิดว่าเจ้ามีธาตุลมแล้วจะสามารถทำอะไรข้าได้ง่ายๆ”

            องค์ชายใหญ่พลันพุ่งทะยานออกไปเขาเริ่มร่ายเวทในทันทีเวทลมขององค์ชายใหญ่รายล้อมเสือดาวตัวนั้นทันที เสือดาวกระโจนไปด้านหน้าอย่างรวดเร็วองค์ชายใหญ่ใช้ความเร็วของเขาติดตามเสือดาวตัวนั้นไปติด ๆ  แม้ว่าความเร็วขององค์ชายใหญ่จะเร็วมากแต่ก็ยังเทียบไม่ได้แม้แต่ส่วนเดียวของความเร็วของเจ้าเสือดาวตัวนั้นเลย

            องค์ชายใหญ่ร่ายเวทใส่ขาทั้งสองข้าของเขาเขาออกตัววิ่งครั้งหนึ่งสามารถทะยานออกไปได้เกือบสิบเมตรเงาสองสายวิ่งไล่วนเวียนไปมาในทุ่งกว้าง

            ทางด้านองค์ชายรองร่างของเขาโผล่ออกมาในป่าใหญ่ เขาต้องเจอกับหมาป่าตัวใหญ่เกือบ ๆสองเมตร เมื่อเขาเผชิญหน้ากับมันเขาพลันกลืนน้ำลายลงคอในทันที

            “หากเจ้าสามารถสร้างบาดแผลบนร่างกายของข้าได้สิ่งที่เจ้าจะได้รับตอบแทนกลับไปคือความแข็งแกร่งของร่างกายและอาวุธอีกหนึ่งชิ้นเจ้ามีเวลาสำหรับการทดสอบเพียงแค่สามวันเท่านั้น เจ้าพร้อมสำหรับการทดสอบหรือยัง”

            “ข้าน้อยพร้อมแล้วขอรับ”

    คล้ายกับเรื่องลิขิตฟ้าให้ข้าเป็นจอมเวท ที่คุณอ่าน

    จอมยุทธ์ซุปตาร์

    จอมยุทธ์ซุปตาร์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    280K 462
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    จอมกระบี่กบฏสวรรค์

    จอมกระบี่กบฏสวรรค์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    5.35M 1277
    ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.58M 3380
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    นิยาย แฟนตาซี
    196K 740
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    อภินิหาร ทายาทมังกรจอมราชันย์ [แปลจบแล้ว]

    อภินิหาร ทายาทมังกรจอมราชันย์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.38M 1499
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258