Perfect Area : พลิกดินไต่สวรรค์

    ตอนที่ 71 ยุทธการฆ่าเวลา

    ถึงแม้หยางไคจะนำเจ้าขาวไปฝากไว้ที่คอกม้าบนเรือสำเภาชั้น 2 แล้วก็ตาม แต่เด็กหนุ่มก็ยังไม่อยากจะจากไปไหนจึงคลอเคลียอยู่กับม้าขาวของตนอยู่นานนับชั่วยาม จากนั้นจึงตัดใจขึ้นไปบนห้องพักแล้วหลับตานอนตั้งแต่ยังหัววัน ครั้นตื่นขึ้นมาเป็นยามเว่ย 未 (13.00) ก็เริ่มรู้สึกหิว จึงไปที่ห้องอาหารเพื่อดื่มกิน พอกินเสร็จแล้วก็กลับมานอนต่อที่ห้องพักวนเวียนเช่นนี้อยู่หลายเวลา จนเกิดความเบื่อหน่ายเกินประมาณ หยางไคจึงหยิบเอาหนังสือขึ้นมาเขียนอ่านก็พอจะฆ่าเวลาไปได้บ้าง ในใจพลันนึกไปถึงตำราดนตรีที่ตนได้รับเป็นบำเหน็จจากทางการมา จึงเปิดขึ้นอ่านจนทำความเข้าใจแล้วก็เกิดนึกสนุก แล้วทำการวาดภาพเครื่องดนตรีกู่ฉินในภาพจำในใจขึ้นมาไว้บนกระดาษ จากนั้นแยกโครงสร้างเป็นส่วนประกอบที่ทำด้วยไม้เนื้อแข็งออกมาเป็นชิ้น ๆ แล้วคำนวณว่าต้องใช้แผ่นไม้ในปริมาณเท่าใด ความเบื่อหน่ายทั้งปวงล้วนเกิดจากความ ‘ว่าง’ นั่นเอง จึงเป็นสาเหตุให้หยางไคพยายามทีีจะเผาผลาญวันเวลาให้ผ่านพ้นไปให้มากที่สุด จึงคิดจะประดิษฐ์กู่ฉินด้วยตนเอง!! หยางไคจึงใช้ชื่อของนายเรือเอกหวางมู่ พร้อมด้วยกระบี่หลิ่นเซิง อันเป็นสัญลักษณ์ของผู้สอบได้อันดับ ๑ แห่งการสอบถงชื่อฝ่ายบู๊ เพื่อเข้าไปเจรจาขอซื้อแผ่นไม้และเศษไม้จากเหล่าช่างซ่อมบนเรือสำเภาข้ามสมุทรลำนี้ ที่ต่างจะต้องจัดเตรียมเอาไว้ใช้ซ่อมแซมเรือบนเรือตลอดทั้งปีฝ่ายหัวหน้ากองช่าง เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายพกพากระบี่ของนายทหารชั้นสัญญาบัตรทั้งมีความรู้จักกับผู้บัญชาการเรือสำเภา ถึงแม้นจะมิใช่เรือลำเดียวกันนี้ก็ตาม แต่มีหรือที่ขุนนางตัวเล็ก ๆ เช่นเขาจะกล้าเอ่ยถามรายละเอียดใด ๆ แม้แต่เพียงคำเดียว จึงจัดเตรียมไม้อย่างดีตามที่บู๊ซิ่วไฉ่ผู้นี้ต้องการ หนำซ้ำยังไม่กล้าคิดราคาค่างวดแม้สักอีแปะ หยางไคจึงกลับมาที่ห้องพักพร้อมด้วยแผ่นไม้และเศษไม้จำนวนหนึ่ง จากนั้นจึงวาดแบบลงไปบนเนื้อไม้แล้วจึงใช้กระบี่ค่อย ๆ แซะอย่างประณีตบรรจง ทุกอย่างนั้นค่อยเป็นค่อยไป เพราะเด็กหนุ่มมิได้มีเจตนาเร่งรีบเลยแม้แต่น้อย หนำซ้ำยังพยายามฆ่าเวลาด้วยมีสมาธิ ครั้นรู้สึกเหน็ดเหนื่อยเพียงเล็กน้อยก็นำผ้าไหมผืนเก่าออกมา แล้วจึงค่อย ๆ ใช้มือเปล่าแกะเนื้อผ้าไหมออกมาเป็นด้ายทีละเส้นทีละเส้นด้วยความบรรจงเป็นอันมาก โดยมุ่งหวังที่ใช้เส้นใยไหมเหล่านั้นนำมาถักขึ้นเป็นสายใข้สำหรับใช้ขึงให้ตึงในลำดับถัดไปนั่นเองพอเขาเริ่มเบื่อแล้วก็นำเศษไม้มาเหลาให้เป็นลิ่มใหญ่ 2 อัน กับหมุดเล็กอีก 7 แท่ง หยางไคทำเช่นนี้วนเวียนไปอยู่หลายวันก็เกิดความเบื่อหน่ายขึ้นมาอีก จึงหยิบหนังสือขึ้นมาอ่านเขียน พออ่านจบก็เอาตำราดนตรีขึ้นมาท่องอีกรอบจนไม่เหลืออะไรให้อ่านอีกแล้ว ในใจของคิดขึ้นว่า ‘บนเรือเดินสมุทรที่ต้องใช้เวลาอันยาวนานเช่นนี้ สมควรจะต้องมีห้องหนังสือด้วยหรือไม่ ?’ จึงเริ่มค้นหาสมุดและตำราต่าง ๆ ที่เขาพกพามาด้วย แต่ก็มาหยุดอยู่ที่กล่องเก่า ๆ ใบหนึ่ง ซึ่งจางฉวนบิดาของยุ่นเอ๋อให้ไว้ก่อนที่ตนจะจากมา พร้อมกับสั่งความเอาไว้ว่า “เจ้าจงเก็บรักษาไว้ให้ดี หากมีเวลาจึงค่อยเปิดออกดู” และแน่นอนว่าบัดนี้เด็กหนุ่มนั้นมีเวลาเหลือเฟืออย่างที่สุดแล้ว จึงตัดสินใจเปิดมันในทันที ..เพียงแต่ว่า “อืบบ..”“ฮึบบบ..” “อ้ากกก” ทำไมมันถึงเปิดไม่ออก ? ? ? หยางไคจึงเริ่มพิจารณาว่ากล่องใบนี้มีความพิเศษอันใดเล่า ?แต่เมื่อมองด้วยตาเปล่าก็ไม่เห็นมีกลไกพิเศษอันใด กล่องก็มิได้ทำจากเนื้อโลหะหรือเนื้อไม้แต่ประการใดเลย ซึ่งดูคล้ายจะเป็นหินประเภทหนึ่งเท่านั้น แต่เมื่อเด็กหนุ่มลองใช้สิ่งของแข็ง ๆ หลากหลายประเภทเพื่อกระแทกด้วยคาดหวังจะให้กล่องแตกพังไป แต่พบว่าวัตถุประหลาดนี้กลับปราศจากริ้วรอยแต่ประการใดเลยด้วยซ้ำ จนหยางไคมานึกถึง ‘พัดหยก’ ซึ่งสามารถเชื่อมต่อพลังวัตรจากร่างกายส่งมายังเป้าหมายภายนอกได้ ก็คาดเดาเอาว่าหินใด ๆ ในโลกก็อาจจะมีคุณสมบัติที่คล้ายคลึงกัน จึงได้ลองส่งพลังวัตรเข้าไปยังกล่องเก่า ๆ ใบนั้น พลันสังเกตเห็นฝากล่องมีการเผยอขึ้นมาเล็กน้อยก็ดีใจ จึงเร่งพลังมากขึ้นและมากขึ้นเรื่อย ๆ จนในที่สุดเด็กหนุ่มก็หมดแรงลงไปเองพร้อมกันกับฝากล่องที่ปิดลงมาในทันทีทันใดเช่นเดียวกัน ..เฮ้อ.. หยางไคเหน็ดเหนื่อยนัก จึงคิดจะปลิดเอาผลท้อออกมารับประทานชูกำลังก่อนสักหนึ่งผล แต่ไม่เห็นผลสุกเลยสักลูกก็รู้สึกผิดหวังเสียใจนัก ก็เริ่มสำรวจสวนวิญญาณของตนที่มิค่อยได้เข้ามาพัฒนาต่อเนื่องจากครั้งก่อนสักเท่าใดนักจะเห็นมีแค่เพียงร่องน้ำเล็ก ๆ ซึ่งเป็นผลจากที่ตนได้พยายามดื่มน้ำลงไปให้มากเกินปริมาณปกติในทุกวันเท่านั้นเอง แต่โชคดียังที่มีต้นกล้วยที่ออกผลผลิตทั้งยังเริ่มสุกงอมอย่างน่ารับประทานนัก จึงใช้พลังความคิดตัดทั้งเครือออกมาวางที่ข้างเตียงนอน จากนั้นฉีกเปลือกกล้วยออกแล้วรับประทานอย่างสะดวกและง่ายดายยิ่ง เด็กหนุ่มรับประทานกล้วยที่สุกงอมไปประมาณ 1 หวี แล้วดื่มน้ำตามลงไปมาก ๆ สักพักเดียวพื้นที่พิเศษที่ได้ทำการดูดซึมพลังวัตรจำนวนมหาศาลเข้าไปจนไม่อาจจะดูดซับได้มากกว่านี้อีกแล้ว ก็เริ่มมีพลังวัตรที่เล็ดลอดหลงเหลืออยู่เป็นจำนวนมาก เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว หยางไคจึงขับพลังภายในทั้งหมดส่งมายังที่มือทั้งสองข้าง ย้ากกก!!!...กริ๊ก กก ก ก... ในที่สุดเมื่อกล่องวิเศษถูกเปิดออก หยางไคจึงเห็นพู่กันสีขาวปลอดตลอดทั้งด้ามจับจนถึงปลายพู่กันวางอยู่ภายในกล่องนั้น ครั้นสัมผัสที่ด้ามจับดูจึงรู้ว่าเป็นหยกขาวชนิดหนึ่งเพราะมีความเย็นแผ่ออกมาด้วยเป็นอันมาก พอสัมผัสที่ปลายพู่กันนั้นก็ทราบว่ามันไม่แข็งไม่อ่อน แต่ไม่อาจระบุได้ว่าทำมาจากขนสัตว์หรือวัสดุของสิ่งมีชีวิตหรือไม่มีชีวิตกันแน่นะ ? ‘เป็นช่างเป็นพู่กันที่แปลกประหลาดจริง ๆ’ จากนั้นก็เห็นฝากล่องด้านใน มีข้อความขนาดใหญ่ที่ถูกแกะสลักเอาไว้ว่า ############ พู่กันวิญญาณ ############ ยังมีข้อความบอกวิธีใช้งาน พร้อมด้วยจุดประสงค์ที่ยอดคนยุคก่อนได้สร้างมันขึ้นมาไว้ นั่นก็เพื่อใช้ฝึกฝนการบังคับลมปราณทั้งแข็งอ่อนได้ดังใจนึก โดยมีปลายพู่กันชุดฝึกและทดสอบนั่นเองพอสังเกตโดยละเอียดก็พบว่าเคล็ดวิชานั้นถูกจารึกไว้ที่ด้านในของตัวกล่อง หยางไคที่ชื่นชอบการเรียนรู้อยู่แล้วก็มีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง จึงท่องเคล็ดวิชาอันยาวเหยียดนั้นซ้ำไปซ้ำมาอยู่หลายสิบรอบจนจำได้ขึ้นใจ และด้วยความมั่นใจที่มี จึงเริ่มถ่ายเทลมปราณลงไปที่ด้ามพู่กัน จนสัมผัสได้ว่าปลายพู่กันก็เกิดความเคลื่อนไหวบางอย่างแล้วส่วนพีระมิดพยัคฆ์ซึ่งบรรจุทักษะการใช้ลมปราณพื้นฐานเพื่อโจมตีด้วยอาวุธ ก็เริ่มบูรณาการเคล็ดวิชาที่รับมาใหม่จากการฝึกปฏิบัติของเด็กหนุ่มในทันทีด้วยเช่นกัน เมื่อหยางไคสัมผัสได้ว่าปลายพู่กันเริ่มมีความแข็งและความคมตามที่ต้องการแล้ว จึงเริ่มใช้พู่กันสะกิด-เจาะไปยังแผ่นไม้ที่ตนได้ร่างแบบแปลนของกู่ฉินเอาไว้ เคลือดด..ปลายพู่กันในเจาะผ่านเนื้อไม้เข้าไปแล้ว หยางไคจึงเริ่มขยับพู่กัน ด้วยหวังจะตัดไม้ตามแบบที่วาดเอาไว้ แต่เพียงครู่เดียวปลายพู่กันก็กลับคืนมาเป็นสภาพที่ไม่แข็งไม่อ่อนเช่นเดิมอีกแม้งานจะเดินหน้าได้เพียงเท่านี้เอง แต่หยางไครู้สึกเหน็ดเหนื่อยเป็นกำลัง จึงคิดขึ้นในใจว่า ‘ช่างยากเย็นมิใช่เล่นเลย’ ซึ่งในจารึกก็แจ้งอย่างชัดเจนแล้วว่าพู่กันนี้ใช้ในการฝึกฝน และแม้จะถือเป็นงานยากก็จริงแต่มันก็นับได้ว่าเป็นการพัฒนาตนเองอย่างหนึ่ง พอนั่งพักจนฟื้นคืนพลังแล้วก็ทำงานต่อ ทั้งยังคอยตรวจตราในสวนวิญญาณว่าจะมีพืชพรรณสักลูกหนึ่งหรือไม่ ที่สุกงอมเพื่แพร้อมให้เขารับประทานทันทีในเวลาที่ต้องการอย่างเร่งด่วนเช่นนี้..

    คล้ายกับเรื่องPerfect Area : พลิกดินไต่สวรรค์ ที่คุณอ่าน