"ใครจะไปรู้ล่ะ บางทีในสายตาคนส่วนใหญ่นั้นการปล่อยให้ปัญหาคาราคาซังก็เหมือนกับการต้มกบในน้ำอุ่น ยอมเจ็บสั้นดีกว่าปวดนานมั้ง"
หานเซียวยักไหล่ของเขา
าอันเดียคือาแห่งจุดจบที่กินเวลายาวนานและเป็จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่นำไปสู่การก่อตั้ง 6 ประเทศมหาอำนาจ
อันเดียเคยเป็ชื่อของทวีปที่เต็มไปด้วยประเทศมากมายแต่พอาโลกปะทุขึ้น ประเทศจากทวีปอื่นกลับพร้อมใจกันมาทำาบนทวีปอันเดียแบบไม่ได้นัดหมาย เหตุผลก็เพื่อจำกัดขอบเขตความเสียหายไม่ให้ไฟาลุกลามไปทำลายระบบนิเวศของโลกทั้งใบ ขีปนาวุธ รถถัง และเครื่องบินรบพากันถล่มทวีปนี้จนย่อยยับ คร่าชีวิตผู้คนบนแผ่นดินอันเดียไปกว่าร้อยล้านคน
พอายุติลง ทวีปอันเดียก็กลายเป็แค่ขุมนรกบนดิน ต้นไม้แห้งเหี่ยว ซากศพเกลื่อนกลาด แม่น้ำลำคลองส่งกลิ่นเหม็นเน่า ผืนดินที่เคยอุดมสมบูรณ์ถูกกลืนกินด้วยความมืดมิด กลายเป็ดินแดนแห่งความตาย
ส่วนมหาอำนาจทั้ง 6 ก็พากันสะบัดตูดหนี ทิ้งซากปรักหักพังเอาไว้ข้างหลัง ปล่อยทวีปอันเดียทิ้งไว้อย่างไม่ไยดีราวกับไอ้หนุ่มนิสัยเสียที่ฟันแล้วทิ้ง ผู้รอดชีวิตแค่หยิบมือบนทวีปอันเดียเลยเคียดแค้น 6 ประเทศมหาอำนาจเข้ากระดูกดำ
หานเซียวสังเกตเห็นรอย้าฝ่ามือของหูหงจุน
"ลุงเคยเป็ทหารมาก่อนเหรอครับ?"
"ใช่ ลุงเป็ทหารมาสิบกว่าปีแล้ว"
"ผมคิดว่าพวกทหารที่เสียประเทศไปแล้ว จะแห่กันไปเข้าร่วมกับองค์กรเจอร์มินัลกันหมดซะอีก"
หูหงจุนส่ายหน้า
"ประเทศของลุงถูกประเทศชิงหลงกลืนกินผ่านการเจรจา พวกระดับสูงๆยอมจำนนกันหมดแล้วทหารชั้นผู้น้อยอย่างลุงจะไปแค้นใครได้? ถึงลุงจะเกลียดพวก 6 มหาอำนาจ แต่ลุงก็หวงแหนสันติภาพที่ได้มาอย่างยากลำบาก ามันยืดเยื้อมาตั้งนาน พอเพิ่งจะมีวี่แววสงบสุข องค์กรเจอร์มินัลก็ดันโผล่มาชูธงโค่นล้มมหาอำนาจ ปลุกปั่นพวกทหารที่เสียประเทศให้ไปร่วมอุดมการณ์ หวังจะจุดชนวนาขึ้นมาอีก เฮ้อ... ลุงมันก็แค่คนหาเช้ากินค่ำ ไม่ได้ลึกซึ้งกับอุดมการณ์ของพวกมหาอำนาจหรือพวกองค์กรเจอร์มินัลหรอก แค่ไม่อยากโดนลากไปพัวพันกับาอีกแล้วก็เท่านั้นแหละ"
อานพูดเสริมขึ้นมา
"ใช่แล้วล่ะ ามันโหดร้ายเกินไป ตาของป้าก็บอดเพราะะเิแฟลชที่จู่ๆก็ขัดข้อง ลุงหูต้องพาป้าระหกระเหินไปทั่ว กว่าจะตั้งตัวได้ก็เืตาแทบกระเด็น ถึงชีวิตคนพเนจรจะลำบากไปบ้างแต่มันก็ดีกว่าเมื่อก่อนเยอะเลย"
ระหว่างที่คุยกัน กลิ่นหอมฉุยของเนื้อตุ๋นก็ลอยเตะจมูกมาจากหม้อ หานเซียวสูดกลิ่นหอมฟุ้งด้วยความหิวโหย ก่อนจะถามด้วยความสงสัย
"ป้ามองไม่เห็น แล้วทำอาหารได้ยังไงครับเนี่ย?"
อานบ่นกระปอดกระแปดทันที
"อย่ามาดูถูกกันนะพ่อหนุ่ม ถึงป้าจะตาบอดแต่จมูก หู กับประสาทััยังเฉียบคมอยู่นะ หยิบจับอะไรก็คล่องแคล่ว ไม่ได้เป็ภาระใครซะหน่อย"
หูหงจุนยิ้มเจื่อน
"ป้าแกเป็คนหัวดื้อ ยืนกรานไม่ยอมให้ลุงคอยดูแลท่าเดียวเลย"
"ก็ฉันไม่อยากเป็ตัวถ่วงของคุณนี่นา" น้ำเสียงของอานอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด
หูหงจุนเกาหัวแกรกๆและดูเหมือนจะไม่ค่อยชินกับการแสดงความรักกับคนรักต่อหน้าคนอื่น เขาเลยรีบเปลี่ยนเื่ทันที
"เออ จริงสิ ลุงมีของดีจะให้ดู"
หานเซียวหน้าถอดสีและจินตนาการเตลิดไปถึงเื่ใต้สะดือแล้วแอบเขยิบก้นถอยหลังไปนิดหนึ่ง
โล่งอกไปที หูหงจุนไม่ได้งัดของดีแบบนั้นออกมา เขาเปิดกล่องข้างๆแล้วหยิบปืนไรเฟิลสภาพเก่าที่พันด้วยเศษผ้าออกมาก่อนจะยืดอกพูดอย่างภูมิใจ
"ลองดูสิว่าแกตาถึงรึเปล่า"
[ปืนไรเฟิลเซเบอร์ (เก่า)] [คุณภาพ: เทา (ขาว)] [สเตตัสพื้นฐาน: พลังโจมตี 38~40, ความเร็วในการยิง 0.9 นัด/วินาที, ความจุแมกกาซีน 20 นัด, ระยะยิงหวังผล 200 เมตร, ระดับพลังงานที่สร้าง 25, ความทนทาน 5/300] [สเตตัสโบนัส: ความว่องไว +1] [ความยาว: 0.77 เมตร] [น้ำหนัก: 7.1 ปอนด์] [เอฟเฟกต์พิเศษ: แม่นยำ - วิถีะุเสถียร ได้รับผลกระทบจากทิศทางลมน้อยมาก] [หมายเหตุ: อาวุธชิ้นนี้ผ่านสมรภูมิเืมาอย่างโชกโชนพร้อมกับเ้านายของมัน]
"ปืนสวยนี่ครับ!"
จิติญญาช่างเทคนิคของหานเซียวเข้าประทับร่างทันที เขาเอ่ยปากชมออกมาว่า
"ถึงจะผ่านการใช้งานมาอย่างโชกโชนแต่ผิวััยังเรียบเนียน ลำกล้องยาวและตรงเป๊ะ มีระยะเร่งความเร็วะุเหลือเฟือ พลังทำลายล้างต้องทะลุทะลวงแน่นอน สีดำเงาวับดูดุดัน น่าเกรงขาม อืม... เป็อาวุธที่ร้ายกาจจริงๆ"
เอ๊ะ... ทำไมบรรยากาศมันดูแปลกๆ หรือว่าเขาจะคิดไปเอง?
"นี่เพื่อนยากลุงเอง ร่วมหัวจมท้ายกันมาเป็สิบปีแล้ว"
หูหงจุนหัวเราะร่วน
"ที่เห็นสภาพยังดูดีแบบนี้ก็เพราะลุงหมั่นหยอดน้ำมันดูแลมันตลอดน่ะ ความจริงชิ้นส่วนข้างในมันเสื่อมสภาพไปหมดแล้ว ลุงไม่ได้เอามันไปล่าสัตว์มาตั้งนานแล้วล่ะ"
ทั้งคู่คุยกันอย่างถูกคอ เผลอครู่เดียวฟ้าก็มืดสนิทลงแล้ว
อานทำอาหารเสร็จพอดี น้ำซุปเนื้อตุ๋นสีขาวขุ่นราวกับนมหอมฉุยไปทั่วเต็นท์ ซุปข้นคลั่ก เนื้อตุ๋นจนเปื่อยยุ่ย บนผิวน้ำซุปมันย่องมีผักป่าใบเขียวลอยฟ่องชวนให้น้ำลายสอสุดๆ
กลิ่นเนื้อหอมหวนราวกับปีศาจสาวยั่วสวาทสะกดสายตาหานเซียวเอาไว้แน่น เขากลืนน้ำลายดังเอื๊อก ท้องที่ถูกทรมานด้วยเสบียงแห้งกรังมา 7 วันเต็มร้องโครกครากประท้วง ในหัวมีแต่ข้อความแจ้งเตือนค่าความประทับใจที่มีต่อหูหงจุนเด้ง +1 +1 +1 ขึ้นมารัวๆ
หลังจากสวาปามมื้อค่ำอย่างตะกละตะกลาม หูหงจุนก็ชวนให้หานเซียวค้างคืนที่นี่
ความมีน้ำใจมันยากที่จะปฏิเสธประกอบกับตอนกลางคืนเดินทางลำบากและอันตรายจริงๆ หานเซียวเลยตอบตกลง หูหงจุนกับอานจัดการเอาผ้าม่านมากั้นแบ่งพื้นที่ในเต็นท์ให้เป็สัดส่วนแล้วปูที่นอนให้
"เป้ของพ่อหนุ่มมันใหญ่เกะกะเกินไป ป้าเอาไปวางไว้ข้างนอกให้นะ"
อานบอก
พื้นที่ในเต็นท์มีจำกัด โซนที่กั้นไว้ก็แคบมากและวางได้แค่ฟูกนอนเล็กๆ ขืนเอาเป้ที่เต็มไปด้วยปืนกระบอกโตๆเข้ามาคงไม่มีที่ซุกแน่
เขาคิดอยู่สักพักแล้วขอยืมหนังสัตว์จากหูหงจุนมาผืนหนึ่ง จัดการเอาปืนที่ไม่ได้ใช้ในเป้ออกมาถอดะุออกให้เกลี้ยง ปลดเซฟไกปืน แล้วเอาหนังสัตว์ห่อหุ้มเอาไว้แ่า เอาไปซุกไว้ตรงมุมห้อง แถมยังแอบเอาใบไม้สอดไว้ที่รอยต่อห่อหนังสัตว์ด้วย ถ้ามีใครหน้าไหนมาแตะต้อง พรุ่งนี้เช้าเขาต้องรู้ตัวแน่
ส่วนตัวเป้ที่ตอนนี้เหลือแต่ะุปืนล้วนๆ ขนาดกำลังพอดีสามารถวางไว้ปลายเตียงได้พอดิบพอดี หานเซียวโหลดะุปืนพกวอสป์รุ่น 73 จนเต็มแม็กแล้วยัดมันไว้ใต้หมอน ถึงจะซาบซึ้งในน้ำใจของหูหงจุนแค่ไหนแต่คนอย่างเขาก็ต้องระวังตัวเอาไว้ก่อนเสมอ
แต่พอหัวถึงหมอน ความเหนื่อยล้าสะสมตลอด 7 วันก็ถาโถมเข้าใส่ หานเซียวสลบเหมือดไปในพริบตา
หูหงจุนได้ยินเสียงกรนเบาๆก็ยิ้มส่ายหน้าและหันไปกระซิบกับอานว่า
"สงสัยจะเหนื่อยจัด ปล่อยเขานอนเถอะ"
อานพยักหน้ารับเก็บกวาดข้าวของอย่างเบามือพลางยกหม้อไหจานชามออกไปล้างข้างนอก
…
"ลุง ลุง! ผมหิวแล้ว!"
หูเฟยพรวดพราดเข้ามาในเต็นท์ สภาพมอมแมมคลุกฝุ่น หน้าผากปูดโนเพราะโดนของแข็งกระแทก ถ้าหานเซียวตื่นอยู่ คงจำหน้าอีกฝ่ายได้ทันที... อีกฝ่ายคือหนุ่มผมยาวที่อุตริมาดักปล้นเขาเมื่อตอนกลางวันแถมยังเป็หลานชายแท้ๆของหูหงจุนอีกต่างหาก!
หูหงจุนขมวดคิ้ว
"วันนี้แกหายหัวไปไหนมาทั้งวันห๊ะ"
"ผ-ผม... ไปล่าสัตว์มาครับ"
หูเฟยตอบด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก ั้แ่ที่สูญเสียพ่อไปนั้นตัวเขาก็ถูกหูหงจุนเลี้ยงดูมาตลอดเขาถึงได้เกรงกลัวลุงคนนี้มาก
พอเห็นท่าทีหงอๆของหลานชาย หูหงจุนก็รู้ทันทีว่าอีกฝ่ายโกหก เขาเอื้อมมือไปบิดหูหูเฟยเต็มแรงพลางดุเสียงต่ำแต่เฉียบขาด
"แกแอบไปเถลไถลหาเื่มาอีกแล้วใช่มั้ย! คราวก่อนฉันเตือนแล้วนะ ถ้าแกเอาไอ้ปืนสับปะรังเคนั่นไปเที่ยวขู่กรรโชกคนอื่นอีก ฉันจะหวดให้ขาสามข้างของแกหักกระจุยเลย!"
เมื่อโดนบิดหูจนน้ำตาเล็ด หูเฟยรู้สึกน้อยใจสุดๆ 'โธ่ลุง วันนี้ผมดันซวยไปแหย่รังแตน โดนอัดซะน่วม แถมโดนมัดติดต้นไม้ตั้งครึ่งค่อนวัน หิวจนตาลาย ผมนี่แหละคนเสียเปรียบ ลุงช่วยฟังผมบ้างเถอะ'
"อย่าเลยลุง เหลือขาให้ผมไว้เดินสักข้างเถอะ"
หูเฟยร้องไห้กระซิก
"งั้นแกจะเก็บขาซ้ายหรือขาขวาไว้ล่ะ?"
"ขอเก็บขาตรงกลางไว้ได้มั้ยล่ะ..."
"ฝันไปเถอะ ขานั้นแหละที่ฉันจะตีให้หักเป็ท่อนๆ!"
หูหงจุนเงื้อมือขึ้นเตรียมฟาดแต่เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าไม่อยากทำเสียงดังรบกวนหานเซียวเลยยอมปล่อยมือหูเฟยแล้วสะบัดเสียงใส่
"พรุ่งนี้ฉันค่อยคิดบัญชีกับแก"
หูเฟยเพิ่งสังเกตเห็นว่ามีคนแปลกหน้ามานอนอยู่ในเต็นท์ เขาชะโงกหน้ามองลอดผ่านม่านด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ไม่ดูยังจะดีเสียกว่า...เมื่อเห็นหน้าปุ๊บ หูเฟยถึงกับหน้าซีดเผือดไม่มีเืฝาดโดยทันที!
ให้ตายเถอะ! นี่มันไอ้โหดเมื่อตอนกลางวันนี่หว่า!
โอ๊ย... หน้าผากปวดตุบๆขึ้นมาตงิดๆเลย
"มองอะไร คืนนี้แกไสหัวไปนอนข้างนอกเลยไป"
หูหงจุนไล่อย่างอารมณ์เสีย
แต่ผิดคาด... หูเฟยไม่เถียงสักคำ เขาทำหน้าหวาดผวาเหมือนเห็นผีแล้ววิ่งหนีเตลิดเปิดเปิงออกไป ปล่อยให้หูหงจุนยืนงงเป็ไก่ตาแตกพร้อมเอามือลูบหน้าตัวเองเบาๆ 'นี่หน้าฉันน่ากลัวขนาดนั้นเลยเหรอวะ?'
…
หูเฟยลนลานวิ่งหนีออกจากเต็นท์ ลมเย็นๆยามค่ำคืนพัดมาปะทะหน้าถึงเพิ่งจะดึงสติกลับมาได้
"เดี๋ยวนะ... แล้วฉันจะวิ่งหนีทำไม ที่นี่มันบ้านฉันนี่หว่า!"
ไอ้โหดนั่นดันมาตายรังถึงถิ่นเขา จะให้ปล่อยมันไปง่ายๆได้ยังไง? หูเฟยกำลังจะหันหลังกลับไปเอาเื่แต่ภาพตอนที่หานเซียวซัดเขาซะหมอบกระแตก็แวบเข้ามาในหัวซะก่อน ความกลัวพุ่งสูงขึ้นจนต้องเบรกเอี๊ยดอย่างกะทันหันและไม่กล้ากลับไปหาเื่อีกฝ่ายแล้ว
ถึงจะปอดแหก แต่จะบอกว่าหูเฟยไม่แค้นหานเซียวเลยก็คงโกหก เขาแค่ไม่กล้าไปเผชิญหน้าด้วยตรงๆแต่ก็เจ็บใจที่ต้องมายอมแพ้เสียหน้าแบบนี้
"หูเฟยเอ๊ย หูเฟย ทำตัวให้สมชายหน่อยสิแค้นนี้ต้องชำระ!"
หูเฟยรวบรวมความกล้าเค้นสมองนึกแผนการเอาคืน เขาอยากรู้ใจแทบขาดว่าในเป้ใบใหญ่ของหานเซียวมีอะไรซ่อนอยู่ เมื่อกี้ตอนอยู่ในเต็นท์เขาก็ตาดีเหลือบไปเห็นห่อหนังสัตว์เข้า หูเฟยจำได้แม่นเลยว่าที่บ้านไม่มีของแบบนี้แหงๆ มันต้องเป็สัมภาระของไอ้เ้าโหดนั่นแน่ๆ!
…
กลางดึกที่เงียบสงัด ผู้คนในที่มั่นพากันหลับสนิทไปหมดแล้ว
หูเฟยที่ซุ่มดักรอมานานก็เริ่มแผนการ เขาย่องกริบราวกับนินจาเข้าไปในเต็นท์พร้อมค่อยๆเอื้อมมือไปคว้าห่อหนังสัตว์
"ฮี่ฮี่ มาดูซิว่าแกพกของดีอะไรมา"
พอเปิดหนังสัตว์ออกทีละชั้น หูเฟยก็เบิกตากว้างแทบถลน เกือบจะหงายหลังตึง
ปืน!
ปืนระดับสูงๆทั้งนั้น!
หูเฟยหน้าบานเป็กระด้ง ตาลุกวาวด้วยความโลภ ของดีจริงๆด้วยโว้ย!
ใจจริงเขาอยากจะกวาดปืนไปให้เกลี้ยงแต่พอนึกถึงหน้าเหี้ยมๆและฝีมือตีนผีของหานเซียว เขาก็รู้สึกหดหู่ใจโดยทันที ขืนไอ้โหดนั่นตื่นมาเจอว่าปืนหายเกลี้ยง มีหวังตามมากระทืบเขาตายคาเท้าแน่ๆ
"เอาไปหมดไม่ได้หรอก..."
หูเฟยทำหน้าเสียดายพร้อมกัดฟันหยิบปืนพกวอสป์รุ่น 73 มาแค่สองกระบอกและไม่กล้าโลภมากไปกว่านี้
"ช่างเถอะ ถือซะว่าเป็ค่าที่พักกับค่าที่ลุงฉันเลี้ยงข้าวแกมื้อนึง ขอปืนไปสักสองกระบอกคงไม่เป็ไรหรอกมั้ง" หูเฟยพยายามหาเหตุผลเข้าข้างความชั่วของตัวเอง เขาจัดการมัดห่อหนังสัตว์ให้เหมือนเดิมเป๊ะแล้วย่องเงียบออกจากเต็นท์ไป
หายไปแค่ปืนพกสองกระบอก ไอ้โหดนั่นคงไม่รู้ตัวหรอกมั้ง...