เช้าวันรุ่งขึ้นหลังจากคอบครัวบ้านซูกินข้าวกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว พ่อและลูกชายหญิงก็พากันออกไปด้านนอก ตอนนี้หิมะได้กองทับถมกันตามพื้นทำให้มองไปทางไหนก็เห็นแต่สีขาวโพลนไปหมด ซินซินเห็นดังนี้จึงคิดว่าควรจะใช้รถลากสำหรับการเดินทางผ่านหิมะดีกว่า
“พ่อจ๋าเราใช้รถลากเลื่อนสำหรับการเดินทางผ่านหิมะกันดีไหมหนูจะขอพร ให้เรามีรถลากเลื่อนพร้อมสุนัขตัวโต สักหกตัว ให้สามารถลากรถพาพวกเราทั้งสามเข้าไปเมืองได้” เ้าตัวน้อยถามความคิดเห็นของผู้เป็พ่อ
“ก็ดีเหมือนกันนะลูก ขอแบบมีหลังคากันหิมะด้วยได้ไหมครับ”
หลังจบคำพูดของผู้เป็พ่อ ก็มีรถลากเลื่อนคันใหญ่ขนาดที่ผู้ใหญ่สามคนนั่งได้สบายๆ พร้อมสุนัขโตตัวขนปุยสีเทาขาวตาสีฟ้าปรากฎขึ้นพร้อมกับรถลากหกตัวแต่ละตัวสูงเท่าเอวของจินเป่าที่มีความสูงถึงหนึ่งร้อยแปดสิบเลยทีเดียว จินเป่าและซ่านซ่านที่ได้เห็นรถพร้อมสุนัขที่ลูกสาวและน้องสาวขอพรออกมาต่างก็ใจนตาโตกันไปแล้ว
“ฮ่าๆ พ่อคะพี่คะ เรามาขึ้นรถสุดหรูกันเถอะค่ะ” เ้าแสบตัวน้อยหัวเราะพ่อของตนและพี่ชาย
เมื่อทั้งสามขึ้นมานั่งบนรถลากเลื่อนคันนี้แล้วเ้าตัวน้อยก็ได้นำของในมิติออกมาโดยนำเสื้อกั้นหนาวออกมาสามกระสอบใหญ่ ข้าวสารถุงละหนึ่งกิโลอีกห้าสิบถุงของชุดนี้เธอเตรียมเอาไว้สำหรับลุงจาง เสื้อกันหนาวหนึ่งถุงมีหนึ่งร้อยตัวต่อถุงก็เท่ากับสามร้อยตัว เธอคิดตัวละยี่สิบหยวน เท่ากับหกพันหยวน ข้าวสารถุงละห้าหยวนมีห้าสิบถุงเท่ากับสองร้อยห้าสิบหยวน รวมทั้งหมด หกพันสองร้อยห้าสิบหยวน เ้าตัวน้อยคำนวณในใจอย่างเสร็จสรรพ
“พ่อจ๋าสินค้ามีเสื้อกันหนาวสามร้อยตัวตัวละยี่สิบหยวน ข้าสารถุงละหนึ่งกิโลมีห้าสิบถุงถุงละห้าหยวน ทั้งหมดหกพันสองร้อยห้าสิบหยวนนะคะ พ่อบอกกับลุงจางตามนี้เลย” เ้าตัวน้อยทำมือทำไม้บอกพ่อของตน
“น้องเก่งมากเลยครับพี่ยังคิดเร็วไม่เท่าน้องเลย” ซ่านซ่านพูดชมน้องสาวพร้อมลูบหัวเล็กๆ ของน้องไปด้วย
“ถ้าพี่ชายตั้งใจเรียนและฝึกคิดเลขบ่อยๆ ก็จะเก่งขึ้นเองจ้ะ คนเราต้องขยันเรียนรู้” เ้าตัวน้อยพูดกับพี่ชายของตนด้วยท่าทางเหมือนคนที่โตกว่า พ่อและพี่ชายต่างพากันกลั้นยิ้มให้กับผู้ใหญ่ตัวน้อยคนนี้
ทั้งสามคุยกันอยู่สักพักก็พากันเข้ามาถึงร้านค้าของชำของลุงจางแล้ว โดยตลอดทางที่สุนัขลากเลื่อนวิ่งผ่าน ไม่มีผู้คนออกมาเดินตามถนนหนทางกันเลยเพราะหิมะที่ตกอย่างต่อเนื่องจึงทำให้ไม่มีใครกล้าออกมาจากบ้านพอมาถึงที่ร้านลุงจางแล้วผู้เป็พ่อก็เดินเข้าไปในร้าน
“จินเป่าลื้อมาแล้วเหรอ” เถ้าแก่จางที่เห็นจินเป่าเดินเข้ามาพร้อมแบกถุงใบใหญ่เข้ามาด้วยก็ยิ้มทักทายด้วยความดีใจ
“สวัสดีครับเถ้าแก่จาง ผมเอาเสื้อกันหนาวมาสามร้อยตัว ข้าวถุงละหนึ่งกิโลห้าสิบถุง นี่เป็รายการสินค้าพร้อมราคาครับ เถ้าแก่ตรวจดูได้” จินเป่ายื่นใบรายการที่เขาให้ลูกสาวตัวน้อยทำออกมาให้กับเถ้าแก่จาง
“ขอบใจลื้อมาก นี่เงิน เอาไว้หมด่หิมะตกเราค่อยมาค้าขายกันใหม่นะ ลื้อจะนั่งที่ร้านอั๊วก่อนไหม” เถ้าแก่จางถามกับหนุ่มรุ่นน้องที่ค้าขายกันมานานแล้ว
“ผมต้องไปแล้วครับลูกชายลูกสาวของผมรออยู่ในรถข้างนอกด้วย”จินเป่ารีบบอกเถ้าแก่จางแล้วตัวเขาก็ออกมาจากร้านทันที เพราะของที่เหลือนั้นเหล่าเด็กในร้านของเถ้าแก่ได้ช่วยกันยกเข้ามาในร้านหมดแล้ว
เมื่อเถ้าแก่ที่ออกมาส่งเห็นรถที่จินเป่าและลูกๆ นั่งมาพร้อมทั้งสุนัขตัวโตหกตัวก็ใ จนไม่สามารถจะพูดอะไรได้ พอได้สติกลับมาก็เห็นว่าสุนัขพวกนั้นได้พารถลากออกไปไกลแล้ว
จินเป่าและลูกทั้งสองไม่ได้รู้เลยว่าได้ทิ้งะเิเอาไว้กับเถ้าแก่จางแล้ว เพราะตัวเถ้าแก่เองก็อยากได้รถแบบนี้บ้าง เมื่อออกมาจากบ้านเถ้าแก่ได้สักพักจิวจิวผู้ซึ่งเป็ผู้สั่งการสุนัขพวกนี้มาั้แ่ตน ก็ต้องทำการสั่งสุนัขเหล่านี้ให้ไปทางโรงถ่านหินตามที่พ่อบอกต่อไป
ซินซินเองก็ได้เตรียมข้าวของต่างๆ ออกมามากมายเพราะต้องเตรียมให้ทั้งบ้านของทวดซึ่งเป็คุณพ่อคุณแม่ของย่าเยว่จินและบ้านของผู้เป็ลุงของพ่อด้วยเธอต้องเรียกว่าปู่ใช่ไหมนะเ้าตัวน้อยตื่นเต้นเป็อย่างมากเพราะั้แ่ตัวเองเกิดมาจนสามขวบแล้วเธอยังไม่เคยเจอญาติฝั่งคุณย่าเลย
จะว่าไปตายายของเธอซึ่งเป็บ้านเดิมของแม่เธอ เธอก็ยังไม่เคยเห็นเช่นกันเพราะแม่ไม่เคยพูดถึงทางบ้านของแม่ให้ฟังเลยสักครั้งเ้าตัวน้อยคิดอะไรเพลินๆอยู่ครู่เดียวรถก็มาถึงหน้าป้อมยามแล้ว
พอได้ลงจากรถเพื่อไปบอกกับยามด้านหน้าโรงงานถึงจุดประสงค์ของตน ซินซินและซานซานเห็นพ่อยืนหลบหิมะตรงหน้าตู้ยามอยู่พักหนึ่งพวกเขาก็เห็นว่ามีชายชราและหญิงชราวัยน่าจะหกสิบเจ็ดสิบแต่ยังคงแข็งแรงดีอยู่พากันประคองเดินฝ่าหิมะออกมา
“สวัสดีครับคุณตาคุณยาย ผมนำของมาให้ผมและแม่อยากจะให้คุณตาคุณยายลาออกจากงานด้วยคุณตาคุณยายคิดว่ายังไงกันครับ” จินเป่าถามผู้เป็ตากับยายที่ตอนนี้ดูเหมือนว่าทั้งสองคนน่าจะมีเื่กลุ้มใจอยู่เป็แน่เพราะเขามองเห็นสีหน้าที่ไม่ค่อยดีของสองผู้เฒ่า
“ก็ดีแล้วนี่ตาซูยายซูก็แก่มากแล้วลาออกไปก็จะได้เป็การเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่เขาได้เข้ามาทำงานบ้างทั้งสองคนก็แก่ซะขนาดนี้แล้วอยู่ไปก็ยิ่งทำงานอะไรหนักๆ ก็ไม่ได้ ได้แต่กินแรงคนอื่นเขาไปวันๆ ใช่ไหมพวกเรา” เสียงนี้มาจากชายร่างอ้วนหน้าตาขี้เหร่ปากหนา ตัวเตี้ย
“ใช้ครับผู้จัดการ” พรรคพวกของมันที่ต่างก็ตอบรับแล้วก็พากันหัวเราะร่วมกับชายผู้นี้เมื่อเ้าตัวน้อยได้ยินคนที่พูดจาดูถูกคนที่เป็ญาติกับเธอเ้าตัวน้อยก็คิดว่าอ้วนขนาดนี้ไปสะดุดจมกองหิมะแล้วกลิ้งไปซะสักหลายๆรอบเถอะจงกินหิมะแทนข้าวไปซะคนปากเสีย
เ้าผู้ที่พูดนี้เป็ผู้จัดการโรงงานถ่านหินที่เพิ่งจะย้ายมาจากที่อื่น เขาและพรรคพวกแปลกใจที่เห็นว่ามีคนมาหาสองคนแก่ที่เขาไม่ชอบหน้าจึงทำทีเดินเข้ามาใกล้และก็ได้ยินที่จินเป่าพูดกับตายายพอดีจึงเป็โอกาสเหมาะมันจึงได้พูดประโยคข้างต้นออกมา
“ตกลงหลานรอตากับยายก่อนนะลูกขอพวกเราเข้าไปหยิบสัมภาระออกมาก่อน” ซูิพูดกับจินเป่าเพราะต้นเหตุแห่งความไม่สบายใจของเขากับคู่ชีวิตก็คือเ้าอ้วนคนนี้นี่แหละที่มักจะกลั่นแกล้งเขากับภรรยาเป็ประจำวันนี้ที่หลานมาบอกให้เขาลาออกเขาจึงไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย
“คุณยายขึ้นไปนั่งในรถกับเหลนๆตัวน้อยเถอะครับเดี๋ยวผมจะไปช่วยคุณตาเอง” จินเป่าบอกผู้เป็ยายของตนยายเองก็ไม่ได้คัดค้านอะไรเพราะเธอรู้สึกเ็ปกับคำพูดของคนที่โรงงานซึ่งเป็ผู้จัดการคนใหม่
“สวัสดีคุณทวดครับ/ค่ะ” เ้าตัวน้อยทั้งสองรีบทำความเคารพยายทวดตรงหน้าอย่างตั้งใจเมื่อฮุยฟางเห็นเด็กน้อยแก้มกลมผิวขาวทั้งสองคนนี้แล้วความเ็ปจากคำพูดของคนผู้นั้นก็เบาบางลงไปมาก
“มาให้ทวดได้กอดหน่อยลูกทั้งสองคนเลยเหลนของทวดน่ารักจริงๆ” ผู้เป็เหลนตัวน้อยก็ได้พาตัวเองไปสู่อ้อมแขนเล็กของทวดของตน
“ตาขึ้นไปบนรถเลยครับบนรถกว้างมากผู้ใหญ่ตัวโตอย่างผมสามารถนั่งได้ตั้งสามสี่คนเลยครับ” จินเป่าพูดกับผู้เป็ตาเมื่อเห็นท่าทางลังเลของคนตรงหน้าหลังจากที่เขาไปเก็บของกับผู้เป็ตากลับมาแล้ว ซึ่งของของตากับยายก็มีเพียงเสื้อผ้าหม้อกับกระทะเพียงเท่านั้นเขาเอาห้อยไว้ข้างๆรถได้
เมื่อทั้งหมดนั่งกันเรียบร้อยแล้วจินเป่าก็ทำทีจับสายบังเหียนบังคับสุนัขทั้งหกตัวที่ต้องทำอย่างนี้เพราะจะได้ไม่เป็ที่สงสัยของตากับยายและหลังจากที่กลุ่มของจินเป่าออกมาไกลแล้ว
ผู้จัดการใหม่ของโรงถ่านหินก็ได้สะดุดกับกองหิมะที่พื้นที่ไม่เสมอกันจนเขากลิ้งไปหลายรอบมากจนหิมะสีขาวได้เข้าปากและติดตามเนื้อตัวที่อวบอ้วนของเขาชนิดที่ว่าถ้าซินซินมาเห็นคงคิดว่าคนตรงหน้าเป็ตุ๊กตาหิมะเป็แน่
รถลากของจินเป่าได้มาถึงหน้าบ้านของผู้เป็ลุงแล้วลุงของเขาพักอยู่ด้านนอกโรงงานเหมืองแร่ที่นี่มีสวัสดิการดีกว่าที่อื่นมากเพราะมีบ้านให้กับพนักงานาุโของโรงงานตอนสมัยที่น้องสาวเขาเรียนก็มาพักที่นี่และก็ได้เข้าทำงานก็เพราะได้ผู้เป็ลุงช่วยเหลือ
“ลุงจ้านครับผมจินเป่าเองครับ” จินเป่าทุบประตูหน้าบ้านพร้ะโกนเรียกผู้เป็ลุงไปด้วย
“มาแล้วๆ” แอ๊ด เสียงตอบรับพร้อมกับเสียงเปิดประตูดังขึ้น เมื่อผู้ที่มาเปิดประตูมองเห็นหลานชายยืนยิ้มอยู่ก็ดีใจเดินเข้าไปสวมกอด
“สวัสดีครับคุณลุง ผมขอให้สุนัขของผมลากรถเข้าไปด้านในก่อนนะครับแล้วลุงจะต้องแปลกใจว่ามีใครมากับผมด้วย”
ฝ่ายผู้เป็ลุงก็เปิดประตูออกทั้งสองบานเมื่อผู้เป็ลุงเห็นสุนัขลากเลื่อนที่ตัวโตขนาดนี้เข้งขาก็เริ่มสั่นเลยทีเดียวพร้อมคิดว่าเ้าหลานชายมันฝึกหมาที่ตัวใหญ่แบบนี้ได้ยังไงกัน
เมื่อรถลากเลื่อนได้เข้ามาในลานบ้านแล้วคนในรถก็ได้ออกมาจากตัวรถทีละคนโดยเริ่มจากผู้เป็ตา ยายและเหลนน้อยทั้งสองที่ซูิและจินเป่าเดินเข้าไปอุ้มลงมาโดยพ่ออุ้มลูกชายเพราะตัวโตกว่าผู้เป็น้องด้านซูิก็อุ้มเหลนสาวเดินเข้าบ้านลูกชายของตนไปทันที
ทางด้านผู้เป็ลูกชายก็ได้เดินตามพ่อและแม่ของตนเข้าไปในบ้านโดยทิ้งจินเป่าและลูกชายตัวน้อยให้เดินตามมาทีหลังที่ลูกชายรีบตามพ่อและแม่ของตนก็เพราะสงสัยที่พ่อและแม่มากับหลานชายด้วย
“พ่อครับแม่ครับเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าครับถึงได้มากับหลานได้”ซูจ้านก็ถามผู้เป็พ่อและแม่ทันทีเมื่อเห็นท่านทั้งสองได้นั่งลงแล้ว
“แกนี่ใจร้อนไม่เปลี่ยนเลยจริงๆ เดี๋ยวเหลนน้อยฉันก็ใกันพอดี”ซูิดุลูกชายของตน
“สวัสดีค่ะคุณปู่”เ้าตัวน้อยกล่าวทักทายผู้เป็ลุงของพ่อตัวเอง
“โอ้นี่หลานสาวที่ไม่ได้เห็นหน้าเลยั้แ่ที่ซูเหมยคลอดก็ได้เจอเพียงครั้งเดียวเผลอแปบเดียวโตขึ้นมากแล้ว”
“แกก็พูดเบาๆ ไม่เป็หรือไงหากหลานใขึ้นมาฉันจะตีแก” ฮุยฟางปรามลูกชายของตนที่อายุสี่สิบกว่าเข้าไปแล้วยังไม่รู้จักโต
“แม่ก็ดุผมอยู่เรื่อยเลยผมเองก็มีหลานโตจนเข้ามัธยมต้นแล้วนะครับ”
“สวัสดีครับคุณปู่”ซานซานผู้ซึ่งที่เพิ่งจะเดินเข้ามาพร้อมพ่อทักทายซูจ้าน
“โอ้ซานซานเองก็โตขึ้นมากแล้วเหมือนกันว่าแต่ของนี่มันอะไรเหรอจินเป่า” ซูจ้านถามถึงสิ่งของที่หลานชายนำมาวางในบ้าน
“เสื้อกันหนาวแล้วก็ข้าวสารครับแม่บอกให้ผมเอามาให้คุณลุงกับตายายแต่ตอนนี้ตายายลาออกแล้วก็จะไปอยู่ที่บ้านกับพวกผมแล้วผมก็เลยยกในส่วนของตากับยายมาเพิ่มให้ลุงด้วย”
“มันไม่เยอะไปเหรอหลานแล้วที่บ้านตอนนี้พอกินกันแน่นะเอากลับไปบ้างก็ได้ไม่ต้องเอาไว้ให้ลุงเยอะหรอกเ้าซูอวิ้นเองก็ส่งคูปองและเงินกลับมาให้ลุงบ่อยๆ”
“แล้วนี่พ่อกับแม่ลาออกจากงานแล้วเหรอครับลาออกก็ดีแล้วผมเองก็บอกตั้งนานแล้วว่าให้มาอยู่ด้วยกันเดี๋ยวผมเลี้ยงเองก็ไม่ยอม” ซูจ้านพูดกับพ่อแม่
“ฉันสองคนยังไม่แก่ถึงขนาดเลี้ยงตัวเองไม่ไหวสักหน่อยและพ่อกับแม่ก็ตกลงจะกลับไปอยู่ชนบทกับน้องสาวและเหลนตัวน้อยของแกแล้วหากแกมีเวลาก็ไปหาพ่อแม่ที่นั่นได้”ซูิพูดกับลูกชายบ้านอื่นอาจจะมาอยู่กับลูกชายแต่ไม่ใช่คนตระกูลซูของเขา
เพราะเขารักและเป็ห่วงลูกสาวมากกว่าแล้วตอนนี้ก็มีเหลนตัวน้อยตั้งสองคนไปอยู่กับเหลนน้อยและใช้ชีวิตในหมู่บ้านดั้งเดิมก็ดีเหมือนกัน
ซินซินคิดในใจว่าครอบครัวทางบ้านของคุณย่านี้ดีจริงๆ มีแต่คนที่คอยห่วงใยกันและกันผิดกับคนบ้านหลงลิบลับทีเดียว