สัปดาห์สุดท้าย ณ หมู่บ้าน
“แฮ่ก!แฮ่ก!แฮ่ก!แฮ่ก!”
มาร์โก้หอบหายใจออกมาหนักๆ ก่อนจะค่อยๆ ชะลอฝีเท้า เขายืดมือขึ้นสูงเพื่อขยายพื้นที่ปอดให้เขาสามารถสูดอากาศลึกได้ดียิ่งขึ้น เด็กชายก้าวเดินอย่างเชื่องช้าก่อนจะก้มลงไปมองหมู่บ้านของตัวเองที่อยู่ห่างออกไปเกือบสองร้อยเมตร ซึ่งเหลือให้เขาเห็นเพียงหลังคาบ้านเป็วงกลมเล็กๆ เท่านั้น
ข้างบนนี่ก็หนาวเป็บ้า
มาร์โก้ปาดเหงื่อออกจากหน้าพลางเหลียวมองรอบตัวอีกครั้ง สองสามวันมานี้หลังจากร่างกายเริ่มเข้าที่เขาก็เปลี่ยนสถานที่ออกกำลังกายตอนเช้าเสียใหม่มาเป็ูเาข้างๆ อาศัยความสูงที่มากพอเพื่อฝึกปอดให้ทนทานมากยิ่งขึ้นไปพร้อมๆ กับกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ในคราวเดียว
“รีบกลับดีกว่ามั้ง”
มาร์โก้บอกตัวเองหลังจากดูดวงอาทิตย์ที่โผล่ขึ้นมาที่ขอบฟ้าเกินครึ่งดวง เขาเดินก้าวถอยหลังไปสองสามก้าวก่อนจะออกวิ่ง และะโพรวดลงมาจากยอดเขานั่นทันที
แม้เบื้องหน้าจะไม่ใช่เหวหรือหน้าผา แตู่เาลูกนี้ก็มีความชันที่น่ากลัวอยู่ไม่ใช่น้อย อย่าว่าแต่เป็เด็กมนุษย์เลย แม้แต่เผ่าครึ่งอสูรเต็มวัยเองก็คงไม่คิดจะะโลงมาดื้อๆ แบบนี้แน่หากเขายังไม่มั่นใจมากพอ
ส่วนมาร์โก้นั้นนับเป็ข้อยกเว้น
เด็กชายเผ่ามนุษย์วัยเพียง10ขวบปีดิ่งร่างลงมาจากยอดเขา มือซ้ายขวาปัดป่ายเวทย์ลมออกข้างตัวเพื่อชะลอรั้งอัตราเร่ง และเมื่อเท้าลงแตะพื้นก็กลิ้งตัวหนึ่งตลบก่อนจะตบมือทั้งสองลงพื้น เรียกใช้เวทย์ลมแบบพื้นที่กว้างะเิออกมาหนุนร่างตัวเองให้ลอยสูงขึ้นอีกครั้ง
สายลมที่ปะทะกับใบหน้านั้นช่างสดชื่น มาร์โก้หลุดหัวเราะออกมาเบาๆ พลางเรียกเวทย์ลมประคองร่างให้ร่อนไปกับลมูเาอย่างใจเย็น สองสามวันมานี้เขาเองก็คอยไปฝึกเวทย์กับฮาลล์อยู่ตลอดโดยไม่ได้แสดงฝีมือที่แท้จริงออกมา ทั้งหมดที่เขา้าไม่ใช่คำชมแต่เป็ข้อมูลเท่านั้น และนั่นก็มากเพียงพอแล้วที่จะทำให้เวทย์เขาพัฒนามาได้ถึงขั้นนี้
มาร์โก้สลายเวทย์ลมก่อนจะดิ่งตัวลงไปหาเนินหญ้าว่างๆ ตรงหน้าเพื่อทิ้งตัวลง มานารอบกายถูกพลังเวทย์ชักนำให้ซึมลึกเข้าสู่ิั กล้ามเนื้อและกระดูก ความรู้สึกอุ่นๆ จนเกือบร้อนที่เข้าคู่กับอากาศยามเช้าทำเอามาร์โก้อมยิ้ม เขาบังคับมานาไปหุ้มกระดูก เส้นเอ็นและกล้ามเนื้อขาเอาไว้ก่อนจะทิ้งตัวลงพื้นอย่างดุดัน
เวทย์เสริมพลังกายนั้นเริ่มต้นอย่างซับซ้อนทว่าทำงานอย่างเรียบง่าย มานาที่ถูกดึงเข้าไปในร่างกายจะเสริมทั้งความสามารถและพลังแก่อวัยวะทุกๆ ส่วน ทั้งหมดที่เขาต้องทำคือแน่ใจว่ามานาจะไปคลุมทุกอวัยวะที่้าเท่านั้น และหลังจากนั้นไม่ว่าจะยืด หด บิด คลาย พวกมันจะทำเหมือนกับเป็อวัยวะที่คุ้นเคยกันมาแต่เกิดเลยทีเดียว
เพียงไม่กี่นาทีมาร์โก้ก็มาถึงรั้วหมู่บ้าน ต้องยอมรับว่าแม้มันจะเสี่ยงต่อการาเ็ แต่การะโลงมาจากยอดเขาก็ทำให้เขามาถึงพื้นได้ไวกว่าการเดินเป็ไหนๆ
หมู่บ้านที่กำลังตื่นขึ้นขับไล่ความเงียบสงบของยามเช้าออกไปพร้อมๆ กับแทนที่พวกมันด้วยบรรยากาศของชีวิต มาร์โก้กวาดตามองพวกมันทั้งหมดก่อนจะถอนใจเฮือก ถ้าเป็ไปได้เขาก็อยากจะคงอยู่กับบรรยากาศแบบนี้ให้นานขึ้นอีกสักหน่อยอยู่หรอก แต่เมื่อเช้าจากบนยอดเขานั้นเขาก็ได้เห็นเกวียนรูปร่างไม่คุ้นตามาจอดอยู่ที่หน้าโบสถ์ ถ้าเดาไม่ผิดก็คงเป็คำตอบที่ฮาลล์กำลังรออยู่ตลอดหลายวันนี้นั่นแหละ และการที่ทางนั้นมาหาด้วยตัวเองแบบนี้ก็แสดงว่าเขาเองก็เป็ที่น่าสนใจของอีกฝ่ายไม่เบาเช่นกัน
่สายมาร์โก้ก็ออกเดินทางไปหาฮาลล์ดังเช่นทุกวัน ก่อนเข้าโบสถ์นั้นเขาก็ได้เห็นเกวียนคันที่ว่าจอดอยู่ใต้ร่มไม้ เนื้องานที่ประณีตจนมาร์โก้ได้แต่ถอนหายใจเฮือก ดูท่าทางสิ่งที่เขาเดาไว้จะถูกต้องซะแล้ว
“เข้ามา”
เสียงทุ้มลึกของฮาลล์ดังขึ้นทันทีที่เด็กชายเพิ่งเริ่มเคาะประตู มาร์โก้ดันบานประตูไม้อย่างแ่เบาก่อนจะก้าวออกไปข้างใน ฮาลล์ที่เขาคุ้นเคยดีนั่งอยู่ในห้องอย่างเคย และข้างๆ เขานั้นคืออีกเอล์ฟที่ช่างไม่คุ้นหน้า เขาดูหนุ่มกว่าฮาลล์มาก แต่กระนั้นอายุเขาก็คงมากกว่ามาร์โก้อยู่หลายสิบเท่าตัว การแต่งกายเองก็ดูแตกต่าง เมื่อเทียบกับฮาลล์ที่ใช้เสื้อคลุมเรียบๆ และผ้าคลุมไหล่สีทึบตามแบบของชนเผ่าแล้ว เอล์ฟตนนี้กลับเลือกชุดที่สีออกสว่างกว่าและมีลายขลิบรูปนกยูงทอง เครื่องประดับที่ไม่มากจนดูรกหากแต่เพียงพอที่จะยกระดับเขาขึ้นมาได้ั้แ่แรกเห็นหน้าเท่านั้น
“เธอคือมาร์โก้สินะ”
“ครับ”
มาร์โก้รับคำสั้นๆ ก่อนยืนรออย่างสงบนิ่ง เอล์ฟตนนี้มองดูเขารอบหนึ่งก่อนจะยิ้มออกมาบางๆ
“ข้าชื่อเมอดีล” เขาเริ่มแนะนำตัว “ข้าเป็ผู้อำนวยการของโรงเรียนระดับ4 เนรุ มาที่นี่เพื่อเตรียมการรับเ้าเข้าเป็หนึ่งในศิษย์ใหม่ของปีนี้”
เตรียมการ?
มาร์โก้เก็บคำถามในหัวพลางก้มโค้งคำนับ “เป็พระคุณอย่างสูงครับ”
“ไม่ต้องรีบร้อน มาร์โก้” เมอดีลหัวเราะเบาๆ “อย่างที่บอกไป ข้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อรับเ้าเข้าเรียน แต่มาเพื่อเตรียมการรับเ้าเข้าเรียน”
เมื่อเห็นมาร์โก้ไม่ว่าอะไรเขาก็เริ่มพูดต่อ “โรงเรียนของข้าผ่าน่สอบไปก่อนที่จดหมายจากท่านฮาลล์จะมาถึง แต่ข้าคิดว่าเ้าน่ะน่าสนใจ ข้าจึงมาที่นี่เพื่อทำการทดสอบเ้าด้วยตัวเอง พร้อมรึเปล่า”
มาร์โก้เหลือบตามองฮาลล์เล็กน้อย เมื่อได้เห็นอีกฝ่ายพยักหน้ามาร์โก้ก็ระบายลมหายใจออกมายาวๆ และมองลึกเข้าไปในดวงตาสีเขียวเข้มของเมอดีล
“พร้อมครับ”
“ดีมาก”
เมอดีลยิ้มออกมาก่อนจะเปิดหีบข้างตัวและเอื้อมมือลงไป มาร์โก้มองการกระทำของอีกฝ่ายอย่างอยากรู้อยากเห็น เนื่องจากวันนี้เขาโดนจับสอบแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว อย่างน้อยเขาก็อยากจะรู้ไวๆ ว่าเนื้อหาของการสอบนี้เป็อย่างไร ถ้าเป็เื่ข้อมูลความรู้ทั้งหลายละก็เขาก็จำเนื้อหาที่ฮาลล์สอนได้แทบจะทั้งหมด แถมเวลาว่างเขาก็ยังอ่านหนังสือนู่นนี่นั่นในบ้านอยู่เรื่อยๆ ถ้ามาเป็ข้อสอบพื้นฐานเขาก็ไม่น่าพลาดคะแนนเกินครึ่งอยู่แล้ว
แต่สิ่งที่เมอดีลคว้าออกมาจากหีบนั้นไม่ใช่แผ่นกระดาษอย่างที่หวัง ถุงผ้าสีเทาหมอกขนาดใหญ่เท่ากำปั้น เมอดีลรูดเชือกเปิดปากถุงก่อนจะหยิบลูกแก้วลูกหนึ่งออกมา แวบแรกมาร์โก้นึกว่านั่นคือลูกแก้วทดสอบพลังเวทย์ แต่เมื่ออีกฝ่ายเริ่มพูดขึ้นเขาก็ต้องพบว่าตัวเองนั้นคิดผิดไปไกลเลยทีเดียว
“นี่คือลูกแก้วจิตอสูร รู้จักรึเปล่ามาร์โก้”
“รู้จักครับ” มาร์โก้ตอบพลางพยายามควบคุมความอยากรู้อยากเห็นของตัวเองไม่ให้แสดงออกมามากเกินไป “ลูกแก้วที่หาได้จากสัตว์อสูรระดับสูง ภายในบรรจุิญญาของสัตว์อสูรตนนั้นเอาไว้ สามารถใช้เพื่อเสริมพลังเวทย์ให้ตนเองได้หรือใช้เพื่อฝึกประสบการณ์การต่อสู้ และประโยชน์ที่ใหญ่ที่สุดคือใช้เพื่อเป็พื้นที่ส่วนตัว”
“อย่างน้อยเ้าก็มีความจำดีสมกับเป็เผ่ามนุษย์” เมอดีลพยักหน้า “ถูกต้องอย่างที่เ้าว่ามา และมันคือบททดสอบของเ้า ข้างในนี้คืออสูรสิงโตทะเล ถ้าเ้าสามารถเข้าไปในนี้และรอดอยู่ได้เกิน5นาทีจะถือว่าเ้าสอบผ่าน”
“อสูรสิงโตทะเล?”
มาร์โก้เลิกคิ้ว เขาเคยเจอชื่อนี้จากการอ่านผ่านๆ ในหนังสือ มันเหมือนกับสิงโตทะเลจากโลกเก่ายกเว้นร่างกายที่ใหญ่กว่าเกือบเท่าตัว เป็มัจจุราชอันแสนน่ากลัวใต้ผิวน้ำ แต่ิญญาของมันในลูกแก้วจิตอสูรนั้นค่อนข้างเคลื่อนไหวในมิตินั่นได้ช้าถึงช้ามาก ทำไมถึงเลือกใช้มันมาทดสอบเขากันล่ะ
“ต้องใหรอก มาร์โก้” เมอดีลหัวเราะ “เงื่อนไขคือการเอาตัวรอดไม่ใช่การต่อสู้ อสูรสิงโตทะเลน่ะเคลื่อนที่ในมิติว่างเปล่าค่อนข้างช้า และในเมื่อฮาลล์บอกว่าเธอเริ่มใช้เวทย์เสริมพลังร่างกายได้บ้างแล้ว….”
‘อา บอกตาลุงฮาลล์ไปว่างั้นนี่นะ’
“ฉะนั้นนี่ก็ไม่ใช่อะไรที่ยากเกินไป แต่ก็ไม่ได้ง่าย จงระวังให้ดีล่ะมาร์โก้”
เมื่อพูดจบเมอดีลก็ยื่นลูกแก้วจิตอสูรมาให้มาร์โก้ เด็กชายประคองลูกแก้วที่เย็นเฉียบไว้ในมือก่อนจะนั่งลงบนพื้นและทำสมาธิเล็กน้อย จากที่ศึกษามาการเข้าไปในลูกแก้วจิตอสูรนั้นเป็อะไรที่ค่อนข้างน่าทึ่งมาก เพียงใช้ลูกเล่นของมานาเล็กน้อยจะสามารถทำให้จิตของเราเข้าไปอยู่ในอีกมิติหนึ่งได้อย่างน่าอัศจรรย์
มาร์โก้ค่อยๆ ถ่ายทอดมานาลงไปในลูกแก้ว และเพียงพริบตาภาพเบื้องหน้าเขาก็ยืดออกก่อนจะรู้สึกถึงแรงกระตุกหนักๆ รู้ตัวอีกทีเด็กชายก็มาโผล่ในมิติแห่งใหม่ พื้นที่โล่งๆ ที่ขนาดใหญ่พอดู ศัตรูของมาร์โก้นั้นอยู่ตรงกลางมิติ สิงโตทะเลตัวเต็มวัยหันมามองหน้าผู้บุกรุกตัวน้อยอย่างดุร้าย ก่อนจะขโยกมาหาทันที
‘ราวๆ 10วินาทีล่ะมั้ง’
มาร์โก้คำนวณระยะทางกับความเร็วคร่าวๆ ในหัวอย่างรวดเร็วก่อนจะดีดตัวถอยไปด้านหลังเพื่อยื้อเวลาระหว่างตรวจสอบไปพลางๆ มิตินี้อบอวลไปด้วยกลิ่นเหม็นเค็มอย่างเป็เอกลักษณ์ มานามีอัดแน่นอยู่เต็มไปหมดจนไม่ต้องเป็กังวลแม้แต่น้อย
เวทย์เสริมพลังถูกเรียกใช้พร้อมๆ กับความเร็วของมาร์โก้ที่ทะยานขึ้นไปอย่างน่าตื่นตระหนก หากเอล์ฟทั้งสองที่อยู่ด้านนอกได้มาเห็นภาพนี้เข้าคงจะวุ่นวายกันยกใหญ่ ส่วนมาร์โก้นั้นก็กำลังยิ้มกว้าง ตลอดมาเขาพยายามหลีกเลี่ยงความวุ่นวายจึงปกปิดฝีมือที่แท้จริงเอาไว้ ดังนั้นสถานการณ์ตรงหน้าที่เอื้อให้เขาลงมือเต็มที่ได้นั้นจึงเป็อะไรที่ดีสุดๆ ไปเลย
“5นาทีสินะ”
มาร์โก้นึกย้อนทวนไปถึงกฎสำหรับการสอบครั้งนี้ เอาตัวรอดเป็เวลา5นาทีจะถือได้ว่าผ่าน แต่เท่าที่ฟังเมอดีลพูดแล้วเงื่อนไขจริงๆ อาจจะเป็อย่างอื่น เพราะเขายังไม่ได้พูดออกมาแม้แต่น้อยว่าถ้าไม่ถึง5นาทีเขาจะสอบตก แต่เพื่อให้สบายใจเขาก็ควรประมาณเวลา5นาทีแล้วค่อยออกไปดีกว่า
ว่าแต่ทำไมเขาต้องเอาตัวรอดด้วยล่ะ??
มาร์โก้หันไปมองสิงโตทะเลที่ตามมาอย่างอุ้ยอ้าย ระยะห่างแสดงให้เห็นชัดแล้วว่ามันไม่มีทางตามเขาทันแน่ๆ ต่อให้เขาปล่อยให้ตัวเองเข้าไปในระยะโจมตีของมันก็ยังหลบออกมาได้อย่างไม่ยากเย็น อาวุธที่น่ากลัวอย่างเขี้ยวคมๆ เต็มปากนั้นก็น่าจะไม่เป็ภัยมาหากเขาไม่เข้าไปในระยะเหวี่ยงคอของมันเข้า
งั้นก็ลองโจมตีดูหน่อยก็แล้วกัน
มาร์โก้หมุนตัวกลับหลังก่อนจะส่งพลังเวทย์เข้าควบคุมมานารอบกาย น่าทึ่งที่มานานั้นสามารถทำได้แม้กระทั่งแยกประเภทของแก๊สในอากาศ เพียงพริบตาบอลมานาที่บรรจุแน่นด้วยออกซิเจนและไฮโดรเจนก็เตรียมพร้อม มานาด้านในพุ่งสร้างความร้อนกันอย่างโกลาหลตรงข้ามกับเด็กชายที่เล็งอย่างใจเย็นก่อนจะปาส่งมันไปหาสัตว์ร้ายที่กำลังพุ่งเข้ามา และพริบตาก่อนที่จะถึงตัวมาร์โก้ก็บีบอัดขนาดของลูกบอลมานาลงให้เล็กที่สุดเท่าที่จะทำได้ทันที
ความไร้ระเบียบที่พุ่งขึ้นสูงในชั่วอึดใจเร่งกระบวนการทุกอย่างขึ้นไปอย่างรวดเร็ว ความร้อนที่ก่อตัวฉับพลันกระชากความดันให้มหาศาลขึ้นจนกระทั่งแรงยึดเหนี่ยวของเปลือกมานาไม่อาจจะทนรับได้อีกต่อไป
เสียงะเิดังลั่นขึ้นและตามมาด้วยลมร้อนอ้าวปะทะกับใบหน้า มาร์โก้ดีดตัวถอยออกมาเล็กน้อยเพื่อจับตาดูผลลัพธ์แบบภาพรวม เ้าสิงโตทะเลตัวั์โซเซเล็กน้อยก่อนจะล้มตึง ร่างกายซีกขวาที่รับะเิเข้าไปถึงกับควันลอยฉุยขึ้นมา และนี่คือโอกาสอันงดงามสำหรับมาร์โก้ที่จะเตรียมการโจมตีได้แบบไม่มีอะไรมาขัดขวางแม้แต่น้อย
เด็กชายย่อตัวก่อนจะพุ่งสูงขึ้นไปกลางอากาศ รวบรวมมานาหยั่งเท้าก่อนจะพุ่งสูงขึ้นไปจนเกือบๆ 20เมตร ก่อนที่เขาจะหมุนตัว และสร้างมานาแผ่นสุดท้าย้าเพื่อดีดตัวกลับลงไปด้านล่าง
ราวกับมนุษย์ะุ ความเร็วของมาร์โก้นั้นทำให้เขาใเล็กน้อย แต่เด็กชายก็ยังไม่เสียสมาธิ มานาทั้งหมดรวมเข้าไปที่หมัดขวาก่อตัวเป็ปลอกแขนที่ใหญ่ยิ่งกว่าร่างเขาทั้งหมดซัดเข้าใส่ร่างที่กำลังช๊อคของสิงโตทะเลอย่างไม่รั้งรอ
เสียงปะทะที่สนั่นกว่ารอบแรกหลายเท่าสะท้านก้องไปทั่วโลกใบจ้อย มาร์โก้ที่ปลิวออกมารีบดีดตัวขึ้นสูงเพื่อกันเหตุการณ์ผิดพลาดก่อนจะรีบมองดูผลลัพธ์ของหมัดเมื่อครู่ และมันก็ไม่ได้ทำให้เขาผิดหวังแม้แต่น้อย
ละอองแสงสีขาวจางๆ วนอยู่ตรงจุดที่เคยเป็เ้าสิงโตทะเล ซึ่งนั่นก็คือมานาที่เข้มข้นจนสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า มาร์โก้ยิ้มร่าก่อนจะพุ่งตรงไปหามานาเ่าั้อย่างยินดี
เนื้อแท้ของลูกแก้วจิตอสูรนั้นคือมานาของสิ่งมีชีวิตที่อัดกันจนแน่นก่อเกิดเป็ห้วงมิติเล็กๆ นี้ขึ้นมา และสิ่งที่เขาสู้ด้วยเมื่อครู่นี้ก็คือร่างที่ถูกมานาของมันใช้เวลาทั้งชีวิตสร้างขึ้นมาจนก่อกำเนิดเป็ร่างเสมือนอาศัยอยู่ภายในมิตินี้ หากใครที่ลูกแก้วสามารถกำจัดร่างจิตนี้ได้ มานาทั้งหมดจะกลับคืนสู่รูปแบบของมานาบริสุทธิ์ที่สามารถดูดซับเพื่อเพิ่มความสามารถขึ้นไปได้
ไปๆ มาๆ ก็เหมือนเล่นเกมเลยแฮะแบบนี้
มาร์โก้หัวเราะเบาๆ ก่อนจะยื่นมือเข้าไปหามานาตรงหน้า นี่เป็ครั้งแรกที่เขาได้พบกับมานารูปแบบนี้ เขาต้องศึกษามันอย่างจริงจังก่อนที่จะลงมือเพื่อไม่ให้มันเกิดการสูญเปล่าไปแม้แต่น้อย
แต่ทันใดนั้นร่างกายเขาก็กระตุกวูบก่อนที่แสงสีขาวจะพุ่งเข้าอาบหลังเปลือกตา มาร์โก้กะพริบตาถี่ๆ ก่อนจะลืมตาขึ้นพบว่าเขากลับมาอยู่ในห้องหนังสือของฮาลล์ มืออันอบอุ่นของเมอดีลวางอยู่บนไหล่พร้อมๆ กับเ้าของมือข้างนั้นที่กำลังยิ้มกว้าง
“ทำได้ดีมาก มาร์โก้”
“ครบ5นาทีแล้ว มาร์โก้” ฮาลล์เองก็พูดขึ้นบ้าง “เก่งมากที่เอาตัวรอดมาได้ครบกำหนดเวลา”
มาร์โก้ฝืนข่มอารมณ์เสียดายลงไปภายใต้สีหน้าที่พยายามแสดงออกให้เหมือนเด็กที่กำลังดีใจอยู่แทน รู้งี้เขาเอาเวลาวิ่งเล่น่แรกไปรีบจัดการมันแล้วศึกษามานาของมันให้เรียบร้อยซะดีกว่าอีก
“ถึงจะรอดมาได้แต่อสูรสิงโตทะเลก็ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่น่าดูถูก มาร์โก้” ฮาลล์พูดต่อ “ในมิตินี้เ้าอาจจะหนีมันพ้น แต่ถ้าไปเจอตัวจริงของมันข้าแนะนำให้เ้าหนีออกมาให้ไวที่สุดแทน เพราะจะโค่นมันต้องใช้จอมเวทย์ระดับกลาง5-10คนช่วยกันทีเดียว”
“แต่ไม่ต้องเสียใจไปหรอก มาร์โก้” เมอดีลพูดขึ้นบ้าง “ลูกแก้วนี่ข้าให้เป็ของขวัญ เข้าไปฝึกให้บ่อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ซะ บางทีอีกไม่กี่ปีหลังจากนี้เ้าอาจจะจัดการมันลงได้ และลูกแก้วนี้อย่างแท้จริง”
มาร์โก้อ้าปากเหวอโดยไม่เสแสร้งก่อนจะรีบกล่าวคำขอบคุณ ตอนแรกเขาเองยังเสียวๆ อยู่ว่าถ้าหากต้องคืนลูกแก้วนี้ไปแล้วเมอดีลตรวจสอบมันอีกฝ่ายก็จะรู้ทันทีว่าเขาจัดการกับเ้าตัวข้างในนั้นลงไปได้แล้ว และนั่นจะขัดกับความ้าฝึกเงียบๆ ของเขาไม่มากก็น้อยแน่ๆ
แถมยังได้โอกาสศึกษามานาในนั้นต่อด้วยนี่แหละที่ดี
“แล้วก็ของขวัญอีกชิ้น” เมอดีลพูดต่อ “ข้าถือว่าเ้าผ่านการทดสอบนี้ มาร์โก้ ข้าจะใช้นามของข้ารับรองเพื่อให้เ้าได้เข้าไปเป็หนึ่งในลูกศิษย์ของโรงเรียนเนรุอย่างถูกต้องเอง”
“ขอบพระคุณมากครับ”
มาร์โก้ก้มหัวคำนับต่ำเพื่อซ่อนรอยยิ้ม อย่างน้อยชีวิตใหม่นี้เขาก็ผ่านด่านทดสอบแรกไปได้ด้วยดีล่ะนะ
“เอาล่ะ มาร์โก้ วันนี้เ้ากลับไปได้แล้ว” ฮาลล์พูดพลางลูบหัวของมาร์โก้เบาๆ “กลับบ้านไปบอกพ่อกับแม่ของเ้าและเตรียมตัวให้พร้อม เ้าได้รับเกียรติจากท่านเมอดีลในการเดินทางไปยังเมืองนารารันพร้อมกับท่าน ไปบอกเื่นี้แก่พ่อแม่ของเ้าด้วย”
“ที่ว่าไปพร้อมกับท่านเมอดีลนี่คือ เมื่อไหร่เหรอครับ”
“ข้าเองก็เพิ่งมาถึง จึงจะขอพักสักหน่อย” เมอดีลกุมคางก่อนจะพูดต่อ “พรุ่งนี้ เวลาหกนาฬิกาก็แล้วกัน”
“พรุ่งนี้??”
“พรุ่งนี้??”
โจเซฟและมารีอุทานขึ้นมาอย่างพร้อมเพรียงกัน สีหน้าทั้งคู่แปรเปลี่ยนไปมาอย่างรวดเร็ว ด้านโจเซฟนั้นออกจะดูดีหน่อย ต่างจากมารีที่ตอนนี้ทำท่าเหมือนจะเป็ลมไปแล้ว
“โรงเรียนเนรุ โรงเรียนระดับ4 อยู่ที่เมืองนารารันทางตะวันออก อยู่ห่างจากที่นี่ไปราวๆ สี่วันเดินทาง มีท่านเมอดีลนั่นเดินทางไปด้วยก็น่าอุ่นใจแหละ แต่พรุ่งนี้มันก็กะทันหันเกินไปอยู่ดี”
“แต่ไปกับเค้าก็การันตีเื่ความปลอดภัยแหละครับ”
“แล้วหลังจากนั้นล่ะ เื่การเรียน เื่ที่พัก อาหาร เสื้อผ้า เรายังไม่ได้จัดเตรียมอะไรให้เลย”
“เื่นี้ผมถามมาแล้วล่ะครับ” มาร์โก้ตอบผู้เป็แม่ “เื่ที่พักน่ะมีสองทางเลือก คือพักที่หอในโรงเรียนกับพักด้านนอก พักหอก็ต้องเสียค่าพักรายปี ส่วนด้านนอกจะเป็บ้านของพวกศิษย์เก่าหรืออะไรพวกนั้น มีอาหารให้ แต่ว่าต้องทำงานแลกด้วย อะไรประมาณนี้ครับ”
“...แล้วลูกคิดว่ายังไงล่ะ?” โจเซฟถามขึ้น
“อยู่แบบหลังไปก่อนครับ ถ้าที่ทำงานมีอาหารก็คงไม่ต้องใช้เงินมาก ถ้าเก็บเงินได้พอก็คงย้ายไปด้านใน เพราะดูจะมีเวลาว่างมากกว่าครับ” มาร์โก้ตอบไปตามตรง
“โอเค งั้นก็...เลิกตื่นได้แล้ว มารี” โจเซฟปรามภรรยา “ลูกเค้าที่ต้องไปเองยังดูเป็ผู้ใหญ่กว่าเธอเยอะเลย...”
อ่า ข้อนั้นก็ไม่ปฏิเสธนะ ก็ก่อนหน้านี้ผมอายุ35นี่นา
“กะทันหันไปหน่อยก็จริง แต่ถ้าลูกคิดว่าไหวก็โอเค” โจเซฟพูดต่อ “เื่เงินน่ะจะให้ติดตัวไปด้วยก่อน เรายังไม่รู้ว่าเงินที่จะได้จากทางนั้นน่ะมากเท่าไหร่ เฉพาะฉะนั้นเราจะทยอยเอาไปฝากธนาคารเอาไว้ ถ้ามีอะไรต้องใช้จริงๆ ค่อยไปถอนมา โอเคนะ”
“แบบนั้นก็ได้ครับ”
“แล้วก็ของใช้ส่วนตัว พกไปเท่าที่จำเป็” โจเซฟพูดต่อ “มารี เธอจัดของเตรียมไว้ ส่วนมาร์โก้มากับพ่อนี่”
“ไปไหนเหรอครับ?”
“ไปอำลาคนอื่นๆ” โจเซฟตอบ “ตามธรรมเนียม ลูกจะออกจากหมู่บ้านนี้ไปเฉยๆ ไม่ได้หรอก แถมไปลาก็มีประโยชน์ดีๆ อยู่ด้วย”
มาร์โก้รับคำก่อนจะเดินตามผู้เป็พ่อออกไป พวกเขาแวะทักทายบ้านทุกๆ หลังั้แ่ท้ายหมู่บ้านไปถึงหน้าหมู่บ้าน หลังจากผ่านสามหลังแรกไปมาร์โก้ก็เข้าใจเลยว่า “ประโยชน์” ที่โจเซฟพูดน่ะคืออะไร
“อย่าบอกนะว่าที่พ่อหวังจริงๆ คือของขวัญอำลาพวกนี้น่ะ” มาร์โก้ถามขึ้นพลางเก็บถุงเงินเล็กๆ ลงข้างเอว
“ธรรมเนียม มาร์โก้ มันเป็ธรรมเนียมเมื่อมีใครสักคนในหมู่บ้านต้องไปยังที่ที่ๆ ห่างไกล ของอำลาก็เหมือนกับว่าทั้งหมู่บ้านจะไปกับลูกด้วย” โจเซฟตอบก่อนจะลดเสียงลง “แต่พ่อก็เป็พ่อค้า มาร์โก้ สินค้าที่มีแต่ความคุ้มน่ะพ่อเอาอยู่แล้ว”
ก็ว่าอยู่
หลังจากนั้นไม่นานพวกเขาก็มาถึงโซนหน้าหมู่บ้าน บ้านดินหลังใหญ่กับหลังคาทรงโค้งที่มีหญ้ามอสส์ขึ้นเขียวทำเอามาร์โก้อดไม่ได้ที่จะต้องนึกถึงฉากบ้านเกิดของตัวละครดังในเื่ราวของJ.R.R. Tolkien หากแต่หลังใหญ่สมกับเป็บ้านของหัวหน้าผู้ปกป้องดูแลทุกชีวิตที่นี่
“ไง โจเซฟ”
“สวัสดี คุณซัค ไทแรนอยู่รึเปล่า”
“อยู่สิ เขาน่าจะอยู่ในห้องทำงานเค้านั่นแหละ”
โจเซฟพยักหน้ากล่าวขอบคุณแด่ซัค ลูกครึ่งเผ่ามนุษย์และหมีผู้เป็พ่อบ้านของที่นี่ก่อนจะเดินเข้าไปตามทางที่อีกฝ่ายบอก มาร์โก้ที่เดินตามเข้าไปเงยหน้าดูขนาดของประตูและเพดานก่อนจะลอบกลืนน้ำลาย แน่นอนว่าเมื่อก่อนเขาก็เคยเจอกับไทแรนมาบ้างแล้ว แต่นั่นก็เป็เพียงมุมมองของเด็กๆ เท่านั้น
“ก๊อกก๊อก!”
“เข้ามา โจเซฟ”
เมื่อเสียงทุ้มต่ำด้านในดังขึ้นทั้งคู่ก็ค่อยๆ เปิดบานประตูและก้าวเข้าไปพบกับหัวหน้าหมู่บ้าน ไทแรนเป็เผ่าสมิงร่างโต ซึ่งตัวเขาในขณะนี้ที่กำลังยืนอ่านอะไรบางอย่างอยู่ก็สูงกว่าโจเซฟไปอีกเกือบๆ เมตร ร่างกายหนาแน่นไปด้วยกล้ามและเขี้ยวขาวที่แม้จะพยายามยิ้มอย่างเป็มิตรก็ยังทำเอามาร์โก้ขนลุกซู่
“ไม่พบกันนานนะ ไทแรน”
“ไม่ต้องมากมารยาทแบบมนุษย์หรอก โจเซฟ” ไทแรนตัดบท “ว่าธุระของนายมา พามาร์โก้มาที่นี่ทำไม”
“ฉันมาแจ้งว่ามาร์โก้กำลังจะออกจากหมู่บ้านนี้ไปในวันพรุ่งนี้ เขาได้รับคำเชิญให้ไปเรียนที่โรงเรียนเนรุแห่งเมืองนารารัน”
“แจ้งคนอื่นๆ ในหมู่บ้านแล้วรึยัง”
“ใกล้หมดแล้ว”
“ดี” ไทแรนพยักหน้า “โรงเรียนระดับ4งั้นรึ ขอแสดงความยินดีต่อครอบครัวพวกเ้าทุกคนด้วย โจเซฟอยู่คุยกับข้าก่อน ข้าจะเพิ่มที่ดินของเ้าให้”
“โอ้ ขอบคุณมากเลย”
โจเซฟยิ้มกว้างก่อนจะเดินรี่เข้าไปหาอีกฝ่าย มาร์โก้กะพริบตาปริบๆ ก่อนจะหันหลังเดินแยกออกมา เผ่าสมิงนี่ค่อนข้างเข้าใจง่ายกว่าที่เขาเคยคิดไว้ พริบตาที่รับรู้ว่าเขาเข้าโรงเรียนระดับ4ได้ครอบครัวก็ถูกยกระดับให้และได้รับของกำนัลทันที เนื่องจากชนเผ่านี้นั้นระดับชั้นทางสังคมถือว่าสำคัญมาก ใครที่ทำดีจะได้รับการยกย่อง ใครที่ทำไม่ดีก็จะถูกลงโทษ แต่ที่เจ๋งคือกระบวนการทั้งหมดนั้นทำอย่างตรงไปตรงมา ปราศจากการคดโกงหรือจิตอกุศลแม้แต่น้อย
มาร์โก้คิดมาถึงตรงนี้เขาก็ก้าวออกมานอกห้องและชะงักเมื่อสบตาเข้ากับั์ตาสัตว์ป่าสีเหลืองอ่อนของโอคัส เด็กชายเผ่าสมิงลูกชายของหัวหน้าหมู่บ้านยืนอยู่ตรงนั้น เขากอดอกมองหน้ากับมาร์โก้อยู่หลายอึดใจก่อนจะเอ่ยปากเพียงสั้นๆ
“ตามมา”
มาร์โก้กะพริบตาปริบๆ ก่อนจะเดินตามอีกฝ่ายไปแต่โดยดี โอคัสเดินนำพาเด็กชายผ่านประตูหลังบ้านออกไปสู่สวนโล่งๆ ด้านหลังก่อนที่เขาจะหยุดและหันกลับมาเผชิญหน้ากับมาร์โก้ตรงๆ ความเงียบก่อตัวขึ้นระหว่างทั้งสองอยู่หลายวินาทีก่อนที่โอคัสจะเริ่มเปิดฉากพูดขึ้นมาก่อน
“ฉันได้ยินมาว่านายได้รับเชิญไปที่โรงเรียนเนรุ โรงเรียนระดับ4ที่เมืองนารารันสินะ”
“ก็ใช่” มาร์โก้ตอบกลับตามตรง
“ฉันเพิ่งกลับมาจากที่นั่น” ั์ตาของโอคัสหรี่ลงเล็กน้อย “ฉันเพิ่งไปสอบเข้าที่นั่นมา”
“อ่าฮะ”
“ฉันไม่ผ่านการคัดเลือก”
“...เสียใจด้วย...”
“ไม่เป็ไร” โอคัสตอบทันควัน “ฉันได้รับเชิญเข้าที่โรงเรียนระดับ5 จามาลูน อยู่แล้ว สอบไม่ผ่านที่เนรุน่ะไม่ใช่ปัญหา”
“ถ้างั้น…”
“นายที่สอบผ่านนั่นแหละมีปัญหา”
ก็ว่าอยู่แล้ว
มาร์โก้ลอบถอนหายใจยาวๆ ก่อนจะเชิดหน้าขึ้นและมองตรงไปยังั์ตาของอีกฝ่าย ซึ่งเ้าของั์ตาคู่นั้นก็กำลังแสดงความไม่พอใจออกมาอย่างชัดเจนทีเดียว
"นายใช้เส้นสายงั้นเหรอ หรือว่าเงิน"
ถ้าผู้ถามประโยคนี้เป็ชาวมนุษย์ด้วยกันมันก็คงจะเป็ประโยคที่ใช้โยนหินถามทางและเต็มไปด้วยการแดกดัน แต่เมื่อผู้ที่พูดออกมาเป็โอคัสแห่งเผ่าสมิงนั้นมันก็กลายเป็คนละเื่ เผ่าสมิงนั้นรู้สึกอย่างไรคิดอย่างไรก็จะพูดออกมาอย่างนั้น นั่นจึงแน่นอนว่าโอคัสสงสัยในสิ่งที่เขาพูดออกมาอย่างชัดเจน
"ฉันไม่ได้ใช้เงิน หรือเส้นสายอะไรทั้งนั้น"มาร์โก้ตอบเรียบๆ
"งั้นนายทำได้ยังไง สอบแยกแล้วผ่านมาด้วยคะแนนด้านประวัติศาสตร์กับคำนวณงั้นเหรอ"
มาร์โก้ซุกซ่อนความประหลาดใจเอาไว้ภายในระหว่างที่เขากำลังคิดหาคำตอบที่เหมาะสม คำถามและแววตาของโอคัสนั้นเป็แนวของความแคลงใจมากกว่าจะเป็การสงสัย ทั้งๆ ที่อีกฝ่ายปักใจเชื่อมาก่อนแล้วว่าเขาใช้เส้นสาย แต่พอเขากล่าวปฏิเสธออกไปเพียงสั้นๆ เด็กอสูรผู้นี้ก็เชื่อคำพูดเขาในทันที
แบบนี้สินะที่ว่ามนุษย์เป็เผ่าพันธุ์ที่ได้เปรียบหากโกหกเก่งน่ะ
แต่คำถามคือเขาควรที่จะรับมือกับสถานการณ์ตรงหน้านี้อย่างไรดี โกหกออกไปดื้อๆ หรือโกหกเล็กน้อยเพื่อเฉไฉ หรือจะตอบกลับไปตามตรง
"ฉันสอบผ่านด้วยทักษะต่อสู้"มาร์โก้เลือกตอบไปตรงๆ ในที่สุด
"อย่าโกหกฉัน มนุษย์"
เสียงทุ้มต่ำเจือเสียงขู่ดังขึ้นจากปากของครึ่งอสูรตัวน้อย มาร์โก้จ้องสวนการข่มขู่นั้นอย่างไม่กลัวเกรงจนโอคัสยังต้องขมวดคิ้ว ความคุกรุ่นในอารมณ์ถูกแทนที่ด้วยความสงสัยไปจนเกือบหมดทันที
หมอนี่แปลกไป
ไม่กี่วันก่อนหน้านี้มาร์โก้เป็เพียงเด็กมนุษย์ที่ไม่กล้าแม้แต่จะสบตาเขา นั่นเพราะอีกฝ่ายรู้ดีว่าการสบตากับครึ่งอสูรคือการท้าทาย และครึ่งอสูรจะตอบรับมันด้วยการแสดงความต่างชั้นกันให้ชัดเจนตรงนั้น
และครั้งนี้ก็เช่นกัน
การสบตาเขม็งของทั้งสองจบลงพร้อมๆ กับโอคัสที่ย่อขาลง กล้ามเนื้อขาอันแข็งแกร่งหดแน่นก่อนจะดีดตัว โอคัสพุ่งเข้าใส่อีกฝ่ายโดยไร้ลูกเล่น เพราะที่เขารู้คือแค่นี้ก็มากเกินกว่าที่มาร์โก้จะรับมือได้แล้ว
แต่นั่นหมายถึงมาร์โก้คนก่อนเท่านั้น
มาร์โก้ตั้งท่ารับมือในทันที แม้โอคัสจะเร็วแต่ก็ยังไม่ถึงกับที่เขาจะรับมือไม่ได้ ร่างเล็กถลันไปด้านข้างปล่อยให้อีกฝ่ายพุ่งเลยไปก่อนจะจิกเท้าหมุนตัวส่งหน้าแข้งเข้าใส่สีข้างอีกฝ่ายเต็มรัก
เสียงปะทะไม่รุนแรงมากเพราะมาร์โก้ก็ออมแรงเอาไว้ แต่นั่นก็ยังทำให้โอคัสหน้าเปลี่ยนสี ความจุกเสียดแล่นขึ้นมาพร้อมๆ กับร่างที่ปลิวละลิ่ว เขาพลิกตัวลงพื้นอย่างคล่องแคล่วก่อนจะพุ่งเข้าหามาร์โก้อีกครั้ง เด็กครึ่งอสูรผู้นี้เองก็ดูจะช่ำชองการต่อสู้อยู่ไม่น้อย การพุ่งเข้าใส่รอบนี้จึงไม่ใช่การดีดตัวไปไกลๆ แบบตอนแรกแต่เป็การสาวเท้าถี่ๆ เพื่อเตรียมรับมือการโจมตีสวนของมาร์โก้อย่างไม่ประมาทแม้แต่น้อย
แม้จะเรียนเวทมนตร์มาแล้วสองปีแต่โอคัสก็ไม่ได้ใช้เวทย์เสริมพลังร่างกายเพื่อเอาชนะ นั่นเพราะนี่คือการปะทะกันอย่างตรงไปตรงมา เมื่ออีกฝ่ายไม่ใช้เวทย์เขาเองก็จะไม่ใช้มันเช่นกัน
แต่ที่โอคัสไม่รู้ก็คือมาร์โก้ใช้เวทย์เสริมพลังไปเรียบร้อยแล้ว!
แม้จะตั้งท่าอย่างรัดกุม สัญชาตญาณและปฏิกิริยาตอบโต้ในสายเืจะทำงานอย่างดีเยี่ยม แต่ก็ยังจนใจที่โอคัสไม่อาจรับรู้ได้ว่ามาร์โก้ได้ใช้เวทย์ไปเป็ที่เรียบร้อย การพุ่งตรงมาด้านหน้าของเขาถูกหลอกล่อด้วยการขยับตัวเบาๆ ของมาร์โก้อย่างง่ายดาย พริบตาที่เห็นมนุษย์ตรงหน้าเอียงตัวความเจ็บที่ยังฝังอยู่ในสีข้างก็กระตุ้นให้โอคัสตั้งท่ารับมือ
ก่อนที่ใบหน้าจะถูกกระแทกจนเชิดขึ้นอย่างรุนแรง
เมื่อสมาธิถูกดึงไปด้านข้าง ใบหน้าของเขาก็แทบจะกลายเป็เป้านิ่ง มาร์โก้รวบรวมมานาอัดแน่นเข้าสู่ขาก่อนจะตวัดเข้าใส่ปลายคางอีกฝ่ายอย่างแม่นยำ รวดเร็วจนแม้แต่โอคัสยังไม่ทันรู้ตัวว่าถูกโจมตีได้อย่างไรด้วยซ้ำ
การใช้เวทย์ไร้ร่ายของมาร์โก้นั้นจัดได้ว่าเป็สิ่งที่โกงเข้าขั้น ยิ่งเป็เวทย์ที่ผ่านการลองผิดลองถูกตามหลักจนมันแสดงประสิทธิภาพออกมาอย่างสมบูรณ์โอคัสก็ยิ่งหมดหนทางรับมือ แม้จะเน้นไปที่ความเร็วมากกว่าความรุนแรง แต่การโจมตีเข้าสู่จุดศูนย์รวมประสาทนั่นก็ทำเอาโอคัสเซถลาและล้มลงไถไปกับพื้นหญ้าอย่างง่ายดาย
นอนแน่นิ่งอยู่แทบเท้าของมาร์โก้ เด็กชายที่เขาไม่เคยคิดเลยว่าจะเหนือกว่าเขาไปได้
เสียงหอบหายใจของโอคัสดังหนักหน่วง มาร์โก้ถอยกายออกไปเล็กน้อยและเฝ้ารออย่างใจเย็น หลังจากที่ใช้เวทย์เสริมพลังได้เขาก็ไม่มีความกลัวโอคัสหลงเหลืออยู่แม้แต่น้อย ต่อให้อีกฝ่ายใช้เวทย์และลงมืออย่างเต็มกำลังมาร์โก้ก็ยังเชื่อว่าตัวเองสามารถรับมือได้แน่นอน
เวลาผ่านไปเกือบนาทีจนในที่สุดโอคัสก็ค่อยๆ หายจากอาการโลกเอียงในที่สุด เขาค่อยๆ ยันกายขึ้นมา ท่าทางที่มุ่งร้ายไปหายไปจากร่างกายนั่นจนหมดสิ้น โอคัสสบตากับมาร์โก้อยู่เนิ่นนานก่อนจะพูดขึ้นอย่างตะกุกตะกัก
“น..นายทำ...ได้ยังไง…?”
“ท่านฮาลล์ฝึกพิเศษเื่เวทมนตร์กับการต่อสู้ให้น่ะ” มาร์โก้ตอบยิ้มๆ “แล้วก็ออกกำลังกายฝึกร่างกายเอา”
“สุดยอด”
แววตาของโอคัสทำเอามาร์โก้หลุดยิ้มออกมาบางๆ เพียงพริบตาที่เขาโค่นโอคัสลงได้ ฐานะทางสังคมของเขาในความคิดของอีกฝ่ายก็ถูกพลิกกลับตาลปัตร เผ่าครึ่งอสูรนั้นเข้าใจได้ง่ายเหมือนการวางตัวของสัตว์สังคมส่วนใหญ่ในโลกเก่าของเขา ผู้แข็งแกร่งกว่าปกครอง ผู้อ่อนแออยู่ภายใต้
เท่านี้เขาก็เหนือกว่าอีกฝ่ายอย่างสมบูรณ์!
บางครั้งความเหนือกว่าก็ไม่ยั่งยืน เนื่องจากการต่อสู้นั้นเป็หนึ่งในพื้นฐานชีวิตของพวกครึ่งอสูรอยู่แล้ว แม้จะถูกโค่นแต่ถ้าวันใดแข็งแกร่งขึ้นจนรู้สึกว่าสามารถชนะได้ก็จะต่อสู้เพื่อชิงฐานะทางสังคมกลับคืนมา
เอาจริงๆ ก็ไม่ได้ซับซ้อนอะไรนี่นะ
และต่อให้หลังจากนี้โอคัสมาท้าสู้กับเขาใหม่อีกก็ไม่ใช่เื่ที่มาร์โก้จะต้องหนักใจอะไร เพราะวันนี้การที่เขาสามารถชนะอีกฝ่ายได้ภายใต้การลงมือเพียงสองครั้งนั้นเป็การสร้างระยะห่างที่มากมายกว่าที่คิด กว่าโอคัสจะคิดว่าตัวเองเหนือกว่าเขาได้ก็คงใช้เวลาอีกนานพอดู
และเขาก็คงไม่มีทางไล่ตามพัฒนาการของมาร์โก้ทันอยู่ดี
“สุดยอดไปเลย มาร์โก้” หางของโอคัสแกว่งเบาๆ “ไม่ได้ใช้เวทมนตร์แท้ๆ แต่ไวขนาดนั้น ฉันเองยังมองตามไม่ทันเลย นายฝึกได้ยังไงอ่ะ สอนฉันบ้างสิ”
สอนดีไหมหว่า…
สุดท้ายแววตาเป็ประกายของอีกฝ่ายก็ทำเอามาร์โก้ยอมแพ้ เขาแอบเหลือบมองประตูห้องของไทแรนที่ยังปิดสนิทก่อนจะทรุดนั่งลงบนพื้น ซึ่งโอคัสก็นั่งลงประจันหน้ากับเขาทันที
“ฉันมีเงื่อนไขสองข้อ” มาร์โก้เริ่มต้นเสียงเรียบ
“ว่ามา” โอคัสเอ่ยตอบ
“ข้อแรก ถ้าฉันไม่อนุญาต ห้ามนายสอนวิธีนี้ให้คนอื่นเด็ดขาด”
“ฉันรับปาก”
การตอบกลับแบบทันควันของโอคัสทำให้มาร์โก้แปลกใจเล็กน้อย แต่มันก็ทำให้สีหน้าของเขาผ่อนคลายลง เผ่าครึ่งอสูรเป็หนึ่งในหลายๆ เผ่าที่ยึดมั่นในคำพูดตัวเองอย่างมาก ขอเพียงเอ่ยปากรับคำไปแล้วอีกฝ่ายจะไม่บิดพลิ้วอย่างง่ายๆ แน่นอน
“โอเค ฉันจะสอนนายเื่การออกกำลังกาย” มาร์โก้พูดช้าๆ “ถ้านายทำตามวิธีนี้อย่างเคร่งครัดล่ะก็ ฝีมือนายจะพัฒนาอย่างก้าวะโแน่ๆ เชื่อฉันได้เลย”
หลังจากการอำลาจบลงมาร์โก้ก็เดินตามผู้เป็พ่อกลับไปยังบ้านที่เขาเหลือเวลาอยู่เพียงไม่กี่ชั่วโมง เมื่อเปิดประตูเข้าไปพวกเขาก็ได้พบกับมารีที่มือข้างหนึ่งถือขวดใส่น้ำทรงประหลาดๆ อีกข้างถือกระทะแบบพับได้เอาไว้ ดูท่าทางว่าหลายชั่วโมงที่เขาออกจากบ้านกันไปจะไม่เพียงพอให้เธอระงับสติอารมณ์เท่าไหร่เลย
“ใจเย็นๆ น่ามารี”
โจเซฟขำออกมาเบาๆ พลางช่วยภรรยาจัดการนำกองเสื้อผ้าใส่เข้ากระเป๋า มารีเห็นดังนั้นก็รีบทิ้งทุกอย่างไว้ให้สามีก่อนจะพุ่งเข้ามาดึงมาร์โก้เข้าสู่อ้อมอกทันที เด็กชายปล่อยให้ผู้เป็แม่กอดอยู่ตามใจจนเวลาผ่านไปเกือบๆ นาทีเขาถึงดึงตัวเองออกมา เนื่องจากไม่มีวี่แววว่าเธอจะปล่อยเขาแม้แต่น้อย
“เดี๋ยวผมมานะครับ”
“จะไปไหนล่ะ มาร์โก้” มารีเลิกคิ้ว “พรุ่งนี้ลูกก็จะออกเดินทางอยู่แล้วนะ ไม่คิดจะใช้เวลาที่เหลือกับครอบครัวรึไง?”
“เื่นั้นผมเข้าใจครับ” มาร์โก้ตีหน้าสำนึกผิด “แต่ผมอยากไปบอกลาพี่โนเอลหน่อย เมื่อกี๊ที่ไปเธอไม่อยู่บ้านน่ะครับ”
“อืม เธอน่าจะอยู่ที่ห้องพยาบาลนั่นแหละ” โจเซฟพยักหน้า “เธอเองก็ช่วยดูแลลูกมาเยอะเหมือนกัน ไปบอกลาเธอหน่อยก็คงดีนะ”
มาร์โก้ร่ำลามารดาอีกเล็กน้อยก่อนจะเดินออกมานอกบ้าน เขาทำทีเป็เดินออกไปตามทางก่อนจะเสริมพลังเวทย์ให้กับร่างตัวเองและโดดวูบขึ้นไปยังชั้นสองของบ้าน เข้าไปยังห้องของตัวเองผ่านทางหน้าต่างที่เปิดค้างเอาไว้ เด็กชายหายเข้าไปในนั้นอยู่ชั่วครู่ก่อนจะโดดกลับออกมาพร้อมกับสมุดเล่มเล็กๆ เล่มหนึ่งในมือ กระบวนการเข้าออกที่เขาทำนั้นเกิดขึ้นเพียงชั่วอึดใจ และไร้ซึ่งซุ่มเสียงผิดปกติให้คนข้างในได้ยินเลยแม้แต่น้อย
ไม่นานหลังจากนั้นมาร์โก้ก็เดินมาถึงห้องพยาบาลของหมู่บ้าน ซึ่งจริงๆ แล้วมันก็คือบ้านพักของยายเฒ่าคนหนึ่งที่เก่งวิชาเวทย์ฟื้นฟูและมีโนเอลเป็ศิษย์เอกคอยทำการรักษาอาการต่างๆ ของคนในหมู่บ้านเท่านั้น ด้านโนเอลเองแม้จะทำได้แค่รักษาอาการที่ไม่ได้รุนแรงมาก แต่สำหรับหมู่บ้านที่สงบสุขแบบนี้แค่มีพวกเธออยู่ก็เกินพอแล้ว
‘...ไม่อยู่...’
เด็กชายสรุปกับตัวเองหลังจากลบร่องรอยตัวเองและออกเดินสำรวจรอบบ้านหลังนั้น ข้างในมีแต่ยายเฒ่าเอมม่าอยู่เท่านั้น ไม่มีร่องรอยของโนเอลเลยแม้แต่น้อย แต่จากตะกร้าสานที่หายไปหนึ่งใบก็พอจะทำให้รู้ได้แล้วว่าโนเอลนั้นหายไปไหน มาร์โก้เดินเข้าประชิดรั้วห้องพยาบาลก่อนจะหลับตาลงแล้วสูดลมหายใจเข้าปอดช้าๆ
‘...หญ้าเทพเมฆา… เมล็ดโอ๊คสายรุ้ง...แล้วก็ดีของหมีขาว...กำลังทำยารักษาอาการปวดกล้ามเนื้ออยู่สินะ’
หลังจากสรุปข้อมูลได้มาร์โก้ก็หันหลังก่อนจะดิ่งตรงไปยังเขาหลังหมู่บ้าน ตัวยาที่ปรุงอยู่นั้นใช้ดีของสัตว์อสูรเป็ตัวกระตุ้นการขยายของกล้ามเนื้อ และรักษาต่อด้วยของที่เหลือ แต่จากกลิ่นแล้วสิ่งที่ขาดไปในยาหม้อที่กำลังต้มอยู่นั้นคือสารที่จะมาช่วยลดทอนพิษร้ายของดีหมีขาว ซึ่งสิ่งที่จะใช้ได้ผลดีที่สุดก็คือกลีบของดอกจันทราม่วงซึ่งขึ้นอยู่ตรงป่าทิศตะวันตกของูเาเต็มไปหมด
เมื่อพ้นเขตหมู่บ้านมาร์โก้ก็หยุุดการลบร่องรอยก่อนจะเรียกใช้เวทย์เสริมพลัง เขาเสียเวลาสะสมเวทย์อยู่หลายวินาทีก่อนจะดีดตัวเป็คำรบสอง ร่างเล็กๆ ของเขาก็พุ่งปราดออกจากจุดเดิมราวกับลูกะุมนุษย์เข้าสู่เขตูเาทางทิศตะวันตกทันที
“100ดอกสักที”
เด็กสาวหูแมวครางครืดคราดออกมาเบาๆ ก่อนจะประคองดอกไม้สีม่วงอ่อนไว้อย่างเบามือในขณะที่เธอทิ้งร่างลงมาจากต้นไม้ ต้นจันทราม่วงนั้นเป็พืชไม้เลื้อยที่ประหลาดมากเอาการ มันจะชูดอกเพื่อรับแสงจันทร์ในทุกๆ คืน ส่วนตอนกลางวันนั้นมันจะขดรอบต้นไม้ใหญ่ที่มันเป็กาฝากอยู่เพื่อหลบแดด ฉะนั้นแม้จะเป็เพียงดอกไม้ร้อยดอกแต่ก็เล่นเอาเธอที่ออกตามหามันั้แ่บ่ายถึงกับเสียแรงไปไม่ใช่น้อย
“เล่นเอาเสร็จช้ากว่าที่คิดแฮะ”
โนเอลบ่นพึมพำกับตัวเองพลางหย่อนดอกจันทราม่วงลงตะกร้าสานที่วางไว้ใต้ต้นไม้ใหญ่ เธอเอนหลังลงพิงกับเนื้อไม้เย็นเฉียบทอดสายตาออกไปยังท้องฟ้าที่ถูกอาทิตย์อัสดงย้อมจนกลายเป็สีเหลืองส้ม ในที่สุดวันนี้ก็จะผ่านพ้นไปอีกวันหนึ่งแล้ว
ั้แ่มาร์โก้ทดสอบเวทมนตร์ในวันนั้นพวกเขาก็แทบจะไม่ได้เจอหน้ากันอีกเลย มาร์โก้เองก็เอาแต่เก็บตัวเพื่อฝึกอยู่กับเอล์ฟชราจนโนเอลไม่กล้าเข้าไปรบกวน ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้พวกเขายังสามารถวิ่งเล่นกันได้อย่างสนุกสนานไปทั่วหมู่บ้าน ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันก็จะมีแต่เสียงหัวเราะ แต่หลายวันให้หลังนี้รอบกายเธอมีเพียงแค่ความเงียบเหงาอ้างว้างที่ไม่คุ้นเคยล้อมรอบอยู่ทั้งสิ้น
“โนเอล”
เสียงเรียกที่ดังขึ้นใกล้ตัวอย่างกะทันหันทำเอาเธอสะดุ้งโหยง สาวน้อยกระโจนสั้นๆ ไปข้างหน้าก่อนจะหันขวับกลับมาสบตากับมาร์โก้อย่างใ แต่เมื่อสายตาของทั้งสองประสานเข้าด้วยกันแล้วโนเอลก็ถอนใจเฮือก ขนหางที่ตั้งฟูนั้นก็ค่อยๆ สงบลงอย่างรวดเร็ว
“นายน่ะเอง มาร์โก้ มาทำอะไรที่นี่เหรอ”
“มาตามหาเธอน่ะสิ โนเอล” มาร์โก้ตอบแบบไม่อ้อมค้อม
“ตามหาฉัน?” โนเอลขมวดคิ้ว “มีอะไรเกิดขึ้นงั้นเหรอ”
“....ฉันกำลังจะออกเดินทางไปโรงเรียนเนรุแล้ว โนเอล”
“โรงเรียน...เนรุ…?” ม่านตาของโนเอลหดลงด้วยความใ “เดี๋ยวสิ นายจะไปเมื่อไหร่?”
“พรุ่งนี้เช้า”
“พรุ่งนี้เช้า?” โนเอลเลิกคิ้ว “เดี๋ยวสิ ทำไมปุบปับแบบนี้ล่ะ?”
“ทางนั้นกำหนดเวลามาน่ะ เพราะฉันสอบเข้าแบบพิเศษก็เลยไม่มีตัวเลือกอะไรเท่าไหร่” มาร์โก้ยักไหล่
“...เหรอ…? โรงเรียนเนรุสินะ...”
ก้อนบางอย่างในตัวของโนเอลขยายใหญ่ขึ้นอย่างบ้าคลั่ง ความรู้สึกที่เธอข่มเก็บไว้ตลอดหลายวันเริ่มพรั่งพรูของมาจนตัวเธอเองยังใ แต่ด้วยความเยาว์วัยก็ทำให้เธอไม่สามารถห้ามปรามสิ่งนี้ได้เลยแม้แต่น้อย
“เหอะ...คุณมาร์โก้ผู้ได้ดีไปเป็นักเรียนของโรงเรียนระดับ4 มาเยาะเย้ยกันรึไง”
เมื่อพูดจบโนเอลเองก็ยังคงแปลกใจกับสิ่งที่หลุดออกไปจากปากน้อยๆ ของตัวเอง แต่เมื่อปราการด่านสุดท้ายพังลงและเธอได้ปลดปล่อยก้อนเมือกแห่งความรู้สึกที่พัวพันอยู่ในจิตใจตลอดหลายวันมานี้ออกไปเธอกลับรู้สึกโล่งหน้าอกอย่างประหลาด ประหลาดเสียจนเธอก็ไม่อาจจะห้ามประโยคต่อๆ ไปของตัวเองได้ทัน
“ฉันได้เรียนแค่โรงเรียนระดับ5สินะ เพราะงั้นนายที่มีแววจะได้เข้าโรงเรียนระดับ4เลยไม่คิดจะเจอหน้าฉันอีก ฉันรู้หรอกนะว่าหลายวันนี้นายพยายามหลบหน้าฉันน่ะ ฉันไม่มีค่าพอที่จะเป็คนรู้จักของนายงั้นสิ
ใช่ เพราะงี้สินะนายถึงเลิกเรียกฉันว่าพี่เหมือนเคย ฐานะต่ำกว่าฉันมันคงไม่ดีสำหรับนายสินะ เอาที่สบายใจเถอะ อนาคตนายมีแต่อะไรดีๆ นี่ จะมามัววิ่งเล่นกับฉันก็คงไม่ได้สินะ นายน่ะ...นาย...”
คำพูดที่เหลือของโนเอลค่อยๆ จางหายไปพร้อมๆ กับมาร์โก้ที่เดินเข้าไปหาเธออย่างช้าๆ เด็กสาวก้าวถอยทีละก้าวอย่างไม่รู้ตัวจนกระทั่งแผ่นหลังเธอชนกับเนื้อไม้เย็นเฉียบ มาร์โก้ที่เดินย่างสามขุมเข้ามานั้นไร้ซึ่งรอยยิ้มและสีหน้าอ่อนโยนอย่างที่คุ้นเคย แววตาที่จริงจังนั่นก็กลายเป็ทำให้เธอเริ่มที่จะกลัวขึ้นมา
“ทำไมล่ะ มาร์โก้...” โนเอลพยายามเต็มที่เพื่อไม่ให้เสียงของตัวเองสั่น “โดนฉันขึ้นเสียงใส่แล้วโมโหงั้นเหรอ อย่าคิดว่าจะมารังแกกันได้ง่ายๆ นะ ฉันน่ะ..ฉัน..”
คำพูดที่เหลือถูกกลืนกลับลงไปในคออีกครั้งเมื่อมาร์โก้เข้าประชิด พวกเขาอยู่ใกล้ชิดกันเพียงแค่ไม่กี่คืบ ใกล้เสียจนโนเอลได้ยินเสียงการหายใจของอีกฝ่ายไปอย่างชัดเจน เธอเอียงร่างเตรียมจะเบี่ยงตัวหนี แต่ก่อนที่เธอจะทำสำเร็จมือของมาร์โก้ก็พุ่งเข้าปิดทางเธอเอาไว้อย่างรวดเร็ว
‘คาเบะด้งจะใช้ได้ผลกับสาวหูแมวต่างโลกรึเปล่าฟะ?’
มาร์โก้เก็บความกังวลเล็กๆ ไว้ในใจก่อนจะเอนตัวถอยกลับมาเล็กน้อยเพื่อให้โนเอลลดความตึงเครียดก่อนจะเริ่มเอ่ยปากพูดขึ้น
“ข้อแรก ฉันไม่ได้คิดว่าตัวเองสูงส่งเพียงเพราะได้ไปโรงเรียนระดับ4หรอกนะ โนเอล ฉันก็ยังคงเป็ฉันคนเดิมที่เธอรู้จัก ที่นี่คือบ้านเกิดของฉัน ครอบครัวฉันอยู่ที่นี่ เพื่อนของฉันทุกคนอยู่ที่นี่ ทำไมฉันจะต้องตีตัวออกห่างด้วยล่ะ?
แล้วก็ข้อสอง ่นี้ที่ฉันไม่มาเล่นกับเธอเหมือนเคยก็เพราะฉันต้องฝึกเวทมนตร์ โรงเรียนระดับ4ไม่ใช่สถานที่ที่มนุษย์อย่างฉันจะเบียดเข้าไปอยู่ได้ง่ายๆ เพราะฉะนั้นฉันก็ต้องเตรียมพร้อมไว้ให้มากที่สุด ถ้าเื่นี้มันไปทำให้เธอไม่สบายใจล่ะก็ ฉันขอโทษ”
“ฉ...ฉันไม่เชื่อนายหรอก” โนเอลเถียง “ที่นายไม่ยอมเรียกฉันแบบเมื่อก่อนน่ะมันยังชัดเจนไม่พอรึไง”
“ที่ฉันไม่เรียกเธอว่าพี่โนเอลเหมือนเคยน่ะมันเพราะเหตุผลอื่นหรอกน่า” มาร์โก้ยิ้มบางๆ
“งั้นเพราะอะไร...”
คำพูดนั้นถูกกลืนกลับเข้าคอไปเป็ครั้งที่3เนื่องจากมาร์โก้ไม่้ารออีกต่อไป เด็กชายโน้มตัวเข้าประชิดและรวบเอวบางของโนเอลเอาไว้มั่น ก่อนจะส่งริมฝีปากของตนเข้าประกบกับริมฝีปากคู่บางอันแสนนุ่มนั่นทันที
ร่างโนเอลแข็งค้างไปเกือบหนึ่งถึงสองวินาทีก่อนสมองเธอจะเริ่มกลับมาทำงานอีกครั้ง เธอพยายามดันอีกฝ่ายออกไปให้พ้นตัว แต่ถึงแม้จะอายุมากกว่าและเป็เผ่าครึ่งอสูรที่แข็งแกร่งกว่ายามฉุกละหุกเธอก็ไม่สามารถที่จะดันมาร์โก้ออกไปได้แม้แต่น้อย (อย่าว่าแต่มาร์โก้แอบใช้เวทย์เสริมพลังอยู่ด้วย)
เวลาที่เลื่อนผ่านไปอย่างเชื่องช้าแต่ละวินาทีก็เหมือนเพิ่มพลังให้กับอีกฝ่าย มืออีกข้างของมาร์โก้คว้าหลังคอของโนเอลเอาไว้เพื่อให้เขาทำการได้ง่ายยิ่งขึ้น (เนื่องจากโนเอลนั้นสูงกว่าเขาหลายสิบเิเ) เขาพรมจูบอีกฝ่ายอยู่อย่างนั้นหลายอึดใจก่อนจะถอนใบหน้ากลับออกมาช้าๆ
โนเอลที่ได้รับอิสระระบายลมหายใจเฮือกใหญ่ หน้าอกน้อยๆ ของเธอเด้งขึ้นลงตามแรงหอบอย่างเห็นชัด ระยะห่างที่มาร์โก้สร้างขึ้นนั้นลดทอนแรงกดดันสำหรับเธอได้มากพอดู เด็กสาวผู้เพิ่งย่างกรายเข้าสู่โลกใบใหม่หอบหายใจอย่างเหน็ดเหนื่อยราวกับเพิ่งเสร็จจากการวิ่งออกกำลังกายรอบใหญ่ ั์ตาสีทองที่กำลังว้าวุ่นช้อนขึ้นสบตากับเด็กชายตรงหน้าก่อนจะชะงักงันอีกรอบด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยเพลิงปรารถนาคู่นั้น
และมันก็ทำให้เธอตระหนักได้ว่านี่เป็เพียงการพักหายใจระหว่างยกเท่านั้น
ใบหน้าของมาร์โก้โน้มเข้ามาจนริมฝีปากของทั้งคู่ัักันอีกครั้ง ความรุ่มร้อนที่เพิ่งจะสงบลงไปได้ถูกจุดขึ้นมาอีกครั้ง โนเอลไม่มีเวลาให้แม้แต่จะประหลาดใจด้วยซ้ำว่าครั้งนี้เธอแค่ยกมือขึ้นไปแตะไว้กับต้นแขนของอีกฝ่าย ไม่ได้มีการออกแรงดันมาร์โก้ออกไปเหมือนก่อนหน้านี้แม้สักนิด
อาการดังกล่าวนั้นมาร์โก้กลับรู้สึกได้ทันที เขาบดริมฝีปากใส่เธอให้หนักขึ้นอยู่เนิ่นนานก่อนจะถอยปากออกมาให้โอกาสเธอหายใจ และรีบชิงจังหวะที่เธออ้าปากออกมาหอบน้อยๆ นั่นส่งลิ้นเข้าไปในปากของเธอทันที
ความหวานฉ่ำภายในอันแสนอบอุ่นถูกมาร์โก้ตักตวงไปอย่างกระหาย โนเอลที่ถูกรุกล้ำก็สะดุ้งเฮือกขึ้นมา แต่พอเธอจะทำท่าขัดขืนมือของมาร์โก้ก็เกาตามต้นคอเธอเบาๆ จนร่างกายเธอระทวยไปในทันที และได้แต่ปล่อยให้เด็กชายรุกล้ำร่างกายของเธออย่างไม่อาจปัดป้อง
จุดอ่อนอยู่ที่คอเหมือนแมวจริงๆ แฮะ
หลังจากหนำใจมาร์โก้ก็ถอนริมฝีปากออกมาอย่างอ้อยอิ่ง รสจูบของโนเอลนั้นเป็อะไรที่เขาไม่อยากทิ้งมาแบบนี้เลยแม้แต่น้อย เขาเองแม้จะเป็เด็กแต่ก่อนหน้านี้เขาก็ต้องอาศัยอยู่ในยานอวกาศเป็เดือนๆ โดยไม่ได้พบเจอผู้หญิงคนไหนก่อนจะถูกส่งมาที่นี่ และนั่นก็ทำเอาเขาแอบมีอาการเก็บกดซ่อนอยู่เล็กน้อย
แต่ปฏิกิริยาตอบรับของโนเอลนั้นช่างสร้างความรู้สึกอันแปลกประหลาดให้แก่เขา การตอบรับที่แสนไร้เดียงสา ท่าทางที่ผสมผสานกันระหว่างปัดป้องและยินยอมอย่างลงตัวนั้นทำเอามาร์โก้อดไม่ได้ที่จะต้องทะนุถนอมเธอขึ้นมา
“แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก...”
โนเอลหอบหายใจอย่างเหน็ดเหนื่อย เธอช้อนตาขึ้นสบกับมาร์โก้อย่างสับสน แต่ก่อนเธอจะได้เอ่ยปากอะไรมาร์โก้ก็ขยับแขนสองข้างออกกว้างและรวบตัวโนเอลที่กำลังแข้งขาอ่อนเข้ามาในอ้อมแขน โนเอลดิ้นรนในจังหวะแรก แต่เมื่อััได้ถึงความอ่อนโยนของอ้อมกอดนั้นเธอก็ค่อยๆ ปล่อยร่างกายให้มาร์โก้กอดเสียแต่โดยดี
“ขอโทษนะ โนเอล” มาร์โก้พูดขึ้นช้าๆ “ฉันไม่ทันระวังเลยต้องปล่อยให้เธอแบกรับความรู้สึกที่แย่ๆ จากการวางตัวของฉันตลอดสัปดาห์ ฉันนี่แย่จริงๆ แหละ
ยกโทษให้ฉันนะ โนเอล”
“ไม่ๆ มันไม่ใช่ความผิดนายเลย แต่เป็ฉันเองที่...ฉันมัน..ฉัน….ฮืออออ”
ในที่สุดทำนบน้ำตาก็แตกออก โนเอลทิ้งหน้าลงกับไหล่ของเด็กชายก่อนจะเปล่งเสียงร้องไห้ออกมาอย่างอดกลั้น มาร์โก้ลูบหัวเธออย่างเงียบงันและปล่อยให้่เวลาเงียบๆ นี้รักษาจิตใจของสาวหูแมวอย่างช้าๆ
เนิ่นนานจนมาร์โก้เองก็ไม่สามารถระบุได้ว่าผ่านเวลาไปนานเท่าไหร่ แต่เขารู้สึกตัวอีกทีเสียงร้องไห้ของโนเอลก็เงียบลง เธอทิ้งร่างลงกับอกของมาร์โก้และปล่อยให้เขาลูบหัวเธอแต่โดยดี ท่าทางขดราวกับลูกแมวนั้นก็ทำให้มาร์โก้อดยิ้มออกมาอย่างเสียไม่ได้
“หัวเราะอะไร มาร์โก้”
เสียงเล็กๆ ที่แฝงแววแง่งอนนั้นทำให้มาร์โก้เลิกคิ้ว ดูท่าทางพอเธอสงบลงแล้วประสาทััเธอก็กลับมาทำงานเต็มประสิทธิภาพเหมือนเดิม เสียงหัวเราะเบาๆ ของเขานั้นไม่สามารถเล็ดลอดหูแมวของเธอไปได้แม้แต่น้อย
“ฉันชอบเธอ โนเอล”
“อื้อ”
โนเอลพยักหน้ารับเบาๆ และก้มหน้าลงซ่อนพวงแก้มที่เห่อร้อน ส่วนมาร์โก้นั้นเลิกคิ้วสูงอย่างประหลาดใจ เมื่อกี้โดนเขารุกเธอยังมือไม้ปั่นป่วนอย่างกับอะไรดี แต่พอผ่านมาแปบเดียวก็รับมือกับการสารภาพรักแบบคนโตแล้วได้ซะงั้น
เค้าว่าผู้หญิงโตขึ้นเร็วกว่าที่คิดนี่น่าจะจริงล่ะนะ
“เพราะงั้นฉันถึงยืนยันที่จะไปโรงเรียนเนรุ”
“ฉันรู้ มาร์โก้ ฉันไม่มีสิทธิห้ามนายอยู่แล้ว”
“อย่ามาทำเสียงเหงาๆ น่า โนเอล” มาร์โก้กระเซ้า
“ก็..นายจะไปพรุ่งนี้แล้วนี่นา” โนเอลก้มหน้างุด “นั่นน่ะโรงเรียนระดับ4 นายเองก็มีแววมากพอดู ฉันกับนายก็เหมือนห่างกันคนละซีกโลกแล้วล่ะตอนนี้”
“เธอก็มาหาฉันที่ซีกโลกนี้สิ”
โนเอลขมวดคิ้วและเงยหน้าขึ้นมามองมาร์โก้อย่างงุนงงในคำพูด มาร์โก้ยิ้มกริ่มก่อนจะยื่นสมุดเล่มบางใส่มือเธอและโน้มตัวไปกระซิบแ่เบาที่ข้างใบหูสีดำนั่น
“สัญญานะ โนเอล”
จบไปอีกตอนแล้ว น้องหนูหูแมวของเราาา
เสียดายที่หลังจากนี้บทของโนเอลจะหายไปยาวๆเลย ผมเองก็แอบเสียใจอยู่ที่จะไม่ได้เขียนถึงเธออีกนาน แต่มาร์โก้ก็ถึงจุดที่ต้องออกเดินทางแล้วล่ะครับ จะมัวร่ำไรอยู่ก็คงไม่ได้เหมือนกัน
เจอกันตอนหน้าครับ