เชียงยืนฟื้นฮัก

    ตอนที่ 71 ความเศร้า

         ไม่มีอีกแล้ว พี่ที่ทำให้มันพออุ่นใจ ในยามนี้


    หลังจากบักโผนสละวิญญาณ เพื่อช่วยถอดตุ้มหูของขลัง ซึ่งมีพลังควบคุมอริยะ


    สิ้นหวังนั่งร้องไห้ มองลงพื้นอยู่เป็นนาน ตรงที่ผีกุมารมลายหายไป


    เมื่อมีอิสระแต่ต้องแลกกับการสูญเสีย ความเศร้าถาโถมอริยะ 


    ไม่อยากจะสัมผัสด้วยซ้ำ วัตถุที่ทำให้บักโผน พี่มันกลายเป็นธาตุอากาศ


    หากต้องฝืน หยิบขึ้นมาก่อนจะวิ่งออกจากปราสาท หาที่โยนทิ้งลงในสระแถวนั้น


    ...จามรเทวีขึ้นเสลี่ยงมา เพื่อพูดคุยกับมังคลา 


    ประเด็นการมาของบิดาพระนาง ย่อมก่อกระทบต่ออริยะแน่นอน


    จวบจนหาทางแก้ไข วิธีที่สามารถพ้นผ่านในการนี้


    จำต้องบอกเล่าสู่มังคลาฟัง เนื่องทั้งหมดประมาณลงเรือลำเดียวกันแล้ว


    จากสองจิตสองใจ เคยคิดจะใช้อริยะ ให้ตนกลับมาเป็นใหญ่อีกครั้ง


    มังคลารู้สึกว่าตัวเองมักใจอ่อน ยามเห็นอสูรน้อยโดนรังแก 


    ด้วยผ่านการเกลียดชัง จากองค์หญิงจารนี ที่แสดงออกชัดเจน


    ในความคิดของนาง เป็นเพราะอริยะทำให้มังคลาผู้สามี ตีตัวออกห่างเธอ


    การมาถึงปราสาทของจามรเทวี พออธิบายทุกอย่างจนเข้าที่แล้ว


    เหลือแต่เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างลูกเขยกับลูกสาว 


    ซึ่งหมู่นี้สังเกตเห็นชัด ในความระหองระแหงกัน


    ข้อเสนอพระนางต่อรองกับมังคลา เพื่อจารนีธิดา โดยเอาศักดินายกให้ เพิ่มขึ้นอีก


    มีหรือจะกล้าปฏิเสธ ฝ่ายมังคลากำลังสะสมทรัพย์สิน 


    สำหรับการบางอย่าง เกี่ยวข้องกับอนาคตภายภาคหน้าอาจไม่แน่นอน


    จึงหอบผ้าหอบผ่อน กลับไปง้อเมียสักระยะ อันจากคำขอร้องของจามรเทวี


    เป็นช่วงปล่อยปละละเลย อริยะอยู่ลำพังในความเสียใจ


    เหตุสลดบักโผนได้หายไปจากชีวิต หมดอาลัยจมกับความเศร้า


    ตามความนึกคิดประสายังวุฒิภาวะไม่ถึง จึงเก็บเรื่องนี้ไว้ไม่ให้ใครรู้


    ...ดึกดื่นปลุกจิตอสูรออกลาย อริยะกลายเป็นว่าหิวเลือดขึ้นมาจนได้


    คราวต้องออกล่าหากิน จึงแอบหลบสายตามวลบ่าวไพร่


    ตั้งใจมองหาสัตว์ที่เลี้ยงไว้ในคอก จำพวกวัว ม้า ของชาวบ้านแถบบริเวณใกล้ ๆ ไม่ไกลจากวังนัก


    ขณะย่องเงียบ ผ่านปราสาทอีกหลัง เห็นแสงเทียนลอดออกทางช่องบัญชร


    ความอยากรู้อยากเห็น เลยแวะส่องดู แนบฟังนิ่ง ๆ


         “มีทางเดียว กะคึฆ่าถิ่มถ่อนั่นแหล่ว ท่านพ่อ ซามยังน้อย ๆ”


    ถ้อยคำที่ท้าวอุดมพูด ดังพอจะถึงหูอริยะ


         “ไสคึว่า เป็นไข้อยู่”


    ท้าวแสนขรได้ยินจากปากเขย บอกหน่อเนื้อเชื้อไของค์เลอสรวง ไม่สบาย


         “ท่านพ่อถืกพวกมันตั๋วแล้ว ซั่นหน่ะ”


    ท้าวอุดมทักท้วงในตรงนี้ เพราะเมื่อวานยังเห็นจามรเทวีพานั่งเสลี่ยงออกไปนอกวัง


    ให้ผู้คนแห่แหนชื่นชมบารมี ตามเคยทำอยู่ประจำ


         “บ่ะ! คึพากันเป็นจังซี่”


    อุทานกับความโกหกของฝั่งท้าวรณชัย และธิดาตน


         “ญ้อนญ่าน ว่าท่านพ่อสิมาเล่นงานบักน้อย ๆ กะกันท่าหละตี๊”


    อ่านเกมทัน ท้าวอุดมหลุดพูดออกมา แกมยุยงบิดา


         “กูบ่เอาไว้ดอก คั่นเฮ็ดปานนี่ ป่ะ ๆ มันอยู่ม่องได๋ กูสิไปปาดคอให้ตายดับแนว”


    พอรู้ความจริง ท้าวแสนขรโมโห คว้าดาบมาถือ 


    อริยะพยายามเรียบเรียงคำสนทนาของผู้ใหญ่ นั่นหมายถึงใครกันนะที่จะโดนฆ่า


    หาใช่เวลาตนในตอนนี้ เพราะความหิวกระหายรุมเร้า


    กำลังจะผละออกหากิน พลันต้องหยุดเท้า


         “มึงเป็นไผ?”


    ประโยคทักถามดังจากข้างหลัง บังเอิญมีคนเห็นท่าทางซุ่มดักฟัง


    ถูกถามจึงหันกลับมา อริยะจ้องตาสะกดชายผู้โชคร้าย หนึ่งในคณะของท้าวแสนขร


    เรื่องไม่ได้จบเท่านั้น ลิ้มลองรสชาติซึ่งปรารถนา


    ยิ่งกระตุ้นให้พลังอสูรปรากฏ อริยะคืนสู่ตัวตนด้านมืด


    อิ่มเอมท้อง ดูดเลือดจากคอสด ๆ จนเหยื่อหมดชีพ


    ใช้อำนาจลึกลับที่มี ลากศพกลบเกลื่อนพฤติกรรม


    ว่องไวในรัตติกาล อสูรย้อนกลับปราสาทแหล่งพำนัก ต้องเจอกับคำตอบ


    ที่แท้แล้วบุคคลซึ่งท้าวแสนขรหมายหัว คือตัวเอง


         “มึงนี่เอง อริยะ”ปลายดาบชี้หน้า เมื่อมาถึง


    บ่าวไพร่ภายในปราสาท ถูกฆ่าตายด้วยน้ำมือคณะท้าวแสนขร ล้อมบริเวณนั้นไว้


         “บังอาจแท้! บักเฒ่า”


    พิษอสูรสำแดง อริยะขณะนี้ไม่กลัวอันใดทั้งสิ้น


    เผยสารรูปแยกเขี้ยวพร้อมจู่โจม ถลาใส่ศัตรู ชนิดเป็นอย่างไรวัดกัน


         “ฉึกค์”


    อาวุธคมฟันโดนเด็กชายวัย 9 ปีด้วยรูปร่างที่โตกว่าวัย เนื่องมีเชื้อสายยักษ์


         “เป็นจังได๋ มึง”


    ระยะเผาขน ท้าวแสนขรตั้งรับ มองรอยดาบที่ฝากไว้บนใบหน้า


         “หน่ำมันถะแมะ ท่านพ่อ”


    เสียงสนับสนุนจากท้าวอุดมที่ยืนอยู่ตรงนั้นด้วย เร่งบิดาฆ่าให้ตาย


    ตั้งแต่เกิดมา ยังไม่มีอะไรทำให้ได้เลือดออกยางตก อริยะอาฆาตหนัก


         “เข้ามา! พวกสู”


    ดุจผู้ใหญ่รังแกเด็ก ท่ามกลางฝูงมวลต้องการเอาชีวิต


    พยุงกาย กุมใบหน้าอาบเลือด เอ่ยท้าให้เข้ามาใกล้ จากนั้นสะกดจิตให้ตกในภวังค์


    ดั่งเป็นการเอาคืน ท้าวแสนขรและคณะชายฉกรรจ์ 


    พลาดให้อสูรที่คลั่งแค้นระบายโทสะ หลายร่างล้มตายเกลื่อน


    ไม่เว้นให้ใครสักคนรอดออกจากปราสาทได้ ก่อความอำมหิตอย่างไม่ปราณี


    ...สิ่งแรกที่ทำให้จามรเทวีขวัญผวา เมื่อเจอกับเรื่องร้าย


    กายอริยะเปื้อนไปด้วยเลือด บาดแผลบนใบหน้าเหวอะหวะน่ากลัว


         “มึงแม่นบ่? บักลูกมารเป็นผู้เฮ็ด”


    พระนางเข่าทรุด รุดเข้าหาร่างบิดาที่เสียชีวิตแล้ว


    รวมทั้งท้าวรณชัย ตกใจในเหตุซึ่งเกิดขึ้น


    เช้าวันที่อุตส่าห์มาเตือนภัยกับอริยะ กะจะให้พ้นจากเจตนาหาเรื่องของท้าวแสนขร


    ต้องพบกับสิ่งเกินคาด อิทธิฤทธิ์อสูรเข่นฆ่าเหล่าผู้คุกคาม จนไม่เหลือใครสักคน


         “เออ! กูนี่หละ สะใจมึงบ่บาดหนิ”


    ท่อนคำกลั่นจากความรู้สึกภายใน ถูกอริยะตอบโต้


    บัดนี้ไม่มีใครปกป้อง จึงยอมรับการกระทำอันโหดเหี้ยมด้วยตัวเอง


         “ตุ้มหู อยู่ไส”


    ก้าวเข้ามาเพิ่มอีกคน มังคลาถามไถ่ถึงวัตถุศักดิ์สิทธิ์ที่ควบคุมอสูรไว้ได้


         “ถิ่มลงน้ำแล้ว หาบ่เห็นดอก”


    เสียใจการจากไปของบักโผนไม่พอ ยังต้องมาถูกหมายเอาชีวิต


    เด็กอย่างมันทำได้แค่ป้องกันตัว หากแต่สัญชาตญาณอสูร จึงก่อเหตุชวนสยดสยอง


         “ทหาร เอาโตมันไปประหารเดี๋ยวนี่”


    ไม่รอให้ต้องสอบสวน ในฐานะเจ้าพระยา ท้าวรณชัยสั่งเอาตัวไปประหาร


         “อย่าฟ้าว”


    เป็นมังคลาออกปากทัดทาน ขอให้คิดดี ๆ ซะก่อน


         “เบิ่งแหน่ บักหนิ มันฆ่าพ่อกู มึงยังสิมาขอหยังอีก”


    อารมณ์เดือดดาล ชี้หน้าประจาน กรีดร้องกับความร้ายกาจ


    จามรเทวีไม่เคยนึก อสูรตัวนี้เป็นลูกของพระนาง


    ถ้าไม่ใช่สำหรับใช้เพื่อผลประโยชน์ คงเอาขี้เถ้ายัดปากให้ตายไปนานแล้ว


         “ฮิเข้ามา คั่นไผอยากตาย”


    อริยะลั่นคำ มองกราดทั่ว ใครสบตาเข้าถือเป็นคราวเคราะห์


    กระทั่งท้าวรณชัย ต้องทำเป็นตัวอย่าง ฉวยดาบจากมือทหาร


         “กูบ่เอามึงไว้ดอก”


    ท่าทางค้างดาบไว้ ช่วงง้าขึ้นจะฟาดใส่ร่างอริยะ จากนั้นทำอะไรไม่ได้ 


         “โอ๊ย! คึเป็นจังซี่”เพราะโดนสิ่งลี้ลับเข้าให้ 


    แววตาอสูรดุดัน ทุกคนในบริเวณนั้นตกเป็นทาส ต่างยืนนิ่งไม่สามารถขยับเขยื้อน


    ขนาดคาถาที่มี มังคลาก็เอาไม่อยู่ ล้วนพ่ายต่อพลังอสูร


    ยืนอยู่ตรงหน้า ท้าวรณชัยสิ้นท่า อริยะสะกดให้ทิ้งดาบ นั่งหมอบลงแทบเท้า


         “ฮ่ะ ๆ ๆ มึงเบาะ พ่อพญา ตายก่อนหมู่สา ซั่นหน่ะ”


    รู้สึกไร้ความสามารถ สมยอมรับการลงโทษ


         “อ๊ากกก!”


    ท้าวรณชัยร้องอย่างโหยหวน กับการตายที่ทรมาน


    ถูกกัดฝังเขี้ยวตรงคอศูนย์รวมเส้นเอ็นใหญ่ หมดลมหายใจทันที


         “ต่อไปกะมึง”


    ย่างก้าวเข้าหาจามรเทวีต่อ สันดานเถื่อนครอบงำ อันอริยะคุมตัวเองไม่ได้


    พร้อมทำลายให้ย่อยยับ สมกับเก็บกดมวลอัดแน่นในใจตลอดมา 


    ก่อนที่จะเลวร้ายไปกว่านี้ ฤาษีไศลได้เข้าขวาง เอ่ยห้ามพอดี


         “ยุดเถิดอริยะ บุตรอชาตะอสูร”


    ถ้อยประโยคก่อให้แปลกใจ ดึงให้อริยะอยากรู้ อันตัวมันคือลูกใครกันแน่


         “เจ่าเป็นไผ”


    ทั้งบังเกิดความเลื่อมใสในบุคคล ก้าวเข้ามาใหม่ลักษณะนักพรต


         “ผู้สิพาเจ่า พ้นบ่วงกรรม นำสู่ควมสงบตั๊ว”


    ฤาษีไศลมาทันเวลา ก่อนอริยะจะทำบาป ทรพีขั้นไม่ได้ผุดไม่ได้เกิด


         “ซอยแหน่ ท่านฤาษี”


    เสียงแผ่วอ้อนวอน ขอความช่วยเหลือ ส่วนมังคลาทำได้แค่นี้


         “ข่อยสิเชื่อได่จังได๋”


    คำของอริยะย้ำถามกับฤาษีไศล กรณีเรื่องบางอย่าง 


    ยังหาความกระจ่างจากผู้ใหญ่ไม่ได้ จนถึงตอนนี้


    เกณฑ์ชะตายังพอมีวาสนาอยู่บ้าง อสูรเด็กตนนี้หยุดฟัง 


    และสนทนากับผู้อาสา ซึ่งจะพาค้นหาหนทางธรรมะ


    ประกอบกับ ซึ่งเอ่ยเชิงดุจเรื่องรู้ประวัติของอริยะ จึงสนใจขึ้นมา


         “จังซั่น กล้าบ่หล่ะ”


    แทนที่จะตอบ นักพรตทรงศีลหรือส่วนเสี้ยวธุลีผู้มีบุญญาธิการแห่งชั้นฟ้า


    แยกภาคลงมาโปรดสัตว์ โยนคำท้าทายทดสอบสัมปชัญญะ


         “ฮองเบิ่งกะได่”


    เนื่องจิตใจสับสน กับการเป็นอมนุษย์เช่นนี้ อริยะจึงเลือกเอง


         “จังซั่น ขอขมามารดาก่อน เฮ็ดแนวหยังบ่ดีไว้”


    บอกตามครรลองประเพณี ที่จะเตรียมสละวิถีเดิม ต้องอโหสิกรรมต่อกัน


         “ลูกเฮ็ดไป กะญ้อนขาดสติ แม่อย่าถือสาเด้อ”


    พลอยสะท้อนในอก บุตรอสูรที่จามรเทวีไม่เคยยอมรับ อคติจนก่อปมในใจอริยะ


    แลยังร่างของท้าวรณชัยสวามี ไม่มีทางจะกู้กลับมาได้ 


    นึกทบทวนสิ่งพระนางทำไว้ต่อบุตร มีส่วนผลักดันจนมาถึงขั้นเลวร้าย


    พิจารณากิริยาก้มลงกราบ ขอต่อผู้ให้กำเนิด วูบไหวจิตใจคนเป็นแม่ 


         “ให้เจ่าพ้อแสงสว่างเด้อ”


    หลุดคำอันอริยะรู้นัยยะ ความรักของมารดาล้ำค่าเสมอ


    สำนึกกับการให้อภัย ที่ยิ่งใหญ่มหาศาล ซึ่งสามารถคลายเงื่อนภายในใจ


         “พ่อมาก ข่อยขมาลาโทษเด้อ”


    จิตผูกพันกับคนที่เลี้ยงดูมันมา อริยะกล่าวขอต่อมังคลา


         “ไปสา คั่นคึดีแล้ว


    พยักหน้าน้ำตาจะไหล มังคลาเอง นึกถึงคำสั่งสอนของกฤษณะพราหมณ์ 


    บิดาผู้ล่วงลับ ล้วนทุกเจตนาประสงค์ให้บุตรเป็นคนดี 


    มีศีลธรรม ประพฤติตนขาวสะอาด สมกับเป็นสมณะ


    จากเฉียดความตาย กลับกลายรอดด้วยฤาษีไศลเข้ามาแทรก


    จูงมืออริยะให้เดินตาม ทุกอย่างผ่านไปในทิศทางสันติ


    เหลือข้อคิดเป็นสิ่งเตือนใจ แฝงในเหตุการณ์วิปโยคครั้งนี้แก่ทุกคน


    ...เสียบิดาทั้งผัว จามรเทวีลึกซึ้งแล้วว่าศักดินา บารมี อำนาจที่ไขว่คว้า


    ยังไม่สู้ขาดคนรักเคียงข้าง พระนางตรอมตรม ไร้สิ้นความสุข


    สอดส่องทุกมุมท้าวรณชัยเคยนั่ง ฝืนอารมณ์พยายามหักห้ามความเดียวดาย 


    ยิ่งจมดิ่งในกองทุกข์ เนื่องลบความทรงจำหนหลัง 


    ครั้งเมื่อท้าวรณชัยตอนมีชีวิตอยู่ ยังไม่ได้จากใจไปเสียที


    ท้ายสุดเอ่ยปากอยากกลับบ้าน เพชบุระถิ่นลำเนา เพราะทางนั้นก็ว่างเว้นผู้ปกครอง


    ยินยอมยกตำแหน่งผู้นำอาณาจักร ส่งต่อให้มังคลาสืบทอด


    ประการไม่มีผู้เหมาะสมในเวลานี้ จามรเทวีทิ้งอดีตไว้ 


    ให้จารึกในนามสตรีมีอิทธิพล ฐานะผู้สำเร็จราชการ


    ควรกับความทุ่มเทที่พระนางทำทุกวิธี เพื่อให้ได้มา ไม่ว่าดีหรือเลว


    ไม่ต่างกันนัก ฝั่งมังคลาสำนึกเกรงต่อบาปกรรม


    พอขึ้นนั่งแท่นบัลลังก์ เป็นครั้งที่สอง คล้ายกับติดภาพหลอน


    วลีคำของบิดาพราหมณ์กฤษณะ คอยกระซิบข้างหูตลอด 


    เน้นให้อยู่ในขอบเขตหน้าที่ โหรหลวงเท่านั้น


    เค้าลางหรือกาลจะถึงคราวหมดยุคศรีจนาศะซะแล้ว.


     


     


     


     


     


     


     



     



     


     


     


     


     


     


          


     


         


         


     


     


        


     


     


     


     


         


     


     


     


     



     


     


     


     


     


     


     


         


     


     


     


     


     



     


     


         


     


         


     


     


     


     


     


     


     


     


     


     


     


     


     


        


     


     


     


     


     


     



     


     

    คล้ายกับเรื่องเชียงยืนฟื้นฮัก ที่คุณอ่าน

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    มหาพิภพ เทพมังกรสยบราชัน

    มหาพิภพ เทพมังกรสยบราชัน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.40M 2022
    จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

    จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    2.76M 3640
    Cosmic God System ข้านี่ล่ะผู้ยิ่งใหญ่ (จบ)

    Cosmic God System ข้านี่ล่ะผู้ยิ่งใหญ่ (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    401K 613
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    เทพยุทธ์ดาวตก

    เทพยุทธ์ดาวตก

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    506K 928
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

    จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    5.95M 1357