ดาวน์โหลดวรยุทธ์

    ตอนที่ 42 ยมทูตหน้าขาว

    มู่ไห่เฉินตามมือปราบไปถึงยังหน้าที่ว่าการ แต่แล้วสตรีที่อยู่เบื้องหน้าไม่ใช่ใครอื่น กลับเป็นคนที่มู่ไห่เฉินคิดถึงที่สุดผู้หนึ่ง

    ใบหน้าที่งดงามกับรอยยิ้มที่แสนอบอุ่น อีกทั้งยังมีกู่ฉินสะพายหลัง นั่นทำให้มู่ไห่เฉินแทบอยากจะเข้าไปสวมกอดคนผู้นี้ด้วยความคิดถึง

    “คารวะศิษย์พี่ ท่านมาที่นี่ได้อย่างไร”

    มู่ไห่เฉินถามด้วยความรู้สึกยินดี

    “ก็เป็นเจ้ามิใช่หรือที่เขียนจดหมายมาบอกว่าจะทำงานมือปราบอยู่ที่นี่”

    สิ้นคำศิษย์พี่มู่ไห่เฉินก็นึกได้ว่าช่วงเข้าเป็นมือปราบใหม่ ๆ ได้ส่งจดหมายไปหาศิษย์พี่จริง ๆ 

    ทั้งสองพูดกันไม่กี่ประโยคมู่ไห่เฉินก็พาศิษย์พี่ไปหาร้านชาเพื่อพูดคุยกัน

    แท้จริงแล้วการมาครั้งนี้ของศิษย์พี่ก็มีธุระอื่นต้องทำ จึงได้แวะมาหามู่ไห่เฉินด้วย

    “หลังหกเดือน เจ้าจะไปแล้วจริงหรือ”

    ศิษย์พี่กล่าวเหมือนรู้ว่ามู่ไห่เฉินอยู่ที่นี่ก็เพื่อเหตุผลบ้าง แต่ก็ไม่ซักถามสิ่งใดให้มู่ไห่เฉินกังวลใจ

    ศิษย์พี่ก็ยังคงเป็นนางเสมอที่รู้ใจมู่ไห่เฉินกว่าผู้ใด 

    มู่ไห่เฉินเล่าเรื่องต่าง ๆ ให้ศิษย์พี่ฟัง นั้นก็รวมถึงเรื่องถุงเงินศิษย์พี่ที่ถูกขโมย 

            ศิษย์พี่พอนางได้ยินก็สร้างรอยยิ้มขึ้นบนใบหน้าอย่างอ่อนโยน นางจ้องมองศิษย์น้องที่กำลังค่อย ๆ เติบโตบนยุทธภพด้วยความเอ็นดูเหมือนเด็กน้อยผู้หนึ่ง

    หลังจากพูดคุยกันอยู่นาน ศิษย์พี่ก็พามู่ไห่เฉินไปยังร้านนกพิราบสื่อสาร นางเน้นย้ำหากมู่ไห่เฉินจะจากเมืองอู่หลินไปให้ส่งจดหมายไปหานาง แล้วจะมาอำลามู่ไห่เฉินอีกครั้ง คาดว่าครั้งหน้าคงจะจากกันไปแสนไกล อย่างน้อยศิษย์พี่ก็อยากจะมาส่งศิษย์น้องอีกครั้ง

    มู่ไห่เฉินรับปากก่อนจะจูงม้าเดินไปส่งศิษย์พี่ที่ประตูเมืองทางทิศเหนือ

    ทั้งสองเดินผ่านประตูเมืองสู่ภายนอก

    “ส่งข้าเท่านี่เถอะ อย่างไรก็จะได้เจอกันอีก เจ้าก็ดูแลตัวเองให้ดี”

    ศิษย์พี่กล่าวเสร็จก็ขึ้นม้า มู่ไห่เฉินแม้อยากจะอยู่ให้นานกว่าเสียหน่อยแต่ก็คงมาได้ไกลเพียงเท่านี้

    มู่ไห่เฉินลูบคอม้าเบา ๆ ก่อนจะเดินถอยออกมาสองสามก้าว

    “ท่านก็ดูแลตัวเองด้วยศิษย์พี่”

    ศิษย์พี่เพียงยิ้มให้ก่อนจะค่อย ๆ ขี่ม้าจากไปช้า ๆ จนกระทั้งแผ่นหลังศิษย์พี่ค่อย ๆ ห่างออกไปทีละน้อยจนลับสายตาไป

    มู่ไห่เฉินรู้สึกว่าวันนี้ศิษย์พี่พยายามจะพูดมากขึ้น แต่นางก็ยังคงเป็นนาง มู่ไห่เฉินก็พูดไม่ถูก แต่ก็อุ่นใจทุกครั้งที่ได้อยู่ข้างนาง

    และเพียงเท่านี้ก็สามารถทำให้มู่ไห่เฉินนั้นมีความสุขได้ทั้งวัน แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ แต่นั้นก็เพียงพอให้มู่ไห่เฉินได้พอมีกำลังใจขึ้นมาบ้าง

    รุ่งเช้ามู่ไห่เฉินก็ต้องรีบไปปฏิบัติงานเช่นเคย วันนี้มู่ไห่เฉินติดตามมือปราบเถี่ยคอยตรวจตราภายในที่ว่าการ

    แต่แล้วก็มีคนมาตีกลองร้องทุกข์แต่เช้า มือปราบเถี่ยตรงไปยังหน้าประตูเพื่อดูว่าเกิดสิ่งใดขึ้น

    ที่แท้แล้วคนที่มาร้องทุกข์ก็เป็นเศรษฐีจู เขามาร้องไห้โวยวายว่าบ้านถูกขโมยขึ้น คนร้ายหลังจากขโมยของแล้วยังคงทิ้งเหรียญที่ประทับรูปยมทูตไว้

    มือปราบเถี่ยได้ยินก็มีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมา ก่อนจะนำมือปราบบางส่วนและมู่ไห่เฉินไปตรวจสอบสถานที่

    เมื่อกองปราบไปถึงจวนเศรษฐีจู ทุกอย่างก็เป็นไปตามที่เศรษฐีจูเล่า ทรัพย์สินที่ถูกจัดวางหลายแห่งถูกขโมย แล้วแทนที่เหรียญประทับรูปยมทูต

    มู่ไห่เฉินสำรวจไปรอบ ๆ จวนเศรษฐีจูกว้างขวาง มีเวรยามเฝ้าหลายที่ แต่กลับไม่มีผู้ใดสังเกตเห็นความผิดปกติ แปลว่าขโมยผู้นี้มีความชำนาญพิเศษ

    ด้วยความสงสัยที่มู่ไห่เฉินมีเขาจึงได้สอบถามมือปราบเถี่ย

    มือปราบเถี่ยที่ได้ยินก็ทำได้แต่ส่ายหน้า กลุ่มคนที่มาขโมยนั่นเรียกตัวเองว่ายมทูตหน้าขาว ทุกครั้งที่พวกเขาทำอะไรไว้ก็จะทิ้งเหรียญประทับรูปยมทูตไว้

    หลังจากที่เหล่ามือปราบรวบรวมหลักฐานที่แทบไม่มีมูลอันใดกลับไป ระหว่างกลับมือปราบเถี่ยก็ได้กล่าวเสริมเพิ่มเติม

    กลุ่มยมทูตหน้าขาวมักจะอ้างคุณธรรม ออกปล้นคนโกง แจกจ่ายคนดี แต่อย่างไรเสียคนกลุ่มนี้ก็ยังคงเป็นโจร หากทุกคนต่างใช้ข้ออ้างนี้เพื่อทำผิดกฎหมาย เช่นนั้นบ้านเมืองจะสงบได้อย่างไร

    มู่ไห่เฉินที่ฟังก็เกิดความสนใจ จึงได้ถามหัวหน้าเถี่ยต่อ

    “ที่ท่านบอกว่าเป็นกลุ่ม หมายความว่าอย่างไร”

    มือปราบเถี่ยกล่าวอธิบายเพิ่มเติม มีหลายครั้งที่พบเจอคนกลุ่มนี้ พวกเขาล้วนสวมชุดดำ สวมหน้ากากปริศนาสีขาวแตกต่างกันออกไป

    กลุ่มยมทูตหน้าขาวส่วนใหญ่คาดว่าเป็นคนในยุทธภพ ทั้งฝีมือและข่าวสารก็ล้วนแม่นยำ มีบ้างที่ได้ปะมือด้วย แต่ก็ไม่สามารถจับกุมได้เลยแม้สักครั้ง คนเหล่านี้ว่องไว ชำนาญการหลบหนีเป็นอย่างดี ไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วเบื้องหลังผู้ใดคอยชักนำ

    มู่ไห่เฉินหลังจากรับฟังก็สงสัยในตัวของเศรษฐีจู เหตุใดถึงตกเป็นเป้าของกลุ่มยมทูตหน้าขาวได้

    มือปราบเถี่ยหลังจากรับฟังก็คาดเดาให้มู่ไห่เฉินฟัง 

    เศรษฐีจูนั้นเปิดโรงรับจำนำและปล่อยเงินกู้ มีบ่อยครั้งที่คิดดอกเบี้ยสูงเกินกฎหมายกำหนด แม้จะมีการร้องเรียน แต่กฎหมายก็ให้ไกล่เกลี่ย ปรับดอกเบี้ยให้สมเหตุสมผล จากนั้นก็แยกย้ายกันจากไป

    มีหลายครั้งที่หลังจากผู้ร้องเรียนแจ้งความ ก็ถูกดักทำร้าย แต่นั่นก็จับมือคนทำไม่ได้ แต่ก็เดาได้ไม่ยากนัก 

    มู่ไห่เฉินฟังก็คิดตาม 

    “ไม่ต้องคิดให้มากความ ผู้ที่สั่งทำร้ายก็ต้องเป็นเศรษฐีจูอยู่แล้วมิใช่หรือ”

    มือปราบเถี่ยกล่าวว่า ไม่ใช่แค่มู่ไห่เฉิน แต่ทุกคนก็ต่างรู้ดี ดังนั้นจึงไม่ค่อยมีผู้ร้องเรียนในช่วงพักหลัง ๆ นี้ 

    มีบางครั้งที่ตามสืบคนทำร้ายได้ แต่ก็ไม่มีหลักฐานผู้ชี้นำได้ คนทำร้ายต่างหาข้ออ้างรับผิดด้วยตัวเอง เรื่องนี้ก็ทำอะไรมากไปกว่านั้นไม่ได้

    เท่าที่มู่ไห่เฉินฟังจากน้ำเสียงเวลามือปราบเถี่ยพูดถึงกลุ่มยมทูตหน้าขาว เหมือนเขาเกิดความลังเลในใจ แม้ปากจะบอกว่าคนกลุ่มนี้กระทำผิดกฏหมาย แต่น้ำเสียงก็ไม่ได้เกลียดชังถึงเพียงนั่น

    สำหรับมู่ไห่เฉินแล้ว กลุ่มยมทูตหน้าขาวก็คงทำตัวเป็นศาลเตี้ย แน่นอนว่ากฏหมายตอนนี้ก็ยังบกพร่องในหลายส่วน หวังว่าอนาคตจะถูกปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น

    ระหว่างทางกลับพวกเขาก็ได้สวนทางกับกลุ่มของหวังเยี่ยนบุตรชายคนรองตระกูลหวัง มู่ไห่เฉินเพียงชำเลืองมอง ครานี้คนผู้นี้เหมือนจะมีคนคุ้มกันใหม่ ท่าทางฝีมือไม่ธรรมดา

            “ไม่ทราบชื่อ วรยุทธ์ขั้นก่อแก่นปราณ”

    ตั้งแต่ครั้งที่แล้ว มู่ไห่เฉินเห็นหวังเยี่ยนผู้นี้รังแกจางเฉิงอี้ จนยามนี้เมื่อเห็นหน้ายังรู้สึกเกลียดขี้หน้าอยู่ในใจ

    มาครั้งนี้มีคนคุ้มกันฝีมือดีไม่รู้จะไปก่อเรื่องอะไรเข้าให้อีก

    หลายวันต่อมาก็นับว่าเมืองสงบสุขดี เหล่ามือปราบต่างชอบใจนักที่บ้านเมืองสงบสุขเช่นนี้ ความจริงซึ่งมันก็ถูกต้องแล้วที่บ้านเมืองควรสงบสุข แต่มู่ไห่เฉินกลับเบื่อหน่ายที่ต้องทำงานเดิม ๆ ซ้ำ ๆ ไม่มีเป้าหมายใด

    เมื่อถึงวันหยุดมู่ไห่เฉินก็ได้นัดหมายกับแม่นางจาง นางชวนทั้งสองนั้นไปไหว้พระ เนื่องจากวันนี้เป็นวันครบรอบการจากไปของผู้เป็นมารดา

    แน่นอนว่าเมื่อถูกชวนก็จำต้องไป โดยในใจก็นึกสงสัยอยู่บ้าง วันเช่นนี้เขาควรอยู่กับครอบครัว เหตุใดจึงมาชวนมู่ไห่เฉิน

    เมื่อทั้งสองได้พบกัน ทั้งคู่ก็ได้นั่งรถม้าไปยังภูเขาทางทิศตะวันตก ระหว่างทางทั้งคู่ก็ได้สนทนาเรื่อย ๆ จนทำให้มู่ไห่เฉินรู้ว่าวันนี้มีเพียงนางกับคนใช้เท่านั้นที่จะไปกราบไหว้มารดาของนาง เนื่องจากผู้เป็นบิดานั้นติดธุระอื่นจึงมาด้วยไม่ได้

    หลังจากการเดินทางพักใหญ่พวกเขาก็มาถึงวัดแห่งหนึ่ง วัดนี้ตั้งบนเขาสูงพอประมาณ สถานที่แห่งนี้มีลานกว้างให้มองทอดยาวออกไปทางเมืองอู่หลิน หลังจากที่พวกเขาทำธุระเสร็จก็มายืนชมทิวทัศน์ที่แห่งนี้

    เมืองอู่หลินที่ยิ่งใหญ่ แม้มองจากมุมนี้ก็ยังเห็นความเจริญอยู่เบื้องหน้า

    แววตาของแม่นางจางจ้องมองเมืองอู่หลิน รอยยิ้มบาง ๆ เกิดขึ้นบนใบหน้า แต่ก็สัมผัสความรู้สึกของนางมิได้

    สายลมค่อย ๆ พัดเข้ามาเป็นระยะ ผมของนางพริ้วไหวบดบังใบหน้าเล็กน้อย นางใช้มือรวบง่าย ๆ เอาไปทัดข้างหูเอาไว้

    แต่แล้วนางก็ยอมเอ่ยสิ่งที่อยู่ในใจออกมา นางกล่าวว่าอีกไม่นานท่านพ่อของนางก็จะแต่งงานใหม่ สตรีผู้นั้นเป็นคนของตระกูลจู และคนที่จะแต่งเข้ามานั้น อายุมากกว่านางเพียงไม่กี่ปีเท่านั้น

    คล้ายกับเรื่องดาวน์โหลดวรยุทธ์ ที่คุณอ่าน