เจียงเยี่ยน ดับเทพพิฆาตมาร

    ตอนที่ 57 ความหลังอันน่าตระหนก!



    เจียงเยี่ยนต้องตัดสินใจว่าจะสู้กับหลี่กวนหยางต่อหรือไม่ มันกวาดสายตาไปทั่วลานกว้างเป็นผู้คนบาดเจ็บล้มตายนับร้อย เลือดไหลนองดุจธารา ด้วยนิสัยของเจียงเยี่ยนปกติก็มิได้ชอบการฆ่าฟันอยู่แล้ว เมื่อเห็นภาพเบื้องหน้าก็รู้สึกสลดยิ่ง ความจริงน่าจะตัดสินใจได้ไม่ยากแต่เห็นไป๋เหวินโจวซึ่งอยู่ห่างไปกำลังต่อสู้กับหลี่หย่งอย่างดุเดือด ท่าร่างไป๋เหวินโจวเป็นดุจแสงสีขาวพุ่งวาบไปมา ทวนของหลี่หย่งมิอาจกระทบถูกแม้ชายเสื้อ หากมันถ่วงเวลารออาจารย์ไป๋จัดการหลี่หย่งก่อน ค่อยผนึกกำลังรวมกันต้องชนะหลี่กวนหยางได้แน่นี่เป็นโอกาสทองในการจัดการหลี่กวนหยาง ล้างแค้นให้บิดามารดาบุญธรรม วันนี้มันได้ต่อสู้กับหลี่กวนหยางแล้ว พบว่าหลี่กวนหยางจะอย่างไรก็ยังเหนือกว่า หากปล่อยเสือเข้าป่า ย่อมเป็นเภทภัยภายหลังอย่างแน่นอนทันใด เจียงเยี่ยนรู้สึกทรวงอกอึดอัดขึ้นมา ที่แท้มันโดนฝ่ามือวัฎจักรภพเคล็ดตาย ได้รับบาดเจ็บอยู่บ้าง เพียงแต่อดกลั้นไว้“เจ้าอย่าได้ทำร้ายมารดาข้า” เจียงเยี่ยนตอบหลี่กวนหยาง “ในฐานะเจ้าบ้าน ข้าจะดูแลนางอย่างดี”จากนั้นมันตะโกน “หย่งเอ๋อร์ เลิกต่อสู้ได้แล้ว”หลี่หย่งกำลังต่อสู้กับไป๋เหวินโจว มันรีบชะงักทวน จากนั้นควงทวนที่เบื้องหน้าเกิดเป็นกระแสลมพายุคุ้มครองตนไว้ ไป๋เหวินโจวได้ยินเสียงหลี่กวนหยางสั่งให้หยุด มันจะอย่างไรก็เป็นห่วงลูกศิษย์มากกว่า จึงดีดกายถอยอย่างรวดเร็วไปหาเจียงเยี่ยน“เยี่ยนเอ๋อร์ เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?”เจียงเยี่ยนชี้ไปที่หน้าหลี่กวนหยาง “คนแซ่หลี่มันจับตัวมารดาข้าไว้”ไป๋เหวินโจวงงวูบ “เจ้าหมายถึง..ลู่เซียง”“ใช่ มารดาข้าได้ยินว่าตำหนักเทพธรณินฆ่าล้างสกุลเจียง นางได้เบาะแสของข้าจึงไปทวงถามคน จึงถูกหลี่กวนหยางจับตัวไว้”ไป๋เหวินโจวหัวร่อ “เด็กน้อยแซ่หลี่ สมเป็นเด็กน้อยแซ่หลี่จริงๆ ใช้มารดามาข่มขู่เด็กอายุสิบหกปียังกระทำได้”หลี่กวนหยางไม่สนใจคำเหน็บแนม “หากอยากได้คนก็มาทวงถามที่ตำหนักเทพธรณินเอง”“แล้วการประลองของเราเล่า?” ไป๋เหวินโจวถาม“หึ จะรอสะสางที่เขาไท่ซานในอีกสามเดือนหรือไปหาข้าที่ตำหนักเทพธรณินก็ได้” หลี่กวนหยางตอบไป๋เหวินโจวกลับกล่าวว่า “เสียทีที่เป็นปรมาจารย์สำนักหนึ่ง ทั้งจับกุมสตรีข่มขู่เด็กน้อย ยกกองกำลังมาเพื่อหาทางดูดพลังเด็กผู้หนึ่ง ยังส่งคนมาสังหารข้าเพราะคิดว่าข้าไร้วิทยายุทธ ต่อให้เจ้ามีฝีมือไร้ผู้ต่อต้าน ชาวยุทธจักรจะยอมรับเจ้าหรือ?”หลี่กวนหยางไม่สนใจคำพูดไป๋เหวินโจว มันหันกายเดินไป แต่หลี่หย่งกลับกล่าวขึ้น“ที่เราต้องทุ่มเทกำลังไล่ล่าเจียงเยี่ยน ก็เพียงทวงถามสิ่งที่เป็นของเราคืน”ทั้งไป๋เหวินโจวและเจียงเยี่ยนงุนงง หลี่หย่งกล่าวต่อ“จุดชีพจรเทพดับสูญ เป็นของมรดกสกุลหลี่เราแต่แรก หากมิใช่ซูหลิงเอ๋อร์ลอบทำร้ายเหลิ่งเถียนบรรพบุรุษเรา จุดชีพจรเทพดับสูญต้องเป็นของเราแน่นอน!”
    ไป๋เหวินโจวไม่ทราบจุดกำเนิดชีพจรเทพดับสูญจึงไม่รู้สึกอันใด แต่เจียงเยี่ยนกลับตกใจไม่น้อย “เจ้าพูดอะไร?” เจียงเยี่ยนถามหลี่หย่งตอบ “หึ ท่านบรรพบุรุษเหลิ่งเถียนเป็นถึงจักรพรรดิเจ้าชีวิต ประกาศศักดายิ่งใหญ่ไปทั่วทศทิศ แต่ท่านไม่เคยมีบุตรกับซูหลิงเอ๋อร์เลย ครั้งหนึ่งท่านทำศึกตีเมืองเทียนโจวแตก ได้บุตรีของเจ้าเมืองเทียนโจวนามหลี่เฟยเป็นภรรยา เหลิ่งเถียนหลงไหลความงามของนาง จนกระทั่งมีบุตรชายด้วยกันคนหนึ่ง”“แต่เหลิงเถียนเกรงซูหลิงเอ๋อร์จะหึงหวงตามราวีนาง จึงถ่ายทอดวิชาให้หลี่เฟยบางส่วนเพื่อป้องกันตน กาลต่อมาหลี่เฟยคลอดบุตรชาย เหลิ่งเถียนหลังจากเสร็จศึกก็แวะเวียนมาหานางบ้าง มันดียินดียิ่งที่ได้โอรส จึงสอน ‘เพลงทวนเหนือราชัน’ ให้หลี่เฟย ให้นางสอนโอรสเมื่อเติบใหญ่ เพราะมันต้องทำศึกสงครามตลอดเกรงว่าไม่มีเวลาสอนวิชาให้โอรสเพียงพอ เพื่อเป็นหลักฐานหากโอรสเติบใหญ่จะได้รับตำแหน่งจักรพรรดิต่อจากมัน”ทวนได้รับยกย่องเป็น ‘ราชันแห่งศาสตราวุธ’ เนื่องจากยามศึกสงครามเป็นอาวุธสำคัญของเหล่าขุนพลแม่ทัพ เหลิ่งเถียนเป็นถึงจักรพรรดิจะใช้ทวนทำศึกและมีวิชาตกทอดเป็นเพลงทวนก็มิใช่เรื่องแปลก
    เจียงเยี่ยนตื่นตระหนกไม่น้อย หลี่หย่งกล่าวต่อ“บุตรชายควรใช้แซ่เหลิ่งตามบิดา แต่ตอนนั้นซูหลิงเอ๋อร์ก่อกบฏยึดอำนาจเหลิ่งเถียน หลี่เฟยภรรยาเหลิ่งเถียนจึงเปลี่ยนบุตรชายนางให้ใช้แซ่หลี่เพื่อความปลอดภัย จากนั้นออกจากเมืองเทียนโจวมาตั้งรกรากอยู่ในแดนจงหยวน”“ภายหลังซูหลิงเอ๋อร์ถูกกองกำลังที่เหลือของเหลิ่งเทียนขับไล่ หายสาบสูญไปหลายสิบปี หลี่เฟยซึ่งอยู่ในจงหยวนจึงมิทราบข่าวคราวของนางอีก แต่หลี่เฟยได้สั่งสอนคนสกุลหลี่ว่าจุดชีพจรเทพดับสูญเป็นของเรา ต้องทวงคืนมาให้ได้ เวลานับร้อยปีผ่านไปโดยที่พวกเราก็ไม่ทราบว่าจุดชีพจรเทพดับสูญอยู่ที่ใด เมื่อเราได้ยินว่าชีพจรเทพดับสูญปรากฏขึ้นที่สกุลเจียง จึงส่งกองกำลังมาตามล่า”ซึ่งความจริง หลังจากซูหลิงเอ๋อร์ถูกกองกำลังของเหลิ่งเถียนที่หลงเหลืออยู่ไล่ล่า นางจึงหายตัวไปนับสิบปีเพื่อไปหาวิธีแก้ความเจ็บปวดจากชีพจรเทพดับสูญ ต่อมากองกำลังเหลิ่งเถียนแตกแยกกันเอง ทำสงครามรบพุ่งกันจนอ่อนแอ ซูหลิงเอ๋อร์จึงนำบุตรีไปยึดวังนิรมลคืน แต่หลี่เฟยอยู่ในแดนจงหยวนซึ่งห่างไกลนับหมื่นหลี่ จึงมิได้ทราบว่าซูหลิงเอ๋อร์หวนคืนมาแล้ว ต่อมาประมุขวังนิรมลแต่ละรุ่นใช้ชีพจรเทพดับสูญในการท่องยุทธจักร คนของสกุลหลี่ก็พยายามสืบหาข่าวคราว แต่ชีพจรเทพดับสูญใช้แล้วต้องเจ็บปวด ประมุขวังนิรมลจึงหลีกเลี่ยงจะใช้ ดังนั้นสกุลหลี่จึงหาตัวผู้ใช้ชีพจรเทพดับสูญไม่พบ ได้ยินแต่เพียงแค่ข่าวลือเป็นระยะ อย่าว่าแต่คุนหลุนกับจงหยวนก็ห่างไกลนับหมื่นหลี่ ประมุขวังนิรมลก็มิได้เข้าจงหยวนบ่อยนัก บางรุ่นไม่เคยเข้าเลยซูโหยวเสวียนซึ่งถ่ายทอดลมปราณรักษามารดานางอยู่ อดร้องถามไม่ได้“เหลวไหล เจ้ามีหลักฐานหรือไม่?”หลี่หย่งกล่าว“นอกจากเพลงทวนเหนือราชัน เจ้าดูลมปราณคุมจักรวาลก็มีส่วนคล้ายพลังเทพดับสูญอยู่บ้าง มันสามารถควบคุมทุกสิ่ง แต่สามร้อยปีมานี้สกุลหลี่เราพัฒนาลมปราณคุมจักรวาลจนลึกล้ำ หาได้ด้อยกว่าพลังเทพดับสูญไม่”หลี่หย่งกล่าวอย่างองอาจ “พวกเจ้าอาจมองเราว่าโหดเหี้ยมไล่ล่าเด็กผู้หนึ่ง ที่จริงเราต้องการทวงมรดกสกุลเหลิ่งเราคืน มีสิ่งใดไม่ชอบธรรม?”ทุกคนต่างนิ่งเงียบ แม้มิอาจทราบได้ว่าหลี่หย่งพูดจริงหรือไม่ แต่ดูจากบุคลิกมันไม่คล้ายเป็นคนปลิ้นปล้อน ไป๋เหวินโจวกลับแค่นหัวร่อ“เจ้าอ้างความชอบธรรมในการทวงชีพจรเทพดับสูญคืน แต่บิดาเจ้ามีนัดประลองกับข้า กลับส่งคนมาทำร้ายข้า หรือนี่ก็เกี่ยวกับเรื่องชีพจรเทพดับสูญด้วย?”หลี่หย่งนิ่งเงียบ ครั้งนี้บิดามันผิดจริงมันก็ยอมรับหลี่กวนหยางบอก“หย่งเอ๋อร์ พอได้แล้ว ไปเถิด”
    ตอนนั้นเหล่าสาวกเทพธรณินทยอยพาผู้บาดเจ็บล้มตายลงจากเขาแล้ว ส่วนสาวกวังนิรมลก็ต่างวิ่งมาช่วยเหลือคนเจ็บของฝ่ายตน ซูโหยวเสวียนก็รีบนำมารดานางไปรักษาวิชาแพทย์ของวังนิรมลแม้ยอดเยี่ยม จุดชีพจรของซูเฟินเฉินถูกทำร้ายบาดเจ็บสาหัสไม่น้อย ซูโหยวเสวียนนำหยูกยาและสมุนไพรล้ำค่าให้มารดานางทาน แต่ก็แทบมิได้ผลส่วนปราชญ์มารบริสุทธิ์ซึ่งรู้วิชาการแพทย์ไม่ด้อยกว่าซูโหยวเสวียน มันก็เที่ยวรักษาอาการให้ศิษย์วังนิรมลซึ่งบาดเจ็บหลายสิบคนวุ่นวายอยู่ครึ่งค่อนวัน ซูโหยวเสวียนผลักประตูห้องนอนมารดานางเดินออกมา ก็พบว่าเจียงเยี่ยนยืนอยู่“แม่นางซู มารดาท่านเล่า?” เจียงเยี่ยนถาม“นาง..ยังไม่ดีนัก” ซูโหยวเสวียนตอบเสียงเศร้า“พลังชีพจรเทพดับสูญของข้า มีพลังในการรักษาดียิ่ง ให้ข้าทดลองดูได้หรือไม่?” เจียงเยี่ยนถามซูโหยวเสวียนได้ยินดังนั้นก็ดีใจ ตอนนั้นเจียงเยี่ยนถูกหลี่กวนหยางทำร้ายบาดเจ็บ นางเคยถ่ายทอดลมปราณรักษาให้เจียงเยี่ยนมาก่อน ลมปราณนางกลับไปกระตุ้นพลังชีพจรเทพดับสูญให้รักษาตัวเจียงเยี่ยนเอง พลังชีพจรเทพดับสูญเหนือกว่าลมปราณนางมากนัก ซูโหยวเสวียนกล่าวว่า “ได้ เจ้าทดลองดู”“แต่ข้าไม่เคยเดินลมปราณรักษาให้ผู้คนมาก่อน” “อืม..การเดินลมปราณเพื่อรักษา แตกต่างจากการเดินลมปราณเพื่อทำร้ายศัตรู ร่างกายคนเราจะแบ่งลมปราณเป็นลมปราณหยิน (เย็น) และหยาง (ร้อน) ลมปราณหยินสามารถสร้างจากจุดชีพจรอยู่เหนือตำแหน่งเหนือสะดือสองนิ้ว ลมปราณหยางสร้างจากจุดชีพจรที่ท้องน้อย เจ้าหลอมรวมลมปราณหยินหยางเข้าด้วยกันก่อน เมื่อร้อนเย็นผสานจะเกิดเป็นพลังสมดุลตามธรรมชาติ ใช้รักษาผู้คนได้”ซูโหยวเสวียนพาเจียงเยี่ยนไปที่ห้องนอนของนาง ทั้งสองประกบฝ่ามือกับเจียงเยี่ยนเพื่อฝึกลมปราณ ให้เจียงเยี่ยนหลอมรวมลมปราณหยินหยางเพื่อรักษานางก่อน นางเองก็ถูกพลังกระบี่ดาวตกของเหลียงจื่อได้รับบาดเจ็บไม่น้อยลมปราณเทพดับสูญยอดเยี่ยมจริงๆ ไม่นานอาการบาดเจ็บของซูโหยวเสวียนก็ทุเลาลง นางรู้สึกร่างกายอบอุ่นสบาย มีพลังชีวิตมากกว่าเดิม
    เมื่อทดลองเสร็จ เจียงเยี่ยนก็พักผ่อนครู่หนึ่ง จากนั้นก็ไปที่ห้องซูเฟินเฉิน ให้นางนั่งขัดสมาธิ เจียงเยี่ยนใช้สองมือทาบลงที่แผ่นหลังนางถ่ายทอดพลังชีพจรเทพดับสูญให้แต่อาการของซูเฟินเฉินบาดเจ็บสาหัสยิ่ง แม้จะเป็นพลังเทพดับสูญก็มิอาจรักษาได้โดยง่าย จุดชีพจรหลักสิบสองแห่งล้วนตีบตับ เจียงเยี่ยนค่อยๆ ใช้พลังรักษาอย่างไม่เร่งรีบกรุยจุดชีพจรสิบสองหลักให้ค่อยๆ คลายออก ถ่ายทอดลมปราณสมดุลอบอุ่นสบายไปให้นางยังดีที่ซูเฟินเฉินเป็นสุดยอดฝีมือแห่งยุค ตัวนางเองก็มีลมปราณลึกล้ำอยู่แล้ว เมื่อลมปราณนางผสานกับพลังเทพดับสูญ ทำให้อาการบาดเจ็บของนางทุเลาลง พ้นขอบเขตจากความตาย
    เหน็ดเหนื่อยอยู่เกินค่อนคืน แสงดาวใกล้เลือนลับ เจียงเยี่ยนกลับห้องนอนของมันไป พักผ่อนอย่างเต็มที่เจียงเยี่ยนนอนถึงดวงตะวันขึ้นตรงเหนือหัว ก็ได้ยินเสียงเคาะประตู“คุณชาย คุณชายตื่นแล้วหรือไม่”เจียงเยี่ยนลืมตาตื่นขึ้น ลุกขึ้นบิดขี้เกียจอย่างเกียจคร้าน จากนั้นถามว่า“แม่นางจิน มีอะไรหรือ?”จินเซียะตอบ“ประมุขวังเรียกให้ท่านเข้าพบ นางกล่าวว่ามีเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง!”

    ------ จบตอน ------ซูเฟินเฉินเรียกเจียงเยี่ยนไปพบเพื่ออะไรนะ ตอนหน้าจะเฉลยจ้า รับรองเปลี่ยนแปลงชีวิตเจียงเยี่ยนแน่!!





    คล้ายกับเรื่องเจียงเยี่ยน ดับเทพพิฆาตมาร ที่คุณอ่าน