สามัญสำนึกของดยุกหมูอ้วน

    ตอนที่เจ็ดสิบสี่ การทูตและการรวบรวมกำลังพลDiplomacy and recruitment

    ตอนที่เจ็ดสิบสี่ การทูตและการรวบรวมกำลังพลDiplomacy and recruitment

    ผมได้หันไปมองพวกในห้องที่ยังทำหน้างงอยู่แม้แต่เมจสาวผมแดงก็ตาม

    ผมได้แต่ถอนหายใจและกล่าวเสริมไปว่า

    “เฮ้อก็แค่ทำหน้าทีเหมือนกระทรวงเวทมนตร์หลักแต่พวกเรามีจนวนน้อยกว่าและทำหน้าที่เน้นไปทางวิจัยที่เกี่ยวกับการผจญภัยน่ะ”

    เสียงดัง”อ้อแล้วพูดให้งง”ก็ดังขึ้นมาทั้งจากปากคำพวกนักผจญภัยที่ห้ามคำอุทานของตนเองไม่อยู่และที่ซุบซิบกัน

    บางครั้งการจะตั้งอะไรที่มีแนวทางใหม่ก็หลีกเลี่ยงแนวคิดแบบเดิมที่คนเราเคยชินไม่ได้ โลกปัจจุบันที่เราอยู่นี้ไม่ใช่อยู่ดีดีก็โผล่ขึ้นมาแต่มันคือความต่อเนื่องจากอดีต แนวคิด ระเบียบธรรมเนียมต่างตกค้างกส่งผ่านกันมารุ่นสู่รุ่นและดัดแปลงไปตามกาลเวลาและแนวคิดของแต่ละสมัยแต่ไม่สามารถทิ้งบางอย่างที่ยังคงทนอยู่ได้หากเรายังไม่เปลี่ยนนิสัยของมนุษย์นั้นเอง

    ดังนั้นการเอาเรื่องที่พวกนี้สามารถอ้างอิงได้จากแนวคิดแบบเดิมได้ก่อนนี่น่าจะดีกว่า

    ถึงผมจะสงสัยอยู่ก็เถอะทำไมนักวิจัยตัวร้ายมันดันมีห้องแล็บอย่างหรู ราวกับยุคอนาคตได้ ส่วนคนทั่วไปแม้แต่ดยุกเองจะสร้างของพวกนี้ขึ้นมาชาวบ้านชาวช่องยังหาว่าเป็นคนบ้าเลย

    หรือเราต้องไปปล้นเอาห้องวิจัยของนักวิจับตัวร้ายมาเป็นของเราบ้างแล้วจึงจะทำตามแผนที่เราวางเอาไว้ได้บ้าง?

    นึกก่อนมันมีพวกห้องแล็บ ฐานทดลองลับแบบนั้นตามดันเจี้ยนเกาะร้างนี่นะ

    อาจจะต้องเตรียมกองเรือให้เรียบร้อยก่อนแทนที่จะใช้ปาร์ตี้ห้าคนบุกทำลายฐานทัพเราจะบุกไปด้วยกองเรือรบและกำลังพลห้าหมื่นนาย

    อืม หรือว่าที่พวกนักวิจัยบ้าคลั่งชอบแอบซ่อนฐานทัพไว้เพราะเป็นปัญหาเรื่องวัฒนธรรมอีกนั่นล่ะ

    ชาวบ้านชอบอยู่แบบสงบสุขไม่มีข้าวของหรูหราอาคารเสียดฟ้าหรือสายไฟฟ้าเยอะแยะ

    ส่วนนักวิจัยตัวร้ายมีโหลหลอดแก้วสายไฟฟ้า ประตูอัตโนมัติและอื่นๆอีกมากมาย

    แผนที่ของฉากก็มีประตูลับที่ต้องมีคีย์การ์ดผ่านด่านหุ่นยนต์ตามรายทางและอื่นๆเต็มไปหมด

    เทคโนโลยีเหมือนจะกลายเป็นธีมของเมืองต่างๆมากกว่าแต่นั่นอาจจะเพราะวัฒนธรรมและความเคยชินของผู้คนก็ว่าได้ล่ะมั้ง

    หมายความว่า พวกนั้นมีจุดแข็งที่เทคโนโลยีเหนือกว่าชาวบ้านในการผลิตหุ่นยนต์ต่างๆมาเป็นมอนสเตอร์ต่อสู้ได้แต่ข้อเสียคือ สามารถผลิตได้จำกัดเพราต้องมีงบประมาณจำกัดแรงงานจำกัดและต้องหลบซ่อนอยู่ตามเกาะร้างหรือในฐานทัพลับที่ไหนสักแห่ง

    แต่ไม่ต้องห่วงดยุกอูลริกอยู่ที่นี่แล้ว จะขโมยข้าวของของพวกเจ้าไปใช้เอง บุฮิ บุฮิ บุฮิ

    ..ชักคิดอีกทีแล้วว่าตัวร้ายในโลกนี้มันเยอะจริงๆแฮะถ้าคิดกันดีดีแล้วหรือมันอาจะเป็นมุมมองที่ว่าหากต้องการให้เป้าหมายของนางเอกอย่างมาเรียต้องการโลกที่สงบสุขเกิดขึ้นจริงมันต้องผ่านกลุ่มผลประโยชน์ไปหลายๆกลุ่มหว่า?

    อ๊ะพอตอนแรกที่มาโลกนี้ผมคิดว่าเอาทรัพยากรของดยุกหมูอ้วนไปจัดการปัญหาอย่างตัวร้ายต่างๆที่จ้องจะทำลายโลกและตนเองอยู่อย่างสงบ

    พอมาได้เริ่มปราบปรามสัตว์ประหลาดได้จริงๆและค่อยๆใช้งบประมาณในการสร้างสิ่งก่อสร้างและแฟมิเลียนักผจญภัยทำให้รู้ตัวว่าใช้งบประมาณสูงมากนั่นเอง

    แน่นอน แค่เรียกคนไม่กี่พันกี่หมื่นดยุกหมูอ้วนไม่สะเทือนอยู่แล้ว สามารถเลี้ยงคนเท่านี้ได้เป็นนับสิบปีและหากสามารถหารายได้เพิ่มจากการเปิดเหมืองแร่ที่โดนก็อบลินยึดไป หรือไปตัดไม้ในเขตแดนที่มีสัตว์ประหลาดเยอะเงินค่าใช้จ่ายที่ใช้จ่ายไปก็จะได้คืนมาไม่มีปัญหา

    แต่หมายความว่า

    การที่ผมจะเพิ่มกองกำลังเพิ่มได้นี่คือการรวบรวมรับสมัครคนให้มากขึ้นสินะ?

    ผมไม่ค่อยถนัดในการทำสงครามเลยต้องเล็งคนอย่างกริฟกาเรี่ยนไว้

    บรรดามาร์แชลนายพลมาร์ควิสของผมก็เก่งพอสมควร ผ่านสงครามต่างๆมามากและความจงรักภักดีไม่มีปัญหาขนาดทำสงครามกับเจ้าชายยังยอมติดตามผมเลยคิดดูละกัน

    แต่ก็นั่นล่ะการเอาพวกนี้ไปต่อสู้ในสงครามใหญ่นั้นเป็นเรื่องใหญ่ต้องสิ้นเปลืองเสบียงกำลังพลต่างๆผมว่าจะค่อยๆเริ่มปรึกษาพวกมาร์แชล และมาควิสของผมว่าพวกเราจะวางแผนปรับปรุงกองทัพอย่างไร

    การใช้นักผจญภัยก็เหมือนกับการทดลองรบด้วยรูปแบบใหม่ๆก่อนนั่นล่ะมันอาจจะมีประสิทธิภาพบ้าง ไม่มีประสิทธิภาพบ้าง แต่ก็ได้ทดลองอาวุธและแนวคิดใหม่ๆเอาไว้เป็นแนวทางปรับปรุงโครงสร้างกองทัพหลักในภายหลัง

    แต่เหนืออื่นใดผมว่าแผนการของผมคงต้องเน้นไปที่การทูต(Diplomacy)และการรวบรวมสมัครกำลังพล(recruitment)งั้นสินะ

    พอมาเริ่มคำนวณการต่อสู้จริงๆแล้ว เป็นเรื่องที่ตลกที่สุดที่คิดว่าจุดแข็งและได้เปรียบที่สุดของดยุกหมูอ้วนไม่ใช่กำลังทหารแต่เป็นการทูตนั่นเอง

    แต่ว่า ผมสูดลมหายใจเข้าไปลึกๆผมตั้งเวลาไว้หนึ่งปี ในหนึ่งปีผมต้องกำจัดเงื่อนไขของสงครามให้ได้ว่าคนเถื่อนบุกมาจากแดนเหนือ ดาร์กเอลฟ์บุกมาจากใต้ดิน หรือออร์คบุกมาจากแดนต้องห้าม Bad’s Land

    ผมต้องจัดการอย่างน้อยหนึ่งกลุ่มพวกนี้ภายในหนึ่งปีให้ได้

    ขอเพียงจัดการสักฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก่อนและป้องกันเขตแดนของผมไว้ก่อนดีดี

    ความสูญเสียในตอนท้ายๆเรื่องก็คงไม่มากเท่ากับเหตุการณ์เดิม

    “ท่านดยุกนายท่านกลุ้มเรื่องอะไรหรือคะ จึงถอนหายใจพวกเราจะทำงานให้สมกับความตั้งใจของท่านไม่ต้องห่วงไปหรอกค่ะ” ผมกัดฟันคิดในใจ

    เงินทองหมดไป ก็หมดไปสิหากประมาณห้าปีต่อจากนี้ผมจัดการพวกศัตรูไม่ได้หรือมาเรียเก่งไม่พอล้มละลายหรือเศรษฐกิจตกต่ำก็เป็นปัญหาที่ควรจะกังวลน้อยที่สุดแล้ว

    ผมต้องรวบรวมคนจำนวนมากที่สุดและเน้นทางการทูตก่อน

    “ข้าตัดสินใจแล้ว พวกเจ้ารู้จักนักเวทย์นักเล่นแร่แปรธาตุ คนไหนที่เจ้าพอรู้จัก บอกไปเลยว่าดยุกอูลริกจะสนับสนุนการวิจัยของพวกเขาทั้งหมด แลกกับการทำงานที่ข้าสั่งให้ทำในบางเรื่องเท่านั้นเวลาในสัปดาห์จะแบ่งเป็นการทำวิจัยของตนเองก็ได้ข้าไม่ได้ห้ามแต่เจ้าพอรู้จักใครบ้าง จงส่งหนังสือให้พวกเขามาทำงานให้ข้า ข้าจะรวบรวมคนที่มีวิชาเวทมนตร์ที่ต้องการทำวิจัยต่างๆมาทำงานให้กับแคว้นข้าไม่เกี่ยงว่าจะเป็นใครก็ตาม ต่อให้คนนั้นมีคดีอาญาติดตัว ข้าก็จะอภัยโทษให้กับเขาแลกกับการทำงานให้แคว้นข้าสามปีต่อจากนั้นเขาสามารถใช้ชีวิตในแว่นแคว้นข้าได้อย่างรับประกันว่าจะไม่มีใครแตะต้องเขาได้”

    ผมหวังว่าวิธีนี้อาจจะพอรวบรวมตัวร้ายนักวิจัยให้มาทำงานให้กับผมได้บ้างล่ะนะ

    การให้พวกเขาปลอดภัยในแคว้นผมแต่ไม่ได้รับประกันว่าออกนอกแคว้นผมไปแล้วจะปลอดภัยเพราะผมอาจจะคุ้มครองพวกเขาไม่ได้ก็น่าจะพอเป็นการทำให้พวกนักวิจัยบ้าคลั่งสงบเสงี่ยมอยู่พอสมควร

     

    “ทะท่านดยุกจะดีหรือคะ คือว่า”เมจสาวหลบตาของผมและทำท่าลำบากใจ อ้อทำท่าเช่นนี้ คงมีเพื่อนที่เป็นอาชญากรสินะ

    “สาบานต่อเกียรติศักดิ์ของตระกูลข้าหากพวกเขาทำงานให้ข้าสามปี พวกเขาจะสามารถเดินในแคว้นของข้าได้อย่างเสรีชนและอาจจะได้เป็นมาสเตอร์ของแคว้นข้าด้วย“

    ปึง ผมวางตราเพนดราก้อน มังกรขาวสีขาวสลักบนตราทองคำลงที่พื้นโต๊ะ

    “ขะเข้าใจแล้วขอรับ/ค่ะ ท่านดยุกพวกเราจะส่งหนังสือและไปติดต่อพวกนักวิจัยที่ท่านต้องการ”

    ผมผงกศีรษะดยุกหมูอ้วนน่าจะพอใช้งานอาชญากรได้ง่ายกว่าคนดีมีคุณธรรมล่ะนะ

    “ข้ารับประกันว่าจะปกป้องพวกเขาได้หากพวกเขาอยู่ในเขตแดนของข้าได้เวลาให้พวกเขาไม่ต้องหลบซ่อนแล้ว มาทำงานให้กับข้าเถอะ”

    หวังว่าคงได้พวกนักวิจัยเก่งๆมานะ การใช้การทูตและการรับสมัครคนทำงานด้วย

    คือการจัดการปัญหาของนักวิจัยบ้าคลั่งโดยไม่ต้องส่งทหารสักคนไปบุกฐานทดลองลับของพวกนักวิทยาศาสตร์บ้าคลั่งพวกนั้น

    ก็นับเป็นการแก้ปัญหาอีกอย่างหนึ่งนั่นเอง

    ดยุกหมูอ้วนที่คนดีรังเกียจมันมีข้อดีตรงที่คนชั่วน่าจะไว้ใจเรามากกว่านี่ล่ะ

    คล้ายกับเรื่องสามัญสำนึกของดยุกหมูอ้วน ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    นิยาย แฟนตาซี
    150K 136
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.13M 1288
    ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.58M 3380
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852