อวลกลิ่นดอกท้อ ด้ายแดงสวรรค์

    ตอนที่ 32 ซื่อจื่อเว่ยชีหลาน

    “ท่านมีธุระอะไร” เฟยหลงถามด้วยความไม่พอใจเพราะเขาไม่ชอบให้ใครเข้ามาในเรือนนี้โดยเฉพาะผู้ที่ไม่ได้รับเชิญ

    เว่ยชีหลานส่งเสียงหัวเราะเงยหน้ามองเงาร่างของชายหนุ่มชุดดำที่กำลังเดินเข้ามาใกล้ ดวงตาเหยี่ยวชะงักไปเล็กน้อยไม่อาจจะปิดบังความตกตะลึงไว้ได้หลังจากเห็นการแต่งตัวที่แตกต่างไปจากเดิมของเฟยหลง

    อาภรณ์ผ้าไหมสีดำ แม้จะตัดเย็บอย่างเรียบง่ายแต่เพียงแค่ใช้ตามองก็รู้ว่าเป็นของล้ำค่าควรเมืองหรืออย่างน้อยก็มีคุณภาพใกล้เคียงกับอาภรณ์น้ำเงินของเขาที่ได้รับพระราชทานมาจากในเมืองหลวงตัวนี้ นอกจากนี้ในมือของเขายังกุมดาบล้ำค่าอีกด้วย ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่เด็กน้อยในวันนั้นเติบใหญ่จนในมือสามารถครอบครองของล้ำค่ามากมาย

    “ตัวประหลาด” เสียงองครักษ์ข้างกายร้องด้วยความตกใจเมื่อเห็นใบหน้าของเจ้าของเรือนชัดเจน ร่างในอาภรณ์ดำแม้จะน่าเกรงขามแต่ใบหน้ากลับมีรอยเส้นใยสีม่วงทั่วทั้งใบหน้าและลำคอ เกรงว่าผิวหนังใต้อาภรณ์นั้นคงจะมีรอยสีม่วงเช่นกัน

    ปีศาจ!

    เว่ยชีหลานจิปากก่อนจะหันมามององครักษ์ของตัวเองที่มีจิตใจไม่เข้มแข็งมากพอ “กลับไปบอกท่านอ๋องว่าข้าต้องการเปลี่ยนผู้ติดตามใหม่ ออกไปได้แล้ว” เรื่องแค่นี้ก็ตะโกนร้องจนขาดสติ

    องครักษ์อ้ำอึ้งกัดฟันไม่ยินยอมแต่ก็หวาดกลัวเฟยหลงเช่นกัน เสียงจิปากจากซื่อจื่อเว่ยชีหลานดังขึ้นอีกครั้งด้วยความรู้สึกรำคาญ เขาจึงต้องประสานมือก่อนจะถอยหลังและออกไปจากลานกว้างจนกระทั่งในลานเหลือแค่เฟยหลง เว่ยชีหลานและองครักษ์หนึ่งคนเท่านั้น

    ความเงียบเข้ามาปกคลุม ป๋ายฮวาซึ่งแอบมองอยู่ในห้องโถงเงียบๆ หากไม่ใช่เฟยหลงส่งสายตาห้ามปรามนางคงออกไปด่าองครักษ์ไม่ได้เรื่องผู้นั้นแล้ว แม้ใบหน้าของเฟยหลงจะมีรอยสีม่วงแต่ก็ไม่ถึงกับเป็นตัวประหลาดหรอกนะ ในกองทัพของอ๋องเว่ยชีใช่ว่าไม่มีทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากสงครามสักหน่อย ทั้งแขนขาด ขาขาด หรือใบหน้ามีแผลเป็น ล้วนมีให้พบเห็นทั่วไปไม่ใช่หรือ

    ป๋ายฮวาดึงสายตากลับมามองชายหนุ่มในอาภรณ์น้ำเงิน ผ่านไป 7 ปี ซื่อจื่อผู้นี้ดูขี้เล่นและเจ้าเล่ห์ขึ้นไม่น้อย ไร้ความสุขุมเช่นในกาลก่อน ตกลงแล้วเมืองหลวงสอนสิ่งใดให้เขากันแน่ นางรู้ว่าเขาเดินทางมาถึงแดนเหนือเมื่อสามวันก่อนแล้ว แต่คิดว่าจวนอ๋องกับเรือนหลังนี้ตัดขาดจากกันจึงไม่สนใจมากนัก ถ้าอย่างนั้นอีกสามวันข้างหน้าก็จะเข้าพิธีสวมกวานแล้วไม่ใช่หรือ ยังจะวิ่งมาหาเรื่องเฟยหลงอีก

    "เว่ยเฟยหลง ชื่อนี้เจ้ายังจำได้หรือไม่” เว่ยชีหลานเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ ทันทีที่เอ่ยจบความรู้สึกหนาวยะเยือกตั้งแต่ปลายเท้าจนหนังศีรษะหนึบชาเมื่อถูกดวงตามังกรนิลจ้องมองกลับมา

    เฟยหลงนิ่งเงียบไม่ตอบคำถามเพราะหากไม่ใช่ชายคนนี้พูดชื่อเต็มของเขา ชีวิตที่สงบสุขและเรียบง่ายตลอด 7 ปีที่ผ่านมา เขาคงลืมแซ่ของตัวเองไปแล้วเช่นกัน “เรียกข้าว่าเฟยหลง” เขาบอกเสียงเรียบนิ่งเพราะไม่อยากเกี่ยวข้องกับคนในเมืองหลวงอีก

    “ฮ่าๆๆ ยังเป็นเด็กน้อยที่หยิ่งยโสและเย็นชาเหมือนเดิม” เว่ยชีหลานหัวเราะเสียงดังคล้ายพอใจกับท่าทางของเฟยหลงเป็นอย่างมาก

    เฟยหลงมองท่าทางหัวเราะมีความสุขของเว่ยชีหลานนิ่งเงียบ คร้านที่จะต่อปากต่อคำกับผู้ชายคนนี้อีกต่อไป

    “เด็กน้อยในวันนั้นเติบโตกลายเป็นชายหนุ่มแล้ว เฮ้อ เวลาผ่านไปเร็วเหลือเกิน” เว่ยชีหลานถอนหายใจหลังจากเห็นว่าผ่านมาหลายปีเฟยหลงยังคงเป็นเช่นเดิม แม้จะถูกพูดดูถูก ทำร้าย หรือถูกกลั่นแกล้ง เขาได้แต่ยืนเงียบและจ้องมองเขาด้วยดวงตานิลเย็นชาพร้อมขมวดคิ้วเท่านั้น

    เป็นเด็กที่ไร้อารมณ์ ไร้ความรู้สึกเหมือนเดิม

    เมื่อเห็นว่าเฟยหลงไม่ตอบรับเขาจึงเป็นฝ่ายพูดอยู่คนเดียวแทน “เจ้ารู้หรือไม่ว่าตอนนี้น้องชายของเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง องค์ชายรองเว่ยเฟยเจินผู้นั้นขึ้นมาเหยียบตำแหน่งของเจ้ากลายเป็นบุตรชายสุดรักของฮองเฮาและฮ่องเต้แล้ว ตระกูลหลานกราบทูลให้แต่งตั้งรัชทายาทในทุกวัน แล้วเจ้ารู้หรือไม่ว่าใครเป็นคนยื่นหนังสือกราบทูลให้ฮ่องเต้ คนผู้นั้นเจ้าต้องคิดไม่ถึงแน่ๆ”

    เฟยหลงขมวดคิ้วใบหน้าบึ้งตึงเพราะทั้งหมดล้วนเป็นเรื่องที่เขาไม่อยากฟังเลยแม้แต่น้อย ในใจรู้สึกคร้านที่จะสนใจคำพูดไร้สาระอีกต่อไป

    พอเห็นว่าเฟยหลงไม่สนใจคำพูดของตัวเอง ซื่อจื่อเว่ยชีหลานจึงจิ๊ปากด้วยความขัดใจและเฉลยคำตอบด้วยตนเองว่า “เหอะ ผู้ที่ยื่นหนังสือกราบทูลเร่งให้ฮ่องเต้ทรงแต่งตั้งองค์ชายรองเว่ยเฟยเจินเป็นรัชทายาทก็คือท่านตาแท้ๆ ของเจ้าอย่างไรเล่า หลานกั๋วกงประมุขตระกูลหลาน คนแก่เจ้าเล่ห์ผู้นั้นตอนนี้กำลังอุ้มชูหลานนอกสายเลือด บุตรของสาวรับใช้มาแทนที่ของเจ้า”

    เขากลอกตา “องค์ชายรองไม่มีสายเลือดของตระกูลหลาน แต่อุ้มชูดั่งเป็นบุตรชายในสายเลือด คนตระกูลหลานช่างมีความสามารถจริงๆ”

    เว่ยชีหลานเบ้ปากรู้สึกว่าคนตระกูลหลานช่างฝักใฝ่ในอำนาจเหลือเกิน แม้แต่ลูกชายของเด็กรับใช้ยังกล้าอุ้มชูขึ้นมาเหนือศีรษะตัวเอง เดิมทีนึกว่าฮองเฮาทรงเลอะเลือนไปเพียงผู้เดียวที่ส่งเสริมสาวใช้ซึ่งเผลอได้ปรนนิบัติฮ่องเต้จนตั้งครรภ์มังกร พอเห็นว่าบุตรชายของตัวเองเป็นตัวประหลาดก็อุ้มชูบุตรชายของนางกำนัลคนหนึ่งมาเป็นโอรสของตัวเองทันที ตอนนี้ตระกูลหลานยังเข้าข้างหลานนอกใส้นั้นจนลืมหลานแท้ๆ ของตัวเองไปอีก

    เฟยหลงขมวดคิ้วนิ่งกวาดตามองเว่ยชีหลานขึ้นลงด้วยความไม่เข้าใจว่าเขาเล่าเรื่องเหล่านี้เพื่อสิ่งใด ฟังจากคำพูดที่ไม่เคารพองค์ชายรองทำให้เขาเดาความคิดของผู้ชายคนนี้ไม่ออกแม้แต่น้อยว่าเขาอยู่ฝั่งใดกันแน่

    “เจ้ารู้หรือไม่ว่าตอนนี้องค์ชายรองเว่ยเฟยเจินผู้นั้น ในเมืองหลวงไม่มีใครกล้าเรียกเขาว่าองค์ชายรองสักคน ทุกคนต่างเรียกเขาว่าองค์ชายเว่ยเฟยเจินทั้งนั้น แม้แต่เหล่าองค์ชายองค์หญิงน้อยยังเรียกเขาว่าเสด็จพี่เฟยเจินเลย เจ้าอยากรู้หรือไม่ว่าเพราะเหตุใดทุกคนจึงเลี่ยงที่จะเรียกเขาว่าองค์ชายรอง” เว่ยชีหลานเอ่ยเสียงลอยยั่วเย้า

    ดวงตาเหยี่ยวมองบนด้วยความขัดใจเพราะเฟยหลงยังคงขมวดคิ้วอย่างเย็นชา แม้จะไม่สามารถอ่านใจคนได้ แต่เขาก็รู้ว่าเด็กคนนี้ต้องกำลังรำคาญและอยากไล่เขาออกจากเรือนแน่นอน เว่ยชีหลานเม้มปากยอมเฉลยคำตอบเอง “ก็เพราะฮ่องเต้สั่งทุกคน ในเมืองหลวงมีองค์ชายเว่ยเฟยเจินเท่านั้น พวกเขาแทบอยากจะลบความทรงจำของทุกคนว่าเขาคือโอรสคนที่สองและยังมีพี่ชายประหลาดอีกหนึ่งคน บิดามารดาของเจ้าพยายามทำให้ทุกคนลืมเลือนว่าเคยมีองค์ชายใหญ่เว่ยเฟยหลงบนโลกใบนี้”

    ไม่ว่าจะพูดอย่างไรเฟยหลงก็ยังคงนิ่งเงียบเหมือนเดิมอยู่ดี

    “องค์ชายรองผู้นั้นช่างมีความสามารถเหลือเกิน กลายเป็นหนุ่มรูปงามที่สุดในแคว้นเว่ยและได้ชื่อว่าผู้ที่มีความสามารถทั้งบุ๋นบู๊จนเหล่าขุนนางยกย่อง ตัวตนของเขาถูกยกขึ้นสูงเฉียดฟ้าจนกลายเป็นแบบอย่างของบุรุษทุกคนในเมืองหลวงแล้ว ฮ่องเต้และฮองเฮาต่างรักและเอ็นดูองค์ชายคนนี้มาก ฮ่องเต้ถึงกับทรงสั่งสอนด้วยพระองค์เอง จนลืมเลือนเหล่าองค์ชายคนอื่น ไม่รู้ว่าพวกเขายังจำได้หรือไม่ว่าตัวเองยังมีบุตรชายคนโตเหลืออีกหนึ่งคน”

    ป๋ายฮวาขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจเมื่อรู้ว่าบิดามารดาของเฟยหลงไม่สนใจเขาเลยแม้แต่น้อย ตอนที่ไม่ต้องการก็แค่ยัดใส่รถม้าทิ้งให้เดินทางมาแดนเหนือที่ลำบาก พวกเขาไม่รู้สึกเป็นห่วงหรือใส่ใจเลยว่าร่างกายที่มีความอ่อนแอถึงเพียงนั้นจะอยู่ในแดนเหนืออากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปีได้อย่างไร

    หญิงสาวน้ำตาเอ่อคลอในใจรู้สึกโกรธแค้น หากไม่เกรงกลัวต่อกฎสวรรค์และหากนางไม่กลัวว่าตัวเองเข้าไปยุ่งเกี่ยวชะตาชีวิตของเฟยหลงจนอาจจะไม่สามารถผ่านด่านเคราะห์ได้ นางคงบุกวังหลวงทำลายทุกคนที่เคยทำร้ายเฟยหลงของนางแล้ว

    ป๋ายฮวากำมือแน่นสัญญากับตัวเองในใจว่านางจะสร้างแม่ทัพผู้อยู่เหนือทุกคนในแคว้นนี้ เขาต้องยืนอยู่เหนือผู้คนนับล้าน เหล่าคนที่เคยดูถูกเฟยหลงจะต้องเงยหน้าเชื่อฟังคุณชายของนางเท่านั้น สิ่งที่นางมีมากที่สุดตอนนี้ก็คือเงินสมบัติ นางจะผลักดันเขาทุกวิถีทางเพื่อเอาคืนคนเหล่านั้นให้หมดเลย

    “เจ้าไม่สนใจ.....เลยหรือ” พอเห็นว่าพูดไปตั้งเยอะแต่เฟยหลงยังคงถือดาบสีดำขมวดคิ้วนิ่งเงียบทำหน้าเย็นชาเหมือนเดิม

    เว่ยชีหลานจึงจิ๊ปากเล็กน้อยด้วยความขัดใจ “เป็นเด็กน้อยที่ไม่น่ารักเลย”

    “ออกไป” เฟยหลงพูดก่อนจะตวัดดาบไล่แขกที่ไม่ได้รับเชิญผู้นี้ออกจากเรือน เพราะเห็นว่าเขาเอาแต่พูดพร่ามเรื่องไร้สาระออกมา เหล่าคนในวังหลวงเกี่ยวอะไรกับเขาอย่างนั้นหรือ เขาคร้านที่จะรับรู้เรื่องเหล่านี้และแทบจะลืมเลือนหน้าตาของคนเหล่านั้นไปแล้ว

    เว่ยชีหลานเมื่อมองเห็นดาบสีดำก็เปลี่ยนความสนใจอย่างรวดเร็ว “ดาบดี ขอพี่ชายดูใกล้ๆ หน่อยสิ” ชายหนุ่มพยายามเข้าใกล้และยื่นมือมาจับดาบสีดำเลื่อมในมือเฟยหลง

    “หลบไป” เฟยหลงปฏิเสธก่อนจะตวัดดาบเตือนเพราะเห็นท่าทางไม่เกรงใจของเขา ร่างน้ำเงินกระโดดถอยหลังหลบดาบอย่างรวดเร็วเพราะหากไม่หลบต้องโดนดาบสีดำเลื่อมเล่มนี้ตัดแขนแน่นอน

    “แควก / ซื่อจื่อระวังขอรับ” เวลาเดียวกันองครักษ์ซึ่งยืนเงียบด้านหลังรีบดึงกระบี่ออกจากฝักและชี้หน้าเฟยหลงใช้ตัวบังคุณชายของตัวเองไว้ด้านหลังด้วยความระมัดระวัง

    เว่ยชีหลานมองแขนเสื้อของตัวเองซึ่งมีรอยขาดแม้จะไม่ได้สัมผัสกับดาบสีดำเลื่อมนั้นเลยก็ตาม “ดาบล้ำค่า” เขาร้องด้วยความตื่นเต้นก่อนจะผลักองครักษ์ของตัวเองออกไปด้านข้างและจ้องมองดาบสีดำดวงตาเป็นประกาย

    “น้องชาย เจ้าได้มาจากที่ไหนหรือ ดาบล้ำค่าเล่มนี้ ข้าไม่เคยพบเจอมาก่อนเลย”

    เฟยหลงขมวดคิ้วก่อนจะถอยหลังหลบ เมื่อก่อนตอนที่ยังเป็นเด็ก ชายประหลาดคนนี้ก็นิ่งเงียบและมองเขาด้วยหางตาเย็นชา ทำไมพอเติบใหญ่จึงเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน

    “ท่านต้องการสิ่งใดกันแน่” เฟยหลงถามเสียงนิ่งเมื่อเห็นว่าถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่กล่าวถึงเหตุผลที่บุกรุกเข้ามาในเรือน

    เว่ยชีหลานเก็บสายตากลับคืนก่อนจะกระแอมไอกลับคืนสู่ความสุขุม “ช่างเถิดๆ แม้ข้าจะรังเกียจที่เจ้าอ่อนแอ และมีนิสัยหยิ่งยโสไม่น่ารัก และไม่ชอบหน้าเจ้าที่ทำให้พวกเหล่าจวนอ๋องคนอื่นดูถูกท่านพ่อข้าไปด้วย ยังไงข้าก็ยังเกลียดเจ้าอยู่ดี” เว่ยชีหลานร่ายยาว

    เฟยหลงขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจเพราะเขายังพูดเรื่องไร้สาระไม่หยุด

    “ไม่รู้ว่าคนในวังหลวงคิดอะไรอยู่ อีกสามวันข้าจะเข้าพิธีสวมกวาน องค์ชายรองเว่ยเฟยเจินและองค์ชายสามเว่ยเฟยเหวินจะเสด็จมาเข้าร่วมพิธีที่แดนเหนือด้วย เจ้าเตรียมตัวหน่อยแล้วกัน อย่างไรเสียแม้ข้าจะไม่ชอบเจ้า แต่ก็ถือว่าเราลงเรือลำเดียวกันครึ่งก้าวแล้ว พยายามอยู่ห่างจากพวกเขาทั้งสองคน อย่าเพิ่งรีบตายล่ะ” เว่ยชีหลานเอ่ยเสียงเรียบก่อนจะกวาดตามองเรือนซึ่งดูดีขึ้นมากด้วยความไม่เข้าใจว่าเพียง 7 ปี ชีวิตของเด็กชายในวันนั้นทำไมถึงได้เปลี่ยนแปลงไปมากจนแทบจำไม่ได้

    เมื่อก่อนเฟยหลงจะสวมเสื้อผ้าหลวมสีซีดที่เต็มไปด้วยรอยขาด ร่างกายผอมแห้งจนเห็นกระดูก ผิวซีดเหลืองเพราะขาดสารอาหารในวัยเด็ก น้องชายของเขาแม้จะอายุน้อยกว่ากลับตัวสูงกว่าเฟยหลงอีก

    ....แล้วดูตอนนี้สิ....

    เว่ยชีหลานกวาดตามองชายหนุ่มขึ้นลง อาภรณ์สวมใส่ล้วนเป็นผ้าไหมชั้นดีไม่ต่างจากของในวังหลวง ร่างกายแข็งแรงกำยำ รอยบนใบหน้าแม้จะน่ากลัวแต่กลับไม่สามารถปกปิดความน่าเกรงขามและความแข็งแกร่งไว้ได้เลย ท่างท่าองอาจห้าวหาญไม่ธรรมดา ร่างกายดูเหมือนจะสูงกว่าเขาครึ่งศีรษะด้วย จุๆ ไม่รู้ว่าภายใต้ผ้าสีดำจะมีกล้ามเนื้ออยู่มากน้อยเพียงใด

    ในมือของเฟยหลงยังถือดาบล้ำค่าที่แค่มองด้วยสายตาก็รู้ว่าแม้จะมีเงินก็ไม่สามารถซื้อหาได้อีกด้วย นอกจากนี้การเดินและท่าทางถือดาบทำให้รู้ว่าตลอดระยะเวลา 7 ปีเด็กชายคนนี้ไม่เคยปล่อยให้เสียเปล่า คงจะฝึกวรยุทธ์มามากจนกระทั่งมีท่าทางชำนาญ ความสามารถเกินวัย 17 ปี เว่ยชีหลานแอบพยักหน้าด้วยความพอใจกับแผนการของตัวเอง

    ไม่รู้ว่าใครคอยสั่งสอนเขาถึงทำให้เด็กชายเมื่อ 7 ปีก่อนคล้ายเปลี่ยนไปเป็นคนละคนเลย หากไม่ใช่ว่ายังเหลือรอยเส้นสีม่วงประหลาดบนใบหน้า เขาคงจำไม่ได้แล้วว่านี่คือเว่ยเฟยหลง องค์ชายใหญ่ผู้ถูกทอดทิ้งไว้ในเรือนหลังของจวนอ๋องเว่ยชี

    หากองค์ชายรองรู้ว่าพี่ชายตัวเองแม้ออกมาจากวังหลวงก็ยังสามารถใช้ชีวิตสุขสบาย ซ้ำยังกลายเป็นคนที่มีความสามารถ มีของล้ำค่าในมือมากกว่าตัวเขาที่อยู่ในวังหลวง ไม่รู้ว่าจะก่อเรื่องอะไรอีกบ้าง หรือครั้งนี้อาจจะถือโอกาสกำจัดพี่ชายตัวเองเลยก็ได้เพราะในมือของเขามีองครักษ์มากฝีมือที่ฮ่องเต้มอบให้เขาอยู่หลายคน

    “ตอนเด็กข้าอาจจะมีนิสัยไม่ดีไปบ้าง แม้จะไม่เคยรังแกแต่ก็ไม่เคยช่วยเหลือ แต่หลังจากเติบโตขึ้นข้าก็พอรู้ความบ้างว่าเหตุใดท่านแม่และท่านพ่อไม่โกรธแค้นหรือรังเกียจเจ้าเลยแม้แต่น้อย ซ้ำยังให้ความช่วยเหลือด้วย อืม แต่ตอนนี้ข้าก็ยังรู้สึกว่าเจ้ายังเป็นเด็กน้อยที่ไม่น่ารักเหมือนเดิมอยู่ดี อ่อนแอ และน่ารังเกียจ” เว่ยชีหลานหันหลังมาเอ่ยเสริมอีกประโยค

    เฟยหลงมองเขาด้วยดวงตาเรียบนิ่ง กับคำพูดเหล่านี้เขาไม่สนใจเลยแม้แต่น้อย ชอบแล้วอย่างไร ไม่ชอบแล้วอย่างไร

    “แต่เหตุผลเหล่านี้ใช้กับผู้อื่นไม่ได้หรอกนะ โดยเฉพาะองค์ชายทั้งสองคนนั้น ระวังไว้สักหน่อยก็ดี ตอนเด็กพวกเขาทำได้แค่กลั่นแกล้งเจ้าเท่านั้น แต่ในฐานะองค์ชายใหญ่แม้เจ้าจะไม่สนใจ แต่ก็เป็นหนามตำใจองค์ชายรองมาหลายปี เกรงว่าครั้งนี้เขาขอเดินทางมาแดนเหนือด้วยก็เพื่อกำจัดเจ้า” เว่ยชีหลานทิ้งคำพูดก่อนจะเดินจากไป

    ในใจรู้สึกเป็นกังวล หรือเขาควรส่งทหารมาปกป้องเรือนหลังนี้ดี เกรงว่าครั้งนี้องค์ชายทั้งสองคงต้องการกำจัดเว่ยเฟยหลงและใช้พิธีสวมกวานของเขาเป็นเหตุผลบังหน้าเท่านั้น เพราะการแต่งตั้งรัชทายาทมักถูกยับยั้งด้วยขุนนางหัวโบราณมากมายที่ไม่ยอมให้บุตรชายคนรองซ้ำยังเป็นเพียงองค์ชายจากครรภ์นางกำนัลขึ้นมาเป็นว่าที่ฮ่องเต้องค์ต่อไป ทั้งที่ยังมีองค์ชายใหญ่และบุตรจากครรภ์ของฮองเฮามีชีวิตอยู่ แม้ตระกูลหลานจะหนุนหลังองค์ชายรองเว่ยเฟยเจินแล้วอย่างไร แต่ประเพณีที่สืบต่อกันมาไม่สามารถทำลายลงได้

    เว่ยชีหลานจิ๊ปากอย่างขัดใจกับความไม่ได้เรื่องขององค์ชายใหญ่ แม้จะยังรังเกียจไม่ชอบหน้าเด็กน้อยคนนี้ แต่จวนอ๋องและองค์ชายใหญ่ถูกกำหนดให้เดินทางบนเส้นทางเดียวกันแล้ว หากองค์ชายใหญ่ตายทั้งที่อยู่ในจวนอ๋อง ฮ่องเต้ผู้ซึ่งเห็นพวกเขาเป็นหนามตำตามานานก็คงหาโอกาสกำจัดไปด้วย

    หลายปีมานี้กองทัพของท่านพ่อมีอำนาจมากขึ้นเรื่อยๆ จนสร้างความกดดันในราชสำนัก พวกเขามีทางเลือกเดียวคือการจับมือกับองค์ชายใหญ่และกลุ่มหัวโบราณที่คิดว่าลูกชายคนโตและบุตรชายในสายเลือดของฮองเฮาเท่านั้นที่ควรจะสืบทอดตำแหน่งฮ่องเต้

    “เฮ้อ” เว่ยชีหลานเงยหน้ามองท้องฟ้าถอนหายใจด้วยความหนักใจ

    จวนอ๋องเว่ยชีกำลังยืนอยู่บนเส้นด้าย มีเพียงต้องดึงองค์ชายใหญ่เข้ามาร่วมมือด้วยเท่านั้น แต่จากที่ดูท่าทางของเฟยหลงในวันนี้แล้ว ความเย็นชาและไม่ชอบความวุ่นวาย ทำให้เขารู้สึกว่าเด็กชายคนนั้นยังไม่น่ารักเหมือนเดิม เป็นถึงองค์ชายใหญ่ แต่กลับอ่อนแอยอมให้บุตรชายของนางกำนัลคนหนึ่งยึดครองตำแหน่งของตัวเองไป

    ไม่น่ารักเอาเสียเลย

    แต่ก็มีเพียงวิธีนี้เท่านั้นที่จะทำให้จวนอ๋องเว่ยชีสามารถสู้กับคนในวังหลวงได้



    ********????????????******


    เล่ม1 วางขายใน meb นะคะ

    แสนกว่าคำ โปรโมชั่น 100 บาทค่ะ

    มีแค่ตอนที่ 1-40 ค่ะ ราคาถูกสำหรับคนที่สะสมเท่านั้น




    คล้ายกับเรื่องอวลกลิ่นดอกท้อ ด้ายแดงสวรรค์ ที่คุณอ่าน

    สุสานเทพผนึกมาร 【จบแล้ว】

    สุสานเทพผนึกมาร 【จบแล้ว】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.08M 2015
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ระบบเปลี่ยนชีวิต

    ระบบเปลี่ยนชีวิต

    นิยาย แฟนตาซี
    627K 658
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    (The Eternal God) ผ่าชะตาสวรรค์ สยบสิ้นสรรพสิ่ง

    (The Eternal God) ผ่าชะตาสวรรค์ สยบสิ้นสรรพสิ่ง

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    279K 178
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    ชีวิตข้าไยต้องให้ใครลิขิต

    ชีวิตข้าไยต้องให้ใครลิขิต

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.02M 3752
    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    นิยาย แฟนตาซี
    106K 139
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810