ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 59 รากปราณปิดผนึก

            มีพลังงานกำลังเอ่อล้นอยู่บริเวณรอบกายตู้เซ่าฝู่ที่อยู่ในร่างเปลือยท่ามกลางสระน้ำเขายังคงกวัดแกว่งมือรวบรวมพลังไปมาเพื่อกระตุ้นให้ร่างกายเริ่มดูดน้ำวิเศษที่เปี่ยมล้นด้วยพลังอันมหาศาลทุกเศษเสี้ยวของพลังถูกดูดซึมผ่านรูขุมขนทั่วร่างเขาพยายามรับฤทธิ์ของพลังงานจากน้ำวิเศษทั้งหมดหรือมากเท่าที่จะทำได้

            “อ๊าก...”

            ขณะนั้น พลังงานจากน้ำวิเศษเสียดแทงกระตุ้นทุกส่วนของร่างกาย จู่ๆตู้เซ่าฝู่ก็รู้สึกเหมือนมีสิ่งอัศจรรย์บางอย่างจะกระโดดออกมาจากร่างในร่างกายเขาเหมือนมีสิ่งลึกลับบางอย่างซ่อนอยู่ มันกำลังจำศีลทว่าขณะนี้กำลังถูกปลุกให้ตื่นกระบวนการนี้ทำให้ทั้งร่างของเขาเหมือนถูกบางอย่างทิ่มแทงจนปวดแสบไปทั้งร่างเขาทรมานจนแทบทนไม่ไหวจึงร้องโอดครวญออกมา

            “ฟิ่วๆๆ!”

            ขณะนั้นในร่างกายของตู้เซ่าฝู่เริ่มมีแสงลึกลับเปล่งออกมาเกิดเป็นแสงประหลาดส่องกระจายออกมาเป็นเส้นๆ แสงนั้นดูทะมึนๆทว่าราวกับถูกผนึกติดเข้ากับเส้นลมปราณ เส้นเลือดและเส้นชีพจรทั้งร่างของเขาสุดท้ายเมื่อลำแสงประหลาดทุกเส้นพุ่งมาบรรจบกันก็มีพลังอันดุดันพ่นกระจายออกไปทั่ว จากนั้นทันใดนั้นก็เกิดเป็นตาข่ายแสงห่อหุ้มทั้งร่างของตู้เซ่าฝู่ไว้

            “โฮก!”

            บนหุบเขาอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนจ้องมองตู้เซ่าฝู่ที่ถูกตาข่ายแสงห่อหุ้มอยู่ท่ามกลางสระน้ำตาข่ายแสงนั้นค่อยๆ แผ่พลังอานุภาพรุนแรงออกมาเรื่อยๆทำให้ร่างของมันสั่นไหวไปทั้งร่าง มันหมอบลงกับพื้นเพื่อการทรงตัว

            “คุณพระช่วย นี่มัน...”

            ในสระน้ำ ร่างเงาของเจินชิงฉุนสีหน้าเปลี่ยนเมื่อเห็นเหตุการณ์เขาเห็นตาข่ายแสงลึกลับที่อยู่รอบกายของตู้เซ่าฝู่ ก็ตะลึงจนเหม่อลอยไปชั่วขณะ “ตราวิญญาณชีพจรลมปราณ นี่มันตราวิญญาณชีพจรลมปราณแถมยังไม่ใช่ตราวิญญาณชีพจรลมปราณธรรมดาทั่วไปด้วย”

            เมื่อเจินชิงฉุนจ้องมองไปที่ตาข่ายแสงที่พันธนาการร่างตู้เซ่าฝู่ไว้อยู่สักพักจู่ๆ เขาก็คิดอะไรบางอย่างออก เมื่อเขาค้นพบสาเหตุของตาข่ายแสงสีหน้าของเขาก็ตกตะลึงขึ้นมา กล่าวว่า “รากปราณรากปราณของเจ้าหนุ่มคนนี้ไม่ได้แย่ เป็นเพราะถูกปิดผนึกไว้เป็นวิธีการปิดผนึกขั้นสูง!”

            ในสระน้ำคลื่นพลังมากมายกำลังถูกกรงตาข่ายแสงสูบกลืนไปอย่างรวดเร็วจากนั้นตาข่ายแสงนั้นก็พ่นพลังอันรุนแรงออกมา แต่ผ่านไปไม่นานสระน้ำก็เริ่มสงบนิ่ง ตาข่ายลึกลับนั้นก็หายไปในทันทีส่วนตู้เซ่าฝู่ก็สลบเหมือดอยู่ในสระน้ำ

            หลังจากที่ตู้เซ่าฝู่ฟื้น เขาพบว่าตัวเองหมดสติอยู่บนก้อนหินข้างๆสระน้ำที่ลงไปแช่ก่อนหน้านี้ ร่างของเขาสวมเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้วทันใดที่เขาลืมตาก็เห็นเจินชิงฉุนกับอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนอยู่ด้านหน้าเขา

            “เกิดเรื่องอะไรขึ้น?”

            ตู้เซ่าฝู่เอ่ยถาม เขาจำได้เพียงว่าเขาเจ็บแสบไปทั่วร่างราวกับมีสิ่งลึกลับบางอย่างในตัวถูกปลุกขึ้นมา จากนั้นเขาก็หมดสติไปเลย

            เจินชิงฉุนจ้องตู้เซ่าฝู่ พูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “ข้ามองผิดไป เมื่อสักครู่ข้าได้ตรวจสอบร่างกายเจ้าอีกครั้งรากปราณเจ้าไม่ได้ใช้การไม่ได้ เพียงแต่รากปราณของเจ้าถูกปิดผนึกแล้ว?”

            “หมายความว่าอะไร?”

            ตู้เซ่าฝู่ใช้มือดันหินพยุงร่างขึ้นมานั่ง เขายังรู้สึกเวียนหัวจึงเอามือตบศีรษะ ร่างกายกำลังฟื้นฟูให้เป็นปกติ

            “พูดให้ง่ายๆ ก็คือ รากปราณของเจ้าแข็งแกร่งมากแข็งแกร่งมากจนข้ายังมองไม่ออก ทว่ามีคนตั้งตัวเป็นศัตรูกับเจ้าพอเจ้าเกิดเจ้าก็ถูกปิดผนึกรากปราณแล้ว และผู้ที่ทำเช่นนี้กับเจ้าก็มีฝีมือร้ายกาจมากเขาแข็งแกร่งมากๆแข็งแกร่งมากจนแม้กระทั่งข้าที่อยู่ในช่วงรุ่งเรืองที่สุดก็ยังคลายผนึกนี้ได้ยาก” นัยน์ตาของเจินชิงฉุนสั่นไหวเล็กน้อย ตราผนึกนั้นแข็งแกร่งมาก เขาไม่เข้าใจว่ายอดฝีมือระดับนั้นจะมาปิดผนึกรากปราณของทารกทำไม

            “มีคนปิดผนึกรากปราณของข้า?” เมื่อตู้เซ่าฝู่ได้ยินสีหน้าก็เปลี่ยนเขาจ้องเจินชิงฉุนด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เอ่ยถามว่า “ที่เจ้าพูดคือเรื่องจริง?”

            “ข้าจะโกหกเจ้าไปเพื่ออะไรกัน” เจินชิงฉุนมองบนใส่ตู้เซ่าฝู่

            “ใครกันแน่ที่ทำเช่นนี้เหตุใดจึงอาฆาตแค้นข้าเช่นนี้ด้วย?” ตู้เซ่าฝู่แสดงสีหน้าโกรธแค้นออกมาเมื่อทราบว่ารากปราณของเขาถูกปิดผนึกตอนแรกชีพจรลมปราณของเขาก็ใช้การไม่ได้อีกเห็นได้ชัดว่าผู้ลงมือกระทำไม่ต้องการให้เขาสามารถฝึกฌานได้อยากให้เขาเป็นพลเมืองธรรมดาๆ วิธีการช่างโหดร้ายเหลือเกิน

            เจินชิงฉุนลังเลสักครู่ จ้องหน้าตู้เซ่าฝู่พร้อมกล่าวว่า “เมื่อครู่ข้าตรวจร่างกายของเจ้าก็พบอะไรบางอย่างร่างของเจ้ามีสิ่งลี้ลับน่าพิศวงมากมายก่อนอื่นเลยร่างกายของเจ้าสามารถหลอมรวมกระดูกหายากจากอสูรเหยี่ยวยักษ์ปีกทอง มาเป็นส่วนหนึ่งของอวัยวะในร่างกายได้มิน่าเจ้าจึงสามารถฝึกวิชาฝึกฌานของอสูรเหยี่ยวยักษ์ปีกทองได้ ทว่าข้าพบว่าในร่างของเจ้าไม่ได้มีเพียงกระดูกหายากของอสูรเหยี่ยวยักษ์ปีกทองแต่มีพลังบางอย่างที่ไม่ใช่ของอสูรเหยี่ยวยักษ์ปีกทองอยู่ด้วยเพียงแต่เสียดายว่าข้าที่ยังอยู่ในสภาพนี้ไม่สามารถตรวจสอบข้อเท็จจริงออกมาได้ชัดเจน”

            เจินชิงฉุนหยุดนิ่งไปสักครู่ เมื่อสักครู่เขาถือโอกาสตรวจร่างกายตู้เซ่าฝู่ตอนที่เขาหมดสติสลบไสลไปเขาจึงรู้ว่าเด็กหนุ่มคนนี้มีความลับน่าตกใจอีกมากมายเหลือเกินเขาข่มสีหน้าให้นิ่งไม่อยู่แล้ว พูดกับตู้เซ่าฝู่ต่อไปว่า “แล้วก็ชีพจรลมปราณของเจ้าก่อนหน้าก็น่าจะเป็นชีพจรลมปราณที่ใช้การไม่ได้ทว่าไม่รู้ว่าเหตุใดร่างของเจ้าจึงสามารถฟื้นฟูได้อย่างน่าอัศจรรย์เหมือนว่าร่างกายของเจ้าเกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างทำให้ตราผนึกที่ปิดกั้นรากปราณของเจ้าคลายออกบ้างเล็กน้อย การเปลี่ยนแปลงนี้น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับกระดูกหายากจากอสูรเหยี่ยวยักษ์ปีกทองและพลังอีกอย่างที่อยู่ในร่างเจ้าเพราะตอนนี้รากปราณของเจ้ามีพลังของอสูรเหยี่ยวยักษ์ปีทองและพลังลี้ลับอีกอย่างรวมอยู่ด้วย”

            “รากปราณของข้าฟื้นฟูได้แล้ว?” ตู้เซ่าฝู่จ้องหน้าขณะที่ถามเจินชิงฉุน

            “เปล่า” เจินชิงฉุนส่ายหน้าจากนั้นบอกว่า “ทว่าข้ามีข่าวดีสองเรื่องจะบอกกับเจ้า”

            “ข่าวดีอะไร?” ตู้เซ่าฝู่ถาม

            “ข่าวดีเรื่องแรกดูจากชีพจรลมปราณที่อยู่บนตัวของเจ้ากับรากปราณที่ปิดผนึกเจ้าน่าจะไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไป ชาวบ้านธรรมดาทั่วไปไม่มีทางมีชีพจรลมปราณกับรากปราณเช่นนี้ได้”

            เจินชิงฉุนจ้องตู้เซ่าฝู่ หรี่ตาเพ่งหน้าของเขา กล่าวต่อไปว่า “เพราะว่าในร่างของเจ้าเกิดการเปลี่ยนแปลง บวกกับเมื่อครู่ถูกยาวิเศษที่ข้าสกัดกระตุ้นตราผนึกจึงคลายออก”

            “หมายความว่าอย่างไร?” ตู้เซ่าฝู่ยังไม่ค่อยเข้าใจ

            “นี่ก็หมายความว่า เจ้าสามารถเป็นนักเวทยันต์ได้รากปราณของเจ้าแข็งแกร่งมาก พลังจิตก็แข็งแกร่งมากเช่นกันดังนั้นจึงสามารถเป็นนักเวทยันต์ที่น่าจะมีอนาคตในสายทางนี้ได้ไม่เลวแต่ขณะเดียวกันรากปราณของเจ้ายังคงถูกปิดผนึกอยู่ทำให้เส้นทางการเป็นนักเวทยันต์ของเจ้าก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกันหากข้ากลับไปรุ่งเรืองดั่งสมัยก่อนได้พอมีโอกาสครึ่งหนึ่งที่จะทำลายตราผนึกนี้ให้เจ้าได้ทว่าตอนนี้ข้าไม่มีความสามารถนั้น” เจินชิงฉุนกล่าว

            ตู้เซ่าฝู่ลุกขึ้น สีหน้าเคร่งขรึม นัยน์ตาสั่นไหวเขากำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่

            เจินชิงฉุนมองตู้เซ่าฝู่ เอ่ยถามว่า “เจ้าคิดจะทำอย่างไรต่อไป?”

            ตู้เซ่าฝู่เงยหน้ามองเจินชิงฉุน กล่าวตอบไปว่า “ข้าอยากรู้ว่าใครกันที่มีความแค้นต่อข้ามากมายเช่นนี้ และจะพยายามทำให้เจ้าฟื้นฟูให้เร็วที่สุด?”

            “เจ้าไม่ได้บอกว่าข้าเป็นคนหลอกลวงหรือ แถมเจ้ายังขัดขวางและต่อร้องต่อเถียงข้าไปเสียทุกอย่างไม่ใช่หรือถ้าข้าฟื้นฟูแล้ว เจ้าไม่กลัวข้าทำร้ายเจ้าหรือไร” เจินชิงฉุนยิ้ม

            “ข้ารู้นานแล้วว่าเจ้าไม่ใช่คนหลอกลวงหากอยากทำร้ายข้าจริงๆ เมื่อครู่ตอนข้าสลบเจ้าก็คงลงมือไปนานแล้ว”

            ตู้เซ่าฝู่จ้องเจินชิงฉุน พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า “ข้ารู้ว่าเจ้าแค่เพียงอยากฟื้นฟูตัวเองให้เร็วที่สุดทว่าข้าหวังให้เจ้ารีบฟื้นฟูตัวเองให้ไวที่สุด เพื่อจะได้ทำลายตราผนึกที่ปิดกั้นรากปราณของข้า”

            เจินชิงฉุนรู้สึกประหลาดใจปกติถ้าเป็นวัยรุ่นทั่วไปเมื่อได้ยินเรื่องราวเช่นนี้ เกรงว่าต้องใช้เวลาทำใจนานกว่าจะสงบจิตสงบใจได้เด็กคนอื่นตอนแรกพอรู้ก็น่าจะรีบวิ่งไปหาผู้ใหญ่ให้ช่วยเหลือทว่าเด็กหนุ่มพิลึกคนนี้ ใช้เวลาครุ่นคิดเพียงนิดเดียวก็คิดวางแผนให้กับตัวเองในใจได้แล้วและไม่คิดจะวิ่งแจ้นไปขอความเห็นจากคนใกล้ตัวหรือญาติผู้ใหญ่เลย

            เจินชิงฉุนคิดไว้ไม่ผิดตู้เซ่าฝู่ไม่ได้คิดจะไปขอความเห็นจากญาติผู้ใหญ่คนไหนเลย เรื่องที่รากปราณของเขาถูกปิดผนึกญาติผู้ใหญ่ในตระกูลต่างไม่รู้ต้นสายปลายเหตุใดๆ ตามที่เจินชิงฉุนบอกมา ผู้ที่คือปิดผนึกรากปราณของเขาคือยอดฝีมือผู้แข็งแกร่งที่แสนจะไม่ธรรมดาคนหนึ่งเขาคิดว่าคนในบ้านสกุลตู้เองก็น่าจะทำอะไรคนคนนั้นไม่ได้ บอกไปก็ไม่มีประโยชน์อะไรยิ่งไปกว่านั้นจะเป็นการแหวกหญ้าให้งูตื่น มีเพียงวิธีเดียวเท่านั้นคือทำให้ตัวเองแข็งแกร่ง พอเขาแข็งแกร่งแล้วก็จะสามารถทราบได้เองว่าใครกันแน่ที่มีความแค้นกับตนได้ถึงเพียงนี้

            “เจ้าคารวะข้าเป็นอาจารย์ ตามที่พวกเราคุยกันไว้ข้าทำให้เจ้าเป็นนักเวทยันต์ได้ เจ้าก็ต้องคารวะข้าเป็นอาจารย์” เจินชิงฉุนบอกกับตู้เซ่าฝู่

            “ที่ข้าบอกไปคือเจ้าทำให้ข้าเป็นนักเวทยันต์ก่อนค่อยว่ากันข้าไม่ได้บอกสักหน่อยว่าจะคารวะเจ้าเป็นอาจารย์แน่ๆ” ตู้เซ่าฝู่พูดกับเจินชิงฉุนด้วยสีหน้าเย็นชา

            เจินชิงฉุนเริ่มหน้าเสีย พูดออกไปด้วยความโมโหว่า “เจ้าหนู เจ้าคิดจะปลิ้นปล้อนกับข้างั้นหรือ!”

            “ข้าไม่ได้ปลิ้นปล้อนอะไร เจ้าเป็นคนคิดมากไปเอง”

            ตู้เซ่าฝู่พูดอย่างตั้งใจ หากคารวะเจินชิงฉุนเป็นอาจารย์ต่อไปก็ต้องเชื่อฟังผู้ชายร่างเด็กหนุ่มอัปลักษณ์คนนี้ล่ะสิ หากไม่ฟังก็จะถูกครหาว่าเป็นคนไร้คุณธรรมไม่เคารพอาจารย์ตู้เซ่าฝู่ไม่อยากสร้างเรื่องให้กับตัวเอง

            “เจ้าหนู เจ้าคิดว่าเจ้าเรียนวิชา ‘วิชาจิตวิญญาณแห่งจักรวาล’ของข้าไปแล้วก็วางตัวใหญ่ได้งั้นหรือ ข้าบอกเจ้าไว้เลย ต่อจากนี้ความรู้ทุกอย่างที่ข้ามีอย่าหวังว่าข้าจะสอนเจ้าเลยตราผนึกรากปราณของเจ้าก็ฝันไปเถอะว่าจะแก้ได้”

            เจินชิงฉุนระเบิดใส่ด้วยคำพูดเมื่อก่อนมีคนเก่งตั้งมากมายที่คุกเข่าอ้อนวอนขอให้เขารับเป็นศิษย์เขาก็ไม่เคยสนใจทว่าตอนนี้เจ้าเด็กคนนี้กลับมีท่าทีเพิกเฉยไม่สนใจเขาเลย

    คล้ายกับเรื่องยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว) ที่คุณอ่าน