บทที่ : 19
“เ้ามีอะไรอย่างนั้นหรือ” เมื่อเข้ามาภายในห้อง เยว่ฮวาก็ได้ยินเสียงของบิดาถามอีกครั้ง ซึ่งก็ยังเป็เสียงที่ไม่เหมือนกับในทุกๆ ทีที่ผ่านมา ก็คือน้ำเสียงของเขาในตอนนี้มันนุ่มนวนลงอย่างเห็นได้ชัด ที่สำคัญก็คือความเป็กันเองที่นางจำได้รางๆ ว่าครั้งสุดท้ายที่นางได้เห็นท่าทางแบบนี้ก็คือั้แ่ในตอนที่มารดาของเ้าของร่างยังคงมีชีวิตอยู่ “เ้าไม่เคยมาที่นี่ตั้งนานแล้ว”
“นานมากแล้วจริงๆ เ้าค่ะ...” ไม่รู้ว่าเพราะความรู้สึกของเ้าของร่างที่ยังหลงเหลืออยู่ หรือเป็นางที่อินกับเื่ราวนี้มากไปสักหน่อย ทำให้น้ำตาใสๆ ไหลออกมาในตอนที่นางกำลังทอดสายตามองไปรอบๆ “ถึงจะนานมากแล้วแต่ห้องนี้ก็ยังคงเหมือนเดิมเลยนะเ้าคะ”
“....” จางเผิงไห่ถึงกับหยุดชะงัก เมื่อได้ยินคำที่บุตรสาวพูดออกมา ซึ่งพอมานึกทบทวนดูห้องนี้ก็ไม่เคยเปลี่ยนแปลงอะไรเลยจริงๆ นั่นแหละ เขายังคงจดจำถึงวันที่ห้องนี้เพิ่งจะสร้างเสร็จ จำได้ว่านางเคยชื่นชอบห้องนี้มากแค่ไหน ถึงจะผ่านไปนานเท่าไหร่เขาก็ไม่เคยเปลี่ยนอะไรในห้องนี้เลยแม้แต่นิดเดียว “นั่นสินะ...เ้ามีอะไรก็ว่ามาเถอะ”
“คือข้าอยากขออนุญาตออกไปนอกจวนเ้าค่ะ...”
หลังจากที่เช็ดน้ำตาลวกๆ แล้วเยว่ฮวาก็พูดถึงความตั้งใจของนางออกมาในที่สุด แต่ก็ดูเหมือนว่าทางผู้เป็บิดาจะไม่ได้แปลกใจสักเท่าไหร่ เพียงแค่พยักหน้าเบาๆ เท่านั้น
“ได้สิ ตอนนี้เ้าก็ผ่านพิธีบรรลุวัยเรียบร้อยแล้ว เ้าจะออกไปตอนไหนก็เพียงแค่มาแจ้งแก่พ่อบ้านก็แล้วกัน” จางเผิงไห่กล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย แต่ก็ราวกับกำลังซ่อนความผิดหวังอยู่ภายใน แต่มันก็เพียงแค่ชั่วครู่เท่านั้น “อ้อหากเ้าจะออกไปก็อย่าลืมพาคนออกไปด้วยล่ะ จะอย่างไรเ้าก็เป็ลูกสาวข้า พาคนออกไปด้วยเพื่อความปลอดภัย”
“ทราบแล้วเ้าค่ะ” เยว่ฮวารับคำด้วยความดีใจจนไม่ทันสังเกตท่าทางเ่าั้ “ขอบคุณท่านพ่อมากนะเ้าคะ ถ้าอย่างนั้นลูกขอตัวก่อน”
หญิงสาวกล่าวเพียงแค่เท่านั้นก่อนที่จะโค้งตัวเล็กน้อยแล้วจากไป โดยที่ไม่แม้แต่จะสังเกตชายวัยกลางคนที่ยื่นมือออกมาราวกับอยากที่จะรั้งนางเอาไว้ จนแล้วจนรอดนางก็ไม่ได้เห็นความอาลัยอาวรณ์จากดวงตาคู่นั้นแม้แต่น้อย...
“นายท่าน...”
“ไม่เป็ไร ปล่อยนางไปเถอะ ข้าผิดเองที่หลายปีมานี้ทำกับนางราวกับว่าไม่ใช่ลูก ก็คงไม่แปลกที่นางจะไม่ได้คิดถึงอะไรแบบนี้...” ชายวัยกลางคนถอนหายใจออกมายาวๆ คราหนึ่ง รู้สึกเหมือนตัวเองเป็ชายชราที่แก่ตัวลงไปอีกหลายปี “แต่ไม่ว่าอย่างไรข้าก็จะชดใช้สิ่งที่ข้าทำลงไป”
“ขอรับ”
.
.
.
อีกด้านหนึ่ง
เมื่อกลับมาจากเรือนใหญ่เรียบร้อยแล้ว เยว่ฮวาก็ระบายลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก เพราะอย่างน้อยดูเหมือนว่าสิ่งที่นางหวังไว้จะราบรื่น
“แต่ก็ดีแล้ว...”
“อะไรหรือเ้าคะ”
“ก็ดีแล้วที่อะไรๆ มันราบรื่นแบบนี้ ตอนแรกข้าก็คิดว่าท่านพ่อจะไม่อนุญาตเสียอีก”
“บางทีข้าอาจจะคิดไปเอง แต่ข้ารู้สึกว่านายท่านคล้ายคลึงกับเมื่อก่อนมากเลยเ้าค่ะ”
“ยังไงหรอพี่หลิน”
“ก็...” หลิงหลินที่อยากจะพูดอะไรบางอย่างก็เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่จะตอบกลับ “ข้าเองก็ไม่แน่ใจนัก แต่ข้าคิดว่านายท่านคงเอ็นดูคุณหนูมากเลยนะเ้าคะ”
เหอะ...
หญิงสาวระบายลมหายใจออกมาแรงๆ ทีหนึ่ง แล้วหลับตาลงทบทวนความทรงจำของเด็กหญิงที่นางได้เห็นมาตลอดเจ็ดปี
“พี่หลิน ข้าไม่รู้หรอกนะว่าทำไมท่านพ่อถึงได้เปลี่ยนไปแต่ว่า...”
“...”
“มันอาจจะฟังดูไม่ค่อยรื่นหูเท่าไรนัก แต่ถ้าหากว่าข้ายังเป็ข้าเหมือนเดิม เป็ข้าที่ไม่สู้เพื่อตัวเอง เป็ข้าที่ยังคงเงียบปากอยู่แม้จะโดนโขกสับสักแค่ไหน...เหมือนเดิม พี่คิดว่าสำหรับเขาแล้วข้าจะยังเป็คุณหนูที่วันนี้ทุกคนในจวนนี้โค้งคำนับให้อยู่หรือไม่”
ใช่แล้ว นี่คือสิ่งที่นางคิดและเรียนรู้มันมาด้วยชีวิต!
นางไม่รู้หรอกนะว่าในโลกนี้จะมีคนที่โชคดี เกิดมาเพื่อเป็ที่รักอย่างแท้จริงสักกี่คน แต่ที่แน่ๆ ก็คือคนคนนั้นไม่ใช่นางอย่างแน่นอน
ตลอดชีวิตที่แล้วนางได้พยายามทุกอย่างเพื่อพ่อแม่ พยายามที่จะทำตัวให้พวกเขาภาคภูมิใจ หาเงินมาจุนเจือช่วยเหลือครอบครัว ทุกๆ การกระทำ ทุกๆ คำพูด ทุกๆ ความคิด มันคือสิ่งที่นางอยากที่จะทำเพื่อให้พ่อกับแม่มองนางบ้าง...
มันอาจจะฟังเหมือนนิยายน้ำเน่า แต่นางก็คิดว่ามีคนอีกไม่น้อยที่เป็เหมือนนาง ก็คือทั้งๆ ที่นางนั้นเป็คนดีที่น่าภูมิใจมากกว่าใครๆ นางทุ่มเททำเพื่อคนที่บ้านมากกว่าพี่ๆ เป็ไหนๆ แม้แต่เงินทุกบาททุกสตางค์เองก็พยายามส่งเสียให้พ่อกับแม้กระทั่งพี่ที่พ่อทั้งรักทั้งห่วงปานดวงใจ
แต่ถึงอย่างนั้นแม้แต่่เวลาสุดท้ายในชีวิตพ่อ เขาก็ยังคงถามถึงแต่พี่สาว คนที่ทำกับพ่อราวกับว่าพ่อนั้นเป็แค่โล่คอยปกป้อง และไม่แม้แต่จะดูแลรักษาโล่นั้นด้วยซ้ำ นางใช่พ่อเพียงเพื่อให้ชาวบ้านมองดูว่านางนั้นเป็คนดี และทำราวกับพ่อว่าเป็เพียงแค่คนไร้ค่า...
แต่ถึงอย่างนั้นพ่อก็ยังรักและห่วงใยพี่สาวคนนั้นอยู่เหมือนเดิม และรักนางยิ่งกว่าใครไม่มีวันเปลี่ยนแปลง ทั้งๆ ที่ตัวของเยว่ฮวานั้นทำทุกอย่างเพื่อครอบครัว หรือแม้แต่ตัวพี่สาวนั้นก็ใช้เงินที่เยว่ฮวาหามาด้วยหยาดเหงื่อแรงกาย แล้วสุดท้าย...
พี่สาวที่แสนดีของพ่อก็ทิ้งพ่อไป...
ส่วนแม่เองก็รักพี่ชายคนโตปานดวงใจ ขนาดที่ว่าใน่บั้นปลายที่แม่สติไม่ค่อยอยู่กับร่องกับรอยนัก ก็ยังคงถามถึงพี่ชายที่ประสบความสำเร็จด้วยความเป็ห่วงอยู่เสมอ แต่กลับกันตัวนางที่ไปหาคอยดูแลส่งข่าวส่งน้ำอยู่ทุกวัน แม่กลับมองหาแต่สิ่งที่ทำให้ทะเลาะกันอยู่ตลอดเวลา ไม่เคยคิดเลยว่านางจะรู้สึกอย่างไร...
ทั้งๆ ที่นานๆ สักทีพี่ชายจะมาหาสักปีละครั้งสองครั้ง
แต่สำหรับคนที่พยายามสุดชีวิตอย่างนางกลับไม่รู้สึกถึงเสี้ยวแห่งความรักที่ว่าเลย...
แต่สุดท้ายแล้วทั้งพ่อที่ท้ายที่สุดเส้นเืในสมองตีบและป่วยติดเตียง หรือแม่ที่หย่าร้างกับพ่อไปและอายุมากขึ้นเรื่อยๆ ก็เป็นางที่คอยดูแลพวกเขาจนกระทั่งนางจากมา...
จนถึงตอนนี้นางแทบจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตอนนี้พ่อที่ตายไป หรือแม่ที่ต้องเหลืออยู่คนเดียว จะรู้สึกเสียใจที่จากจากไปไหม หรือแค่รู้สึกแค่กลัวว่าจะไม่มีใครคอยดูแลหรือเปล่า...
มันอาจจะฟังดูน่าสมเพช
แต่สำหรับมนุษย์แล้วตราบเท่าที่เราไม่มีค่าแล้ว ถ้าไม่ได้เกิดมาโชคดีขนาดนั้นแล้วล่ะก็ มีแค่ต้องทำตัวเองให้มีค่าเท่านั้นถึงจะถูกมองว่าเป็มนุษย์เหมือนกัน
มันคือสิ่งที่นางต้องใช้ความตายกว่าที่จะเข้าใจ...
แต่จากนี้ไปนางจะไม่ใส่ใจมันอีกแล้ว!
ใครดีกับนางนางก็จะดีตอบ ใครร้ายมาก็อย่าหวังว่านางจะปราณี และที่สำคัญ...
คุณค่าของนางจะอยู่ที่การกระทำของตัวเอง ไม่ใช่สิ่งที่คนมองมาอีกแล้ว
นี่คือคุณค่าของนาง คุณค่าของหญิงที่มีนามว่าเยว่ฮวา!!
..............................................
ตอนหน้าจะเริ่มออกจากจวนแล้วจ้า หลังจากที่หลายๆ คนรอมานาน
*-*